“ผมไปก่อนนะครับ”วาสเอ่ยลาชาววีดที่พากันออกมาส่งเขา
“เดินทางปลอดภัยนะท่านวาส”ชาววีดหลายคนส่งเสียงอวยพร วาสยิ้มกลับแล้วเรียกใช้ประตูวาร์ปแล้วออกจากโลกมิติไป
ด้านหลังประตูวาร์ปคือป่าทึบใกล้เมืองอัมมอร์ ก่อนหน้าที่จะเข้าเมืองอัมมอร์วาสได้วางจุดวาร์ปไว้นอกเมืองอัมมอร์ไว้ก่อนแล้วเพื่อป้องกันความผิดพลาด
ชายหนุ่มนำหน้ากากขึ้นมาสวม โดยเปลี่ยนเป็นหน้ากากคนละแบบกับก่อนหน้านี้และเดินทางเข้าเมืองอัมมอร์ไป
เดินเท้ามาไม่กี่ร้อยเมตรวาสก็กลับมาที่ทางเข้าเมืองอัมมอร์อีกครั้ง แต่วันนี้ที่ปากทางเข้าไม่ได้มีสภาพเหมือนครั้งแรกที่วาสมา
กลุ่มคนหลายร้อยยืนรวมตัวกันปิดทางเข้าออก ในมือแต่ละคนถืออาวุธกับครบมือสร้างแรงกดดันให้คนที่มองเห็น
วาสเดินไปหลบที่หลังต้นไม้เฝ้าดูทุกอย่างเงียบๆ ผ่านไปเกือบ 10 นาที จากนั้นก็เดินออกมา
จากเท่าที่สังเกตคนกลุ่มนี้ไม่ได้ห้ามให้ใครเข้าไปในเมืองอัมมอร์ แต่แค่ไม่ยอมให้ใครออกเท่านั้น ถึงพวกเขาจะยืนปิดทางไว้แต่ก็ยังเหลือช่องเล็กๆให้เข้าไปข้างในเมืองอัมมอร์ได้
“เกิดอะไรขึ้นหรอพี่ชาย? ทำไมพวกคุณถึงได้มายืนปิดทางเข้าออกแบบนี้”เดินมาได้ระยะหนึ่งวาสก็เอ่ยทักชายที่ยืนอยู่นอกสุดด้วยน้ำเสียงเสแสร้ง
ชายคนนั้นมองวาสเพียงแวบเดียวแล้วแค่นเสียงออกมา
“จะเข้าก็เข้าไปไม่ต้องพูดมาก”วาสแสร้งทำท่าทีหวาดผวาแม้จะมองไม่เห็นใบหน้าเขาก็ตาม ชายหนุ่มสวมหน้ากากที่อยู่ใต้ชุดคลุมรีบก้มหน้างุดเดินหายเข้าไปในกลุ่มคน โดยมีสายตาพึงพอใจของชายเมื่อครู่ที่ข่มขวัญเขาได้
“บัดซบ! นี้พวกแกยังหาตัวมันไม่เจออีกหรือไง ต้องให้ฉัน...”ระหว่างที่กำลังเดินเข้าเมืองก็มีเสียงที่คุ้นหูกำลังสบถก่นด่าลอยเข้ามาในหูวาส ริมฝีปากใต้หน้ากากกระดกขึ้นวูบหนึ่ง ไม่ต้องหันไปมองเขาก็รู้ว่าคนที่กำลังหัวเสียอยู่นั้นคงไม่พ้น กริมม์เจ้าของสังเวียนเป็นตายที่วาสพึ่งรีดทรัพย์มา
ชายหนุ่มเลือกที่จะละเลยไม่สนใจเขาชั่วคราว ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการตามหาคนที่เขาต้องการ
วันนี้สภาวะภายในเมืองอัมมอร์วุ่นวายผิดจากเมื่อวานเป็นอย่างมาก ฝูงคนจำนวนมากพากันเดินขวักไขว่สอดส่ายสายตาราวกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง
บางส่วนที่ดูดิบเถื่อนหน่อยก็เข้าไปค้นตามบ้านเรือนผู้อื่นหน้าด้านๆ และพอมีคนไม่ยอมขึ้นมาก็เกิดการปะทะกันขึ้นอย่างรุนแรง สร้างความวุ่นวายไปทั่วบริเวณ
ตลอดทางวาสต้องเร่งสมาธิขึ้นคอยระวังลูกหลงจากรอบด้าน การเผลอสักวินาทีอาจจะมีของมีคมพุ่งมาปักร่างเขาได้
