ฉันนี่แหละ...ด็อกเตอร์ในต่างโลก

    บทที่ 66

    หลังจากนั้นไม่นาน พระราชาฟรีลิมได้เดินทางถึงเมืองหลวงซาทารอสพร้อมกับข่าวลือที่หนาหูในหมู่ทหาร และชาวบ้าน มันเป็นเรื่องของเจ้าชายรีออนที่เป็นตัวอันตรายประจำเมืองหลวง ประกอบกับอะไรหลายๆอย่างทำให้กระแสตีกลับกลายเป็นรีออนนั้นมีชื่อเสียงมากขึ้น แต่มันก็ยังเป็นถกเถียงของประชาชนทั่วทั้งราชอาณาจักร นั่นก็หมายความได้อีกอย่างว่าทุกคนทั่วทั้งเมืองหลวงต่างก็พูดถึงรีออนกันทั้งนั้น “เจ้าชายออทาร์บุตรแห่งข้า ท่านพี่ของเจ้าได้ฝากจดหมายมาถึงเจ้า.. รวมถึงเจ้าด้วยสนมเอก” ฟรีลิมกล่าวออกมาเมื่อถึงเมืองหลวง และมีทั้งสองร่วมต้อนรับ ฟรีลิมยื่นของให้กับทั้งสองตรงๆ แน่นอนว่ามันทำให้ทั้งเบลล่า และออทาร์ต่างก็สงสัย“ท่านพี่ฝากสิ่งใดมาหรือขอรับ... จดหมายกับกล่องประหลาดนี้..” ออทาร์กล่าวออกมาในขณะที่ฟรีลิมเองก็ได้แต่ยิ้มโดยที่ไม่ตอบอะไรเลยสักคำ ด้วยความสงสัยออทาร์จึงเปิดจดหมายออกก่อนเป็นอันดับแรก ออทาร์ที่ยิ่งอ่านก็ยิ่งสับสนว่าพี่ชายของเขาต้องการที่จะทำอะไร ในเนื้อความจดหมายมันระบุอยู่สามช่วงใหญ่ๆ หนึ่งคือการทักทายถามสารทุกข์ธรรมดาทั่วไป ในส่วนที่สองนั้นรีออนได้กล่าวถึงตำแหน่งรัชทายาทที่ออทาร์ได้รับอยู่ในตอนนี้ และท่านพี่เขาไม่ต้องการที่จะแย่งชิงหรือขึ้นครองราชสมบัติต่อจากท่านพ่อ และให้ออทาร์เป็นคนขึ้นแทนที่จะเป็นตัวของเขา เหตุผลที่ท่านพี่ได้ให้ไว้กับออทาร์นั้นมีสองประการตามจดหมายกล่าว  หนึ่งคือตัวของรีออนอยากจะเดินทางไปท่องเที่ยวรอบโลก จึงไม่อยากจะผูกมัดกับบังลังก์ ส่วนประการที่สองนั้นคือ รีออนกำลังมีความรัก และคิดว่ามันเป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว ท่านพี่เขาไม่อยากจะใช้ชีวิตที่ยุ่งยากกับการบริหารบ้านเมืองอีกต่อไป จึงฝากให้ออทาร์ดูแลทั้งหมด และในส่วนสุดท้ายที่กล่าวถึงนั้นคือสิ่งของที่เขาได้ฝากแนบพร้อมกับจดหมายมา และมันถูกระบุเอาไว้ว่าเป็นแหวนที่เอาไว้ให้ออทาร์ขอหญิงสาวสักคนที่เขาคิดว่าเหมาะสมจะขึ้นเป็นราชินีของออทาร์ในอนาคต และยังเอ่ยกล่าวชวนให้ตัวออทาร์เดินทางมาเยี่ยมเขาได้ในวันที่เขาจะแต่งงานอีกด้วย “ท่านพี่กำลังจะอภิเษกอย่างนั้นหรือขอรับท่านพ่อ.. ข้าประหลาดใจไม่น้อย..” ออทาร์กล่าวออกมากับฟรีลิม และมันทำให้คนที่อยู่บริเวณนี้ถึงกับอึ้งไปตามๆกัน พวกเขาไม่เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น“ใช่แล้วล่ะ เขาได้พบรักกับลูกสาวของดยุคชาลเวีย เมียร์ฟอร์ต ก็คู่หมั้นของท่านพี่เจ้านั่นแหละ เอาเถอะๆ เจ้าลองเปิดดูของขวัญที่ท่านพี่เจ้าให้มาซิ มันคงเป็นอะไรที่งดงามเป็นอย่างมาก ข้าได้ยินเจ้ารีออนมันบอกว่ามันมีเพียงแค่ชิ้นเดียวในโลกล้า ข้าเองก็อยากจะเห็นมันสักหน่อย..” ฟรีลิมกล่าวพร้อมกับจ้องไปที่กล่องเล็กๆนั้น ถึงเขาจะเป็นผู้ชายแต่เครื่องเพชรจำพวกกำไลข้อมือ สร้อย หรือแหวน มันก็ทำให้เขานั้นกลับมาหลงใหลในสมบัติเช่นกัน“ของขวัญนี่หรือขอรับ ท่านบอกในจดหมายเอาไว้ให้ข้ามอบมันให้กับหญิงสาวที่ข้าคิดว่าเหมาะสมกับราชินีในอนาคตของข้านะขอรับ..” ออทาร์กล่าวพร้อมกับเปิดกล่องนั้นขึ้นมา มันปรากฏเป็นแหวนสองวงที่ประดับประดาไปด้วยเครื่องเพชรที่ส่องสว่างตา เพชรที่ล้อมกันเป็นวงกลม ตรงกลางเป็นอัญมณีที่หาชมได้ยากอย่าง ‘Sea Diamond’ ล้อมรอบตัวอักษรที่เป็นตัว ‘S’ เอาไว้อีกที และตัวอักษรนั้นทำมาจากอัญมณีที่มีชื่อว่า ‘Sky Diamond’ อย่างสวยงาม และแสงของมันแทงเข้าไปในตาของทุกคนที่อยู่ตรงนี้“โอ้ๆๆ ข้าเองก็อยากจะได้มันบ้าง ทีข้าต้องออกเงินซื้อเชียว เจ้ารีออนเจ้าลูกบ้าเอ้ย.. ท่านพี่ของเจ้าคงจะรักเจ้ามากซินะ จากที่ข้าเห็นนั้นอัญมณีสีนั้นมันไม่ได้ออกมาให้เห็นกันบ่อยๆหรอกนะ” จากนั้นก็เป็นการอธิบายของราชาฟรีลิมที่ให้ทุกคนได้เข้าใจ เครื่องเพชรที่ประกอบกันมีสามองค์ประกอบ หนึ่งคือเพชรน้ำดีสีใสสว่างตา หมายถึง ‘ราชาแห่งพื้นดิน’ อัญมณี Sea Diamond สีน้ำเงินเข้มเป็นรูปเกลียวคลื่นหมายถึง ‘ราชาแห่งท้องทะเล’ ส่วนตัวอักษรคือ Sky Diamond สีฟ้าอ่อน หมายถึง ‘ราชาแห่งท้องฟ้า’“และทั้งหมดนั้นมันก็หมายความว่า ผู้ที่ครอบครองทั้งผืนดิน ทั้งผืนน้ำ และท้องฟ้า ‘ราชาที่อยู่เหนือสรรพสิ่ง’ .. ในอนาคตเจ้าจะได้เป็นองค์ราชาต่อจากข้า และต้องเป็นราชาที่ยิ่งใหญ่ได้แน่นอน” ฟรีลิมตบไหล่ของออทาร์เล็กน้อยก่อนจะเข้าไปสวมกอด จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปหาพระสนมอย่างเบลล่าต่อในทันที“แล้วของเจ้าละเบลล่า เจ้าได้อะไรจากรีออนอย่างนั้นรึ..” ฟรีลิมกล่าวถาม ถึงตัวของเธอจะไม่ชอบในสถานการณ์อย่างนี้เลยก็ตาม เธอทำได้เพียงแค่ยิ้มออกมาและเปิดกล่อง มันปรากฏออกมาเป็นเครื่องเพชรชุดหนึ่งสีแดงเพียงเท่านั้น แต่มันก็ครบองค์ทรงเครื่องทุกอย่าง ฟรีลิมก็กล่าวประวัติของมันเล็กน้อยก่อนที่จะพากันเดินเข้าไปในปราสาท การเปลี่ยนแปลงที่เมืองหลวงมีไม่น้อยเลยทีเดียว  หลังจากนั้นไม่เกินหนึ่งชั่วโมงก็มีประกาศออกมาอย่างเป็นทางการให้หญิงสาวที่มีชื่อระบุตามราชโองการเข้าพบทันที และหญิงสาวเหล่านั้นคือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากรีออนคนเดิมในอดีต แน่นอนว่ามันเป็นการชดเชยให้กับพวกเธอตามความคิดของรีออนที่อยากจะไถ่บาปให้กับเจ้าชายคนก่อน โดยการแจกเงินให้กับหญิงสาวพวกนั้นคนล่ะ 10 เหรียญทอง พร้อมกับแหวนเพชรคนละ 1 วง  แน่นอนว่าแหวนวงนั้นมันมีค่ามากเกินกว่าจะจิตนาการได้ เพราะมันเป็นรุ่นพิเศษที่มีแต่พวกเธอเท่านั้นที่ได้รับมัน ในอนาคตเพียงวงเดิมก็มีค่ามากกว่า 100 เหรียญทองเข้าไปแล้ว จากลักษณะที่แปลกตาและสวยงาม ถึงมันจะช้าไปสักหน่อยแต่บรรดาหญิงสาวต่างก็รับเอาไว้ และให้อภัยกับเจ้าชายรีออน เพราะดูเหมือนว่าเขาจะแก้ไขตัวเองให้ดีได้แล้ว ในขณะเดียวกันนั้นเอง.. “คิดว่าของเท่านี้กับสิ่งที่ท่านทำกับข้ามันสาสมแล้วอย่างนั้นรึ.. ข้าไม่ยอมขายศักดิ์ศรีของข้าไปกับของพวกนี้หรอก .. แล้วสิ่งที่ข้าฝึกฝนมา สิ่งที่ข้าต้องอดทนและแบกรับ ข้าจะไม่ทำให้มันสูญเปล่าไปอย่างแน่นอน” หญิงสาวคนหนึ่งมองเงิน และแหวนเพชรที่อยู่ในมือ ก่อนจะเก็บมันเอาไว้ เผื่อสักวันหนึ่งมันจะถึงเวลาที่เธอจะได้เอาไปคืนให้กับรีออนด้วยตัวเอง พร้อมกับเรียกเลือดชั่วๆของมันออกมา ให้สมกับที่มันเคยทำอะไรไว้กับเธอ“คอยก่อนเถอะ เจ้าชายรีออน..” หญิงสาวปริศนากล่าวพร้อมกับฟันมีดอย่างรวดเร็วไปที่เป้าต้นไม้ และตอนนี้เธอได้รับการสั่งสอนให้เป็นนักฆ่าจากนักฆ่าผู้มีชื่อเสียงที่เป็นอาจารย์อยู่ และเมื่อเธอพร้อม วันนั้นก็อาจจะเป็นวันที่รีออนอาจจะต้องปวดหัวมากก็เป็นได้ ทางด้านของพระสนมเบลล่าที่มองเครื่องเพชรชุดนั้นด้วยความคิดพินิจ ตอนนี้ตัวของเธอรู้สึกถึงความว่างเปล่าในจิตใจ มันอาจจะเป็นเพราะว่าตั้งแต่แรกที่เธอเข้ามาภายในราชวังแห่งนี้ เธอก็มีเป้าหมายที่จะเป็นใหญ่ และให้ลูกชายของเธอขึ้นครองราชสมบัติให้จงได้ และเมื่อทุกอย่างมันกลับเป็นอย่างนี้ และศัตรูตัวสำคัญก็เหมือนจะยอมแพ้ไปแล้ว เธอก็ไม่รู้จะเดินไปทางต่อหรือจะทำอะไรดี ทุกอย่างๆมันว่างเปล่าอีกครั้ง “เจ้าเป็นอะไรรึศิษย์ข้า.. เจ้าอย่าบอกนะว่าตัวของเจ้าจะหยุดอยู่แค่นี้ เจ้าไม่เห็นหรืออย่างไรว่าตัวของมันเองกำลังวางแผนที่จะกู้ชื่อเสียงของมันกลับมา และเมื่อมันโด่งดังมากพอแล้ว มันอาจจะกลับมา และแย่งทุกอย่างไปจากเจ้า.. เจ้าจะรู้ตัวอีกทีมันก็สายเกินไปแล้ว หากมันยังไม่ตกตายไป เจ้าก็อย่าเพิ่งวางใจไป ศิษย์ข้า...” และด้วยคำพูดนั้นมันก็ทำให้เบลล่าเปลี่ยนสายตาแห่งความว่างเปล่ากลายเป็นมุ่งมั่นอีกครั้งหนึ่ง“ศิษย์เข้าใจแล้ว พวกมันสามแม่ลูกจะต้องตายเท่านั้น ข้าถึงจะวางใจ ขอบคุณที่อาจารย์เจ้าค่ะที่เตือนสติข้า..” เบลล่ากล่าว... 

    คล้ายกับเรื่องฉันนี่แหละ...ด็อกเตอร์ในต่างโลก ที่คุณอ่าน