“ โอ้โห ลุงฟงอี้ข้าไม่นึกเลยว่า ปราสาทเทพเซียนจะแข็งแกร่งอย่างนี้ ไม่เช่นนั้นข้าใช้ปราสาทพุ่งชนพวกมันไปตั้งนานแล้ว” เสี่ยวเทียนเอ่ยอย่างสะใจที่ทำลายล้าง สำนัก จงหนันซานจนราบคาบไปแล้ว
“ นายน้อย แต่ท่านก็เปิดเผยไปแล้ว ว่าท่านเป็นผู้ครอบครองปราสาท ต่อไปท่านต้องระวังตัวมากขึ้นกว่านี้ด้วย” ลุงฟงอี้กล่าวเตือน
“ จริงด้วยซิ อาจารย์ คราวนี้ทำยังไงดีล่ะ”
“ ไม่ต้องห่วง ข้าจะสร้างอาวุธให้เจ้าเพิ่มอีก เพียงกระบี่เล่มเดียว คงไม่พอแน่ๆ”
“ อาวุธอะไร หรือขอรับ”
“ ข้าคิดก่อน พลังเจ้ายังอ่อนด้อย ต้องหาที่เหมาะสมกับเจ้า”
“ ในปราสาทก็มีให้เลือกมากมาย ท่านลองไปชมกันดูก่อนก็ได้นะ” ฟงอี้จิตวิญญาณปราสาทแนะนำ
“ ท่านอาจารย์ท่านก็เลือกไปก่อน ข้าขอไปเยี่ยมท่านปู่ก่อนนะ” เสี่ยวเทียนมาถึงบ้านตระกูลเฉินแล้ว ก็เก็บปราสาทเอาไว้ แล้วร่างเสี่ยวเทียนก็ปรากฏลงมาหน้าบ้านตระกูลเฉินพอดี เสี่ยวเทียนเคาะประตูเข้าไป พบคนรับใช้ยืนเฝ้าอยู่ พอเสี่ยวเทียนแจ้งชื่อไป คนรับใช้ยืนงง แต่ก็ให้เข้ามา เพราะไม่คิดว่าเด็กแค่นี้จะมีอันตรายแล้วไม่นาน ก็มีพ่อบ้านเข้ามาหา
“ คุณชายน้อย ท่านจริงๆด้วย ข้าคือพ่อบ้านจิ่ว จำข้าได้ไหม”
“ ลุงจิ่ว ข้าจากไปนานจำได้บ้างไม่ได้บ้าง ขออภัยด้วย ข้ามาเยี่ยมท่านปู่ มีคนแจ้งข่าวว่าท่านไม่สบาย”
“ คุณชายรีบเข้ามาด้านในดีกว่า พวกเจ้ารีบปิดประตู ไม่ต้อนรับผู้ใดทั้งสิ้น” พ่อบ้านจิ่ว รีบพาเสี่ยวเทียนเข้าไปที่ด้านในสุดของบ้าน
“ นายท่าน คุณชายน้อยเสี่ยวเทียนมาแล้วขอรับ”
“ เสี่ยวเทียน เจ้าคือเสี่ยวเทียนจริงๆ หรือนี่” ท่านย่าลุกขึ้นเสี่ยวเทียนพอจะจำท่านย่าได้ ก็รีบเข้าไปคุกเข่าคำนับทันที แล้วเห็นท่านปู่นอนหลับตาบนเตียง มีผู้ชายยืนอยู่ อีกสามคน มีอาสี่ก็มาด้วย
“ เสี่ยวเทียนคำนับอารอง กับ อาสามซะ” อาสี่เข้ามาแนะนำ เสี่ยวเทียนก็รีบคำนับตามธรรมเนียมทันที
“ นี่เจ้าลงจากสำนักมาทำไม เจ้าไม่กลัวเลยหรือยังไง เวลานี้ ทั้งห้าสำนัก กับ สำนักล่าค่าหัว ประกาศจับตัวเจ้าไปทั่วเมืองแล้ว” อาสี่เอ่ยด้วยความเป็นห่วง
“ ข้าไม่กลัว” เสี่ยวเทียนพูดสั้นๆ
“ เอาล่ะ หลานย่า เจ้ามาก็ดีแล้ว พวกเจ้าก็ส่งคนมาคุ้มครอง เสี่ยวเทียนมากๆ หน่อยก็ได้แล้วมั้ง” ท่านย่ากอดเสี่ยวเทียนเอาไว้แล้วเอ่ยโดยไม่รู้เรื่องราวใดใด
“ ท่านแม่ เรื่องราวมันไม่ใช่แค่นี้น่ะซิ หากพวกห้าสำนักรู้เข้า บ้านตระกูลเฉินเราเดือดร้อนแน่” อารองเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ
“ ท่านปู่ป่วยเป็นอะไรขอรับ” เสี่ยวเทียนเอ่ยปากถามทันที แล้วก็เข้าไปดูท่านปู่ใกล้ๆ แล้วก็ใช้นิ้วมือจับชีพจรท่านปู่ ตามที่อาจารย์ลู่เอินบอก
“ ก็โรคคนแก่นั่นแหละ หมอบอกว่ากินยาบำรุง แล้วพักผ่อนก็หาย ไม่เป็นอะไรหรอก แค่เจ็บปวดเวลาอากาศหนาวหรือฝนตกฟ้าร้องเท่านั้น” ท่านย่าเอ่ยอธิบายออกมา
“ นี่เจ้าจับชีพจรท่านปู่ เจ้ารู้วิชาแพทย์ด้วยรึ” เฉินโหลว ลูกของอารอง วัย10ปีชอบแกล้งเสี่ยวเทียนในสมัยก่อน เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
แล้วท่านปู่ค่อยๆ ลืมตาขึ้น พบว่ามีเด็กชายมานั่งอยู่บนเตียง
“ ท่านปู่ ข้าเสี่ยวเทียน”
“ เสี่ยวเทียนรึ ในที่สุดเจ้าก็มา ปู่ไม่เป็นอะไรมากหรอก แค่ปวดเมื่อยตามร่างกายเวลาอากาศเย็น หรือ ฝนฟ้าตกเท่านั้น” ท่านปู่ก็พูดไปตามความคิด แต่เสี่ยวเทียนจับชีพจรแล้วอาจารย์ลู่เอินบอกได้เลยว่าท่านปู่ถูกพิษ
“ ท่านปู่โดนแมงมุมกัดแล้วทำให้เขี้ยวมันหักใน ข้าขอตรวจสอบดูก่อนว่าอยู่ที่ใด ท่านปู่บอกว่าปวดหลังใช่ไหม “ เสี่ยวเทียนตรวจดูด้านหลัง ก็พบรอยแมงมุมกัดจริงๆ ตามที่อาจารย์ลู่เอินบอก เวลานี้มีรอยบวมแดงขึ้น ซึ่งไม่มีใครเห็น พอเสี่ยวเทียนให้ทุกคนดูรอยกัด ทุกคันก็ตกใจ
เสี่ยวเทียนใช้พลังฝ่ามือดูดเขี้ยวแมงมุมที่หักออกมาสองเขี้ยวฝังในอยู่ เอาออกมายาวกว่า 1 นิ้ว ทุกคนตกใจไม่คิดว่า เขี้ยวมันจะยาวขนาดนี้ แล้วเสี่ยวเทียนก็ใช้มือ ปล่อยไปที่แผลที่ถูกกัด อาจารย์ลู่เอินก็ปล่อยพลังเทพบริสุทธิ์รักษาแผลทันที พอแผลหายดีแล้ว ท่านปู่ก็กลับมาแข็งแรงเช่นเดิม
“ ไม่น่าเชื่อ แค่พิษแมงมุมเขี้ยวหักเท่านี้ ทำให้ปู่ต้องนอนปวด ทรมาน มาเป็นเวลานาน ต้องขอบใจเจ้ามากจริงๆ แล้วนี่เจ้ามาได้ยังไง พวกเราไม่มีใครบอกเจ้าเลยนะ เพราะว่า หากให้ห้าเจ้าสำนักรู้ พวกเขาต้องมาจับตัวเจ้าไปแน่”
“ข้าก็ไม่รู้ว่าใคร ส่งข่าวไป แต่ช่างมันเถอะ ในเมื่อท่านปู่หายดีแล้ว ข้าต้องขอตัวกลับสำนักก่อน”
