เมื่อแสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องลงมาทาบท้องฟ้าและป่าเขียวชอุ่ม ลู่เฟิงและพรรคพวกทั้งสี่ก็เตรียมตัวออกเดินทางจากป่าอาถรรพ์ที่เกือบจะคร่าชีวิตพวกเขาไป ความรู้สึกกดดันและหวาดกลัวที่เคยปกคลุมตลอดสามวันที่ผ่านมาเริ่มคลายลง ทว่าลู่เฟิงยังคงมีสีหน้าที่นิ่งเฉย เขาไม่ยอมให้ความโล่งใจเข้าครอบงำจิตใจของเขา เพราะเขารู้ดีว่าการต่อสู้นี้เป็เพียงส่วนหนึ่งของเส้นทางที่เขาต้องเผชิญเท่านั้น"พวกเรากลับหมู่บ้านกันเถอะ" ลู่เฟิงกล่าวเบาๆ แต่ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นทุกคนต่างพยักหน้า พวกเขาต่างเหน็ดเหนื่อยและาเ็จากการต่อสู้กับสัตว์ปีศาจในป่า แต่ก็พร้อมที่จะกลับบ้านเพื่อลืมฝันร้ายนี้ เมื่อพวกเขาเริ่มก้าวเดิน เสียงของนกในป่าก็กลับมาสดใสอีกครั้ง เป็สัญญาณว่าอันตรายได้พ้นผ่านไปแล้วลู่เฟิงเดินนำหน้าพวกเขาไปยังเส้นทางที่คุ้นเคย แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะปลอดภัยแล้ว แต่เขาก็ยังคงระวังตัวทุกย่างก้าว ขณะที่พวกเขาเดินออกจากป่า ความเงียบสงบเข้ามาแทนที่เสียงการต่อสู้และเสียงหายใจที่เหนื่อยหอบ ทั้งห้าคนต่างก็ตั้งหน้าตั้งตากลับบ้าน โดยไม่ได้พูดอะไรกันมากนัก พวกเขารู้สึกเหนื่อยล้าและอยากกลับไปพักผ่อนในบ้านของตนแต่เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงบริเวณที่คุ้นเคยซึ่งเป็ทางเข้าไปยังหมู่บ้าน สิ่งที่พวกเขาเห็นทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงัก ลู่เฟิงยืนนิ่ง ขณะที่ลมหายใจของเขาหยุดลงชั่วขณะ หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบจะะโออกมาจากอก"นี่มัน...เกิดอะไรขึ้นที่นี่?" ซู เซียงกระซิบเสียงสั่น ขณะที่มองไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้าหมู่บ้านที่เคยเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ตอนนี้กลับกลายเป็ภาพแห่งความสูญสิ้น ควันไฟยังคงลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า เศษซากของบ้านเรือนที่เคยมีความอบอุ่นกลับเหลือเพียงเถ้าถ่านและซากปรักหักพัง แสงไฟที่เคยให้ความอบอุ่นตอนนี้กลายเป็เปลวเพลิงที่ยังคงเผาไหม้อย่างรุนแรง บ่งบอกถึงความโหดร้ายที่เพิ่งเกิดขึ้น"ไม่...เป็ไปไม่ได้..." เจียง เหว่ยพึมพำเบาๆ ขณะที่ร่างกายของเขาเริ่มสั่น เขารีบวิ่งไปข้างหน้าอย่างลนลาน เพื่อตามหาคนในครอบครัวของเขา"ท่านพ่อ! ท่านแม่!" หลี่ หยุนะโเรียกขณะที่เขาเองก็วิ่งตามไปด้วยความกังวลใจลู่เฟิงยืนนิ่งอยู่ในตำแหน่งเดิม ใจของเขาหยุดนิ่ง เขารู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง ราวกับว่าเืในกายของเขาถูกแช่แข็ง ความหวังที่เขามีตอนนี้เริ่มหายไปทีละน้อย เมื่อเขาก้าวเดินไปข้างหน้าในที่สุด เขาพบกับภาพที่ทำให้เขาแทบจะทรุดลงกับพื้นศพของชาวบ้านนอนเรียงรายอยู่ทุกแห่งหน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ลู่เฟิงรู้สึกถึงความเ็ปที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย เหมือนหัวใจของเขากำลังถูกบีบจนแทบจะแตกเป็เสี่ยงๆ ทุกๆ ก้าวที่เขาเดินเข้าไปในหมู่บ้าน ความสิ้นหวังและความโกรธแค้นก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเขาเดินมาถึงบ้านของเขาเอง ลู่เฟิงแทบจะหายใจไม่ออก บ้านที่เขาเคยอยู่กับพ่อแม่ ตอนนี้เหลือเพียงซากเถ้าถ่าน และที่ตรงนั้นเอง เขาเห็นร่างสองร่างที่นอนจมกองเือยู่เบื้องหน้า"ท่านพ่อ...