“เฮ้! แกที่ใส่ชุมคลุมนะ ลองถอดออกมาให้ฉันเห็นหน้าหน่อยสิ!”แม้กระทั่งคนเดินผ่านทางอย่างวาสก็ยังไม่วายโดยก่อกวนจากคนกลุ่มนี้
ชายหนุ่มถอนหายใจ สุดท้ายเขาก็ไม่พ้นโดนจนได้ นิ้วมือทั้ง5กำแน่นเตรียมรับมือกับคนที่กำลังเดินเข้ามาแต่ทว่า…
“เฮ้ย! หยุดนะโว้ยแกจะหนีไปไหน!!”เสียงตะโกนดังขึ้นจากอีกฝั่ง พร้อมกับมีร่างในชุดคลุมเดียวแบบวาสวิ่งหนีออกมาจากตรอก และถูกไล่ตามด้วยกลุ่มคนนับสิบเรียกสายตาจากรอบๆให้หันไปมอง
“มันอยู่นั่น”ชายที่จ้องจะตรวจสอบวาสอุทานขึ้นและรีบออกวิ่งตามร่างในชุดคลุมนั้นไปทิ้งให้วาสกุมหมัดแน่นอยู่ที่เดิม
‘วุ่นวายจริงๆ’วาสละทิ้งการเดินไปบนนถนนสายหลักแต่เปลี่ยนเป็นเดินตามตรอกซอยแทน พยายามหลีกเลี่ยงสายตาผู้คนให้มากที่สุด
ต้องขอบคุณข้อมูลที่ซื้อมาจากกริมม์ นอกจากจะมีข้อมูลบุคคลที่วาสตามหาแล้ว ในสมุดบางยังมีแผนที่ฉบับย่อส่วนติดมาด้วย
เส้นทางของเขามุ่งหน้าไปยังใจกลางเมืองอัมมอร์ ยิ่งเข้าไปใกล้จุดศูนย์กลางเมืองมากเท่าไหร่ ต้นไม้ที่ขึ้นอย่างหนาทึบก็ยิ่งบางตา จนในที่สุดวาสก็มาถึงสถานที่ที่ดูคล้ายเป็นเมืองจริงๆ เนื่องจากบริเวณรอบๆไร้ซึ่งต้นไม้สูงใบหนาทึบบดบังแสงอาทิตย์ ทำให้บริเวณนี้สว่างผิดจากบริเวณอื่น
ชายหนุ่มระลึกแผนที่ในสมุดเล่มบางอยู่ครู่หนึ่งแล้วออก้าวเดินต่อ
จุดหมายแรกของวาสวันนี้คือ ตลาด
แต่ตลาดของเมืองอัมมอร์ไม่เหมือนกับเมืองอื่นทั่วไป เพราะที่แห่งนี้ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ นั่นก็หมายความว่าแต่ละคนจะเอาอะไรมาขายก็ได้ นิยามจริงๆของมันก็คงไม่พ้นตลาดมืดที่เป็นแหล่งรวมสิ่งผิดกฏหมายและไร้อารยธรรม
ที่ด้านหนึ่งของเมืองเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมาก และที่มีจำนวนพอๆกันก็คือแผงลอยที่ตั้งอยู่บนพื้นดิน เสียงพูดคุยดังวุ่นวาย แต่ที่แปลกคือสถานที่นี้ไม่มีใครกล้าก่อความวุ่นวายเหมือนรอบนอกราวกับถูกลุ่มอิทธิพลบางกลุ่มควบคุมอยู่
ชายหนุ่มสวมหน้ากากกวาดตาดูสินค้าที่วางขายอยู่อย่างสนใจ ส่วนหนึ่งของสินค้าที่นี่จะเป็นสิ้นค้าที่เกี่ยวกับมอนเตอร์ อุปกรณ์ช่วยต่อสู้ และเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับสินค้าเกี่ยวกับมอนเตอร์นั้น ที่นี่มีทั้งชิ้นส่วนอวัยวะ ซากมอนเตอร์ทั้งตัว หรือแม้กระทั่งมอนเตอร์ที่ยังมีชีวิตอยู่ที่ยากจะหาซื้อได้ในเมืองอื่น
วาสกวาดตามองไปเรื่อยๆอย่างไม่ตั้งใจ ในใจหวังว่าจะมีมอนเตอร์สักตัวที่เข้าตา เขาจะได้สืบหาแหล่งที่อยู่ของพวกมันและนำมันมาเข้าร่วมกองทัพซากทัพของเขา
แต่แล้วการเคลื่อนไหวของวาสก็หยุดลง เพราะมีบางอย่างที่มันดึงดูดสายตาของเขาเป็นอย่างมาก
สิ่งนั้นก็คือร้านค้าทาส!
