ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต

    เล่มที่ 2 บทที่ 49 แปรพักตร์ต่อหน้าศัตรู ปฐมบทแห่งศึกนองเลือด

            “ต่อหน้านินจานักฆ่าพันศพ ทาเคดะ จิโร่ ผู้นี้แกยังกล้าขัดขืนอย่างเปล่าประโยชน์อีกเหรอ เพื่อเป็นการลงโทษ ฉันตัดสินใจแล้วว่าเดี๋ยวจะควักหัวใจแกออกมาเชือดกินสดๆ ต่อหน้าต่อตาพวกที่เหลือเลยแล้วกัน”

            ทาเคดะจิโร่ มองดูหลี่ว์อันที่กำลังยืนตกตะลึงจนตาค้างพร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            “ไม่! อย่า!! อย่าทำผมเลย!!!”

            คราวนี้หลี่ว์อันหวาดกลัวจนสติหลุดขวัญหนีดีฝ่อจนฉี่แทบราด เขาถึงกับเข่าอ่อนทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าทาเคดะ จิโร่เสียงดัง“ตึง” ก่อนจะพูดละล่ำละลักด้วยเสียงสั่นเครือ“ทะ... ท่านครับ ได้โปรดไว้ชีวิตผมด้วยเถอะ ขอแค่ยอมปล่อยผมไปผมยอมเป็นสุนัขรับใช้ให้ทุกเรื่องเลยครับ”

            “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

            เมื่อเห็นท่าทางของหลี่ว์อันทาเคดะ จิโร่ ก็หัวเราะลั่นด้วยความลำพองใจขณะที่หัวเราะเขาก็ไม่ลืมที่จะหันไปมองพวกของลู่เซิ่งด้วยสายตาเหยียดหยามและท้าทาย“เห็นหรือยัง? นี่แหละคือไอ้พวกหมูชั้นต่ำชนชาติที่ขี้ขลาดตาขาว ฉันแค่ใช้เล่ห์เหลี่ยมเล็กน้อยก็ทำให้พวกแกยอมสยบแทบเท้าได้ง่ายๆ แล้ว”

            “แก!”

            เมื่อได้ยินถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามที่แทงใจดำเช่นนี้ลู่เซิ่งและคนอื่นๆ ต่างก็มีสีหน้าปั้นยากด้วยความโกรธแค้น

            โดยเฉพาะสวี่ซาซาที่ตะโกนใส่หลี่ว์อันอย่างเหลืออด“หลี่ว์อัน!! ทาเคดะ จิโร่ เป็นศัตรูคู่อาฆาตของประเทศเสินเซี่ยนะแกทรยศบ้านเกิดเมืองนอนตัวเองแบบนี้ ไม่กลัวฟ้าผ่าตายหรือไง?”

            “ถุย! ตอนนี้คนที่ตกอยู่ในอันตรายคือฉัน ไม่ใช่พวกแกเสียหน่อยพวกแกน่ะสิที่ดีแต่พูดแต่ไม่ต้องมารับผิดชอบอะไร!”

            น่าเสียดายที่หลี่ว์อันไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อยเดิมทีเขาก็เป็นคนประเภทรักตัวกลัวตายอยู่แล้ว และเมื่อต้องเผชิญหน้ากับทาเคดะจิโร่ เขาก็ไม่สามารถยกพี่ชายขึ้นมาเป็นไม้ตายเพื่อกดดันได้

            เพราะทาเคดะจิโร่ คนนี้เป็นผู้ใช้อาชีพจากประเทศวอหนูเขาคือศัตรูตัวฉกาจของประเทศเสินเซี่ยอยู่แล้วไม่มีทางมาสนใจหรอกว่าเบื้องหลังของหลี่ว์อันจะยิ่งใหญ่แค่ไหน