ท่านแม่..." ลู่เฟิงกระซิบเสียงแ่ มือของเขาสั่นเมื่อเขาค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ร่างของทั้งสองคน น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของเขาอย่างไม่อาจหยุดยั้งได้ ขณะที่เขาทรุดตัวลงคุกเข่าข้างร่างของพวกเขาทั้งพ่อและแม่ของลู่เฟิงถูกฆ่าอย่างโเี้ พ่อของเขามีาแลึกที่หน้าอก ขณะที่แม่ของเขาก็ถูกแทงซ้ำๆ จนแทบจะจดจำไม่ได้ ลู่เฟิงรู้สึกเหมือนหัวใจของเขาถูกฉีกออกจากร่าง ความเ็ปที่เขารู้สึกในชาติก่อนดูเหมือนจะน้อยนิดเมื่อเทียบกับสิ่งที่เขากำลังเผชิญในตอนนี้เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ กรามของเขากัดแน่นจนแทบจะได้ยินเสียงกระดูกเคลื่อน เสียงหวีดร้องในหัวของเขาดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าความโกรธและความเสียใจที่เขาเก็บกดไว้นานแสนนานกำลังะเิออกมา"ข้า...จะไม่ยอมให้มันจบแบบนี้..." ลู่เฟิงพึมพำ ขณะที่เขารู้สึกถึงพลังที่เริ่มปั่นป่วนในร่างของเขา พลังที่เขาเคยควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ในตอนนี้กลับเริ่มออกนอกลู่นอกทาง ราวกับว่าความโกรธแค้นและความเ็ปกำลังเข้าครอบงำจิตใจของเขา"ลู่เฟิง! ควบคุมตัวเองไว้!" เสียงของระบบดังขึ้นในหัวของเขา เตือนเขาถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นหากเขาปล่อยให้ความรู้สึกนี้เข้าครอบงำแต่ลู่เฟิงกลับไม่สามารถยับยั้งตัวเองได้ ความโกรธแค้นที่ถูกสะสมมานานนับปีเริ่มะเิออกมา พลังที่เขาฝึกฝนมาทั้งชีวิตเริ่มปั่นป่วนและแผ่กระจายออกไปทั่วร่างของเขา ขณะที่เขารู้สึกถึงความมืดที่ค่อยๆ เข้ามาครอบงำจิตใจ'ข้าจะต้องแก้แค้นให้ได้!' ลู่เฟิงะโในใจ ขณะที่เขารู้สึกถึงพลังที่หมุนวนอย่างรุนแรงในร่างกายของเขา"อย่าปล่อยให้ความโกรธครอบงำเ้า!" ระบบเตือนเขาอีกครั้ง "หากเ้าไม่สามารถควบคุมพลังนี้ได้ เ้าจะต้องสูญเสียทุกสิ่งที่เ้าเคยมีมา!"ลู่เฟิงหายใจแรง พยายามยับยั้งตัวเองจากความโกรธที่พลุ่งพล่าน แต่ภาพของพ่อแม่ที่ถูกฆ่าอย่างโเี้ยังคงอยู่ในหัวของเขา ราวกับเป็เปลวไฟที่ไม่อาจดับได้"ข้าจะ...ข้าจะไม่ยอมให้มันจบแบบนี้..." ลู่เฟิงกล่าวด้วยเสียงแ่เบา ขณะที่เขาพยายามควบคุมตัวเอง พลังที่ปั่นป่วนค่อยๆ ลดลง เมื่อเขานึกถึงคำพูดของระบบ'ข้ายังมีสิ่งที่ต้องทำ ข้ายังมีภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จ... ข้าจะต้องแก้แค้น!'ในที่สุด ลู่เฟิงก็สามารถควบคุมตัวเองได้ เขาค่อยๆ ผ่อนคลายหมัดที่กำแน่นและยืนขึ้นช้าๆ แม้ว่าความเ็ปและความโกรธยังคงอยู่ แต่เขาก็รู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะปล่อยให้มันครอบงำตัวเอง