ร้านขนาดใหญ่ที่มีตัวร้านกว้างขวางตั้งอยู่ในตลาดที่หน้าประตูติดป้ายไว้ชัดเจนว่าเป็นร้านค้าทาส และเพื่อยืนยันความคิดวาสที่หน้าร้านถึงกับมีกรงหลายกรงตั้งไว้อยู่
ในโลกเดิมการค้ามนุษย์เป็นสิ่งที่ไม่ได้รับการยอมรับอย่างรุนแรง แต่ถึงอย่างนั้นในวงการมืดก็ยังมีคนหลายกลุ่มที่ทำธุรกิจประเภทนี้ แต่บุคคลที่จะทำธุรกิจเกี่ยวกับการค้ามนุษย์นั้นจะต้องมีอิทธิพลเป็นอย่างมากเพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา
แต่กับโลกใบใหม่แล้วมันไม่ใช่ ในโลกนี้ยึดถือเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้น หากคุณไม่มีพลังพอที่จะปกป้องตนเองก็ไม่ต่างจากเป็นของเล่นให้คนอื่น ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเจอร้านค้าทาสที่ถูกตั้งอย่างเปิดเผยในเมืองอัมมอร์
วาสมองเหล่าทาสมนุษย์หลายคนหลากวัยที่โดนล่ามโซ่ตรวนอยู่ในกรงราวกับสัตว์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย คนเหล่านี้หากไม่โดนบีบบังคับก็คงจะโดนลักพาตัวมา
วาสเลิกสนใจคนกลุ่มนี้และหันไปทิศทางเดิม แต่เล้วก็มีบางอย่างดึงดูดเขาไปยังร้านค้าทาสนั่นอีกครั้ง
นั่นเพราะกำลังมีชายแขนเดียวคนหนึ่งกำลังเดินตรงไปที่ร้านค้าทาส!
ความรู้สึกยินดีผุดขึ้นมาในตัววาส ในที่สุดเขาก็เจอเป้าหมายคนแรกแล้ว
วาสจ้องมองรายละเอียดบนหน้าของชายคนนั้น เขาคือชายผิวดำตามฉบับนิโกร สูงเกือบ 2 เมตร ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้าม
ทันทีที่ชายผิวดำเดินมาถึงร้านค้าทาสเขาก็คำรามอย่างเกรี้ยวกราดยกขาถีบไปที่ประตูร้านเสียงดัง
“คืนลูกฉันมาซะไอ้เวรวาร์กอส!”ประตูไม้ชั้นดีแตกเป็นชิ้นๆบอกพละกำลังที่สูงพอสมควรของชายผิวดำได้เป็นอย่างดี
สายตาคนที่กำลังทำการซื้อขายอยู่รอบๆหันขวับมามองด้วยความสนใจ
“ใครมาก่อความวุ่นวายที่นี่!”เสียงร้องตะเบ็งดังออกมาจากในร้านค้าทาส ตามมาด้วยชายใบหน้าตอบไว้เคราแพะเดินออกมา
ชายหน้าตอบคนนี้คือเจ้าของร้านค้าทาสแห่งนี้นามว่า วาร์กอส
วาร์กอสที่เห็นชายผิวดำยืนอยู่หน้าร้านก็ยิ้มเยาะขึ้น เอ่ยเสียงยั่วโมโหว่า
“แกเองหรอรอนที่มาก่อความวุ่นวายร้านฉัน ไม่กลัวโดนซ้อมนอนเป็นผักที่บ้านอีกหรือไง”ชายผิวดำรอนกัดฟันแน่นพูดกระชากเสียงกับวาร์กอสว่า
“คืนลูกฉันมาซะวาร์กอส!”วาร์กอสเลิกคิ้วกล่าวติดตลกว่า
“แกเป็นใครกันถึงมีหน้ามาพูดอย่างนี้กับฉัน ลูกชายของแกมันคือสินค้าร้านฉันทำไมฉันจะต้องยกให้แกด้วย?”