ไม่ทันที่เสี่ยวเทียนจะกลับไป ก็มีคนรับใช้รีบมาแจ้งข่าว ว่ามีคนจากห้าสำนักมารออยู่ที่หน้าบ้านเพื่อจะมาจับตัวเสี่ยวเทียน
“ เฮอะ พวกมันใช้สิทธิอะไรมาจับตัวหลานของข้า บอกทุกคนเตรียมอาวุธ”ท่านปู่ไม่ยอมให้ใครมาจับเสี่ยวเทียน
“ ท่านพ่อ ใจเย็น เราจะไปสู้พวกเขาได้ยังไง รอฟังพวกเข้าก่อนดีกว่า”
“ นั่นซิ พวกเขาแค่ต้องการให้เสี่ยวเทียนไปบวชเป็นเณร สามปีเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนี่” อาสามเอ่ยออกมา แบบนี้เสี่ยวเทียนก็ได้แต่มองหน้า แต่ไม่พูดอะไร
“ เสี่ยวเทียนไม่ได้ทำผิด พวกเขาจะมาทำแบบนี้กับคนของตระกูลเฉินได้ยังไง” อาสี่ก็ไม่เห็นด้วย
“ ทุกคนไม่ต้องห่วง เรื่องนี้ปล่อยให้ข้าจัดการเองเถอะ” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็ออกไปทันที แล้วทุกคนก็รีบตามออกไปติดๆ
หน้าบ้านตระกูลเฉิน ได้มีตัวแทนของสำนักทั้งห้า มากันครบ โดยที่เจ้าสำนัก
จงหนันซาน กับ รองเจ้าสำนักกับศิษย์หลายคนยืน จ้องมองเสี่ยวเทียนด้วยสายตาที่พร้อมจะเผาผลาญร่างของเสี่ยวเทียนให้ไหม้จนวอดวายตามสำนักของเขาไป
รองเจ้าสำนักวัดหลิงซาน หัวหน้าฝ่านสถาบันสงฆ์ ผู้มีฉายาว่าพระคุณเจ้าปราบมาร เดินออกมาข้างหน้าทุกคน แล้วเอ่ยว่า
“ เฉินเสี่ยวเทียน เจ้าอายุเท่านี้ถึงกับทำลายสำนักล่าค่าหัว และ สำนักจงหนันซานภายในคืนเดียว แสดงว่าจิตมารในร่างของเจ้าช่างเหี้ยมโหดยิ่งนัก ข้าในนามตัวแทนสถาบันสงฆ์ คงต้องจับตัวเจ้ากลับไปสำนึกตน ขจัดจิตมารในร่างของเจ้าให้หมดไป”
“ ไม่ได้ มันทำลายล้างสำนักของข้า ภายในคืนเดียว ข้าคงต้องจับมันไปรับโทษที่สำนักของข้า” เจ้าสำนักจงหนันซาน นามว่า จงอี้ถัง ไม่ยอมให้วัดหลิงซานนำตัวไป
“ ข้าว่าเรื่องนี้ สำนักเมฆครามคิดว่า ปล่อยให้สถาบันพรตของข้า ใช้พลังฟ้าดินช่วยกล่อมจิตใจของเขาจะเหมาะสมมากกว่า หากปล่อยเขาไปกับพวกท่าน อาจทำให้ เด็กคนนี้จะได้รับอันตราย ซึ่งทั้งสองท่านต่างก็มีความแค้น ความหลังกับจิตมารมาก่อน” รองเจ้าสำนักเมฆคราม ตัวแทนฝ่ายสถาบันเต๋าเอ่ยแย้งออกมา
