ระดับพลังของพวกเขาทั้งสองล้วนอยู่ในขั้นสามัญระดับกลางเช่นกัน อีกทั้งยังเปิดเส้นลมปราณที่หนึ่งเท่ากัน หานเฟิงพุ่งเข้าโจมตีหานหวา หานหวากลับไม่อาจปัดป้องความเคลื่อนไหวของหานเฟิงได้แม้แต่น้อย!
เด็กหนุ่มหลาย ๆ คนเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง ดวงตาแทบถลนออกมา
หานหลินและคนอื่น ๆ หรี่ตาลง
จนกระทั่งเสียงของครูฝึกหลินดังขึ้น พวกเขาถึงได้สูดหายใจเข้า
กรงเล็บสยบนิ่งขั้นสมบูรณ์!
เขาถึงกับฝึกปรือทักษะวิชากรงเล็บสยบนิ่งกระทั่งบรรลุขั้นสมบูรณ์แล้ว ไม่น่าเล่าเขาจึงสามารถเอาชนะหานหวาได้ภายในพริบตาเดียว กรงเล็บสยบนิ่งของหานหวาเพียงแค่เข้าใกล้ขั้นเล็ก ๆ ของวิชากรงเล็บสยบนิ่งเท่านั้น
ครูฝึกหลินวันนี้ต้องตกตะลึงเพราะหานเฟิงมากเกินไปแล้ว จนกระทั่งเขาชาไปทั้งตัว "ความเข้าใจของเ้าเด็กคนนี้สูงยิ่งนัก แม้กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามัญระดับปลาย ยังต้องใช้เวลาถึงสองสามเดือนเพื่อฝึกวิทยายุทธ์พื้นฐานขั้นสูงนี้ให้สำเร็จขั้นสมบูรณ์ ทว่าเ้าเด็กคนนี้พึ่งอยู่เพียงแค่ขั้นสามัญระดับกลาง ทั้งยังพึ่งเปิดเส้นลมปราณที่หนึ่ง...."
หานหลินนิ่งอึ้ง "ข้าเพียงแค่พึ่งสำเร็จขั้นเล็ก ๆ ของกรงเล็บสยบนิ่งเมื่อไม่กี่วันก่อน เ้าคนนี้...."
"โชคดีที่ข้าเปิดเส้นลมปราณที่สี่แล้ว กำลังภายในของข้าไปไกลเกินกว่าหานเฟิง ไม่เช่นนั้น...."
หานหรงและหานเจิ้งสีหน้าพลันเคร่งขรึมลง พลังของกรงเล็บสยบนิ่งขั้นสมบูรณ์นั้นเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ด้วยกำลังภายในหนึ่งเส้นลมปราณของเขา หากไม่ใช่เพราะไม่ได้ท้าประลองกับพวกเขาแล้วล่ะก็ พวกเขาประมาทเลินเล่อแม้เพียงน้อยนิด ก็อาจจะพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย
ทั้งสองคนมองหานเฟิงด้วยสายตาล้ำลึก
ครูฝึกหลินสูดหายใจเข้าเฮือกหนึ่ง "หานหวาล้มเหลวในการท้าประลองกับหานเฟิง หานหวาขาดคุณสมบัติ หานเฟิงได้เป็หนึ่งในสิบผู้เข้าร่วมฝึกฝน!"
"ต่อจากนี้ เชิญทุกคนเลือกคู่ต่อสู้ที่ตนจะท้าประลอง"
หานเฟิงพึ่งเอาชนะหานหวาไปในกระบวนท่าเดียว ผู้ใดจะกล้าท้าประลองกับหานเฟิงอีกเล่า?
