บทที่27
ผลผลิตงอกงาม
ยามเช้าตื่นนอนแสงอาทิตย์อ่อนๆส่องผ่านหน้าต่างกระทบใบหน้าหลี่หยุนร่างกายกำลังนอนอยู่บนเตียงลุกขึ้นมาั้แ่ในยามเช้า
เขาบิดไปมาขยับเขยื้อนร่างกายก่อนที่จะลงจากเตียง่ยามเช้าของวันร่างกายของเขาตื่นมาด้วยสภาพเต็มร้อย
เมื่อตื่นขึ้นมาในยามเช้าพบเจอเข้ากับพื้นที่ว่างเปล่าส่วนใหญ่แล้วซินซินจะเดินทางออกไปบริเวณด้านนอกั้แ่ในยามเช้า
มักจะเดินทางเข้าไปภายในตลาดเพื่อที่ไปเลือกซื้อของเข้ามาภายในบ้าน
ภายในบ้านแห่งนี้ยามเช้ามันเลยเต็มไปด้วยความเงียบงันหลี่หยุนตรงออกไปบริเวณด้านนอกไปยังบริเวณสวนข้างบ้าน
เมื่อเขาเดินไปถึงเท้าทั้งสองข้างของเขาหยุดลงเขาก่อสร้างรั้วไม้เล็กๆขึ้นมาเพื่อป้องกันสัตว์ป่า
เขาเกรงว่าจะมีสัตว์อะไรเดินเข้ามาเหยียบแปลงผักของเขาเพราะสถานที่แห่งนี้มันเป็บริเวณชานเมือง
บางส่วนมีพวกสัตว์ป่าเดินเพ่นพ่านอยู่ไม่น้อยมันเดินไปมาอยู่บริเวณด้านนอกมีโอกาสที่จะเดินเข้ามาจนถึงบริเวณนี้
เพราะแบบนั้นเขาเลยทำการสร้างรั้วไม้ขึ้นมาเป็รั้วเล็กๆล้อมรอบเพื่อป้องกันแปลงผักของเขา
อันนี้แปลงผักยังไม่ได้มีขนาดใหญ่โตเขาใช้มันปลูกเพื่อที่จะทำเป็พวกผักกินภายในบ้านเท่านั้น
หลี่หยุนมาสำรวจมาทุกเช้าในวันนี้เองก็เช่นเดียวกันตื่นมาสำรวจแปลงผักั้แ่ในยามเช้า
เดินทางมาถึงเขาเองก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นว่าตอนนี้สิ่งที่เขากำลังเฝ้ารอเดินทางมาถึงเรียบร้อยแล้ว
มีตัวของเขากำลังรออยู่มันก็คือรอให้แปลงผักมันเติบโตจนสามารถเก็บเกี่ยวได้สิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าในยามนี้แปลงผักที่มันเติบโตจนสามารถเก็บเกี่ยวได้แล้วอยู่บริเวณด้านหน้า
แปลว่าผักที่อยู่ภายในแปลงผักจะมีเพียงแค่ไม่กี่ต้นเป็การปลูกรอบแรก
ก็ถือว่าพวกมันสามารถเติบโตมาได้เป็อย่างดีหลี่หยุยงานรั้วไม้เข้าไปบริเวณด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
ร่างของเขาไปอยู่ตรงบริเวณข้างๆแปลงผักเท้าทั้งสองข้างของเขานั้นอยู่ลงบริเวณด้านหน้า มันมีผักที่ปลูกจนเติบโตเต็มที่แล้วอยู่
เขาย่อร่างกายของตนเองต่ำลงและก็จ้องมองมันดูใกล้ๆทำให้เขานั้นได้รู้ว่าสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้า
มันมีความแตกต่างจากพืชผักธรรมดาทั่วไปที่ทำการเพาะปลูกสิ่งที่มองเห็นในตอนนี้และสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน มันเองก็คือเอาผักพวกนี้ที่เติบโตแล้วมันกำลังเปล่งแสงสว่างไสว
จากที่เห็นตัวของผักมันทำการส่องแสงออร่าอ่อนออกมาให้สามารถมองเห็นได้ด้วยตาของตนเอง
แม้ว่าออร่าที่ถูกปลดปล่อยออกมาจะมองเห็นได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเถอะแต่มันเองก็สามารถแยกแยะได้ถึงความแตกต่างของผักธรรมดาทั่วไปกับผักที่ถูกโดยเป็ผักพลังิญญา