“ ข้าไม่เห็นด้วย ตระกูลเฉิน ทุกคนต่างได้รับการศึกษาจากสำนักธรรมเทพยุทธ์ พ่อของเขา เฉินคุน ก็เป็นศิษย์สำนักของเรา ดังนั้น เฉินเสี่ยวเทียนก็ควรที่จะเป็นศิษย์หลานของเราด้วยเช่นกัน พวกท่านไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่งเกี่ยวในตัวของเสี่ยวเทียน” รองเจ้าสำนักเทพธรรมยุทธ์ไม่ยอมให้เสี่ยวเทียนไปอยู่ที่สำนักอื่น
“ หยุดก่อน พวกท่านนี่ยังไงกัน ไหนบอกจะส่งตัวเจ้าเด็กนี่ ให้ไต้ซือฉางคง วัดหลิงซานไปดูแล แล้วเหตุไฉนถึงได้แย่งตัวเจ้าเด็กน้อยกันอย่างนี้ล่ะ” รองเจ้าสำนักสัตตบงกช เอ่ยด้วยความสงสัย แต่พอสายสืบกล่าวบางอย่างเข้าหู
รองเจ้าสำนักสัตตบงกช จึงเริ่มเปลี่ยนคำพูดขึ้นมาทันทีว่า
“ เรื่องนี้ข้าว่า สำนักสัตตบงกช ของเรา มีดอกบัวสัตตบงกช ที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของสำนัก สามารถขจัดจิตมารได้ เด็กน้อยเสี่ยวเทียน ควรจะกลับไปกับข้ามากกว่านะ”
แล้วทั้งห้าสำนัก ก็เกิดทุ่มเถียงกันอย่าง หนัก สร้างความตกตลึง ให้กับคนของตระกูลเฉินเป็นอย่างยิ่ง เสี่ยวเทียนได้แต่ยืนยิ้ม เพราะรู้ว่า สิ่งที่พวกเขานั้นต้องการ หาใช่ตัวเขาไม่ เพียงแต่ต้องการปราสาทเทพเซียน ไปเป็นสมบัติของตนมากกว่า
“ เสี่ยวเทียน นี่มันเกิดอะไรขึ้น” อาสี่รีบถามทันที
“ นั่นซิ ข้าเองก็สงสัย” เสี่ยวเทียนเอ่ยยิ้ม แล้วมองหน้า อาสามที่ทำหน้าแปลกประหลาดใจ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่ทันที่ห้าสำนักจะหาข้อสรุปเรื่องนี้ได้
ก็ปรากฏรถม้า วิ่งมาพร้อมกันทหารนับร้อย ด้านหน้ามีคุรุเทพฝ่าหลุน องค์ชายแปด แล้วผู้พิทักษ์อีกสิบคน แล้วก็มีชายแต่งตัวคล้าย คนจากราชวงศ์ เดินลงมาจากรถม้า ห้าเจ้าสำนักถึงกับต้องหยุดทุ่มเถียงกัน รีบคำนับชายผู้มาใหม่ทันที
“ องค์ชายสี่”
“ ทำตัวตามสบายเถอะ ถ้าข้าจะนำเด็กชายผู้นี้ไป ข้าอยากรู้ผู้ใดกล้าขัดขวางข้าหรือไม่” องค์ชายสี่เอ่ยออกมาเสียงเย็น ทั้งหมดมองหน้ากัน อย่างตกใจ ไม่คิดว่า องค์ชายสี่จะเอ่ยเช่นนี้ออกมา
“องค์ชายสี่ เรื่องในยุทธภพ ราชสำนักไม่เคยยุ่งเกี่ยวแล้วเหตุใด ท่านถึงได้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเล่า” เจ้าสำนักจงหนันซานไม่ยอมเรื่องนี้ง่ายๆ
“ หุบปาก กล้าพูดเช่นนี้กับองค์ชายสี่เชียวรึ” คุรุเทพฝ่าหลุนรีบเอ่ยตะคอกออกไปเสียงดัง