ในใจของทุกคน หานเฟิงได้พุ่งทะยานขึ้นสู่ลำดับยอดฝีมือระดับเดียวกันกับหานหรงผู้ที่เปิดเส้นลมปราณที่สองแล้ว
หานหวาถอยออกไปด้วยรอยยิ้มเหี่ยวแห้งเพียงลำพัง คนผู้หนึ่งสามารถท้าประลองได้เพียงครั้งเดียว บัดนี้เขาถูกกำจัดแล้ว หานหวารู้สึกเสียดายอยู่บ้างเล็กน้อย หากเขาเลือกผู้อื่นเป็คู่ต่อสู้ ด้วยกำลังของเขา เขาอาจจะสามารถแทนที่ผู้อื่นได้ จักโทษก็ต้องโทษจิตใจที่อิจฉาริษยาหานเฟิงของเขาเอง
การท้าประลองสองสามครั้งถัดไป ทั้งหมดสามในเก้าคนของผู้ชนะก่อนหน้านั้นตกรอบไป
หานเลี่ยยังโชคดีพอที่จะรั้งอยู่ในตำแหน่งหนึ่งในเก้าคน แน่นอนว่านี่เกี่ยวพันถึงระดับพลังของเขา
ทั้งเก้าคนยืนอยู่ด้วยกันกับหานหลิน ทั้งหมดเป็สิบสองคน
ครูฝึกหลินมองทั้งสิบสองคนด้วยสายตาเปล่งประกาย ผ่านไปเนิ่นนาน จากบรรดาคนทั้งสิบสองคนที่กำลังอกสั่นขวัญแขวน เขาได้เลือกสองคนออกมา
"พวกเ้าสองคนเป็สองคนที่รั้งท้ายในบรรดาสิบสองคนในแง่ความแข็งแกร่ง ข้าให้พวกเ้าถอนตัว พวกเ้าสองคนจะเชื่อฟังหรือไม่? "
ทั้งสองคนพยักหน้าด้วยรอยยิ้มฝืดฝืน พวกเขาไม่ได้โง่เขลา การประลองและการท้าประลองก่อนหน้านี้ทำให้พวกเขาได้เข้าใจระดับของตนเอง พวกเขาทั้งสองคนเป็ผู้ที่อ่อนแอที่สุดในหมู่ทั้งสิบสองคน ั้แ่แรกพวกเขาก็เข้าใจในจุดนี้แล้ว
ครูฝึกหลินหัวเราะออกมา "อย่าได้ผิดหวังไป มาถึงขั้นนี้ได้ พวกเ้าก็นับว่าดีที่สุดแล้ว กล่าวได้ว่าเป็ชั้นยอดก็ไม่เกินจริง เมื่อพวกเ้าเติบโตขึ้น บางทีอาจสามารถก้าวข้ามข้าไปได้ ถึงยามนั้น ก็ถึงคราวที่พวกเ้าต้องสอนข้าบ้างแล้ว"
ยามนี้เอง ดวงตาของทั้งสองคนจึงมีประกายกลับมาดังเดิม
หานเฟิงยิ้มประชดอยู่ข้าง ๆ สองคนนี้อาจก้าวข้ามครูฝึกหลินคนปัจจุบันจริง ๆ หรือแม้กระทั่งเติบโตไปเหนือกว่าขั้นมนุษย์สี่ดารา ทว่าครูฝึกหลินก็ไม่มีทางหยุดนิ่งเช่นกัน ผู้ใดจะรู้ว่าภายหน้าจะเกิดสิ่งใดขึ้น ครูฝึกหลินช่างเชี่ยวชาญในการหลอกคนเสียจริง ๆ
ครูฝึกหลินปรบมือ "บัดนี้ก็ใกล้ยามบ่ายแล้ว แยกย้ายเถอะ หานหลิน หานหรง หานเจิ้ง หานเฟิง หานเลี่ย...."
"เช้าตรู่พรุ่งนี้พวกเ้าทั้งสิบคนมารวมตัวกันที่นี่ ข้าและสมาชิกกลุ่มออกล่าจะนำพวกเ้าขึ้นไปฝึกบนเขายอดหยก"
"พวกเ้าจะต้องเตรียมตัวให้ดี อย่าได้กลัวสัตว์อสูรเสียจนฉี่ราดกางเกงล่ะ ฮ่าๆๆๆ!"
ทั้งสิบคนกลอกตามองบน ฉี่ราดกางเกงหรือ?ดูถูกพวกเขาเกินไปแล้วกระมัง
ครูฝึกหลินหมุนตัวจากไป ใบหน้ายังปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก ลอบคิดในใจ 'ข้าดูถูกพวกเ้าหรือ?เป็พวกเ้าน่ะสิเ้าพวกลูกลิง ที่ดูถูกสัตว์อสูรเกินไปแล้ว!"
"สัตว์อสูรบนป่ายอดหยก ไม่เหมือนกับสัตว์อสูรที่ตระกูลเลี้ยงจนเชื่องแม้แต่น้อย"
"ข้าจะตั้งตารอดูว่าพรุ่งนี้พวกเ้าจะทำอย่างไร ฮ่าๆๆๆ!"
ในห้องโถงหลักตระกูลหาน ครูฝึกหลินและครูฝึกสตรีอีกคนรายงานผลการแข่งขันให้เหล่าผู้าุโฟัง
ในห้องโถงมีเพียงเสียงความเงียบที่ดังอยู่เท่านั้น
ผ่านไปเนิ่นนาน หานอวี้จึงหัวเราะออกมาอย่างตื่นเต้นดีใจ "ฮ่าๆๆๆ ผู้าุโสี่ ผู้าุโใหญ่ เฟิงเอ๋อร์ยามนี้กลายเป็หนึ่งในสมาชิกที่จะได้ไปฝึกแล้ว ตามที่หลินเยวี่ยรายงาน เฟิงเอ๋อร์ใกล้จะทะลวงเส้นลมปราณที่สองแล้ว ความเร็วในการฝึกฝนขั้นนี้ หรือว่าจะยังเทียบไม่ได้กับกู่วั่นธรรมดา ๆ ผู้หนึ่งอีก? "
ใบหน้าของผู้าุโสี่และผู้าุโใหญ่แข็งค้าง พวกเขานึกไม่ถึงว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็เช่นนี้ ระดับกำลังภายในของหานเฟิงในตอนนี้ ก่อให้เกิดพายุลมปั่นป่วนในใจพวกเขาแล้ว
ทั้งสองมองหน้ากัน หากเขายังคงฝึกฝนด้วยความเร็วระดับนี้ต่อไป ภายในไม่กี่ปี เขาจะต้องมีความสามารถกลายเป็ยอดฝีมือขั้นล้ำลึกเป็แน่ เช่นนั้นตระกูลหานของพวกเขา....
เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้ว ผู้าุโทั้งสองก็ตัดสินใจได้
ผู้าุโใหญ่ลูบเคราขาวของตน พลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ท่านผู้นำตระกูลมีหลานชายเช่นนี้ ช่างทำให้ข้าอิจฉาเสียจริง ๆ ตระกูลพวกเราจะต้องพยายามบ่มเพาะเขาอย่างสุดความสามารถแน่นอน"
จนกระทั่งบัดนี้ตระกูลหานยังอยู่ในขั้นพัฒนา เพื่อจะพัฒนาความแข็งแกร่งของตระกูลให้มากขึ้น พวกเขาพยายามอย่างหนักที่จะรับสมัครผู้แข็งแกร่งจากภายนอก นับประสาอะไรกับอัจฉริยะที่เกิดจากในตระกูลตนเอง
ผู้าุโสี่ฝืนยิ้มออกมา "ท่านผู้นำตระกูลวางใจ ทางด้านกู่วั่น ข้าจะต้องไปตักเตือนเขาอย่างแน่นอน"
กู่วั่นได้ยินข่าวว่าผู้าุโสี่เรียกตัวเขาไป ก็ตื่นเต้นขึ้นมา "บางทีบทลงโทษเ้าเด็กนั่นอาจกำหนดลงมาแล้ว เ้าเด็กสารเลว กล้าดีอย่างไรมาตีข้าเสียอ่วมเช่นนี้!"
ทว่าเมื่อกู่วั่นไปพบกับผู้าุโสี่และเห็นสีหน้ามืดครึ้มของเขา หัวใจเขาพลันเต้นระรัว ลางสังหรณ์ร้ายผุดขึ้นในสมองของกู่วั่น
ดังคาด ผู้าุโสี่ะโด่าออกมา "กู่วั่น ข้าให้ความสำคัญกับเ้าเพียงนั้น เ้ากลับกล้าทำความผิดพลาดใหญ่โตเช่นนี้ออกมาได้ มิหนำซ้ำยังกล้าซุกซ่อนศิลาิญญาเป็ประจำ!"
"ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเป็ความผิดของเ้า แต่เ้ายังไม่รู้ผิดชอบชั่วดีไปตำหนิหานเฟิง หานเฟิงเป็ลูกหลานสายตรงของตระกูล หรือว่ากระทั่งลูกหลานสายตรงของตระกูลยังไม่นับเป็อันใดในสายตาเ้า? "
"ในสายตาเ้าข้าเป็เพียงคนที่เอาไว้หลอกใช้ใช่หรือไม่!"
กู่วั่นสีหน้าซีดเผือด เขารีบร้อนคุกเข่าลงกับพื้น "ผู้าุโ ข้าไม่มีความคิดเช่นนั้นอย่างแน่นอน ข้ายังจดจำบุญคุณท่านที่ช่วยข้าไว้ในตอนนั้นได้เสมอนะขอรับ"
"แต่ข้าทำให้ผู้าุโผิดหวังแล้วจริง ๆ ข้าถูกอำนาจพาให้ตาพร่ามัว นำมาซึ่งความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง ต่อไปข้าไม่กล้าทำเช่นนี้อีกแล้วขอรับ"
หลังจากได้ยินคำตำหนิจากผู้าุโสี่ กู่วั่นจะไม่รู้ได้อย่างไรกัน สนามรบนี้ เขาพ่ายแพ้ให้กับหานเฟิงแล้ว
ไพ่ตายที่ใหญ่ที่สุดที่ทำให้เขากล้าพุ่งเป้าไปที่หานเฟิง เป็เพราะมีผู้าุโสี่คอยหนุนหลัง บัดนี้แม้กระทั่งผู้าุโสี่ยังไม่ช่วยเขาแล้ว เขายังจะดันทุรังสู้กับหานเฟิงได้อย่างไร
อีกทั้งดูจากสถานการณ์แล้ว ผู้าุโสี่รู้แล้วว่าเขาทำสิ่งใดเป็ประจำ
ผู้าุโสี่โบกมือ "ควรทำอย่างไรคิดว่าเ้าคงรู้แล้ว ถอยออกไปเถอะ!"
"เห็นแก่หน้าข้า ตระกูลย่อมไม่เตรียมบทลงโทษสาหัสสากรรจ์ไว้ให้เ้า เพียงแต่เ้าอาจไม่เป็ผู้ดูแลอีกต่อไปแล้ว"
"ขอรับ!" กู่วั่นสีหน้าซีดเซียว ยกมือเช็ดเหงื่อกาฬที่ไหลลงมาจากหน้าผากเขาก่อนจะถอนตัวออกไป