แต่ถึงแม้ว่ามันจะมีเพียงแค่ออร่าบางๆที่ปกคลุมอยู่แต่เพียงแค่นี้เขาก็พึงพอใจแล้ว
หลี่หยุนจ้องมองพวกมันแล้วก็พยักหน้าขึ้นลงอย่างพึงพอใจก็พูดกับตนเองภายในใจว่า “ พวกนี้ดูเหมือนว่าจะเป็ผักิญญาระดับ 1 ดาวเป็ระดับที่ต่ำที่สุด ”
“ ไปอย่างไรเพียงแค่นี้เองก็ถือว่าดีมากแล้วอาการภายในร่างกายของเราในตอนนี้อยู่ในระดับขอบเขตต้นปราณ อยู่ในระดับนี้สามารถหล่อเลี้ยงแล้วทำให้ผักิญญาสมบูรณ์ขนาดนี้ได้ก็ถือว่าดีเยี่ยม”
“ ไปทั่วไปแล้วการที่จะสามารถเพาะปลูกพืชิญญาหรือว่าผักิญญาขึ้นมาให้มันมีระดับสูงขึ้นอยู่กับปัจจัยทั้งสาม อย่างแรกนั่นคือเมล็ด ที่สองมันคือสถานที่อย่างสุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดมันคือลมปราณภายในร่างกาย ”
“ ิญญาหรือลมปราณภายในร่างกายถือได้ว่าเป็ของที่สำคัญที่สุดในการหล่อเลี้ยงยิ่งลมปราณหรือว่าพลังิญญามีความแข็งแกร่งมากขนาดไหนและมีจำนวนมากขนาดใดยิ่งสามารถหล่อเลี้ยงพืชิญญาได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น”
“ ง่ายๆว่าถ้าขอบเขตของเราเพิ่มขึ้นไปมากกว่านี้ก็สามารถทำการเพาะปลูกผักิญญาที่มีระดับสูงกว่านี้ได้”
“ แต่อย่างไรก็เถอะเพียงแค่นี้มันเองก็สมบูรณ์มากพอแล้วเพียงแค่ผักิญญาระดับ 1 ดาวก็จริงแต่ว่าทำการกินมันเข้าไปก็ย่อมส่งเสริมการฝึกฝนพลังภายในร่างกายเช่นเดียวกัน ”
ถึงแม้ว่าสิ่งที่มันออกมาในตอนนี้จะเป็เพียงแค่ผักิญญาระดับ1 ดาวแต่มันเองก็ถือว่าเป็ก้าวแรกที่สำคัญและเป็ก้าวแรกที่มั่นคงรวยเช่นเดียวกัน
หลี่หยุนเลยกำลังแสดงรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดีใจ
หลังจากนั้นตัวของเขาก็ค่อยๆขุดพวกผักิญญาพวกนั้นขึ้นมาแล้วก็ลงเมล็ดใหม่ในทันที
ิญญาพวกนี้ถูกนำกลับเข้ามาภายในบ้านเตรียมพร้อมให้กับซินซินเอาไปทำอาหาร
พวกมันถือว่าเป็ของที่ดีว่าได้เพียงแค่มีประโยชน์กับการฝึกฝนเท่านั้นแต่ว่าผักที่ถูกเลี้ยงด้วยพลังิญญามันจะสามารถทำการแดงรสชาติของตนเองออกมาได้แตกต่างจากธรรมดาทั่วไป
ง่ายๆว่ารสชาติของมันจะอร่อยกว่าผักธรรมดาทั่วไป
หลี่หยุนในวันนี้ไม่ได้ตั้งใจจะเดินทางเข้าไปภายในเมืองเพราะว่าวันนี้เขาตั้งใจจะทุ่มเทเวลาให้กับการฝึกฝนลมปราณภายในร่างกายและทักษะของตนเอง
เมื่อเก็บผักแล้วก็เตรียมตัวทุกอย่างจนเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาเข้าไปฝึกฝนลมปราณภายในห้องของตนเองต่ออีกประมาณ1 ชั่วโมงยาม
เป็เวลาประจวบเหมาะกับที่ซินซินทางกลับมาในบ้านก้าวเท้าเข้ามาภายในทางด้านของหลี่หยุนก้าวออกมาจากห้อง