“ ทุกท่านใจเย็นๆ ก่อน อาตมาแค่อยากขจัดจิตมารจากเฉินเสี่ยวเทียนเท่านั้น องค์ชายสี่รอให้ข้าขจัดจิตมารออกจากร่างเขาก่อน แล้วค่อยนำตัวเขาไปจะได้ไหม” ไต้ซือฉางคงเอ่ยด้วยเสียงที่ก้องกังวลด้วยพลังที่แผ่ขยาย ออกไปคล้ายกับว่า ไม่ว่าอย่างไร ก็ยอมให้ใครนำตัวเสี่ยวเทียนไปไม่ได้
“ บังอาจ กล้าแผ่พลังกดดัน องค์ชายสี่เชียวรึ หลวงจีนเฒ่า” เสียงคุรุเทพฝ่าหลุนปล่อยพลังออกไปปะทะ พลังทั้งสองปะทะกัน ตูม ๆ ๆ ทั้งสองคนถอยหลังไปคนละก้าวผู้พิทักษ์ทั้งสิบ กระจายตัวออกไป สร้างมิติเขตแดนส่วนตัวออกไปทั้งหมด ทำให้บริเวณนี้กลายเป็นดินแดนที่ถูกควบคุมสภาพสิ่งแวดล้อมโดยกลุ่มคนขององค์ชายสี่ทั้งหมด
“ ข้าขอเตือนอย่าให้ข้าต้องลงมือเอง” องค์ชายสี่เอ่ยออกมาเตือนอีกครั้ง
เสี่ยวเทียนไม่สนใจ เอ่ยกับท่านปู่แลอาสี่และทุกคนว่า
“ ท่านปู่ ข้าคงต้องขอตัวกลับสำนักก่อน” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็ดึงปราสาทเทพเซียนออกมา ตูม !! เขตแดนส่วนตัวที่ถูกสร้างขึ้นมา ถูกปราสาทเทพเซียนทำลายล้างไปจนหมด ทุกคนหยุดแล้วหันมามาองปราสาทเทพเซียนตาค้าง
เสี่ยวเทียนไม่สนใจใคร แล้วก็ค่อยๆเดินเข้าไปในปราสาท แต่ทันใดนั้นเจ้าสำนักจงหนันซานพุ่งตัวเข้าหาเสี่ยวเทียนพร้อมปล่อยฝ่ามือกรงเล็บพยัคฆ์ ออกไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า แต่ไม่ทันถึงตัวเสี่ยวเทียน ก็ถูกลำแสงปล่อยออกมาจากปราสาทเทพเซียน พุ่งเข้าใส่ เปรี้ยง !! แขนของเจ้าสำนักจงหนันซาน ระเบิดออก เป็นชิ้นเล็ก ชิ้นน้อย อ๊ากกกกกกกก !!! เจ้าสำนักจงหนันซาน ล้มไปกองกับพื้น มองเสี่ยวเทียนด้วยสายตาที่โกรธแค้นหนักกว่าเก่าอีก
“ อยากได้ปราสาทเทพเซียนของข้ากันนักรึ มีปัญญากันหรือเปล่าล่ะ” เสี่ยวเทียนไม่สนใจเดินกลับเข้าปราสาทเทพเซียนแล้วบินหายไปจากหน้าบ้านตระกูลเฉิน ห้าสำนักใหญ่กับองค์ชายสี่ ได้แต่ยืนมอง ปราสาทเทพเซียนลอยหายไปโดยที่ทั้งหมดไม่สามารถทำอะไรได้เลย
“ มันต้องกลับไปที่สำนักสะท้านฟ้าแน่เลย พวกเราตามไปเลยดีไหม”คุรุเทพฝ่าหลุนเอ่ยกับองค์ชายสี่ ที่ยืนกำหมัดแน่น
“ ไม่คิดเลย ว่าปราสาทเทพเซียนจะร้ายกาจเช่นนี้ หากมันใช้พลังแสงเซียนของปราสาทออกมาแบบเมื่อสักครู่นี้ ท่านมีปัญญาต้านทานมันได้รึ” องค์ชายสี่เอ่ยโดยไม่มองหน้าคุรุเทพฝ่าหลุน ที่ได้แต่ยืนนิ่งไม่กล้าพูดอะไรอีก