"พวกมันทำกับข้า ข้าจะไม่ยอมปล่อยให้มันหนีรอดไปได้!' ลู่เฟิงคิดอย่างหนักแน่น ขณะที่เขาก้าวถอยหลังไปจากร่างที่ไร้ชีวิตของพ่อแม่ เขายืนมองบ้านของตัวเองที่ถูกเผาจนมอดไหม้ แม้ว่าไฟจะดับลงแล้ว แต่กลิ่นควันและกลิ่นเืก็ยังคงคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ลู่เฟิงมองภาพนั้นราวกับ้าจดจำมันให้ขึ้นใจในใจของลู่เฟิง ความรู้สึกของความสูญเสียมันยิ่งใหญ่เกินจะรับไหว แม้เขาจะรู้ดีว่าการแก้แค้นจะไม่สามารถนำพ่อแม่เขากลับมาได้ แต่ไฟแห่งความโกรธและความแค้นในใจเขาก็ไม่สามารถดับลงได้เช่นกัน"พวกมันจะต้องชดใช้..." ลู่เฟิงกระซิบเบาๆ กับตัวเอง ขณะที่เขาหันหลังและเริ่มเดินออกจากซากบ้านที่เคยเป็ที่พักพิงของเขา ความตั้งใจที่จะแก้แค้นนั้นแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ เหมือนหินที่ถูกตอกลงไปในดินอย่างลึกซึ้งขณะที่ลู่เฟิงเดินกลับไปยังจุดที่เขาแยกกับเพื่อนๆ เสียงแห่งความสูญเสียก็ดังอยู่ในหัวของเขา มันเป็เสียงที่ยากจะบรรยาย ราวกับหัวใจของเขาถูกบีบและขยายตัวพร้อมกัน เขาอยากจะกรีดร้อง อยากจะปล่อยให้ทุกสิ่งที่อยู่ในใจออกมา แต่มันกลับเหมือนสิ่งที่เขาต้องเก็บเอาไว้ข้างใน ไม่อาจปล่อยออกมาได้เมื่อเขาเดินกลับมาถึงจุดที่เพื่อนๆ ของเขายืนรออยู่ ทุกคนต่างมองเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวของลู่เฟิง แม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดอะไร แต่ความเ็ปและความโกรธในแววตาของเขาก็ชัดเจนจนไม่อาจปิดบังได้"ลู่เฟิง..." หลี่ หยุนพูดขึ้นเบาๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อไปดี ทุกคนต่างก็เห็นถึงความเ็ปในสายตาของลู่เฟิง แต่ไม่มีใครกล้าที่จะเอ่ยปากถามลู่เฟิงหยุดยืนตรงหน้าพวกเขา แล้วหันกลับไปมองซากหมู่บ้านที่เขาเคยเรียกว่าบ้านอีกครั้งหนึ่งในชีวิต เขาไม่อาจลืมภาพนี้ได้ มันจะเป็ตราบาปที่เขาต้องแบกรับไปตลอดชีวิต มันจะเป็แรงขับเคลื่อนที่ทำให้เขาไม่ย่อท้อ"พวกเราต้องออกไปจากที่นี่" ลู่เฟิงกล่าวเสียงเรียบ แต่หนักแน่น ไม่มีวี่แววของความลังเลแม้แต่น้อยในน้ำเสียงของเขา"แล้วพวกชาวบ้านล่ะ?" ซู เซียงถามขึ้น เธอรู้สึกสับสนและเสียใจที่ไม่สามารถช่วยเหลือใครได้ลู่เฟิงหันไปมองเธอด้วยสายตาที่เฉียบคม "ไม่มีใครรอดชีวิต เราไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว"ความเงียบเข้ามาปกคลุมกลุ่มเพื่อนทั้งห้าคน แต่ละคนต่างก็มองหน้ากันด้วยความสิ้นหวังและเสียใจ แต่พวกเขาก็รู้ดีว่าลู่เฟิงพูดถูก สิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้ตอนนี้คือการเดินหน้าต่อไปพวกเขาเริ่มเดินทางออกจากหมู่บ้านด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในใจ ลู่เฟิงเป็ผู้นำทางในขณะที่เขารู้สึกถึงความโกรธที่ถูกสะสมไว้ในใจอย่างเต็มที่ เขาไม่พูดอะไรอีก ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองหมู่บ้านที่ครั้งหนึ่งเคยเป็บ้านของเขาอีกแล้ว ในใจของลู่เฟิงมีเพียงแผนการแก้แค้นที่กำลังเริ่มก่อร่างขึ้นตลอดการเดินทาง ลู่เฟิงมุ่งมั่นที่จะไม่แสดงความอ่อนแอออกมา เขาได้สาบานกับตัวเองว่าจะไม่ให้ความเ็ปครั้งนี้กลายเป็อุปสรรคต่อการบรรลุเป้าหมายของเขา เขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้น