“บัดซบ! ถ้าไม่ใช่เพราะว่าฉันบาดเจ็บแกคิดหรอว่าแกจะมีโอกาสลักพาตัวลูกชายฉันมาขายอย่างนี้ได้!”รอนคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว เดิมทีรอนอาศัยอยู่ในเมืองเดสซ่า ก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือนก่อนเขาได้ออกเดินทางไปล่ามอนเตอร์และพลาดท่าบาดเจ็บสาหัสจนต้องเสียแขนไปและต้องนอนพักฟื้นอยู่เป็นเดือน
ครอบครัวของรอนเหลือแค่เขากับลูกชายเท่านั้น เมื่อขาดเสาหลักอย่างรอนก็ไม่มีรายได้เข้ามาในครอบครัวของเขา จนในที่สุดลูกชายของเขาเรนอลก็ต้องออกไปหางานทำด้วยตัวเอง
และเพราะยังเด็กทำให้เรนอลถูกหลอกและโดนลักพาตัวมาขายที่เมืองอัมมอร์แห่งนี้
รอนที่ตามสืบมานานกว่าเดือนจนทราบข่าวจากคนรู้จักที่อยู่เมืองอัมมอร์ว่าพบลูกชายเขาถูกขายเป็นทาสอยู่ที่ร้านนี้ รอนจึงต้องฝืนสังขารแบกร่างเดินทางมาไกลถึงที่นี่เพื่อมาทวงลูกชายคืน
แต่ใครจะคิดว่านอกจากจะไม่ได้ลูกชายคืนแล้วรอนยังต้องถูกดักซ้อมจนอาการเก่ากำเริบต้องนอนพักรักษาตัวอยู่นาน
วาร์กอสได้ยื่นคำขาดว่าหากต้องการตัวเรนอลคืน รอนจะต้องนำคอร์มาซื้อตัวเรนอลไปเท่านั้น
รอนที่ไม่มีทางเลือกต้องหันไปรวบรวมคอร์มา จนในวันนี้เขาก็มีคอร์จำนวนมากพอที่จะซื้อตัวลูกชายเขาคืน
"เอาไปซะ! คอร์ 100,000 ดิลที่แกต้องการ แล้วก็คืนตัวลูกชายของฉันมา"วาร์กอสรับถุงคอร์มาจากรอน แล้วกะน้ำหนักคร่าวๆดู พบว่าคอร์ในถุงคงจะมีอยู่ราวๆ 1 แสนดิลจริง
“โอ้! ไม่น่าเชื่อว่าแค่ไม่กี่เดือนแกจะรวบรวมคอร์มาได้ขนาดนี้ สงสัยวันนี้ฉันคงจะต้องคืนลูกชายให้แกจริงๆสินะ” ทว่าชายหน้าตอบกลับเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ หันไปมองประตูที่รอนพึ่งทำลายแล้วแสร้งพูดด้วยน้ำเสียงใจว่า
“อ้า! ใครกันที่ทำลายประตูสุดรักสุดหวงของฉัน! มันไม่รู้หรือไงว่าประตูนี้เป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษของตระกูลฉัน มันคนนั้นคงไม่ใช่แกนะรอน แต่ดูแล้วคงจะเป็นแกแน่ๆ เฮ้อ! ทำไมแกทำตัวเหมือนอันธพาลอย่างนี้นะ แต่ช่างเถอะเห็นแก่ที่แกเป็นลูกค้าของฉัน ฉันจะคิดราคาค่าเสียหายกับแกถูกๆก็แล้วกัน อืม.. เอาเป็นว่าค่าเสียหายสำหรับประตูของฉันคือ 1 แสนดิลแล้วกัน!”รอนหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียว แผดเสียงร้องอย่างเหลืออดว่า
“แกต้องการจะโกงฉันงั้นหรอวาร์กอส!!”วาร์กอสฉีกยิ้มอย่างไม่ใส่ใจรีลเก็บถุงคอร์เข้าไปในถุงมิติแล้วพูดว่า
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม จำใส่หัวดำๆของแกไว้ซะว่าต่อไปอย่ามาแสดงท่าทีก้าวร้าวกับฉันอีก แล้วฉันก็มีข่าวดีอีกอย่างจะบอกแก ตอนนี้มีคนจะซื้อลูกชายแกไปเป็นทาสแล้วอยากรู้ไหมว่าใคร? คนๆนั้นก็คือเดวาเจ้าของซ่องเกย์ชื่อดังในเมืองอัมมอร์นี้ไงละฮ่าๆๆๆ!”รอนหน้าซีด หัวใจแทบหยุดเต้น ขาสองข้างทิ้งตัวลงคล้ายกับไร้กำลังพูดเสียงสั่นว่า