            เมื่อคิดได้ดังนั้นหลี่ว์อันก็ยิ่งมั่นใจในความคิดก่อนหน้านี้ของตนเอง เขาตะโกนใส่ทาเคดะ จิโร่อีกครั้ง“ทะ... ท่านครับ ได้โปรดรับผมไว้เถอะผมสามารถเป็นสายลับให้ท่านในเมืองกระดูกโลหิตได้ผมจะรายงานความเคลื่อนไหวของผู้ใช้อาชีพจากประเทศเสินเซี่ยให้ทราบทุกอย่างเองครับ”

            “หึหึ แกนี่มันเป็นหมูที่รู้จักเอาตัวรอดจริง”

            เมื่อทาเคดะจิโร่ ได้ยินดังนั้น เขาก็ไม่ได้ลงมือกับหลี่ว์อันต่อแต่กลับหยุดคิดครู่หนึ่งก่อนจะโบกมือกล่าวว่า “เอาเถอะพอดีช่วงนี้ฉันมีภารกิจด่วนที่ต้องรีบหาตัวผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะของประเทศเสินเซี่ยที่ชื่อลั่วเซวียนเซวียนให้พบโดยเร็วที่สุดแกช่วยระบุร่องรอยของยัยนั่นให้ฉันได้ ฉันก็ไม่เกี่ยงหรอกถ้าจะให้ละเว้นชีวิตหมาๆของแกสักครั้ง”

            “ขอบพระคุณครับท่าน มั่นใจได้เลยผมจะรีบช่วยท่านสืบหาที่อยู่ของลั่วเซวียนเซวียนให้เร็วที่สุด!”

            พอได้ยินคำพูดนี้หลี่ว์อันก็รู้สึกเหมือนได้รับอภัยโทษทันที เขาเอาแต่โขกศีรษะให้ทาเคดะ จิโร่ ซ้ำๆพร้อมกับรีบประกาศความจงรักภักดีอย่างร้อนรน

            “ดีมาก!”

            ทาเคดะจิโร่ เห็นเช่นนั้นจึงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

            “ลั่วเซวียนเซวียน?”

            เมื่อได้ยินชื่อที่คุ้นหูลู่เซิ่งก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ

            แต่เขายังไม่ทันจะได้เอ่ยปากถาม

            ในตอนนั้นเองหลี่ว์อันที่ดูเหมือนกลัวว่าทาเคดะ จิโร่ จะเปลี่ยนใจฆ่าเขาก็กลอกตาคิดแผนการแล้วรีบยกมือขึ้นชี้ไปที่ลู่เซิ่งพร้อมตะโกนเสียงดัง“ท่านครับระวังด้วย! เจ้านี่ไม่ใช่พาลาดินทั่วไปแต่มันคือผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะที่มีพลังรบไม่ธรรมดาเลย!”

            “อะไรนะ? ผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะงั้นเหรอ?”

            ทาเคดะจิโร่ ชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความคาดไม่ถึง

            ทว่าเพียงพริบตาเดียวหลังจากนั้นเขาก็ได้สติคืนมา ดวงตาพลันเป็นประกาย เขาจ้องมองไปที่ลู่เซิ่งพลางแสยะยิ้มกว้าง“ฮ่าๆ! นึกไม่ถึงเลยว่าการออกมาเดินเล่นแก้เซ็งครั้งนี้จะได้เจอกับรางวัลใหญ่ที่น่าประหลาดใจแบบนี้!”

            “แย่แล้ว!”

            เมื่อเห็นทาเคดะจิโร่ เบนเป้าหมายมาที่ลู่เซิ่ง เฉาอวี่ก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมากเขาเร่งคนข้างหลังอีกครั้ง “ลู่เซิ่งอย่ามัวแต่ยืนบื้ออยู่เลย รีบหนีไปเร็วเข้า!”

            “ใช่แล้วลู่เซิ่ง นายเป็นผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะเป็นความหวังในอนาคตของประเทศเสินเซี่ยเรา ถ้านายต้องมาตายที่นี่ความสูญเสียของประเทศเราคงจะใหญ่หลวง”

            สวี่ซาซาก็เอ่ยเตือนอยู่ข้างๆเช่นกัน

            หลังจากพูดจบเธอก็ขยับก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ยืนเคียงข้างกับเฉาอวี่เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่ตั้งใจจะช่วยถ่วงเวลาเพื่อเปิดทางหนีให้เขา

            “นี่พวกนาย...”