“ กลับไปก่อน ข้าต้องหาทางแยกมันออกจากปราสาทให้ได้” องค์ชายสี่เอ่ยจบก็ขึ้นรถม้าแล้วลอยหายไป
“ เฮ้อ ที่แท้เด็กคนนี้ กลับมีปราสาทเทพเซียน พวกท่านถึงได้อยากได้ตัวเด็กคนนี้กันนักใช่ไหม” ไต้ซือฉางคงเอ่ยกับ อีกสี่สำนัก ทำให้ทุกคนไม่พูดอะไรออกมา ส่วนเจ้าสำนักจงหนันซานนั้นบัดนี้ แขนที่ขาดก็กลับงอกขึ้นมาได้เป็นปกติเหมือนเดิม
“ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เสี่ยวเทียนมันต้องชดใช้ที่ทำกับสำนักของข้า” เจ้าสำนักจงหนันซานรีบเอ่ยออกมา
“ ข้าไม่อาจต้านทานพลังจาก ปราสาทเทพเซียนได้ คงต้องแจ้งเรื่องนี้ให้เจ้าอาวาสตัดสินอีกที” ไต้ซือฉางคงก็พาลูกศิษย์ กลับวัดไปตั้งหลัก ส่วนสำนักอื่นก็เช่นกันถอนตัวกลับไปเช่นกัน ทิ้งให้สำนักจงหนันซานเหลือเพียง สำนักเดียว
หันกลับมามองตระกูลเฉินด้วยสายตาแปลก
“ พวกท่านเป็นครอบครัวของเฉินเสี่ยวเทียน ดังนั้น ตระกูลเฉินต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ จับคนของตระกูลเฉินเอาไว้ทั้งหมด แจ้งข่าวให้เฉินเสี่ยวเทียนให้มันรีบกลับมารับผิดชอบสิ่งที่มันทำ มิเช่นนั้น ข้าก็จะทำลายตระกูลเฉินให้สิ้นซาก” เจ้าสำนักจงหนันซานบ้าไปแล้ว สั่งคนของสำนักจงหนันซานบุกเข้าไปในบ้านของตระกูลเฉินทันที
“ จงอี้ถัง เจ้าทำเช่นนี้ไม่ได้นะ ที่เราตกลงกันไว้ไม่ใช่อย่างนี้นี่” อาสามเอ่ยออกมา สร้างความสงสัยให้กับคนในตระกูลเฉินยิ่งนัก
“ เจ้าสาม นี่เจ้าร่วมมือกับพวกมัน เพื่อให้เสี่ยวเทียนออกมาจากสำนักเองรึ”
“ ท่านพ่อ ข้าแค่จะส่งตัวเสี่ยวเทียนไปกักตัวแค่สามปีเท่านั้น”
“ เจ้าโง่เอ๋ย”
“หุบปาก ไปทั้งหมด หากครึ่งชั่วยาม มันไม่ปรากฏตัว อย่าหาว่าข้าโหดเหี้ยมก็แล้วกัน” จงอี้ถังเอ่ยออกไปแล้วให้พาคนทั้งหมดไปกักขังไว้ทั้งหมด
ในมิติที่ปราสาทเทพเซียนอยู่ ซึ่งยังไม่ได้ไปไหน แค่หลบอยู่ในมิติเท่านั้น ซึ่งเสี่ยวเทียนเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างในตระกูลเฉิน อย่างชัดเจน
“ อาจารย์ข้าจะจัดการมันยังไงดี” เสี่ยวเทียนถามหาวิธีจัดการกับเจ้าสำนักจงหนันซานที่มีพลังขั้นเซียนแล้ว....