“ดะ....ได้โปรดเถอะ”วาร์กอสยิ้มเย็นจากนั้นจึงเอ่ยว่า
“เสียใจด้วย ฉันคือพ่อค้า คำพูดอ้อนวอนไม่มีประโยชน์กับฉัน เย็นนี้เดวาจะมารับตัวลูกชายแก ถ้าแกอยากได้ตัวลูกชายแกคืน ก็จงนำคอร์มาซะ 200,000 ดิล แล้วฉันจะยอมคืนลูกชายแกให้!”กล่าวจบวาร์กอสก็สะบัดตูดหันกลับเข้าร้าน
“วาร์กอสสสสสสส”รอนคำรามลั่น ความรู้สึกโกรธเกรี้ยวพุ่งขึ้นสูงฉุดไม่อยู่ คำพูดของวาร์กอสไม่ต่างจากการบอกว่าเขาจะไม่มีวันได้ลูกชายเขาคืน ชายผิวดำคว้าดาบเล่มใหญ่ออกมาเตรียมเสี่ยงชีวิตชิงตัวลูกชายเขา
“นั่นแกจะทำอะไร”เสียงเย็นเอ่ยขึ้นเสียงดัง ผู้มาใหม่คือกลุ่มคนที่สวมใส่ชุดหนังสีดำและมีสัญลักษณ์รูปหัวกะโหลกสีแดงปักอยู่ที่กลางหลัง
“ผู้ดูแลตลาดมืด!”คนรอบข้างที่เฝ้ามองอยู่รอบด้านอุทานขึ้น รอนที่กำลังจะเสี่ยงชีวิตลงมือกับวาร์กอสหน้าเสีย
“กฎของที่นี่คือห้ามต่อสู้กัน ไม่รู้หรือยังไง?”หนึ่งในผู้ดูแลตลาดมืดเอ่ยขึ้นจ้องรอนเขม็ง
“แต่ว่ามันโกง...”
“นั่นมันเรื่องของพวกแก! แต่ที่แกกำลังจะทำตอนนี้มันละเมิดกฎของพวกฉันอยู่ จัดการมันซะ!”สิ้นคำผู้ดูแลตลาดมืดก็พุ่งทะยานเข้าหาชายผิวดำและลงมือทำร้ายเข้าอยากหนักหน่วง
รอนไม่กล้าแม้กระทั่งจะตอบโต้ ถ้าเขาทำอย่างนั้นมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่มากและอาจจะถึงขั้นทำให้เขาต้องจบชีวิตอยู่ที่นี่
ผ่านไปพักหนึ่งผู้ดูแลตลาดมืดก็หยุดมือ ที่พื้นมีร่างของรอนที่เต็มไปด้วยบาดแผลและรอยฟกช้ำนอนสิ้นสติอยู่
“เอามันออกไปทิ้งข้างนอก”ผู้ดูแลตลาดมืดคนเดิมสั่งอีกครั้ง ร่างชายผิวดำถูกลากออกไปไม่ต่างจากขยะ
“ผมขอขอบคุณคุณผู้ดูแลตลาดมืดจริงๆนะครับ ที่มาช่วยผมได้ทันเวลา”วาร์กอสยิ้มประจบ ตลอดเวลาเขาเฝ้ามองดูรอนถูกทำร้ายอยู่
“มันเป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว”ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ผู้ดูแลตลาดมืดกลับจ้องมองวาร์กอสไม่วางตา
วาร์กอสยิ้มแฉ่งแต่ในใจกำลังสบถสาปแช่งรอนอยู่
“ผมขอมอบสิ่งเหล่านี้แทนคำขอบคุณและหวังว่า...”วาร์กอสยื่นถุงขอใบโตให้ผู้ดูแลตลาดมืดและกล่าวประจบประแจง แต่ผู้ดูแลตลาดมืดไม่สนใจคว้าถุงคอร์แล้วเดินจากไปอย่างฉับพลัน ปล่อยให้วาร์กอสยืนหน้าบูดอยู่ด้านหลัง
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ในสายตาชายสวมหน้ากากทั้งหมด เขายืนหนึ่งครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะเดินไปยังทิศที่รอนถูกลากไปทิ้งเมื่อครู่