            เมื่อมองแผ่นหลังที่แน่วแน่ของทั้งสองคนลู่เซิ่งก็รู้สึกซาบซึ้งจนเกือบจะมีน้ำตาคลอ

            ทว่าเขาก็ยังคงไม่หนีไปไหนกลับมองทั้งคู่แล้วถามกลับด้วยเสียงทุ้มต่ำ “แล้วถ้าฉันหนีไปพวกนายจะทำยังไง?”

            “นายกับพวกเราไม่เหมือนกัน พวกเราเป็นแค่อาชีพสายต่อสู้ทั่วไปชีวิตไร้ค่าของพวกเรา ต่อให้ตายไปก็ไม่ส่งผลกระทบอะไรมากหรอก”

            สวี่ซาซาตอบโดยไม่หันกลับมามอง“ยิ่งไปกว่านั้นถ้าพวกเราสามารถปกป้องผู้ใช้อาชีพระดับอัจฉริยะให้ประเทศได้ก่อนตายต่อให้ต้องลงไปในยมโลกพวกเราก็ยังสามารถยืดอกเผชิญหน้ากับเหล่าบรรพบุรุษผู้เสียสละได้อย่างเต็มภาคภูมิ”

            “ใช่แล้ว!”

            เฉาอวี่พยักหน้าเห็นด้วยที่สุดก่อนจะฉีกยิ้ม “นินจาแห่งฝูซางเฮงซวยอะไรนั่นฉายานักฆ่าพันศพบ้าบออะไรนั่น วันนี้ต่อให้คนแซ่เฉาต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ฉันก็จะกัดเนื้อไอ้เดรัจฉานสารเลวให้หลุดออกมาสักชิ้นให้ได้”

            คำพูดแต่ละคำประโยคแต่ละประโยค

            เมื่อเห็นคนทั้งสองเปี่ยมไปด้วยเลือดรักชาติขนาดนี้แม้จะต้องเผชิญหน้ากับอาชีพเฉพาะตัวที่แข็งแกร่งของประเทศวอหนูอย่าง‘นินจาแห่งฝูซาง’ แต่พวกเขาก็ไม่ได้แสดงความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อยและสาบานว่าจะปกป้องเขาจนตัวตาย

            “ดี! ดี! ดีมาก!”

            ในที่สุดลู่เซิ่งก็ไม่อาจสะกดกลั้นความตื่นเต้นในใจได้อีกต่อไปเขาฉีกยิ้มกว้างแล้วหัวเราะเสียงดัง “สวี่ซาซาเฉาอวี่ พวกเธอสองคน ฉัน... ลู่เซิ่ง ขอนับถือจากใจจริง”

            สิ้นเสียงนั้นเขาก็ไม่สนใจปฏิกิริยาของคนทั้งสอง ก้าวเท้าออกไปอย่างมั่นคง มุ่งหน้าไปหาทาเคดะจิโร่ ที่อยู่เบื้องหน้าทันที

            “ลู่เซิ่ง นายจะทำอะไร? กลับมานี่เร็ว!”

            เมื่อเห็นเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้ทั้งสวี่ซาซาและเฉาอวี่ต่างก็ตกใจจนหน้าถอดสี และพยายามจะตะโกนห้ามตามหลังไปทันที

            แต่ลู่เซิ่งกลับไม่สะทกสะท้านเขาพูดออกมาเรียบๆ โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองว่า “พวกนายสองคนเบิกตารอดูให้ดีล่ะ วันนี้ฉันจะทำให้พวกนายได้เห็นเองว่าพาลาดินที่แท้จริงน่ะ...คือตัวตนที่แข็งแกร่งได้แค่ไหน”

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต ที่คุณอ่าน