และจะไม่ยอมให้ใครหรืออะไรมาขวางทางเขาได้เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงเขตเมืองเล็กๆ ที่อยู่ใกล้เคียง ลู่เฟิงก็ตัดสินใจที่จะใช้โอกาสนี้ในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับศัตรูที่เขา้าแก้แค้น เขา้ารู้ว่าพวกมันเป็ใคร มาจากที่ไหน และมีแผนการอะไรต่อไป ข้อมูลทั้งหมดนี้จะเป็กุญแจสำคัญที่จะนำเขาไปสู่การแก้แค้นในขณะที่ลู่เฟิงเดินทางไปยังโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเมือง เขารู้สึกถึงความตื่นตัวที่สูงขึ้นทุกวินาที ราวกับว่าความแค้นในใจของเขากำลังให้พลังและความมุ่งมั่นใหม่แก่เขา ไม่มีสิ่งใดที่จะหยุดยั้งเขาได้แล้วในตอนนี้เมื่อเขาก้าวเข้าไปในโรงเตี๊ยม ลู่เฟิงก็พบกับกลุ่มคนหลายคนที่นั่งพูดคุยกันอยู่ เขาตัดสินใจที่จะนั่งลงใกล้ๆ กลุ่มหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็พ่อค้าและนักเดินทาง พวกเขากำลังแลกเปลี่ยนข่าวสารและข้อมูลกัน ลู่เฟิงนั่งลงอย่างเงียบๆ และเริ่มฟัง"ข้าบอกเ้าแล้วว่าอย่าไปยุ่งกับพวกมัน!" ชายคนหนึ่งพูดขึ้นเสียงดัง "เ้าจะรู้มั้ยว่าพวกนั้นคือใคร? พวกมันคือกลุ่มนักฆ่าที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง!"ลู่เฟิงหรี่ตาแล้วเริ่มตั้งใจฟังอย่างเต็มที่ เขารู้สึกถึงความหวังที่เล็กๆ เริ่มจุดประกายขึ้นในใจของเขา"ข้าได้ยินมาว่าพวกมันมีฐานที่มั่นอยู่ในหุบเขาแห่งหนึ่งในูเาไกลโพ้น" ชายอีกคนกล่าวต่อ "ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าไปที่นั่นได้ และผู้ที่พยายามเข้าไปก็ไม่เคยกลับออกมาเล่าเื่ได้เลย""แต่ข้าได้ยินว่าพวกมันเพิ่งโจมตีหมู่บ้านหนึ่งเมื่อไม่กี่วันมานี้" ชายอีกคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น "หมู่บ้านเล็กๆ ที่ไม่มีความสำคัญอะไร แต่ก็ยังถูกเผาจนพังพินาศ""แล้วเ้ารู้มั้ยว่าทำไมพวกมันถึงโจมตีหมู่บ้านนั้น?" ชายคนแรกถามขึ้นอย่างสนใจ"ว่ากันว่าเป็การล้างแค้นหรืออะไรสักอย่าง" ชายคนที่สองตอบ "พวกมัน้าให้ทุกคนรู้ว่าหากมีใครกล้าขัดขวางพวกมัน พวกมันจะไม่ละเว้น"ลู่เฟิงฟังแล้วความโกรธในใจเขายิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขารู้แล้วว่าพวกคนที่ฆ่าพ่อแม่ของเขาและทำลายหมู่บ้านของเขาคือใคร พวกมันคือกลุ่มนักฆ่าที่โเี้และไม่มีใครกล้าต่อกร และมันยิ่งทำให้ไฟแค้นในใจของเขาลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง'ข้าจะไม่ยอมให้พวกมันหนีรอดไปได้ ข้าจะต้องแก้แค้นให้ได้ ไม่ว่าจะต้องเสียอะไรก็ตาม!' ลู่เฟิงคิดอย่างมุ่งมั่น ขณะที่เขาลุกขึ้นจากที่นั่งและเดินออกจากโรงเตี๊ยมโดยไม่พูดอะไรเมื่อเขาออกมานอกโรงเตี๊ยม ลู่เฟิงก็ยืนมองไปยังท้องฟ้าที่มืดมน เขายืนอยู่ที่นั่นอย่างสงบ แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เขารู้ว่าเส้นทางข้างหน้านี้จะเต็มไปด้วยอุปสรรคและความยากลำบาก แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันทุกอย่าง'ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้น ข้าจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อเผชิญหน้ากับพวกมัน ข้าจะไม่ยอมให้พวกมันหนีรอดไปได้!' ลู่เฟิงสาบานกับตัวเอง