หลี่หยางการเข้าเดินออกมาพบเห็นนางถือของมากมายกลบเข้ามาจากด้านนอกจึงถามอย่างสงสัย“ นั้นมันอันใด? เ้าเหตุใดถึงซื้อของมากมายมาเช่นนั้น ”
“ ข้าซื้อพวกของแห้งมาจำนวนหนึ่งเ้าค่ะเพราะว่าได้ยินว่าในวันนี้ภายในเมืองจะมีงานใหญ่แล้วก็จะมีงานไปอีกหลายวัน”
“ รู้ว่าสภาพการณ์บริเวณด้านในเมืองจะเป็อย่างไรเลยซื้อของมาเตรียมเอาไว้ ”ซินซินเอ่ย
หลี่หยุนแสดงใบหน้าสงสัยเขาเอียงคอเล็กน้อยก่อนที่จะถามออกไป“ เทศกาลอย่างนั้นหรือมีงานเทศกาลอันใดกัน? ”
“ ไม่รู้สิเ้าคะรู้สึกว่าจะเป็งานเทศกาลใหญ่เสียด้วยบุคคลภายในเมืองดูตื่นตาตื่นใจกันไปหมด ”
หลี่หยุนได้ยินเช่นนั้นเขาก้มหน้าของตนเองลงไปเล็กน้อยแล้วก็คิดอย่างจริงจังในใจ“ เทศกาลในยามนี้ก็คือตัวของเราจะได้มีเวลาเตรียมตัว ”
“ อย่างไรเสียพวกสำนักคุ้มภัยก็คงจะบุกมาอย่างแน่นอนถ้ามีงานเทศกาลเช่นนี้บุคคลภายในเมืองมากมายกำลังตื่นตัวและมีผู้คนจากด้านนอกเข้ามาอีก ”
“ อย่างไรเสียพวกมันเองก็คงจะไม่กล้าลงมืออย่างแน่นอน แล้วอีกอย่างภายในเมืองแห่งนี้ก็ไม่ได้ปกครองโดยพวกมันแต่ว่าปกครองโดยเ้าเมืองเป็อ๋อง”
“ เพราะแบบนั้นพวกมันจะทำอย่างไรก็คงจะต้องไว้หน้ากันบ้างคงไม่คิดสร้างเื่ขึ้นมาในตอนนี้อย่างแน่นอน ”
“ แล้วอีกอย่างเื่สัญญานั้นที่ทำกับพวกสำนักต่างๆมันเองก็คงไม่อยากให้ผู้ใดรู้เช่นเดียวกัน” หลี่หยุนภายในใจของตนเองอย่างพึงพอใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ดูเหมือนว่าสถานการณ์หลายๆอย่างมันจะปรากฏขึ้นใน่เวลาที่เหมาะเจาะและก็พอดีจริงๆ
ในตอนแรกเขาเองก็ไม่คิดว่าจะมีงานเทศกาลจัดขึ้นแต่เมื่อมีงานเทศกาลจัดขึ้นเช่นนี้มันเองก็เป็การยืนยันได้อย่างชัดเจน
เพราะเ้าคนพวกนั้นมันจะไม่สามารถทำการลงมือได้่นี้มีเวลาให้ตัวของเขานั้นเตรียมตัวอยู่บ้าง
หลี่หยุนเขา้าเวลาเตรียมตัวอย่างไรเสียพวกสำนักคุ้มภัยก็ไปสำนักขนาดใหญ่ภายในเมืองแห่งนี้
ช่างน่าเสียดายที่ผู้คนภายในเมืองแห่งนี้ไม่มีผู้ใดเลยที่เขานั้นมีระดับลมปราณสูงกว่าระดับก่อจิต
เพราะแบบนั้นระดับก่อจิตถือว่าเป็ระดับที่อยู่ในระดับสูงที่สุดภายในเมืองแห่งนี้ถ้าตัวของเขาฝึกฝนอีกสักหน่อยมีโอกาสที่จะต่อกรได้
มันเป็กำแพงที่สูงลิ่วผู้คนภายในเมืองแห่งนี้มองระดับสูงกว่าก่อจิตคือผู้ที่เป็อัจฉริยะ
ถ้าให้ตัวของเขาคาดเดาวภายในสำนักคุ้มภัยน่าจะมียอดฝีมือระดับก่อจิตอยู่ประมาณนึง
แต่ว่าไม่น่าจะมีคนที่มีระดับสูงกว่านั้น
ซินซินผู้เป็นายของตนเองกำลังยืนยิ้มบางอย่างจึงทำการถามขึ้นมา“ ท่านประมุขกำลังยิ้มอันใดเ้าคะมีเื่อันใดน่ายินดีอย่างนั้นหรือ? ”
“ ไม่มีหรอกข้าแค่กำลังดีใจที่่จังหวะและเวลามันพอดิบพอดีแบบนี้.. ”
“ เ้าช่วยนำผักพวกนี้ไปทำอาหารให้ข้ากินสักหน่อย ” หลี่หยุนหยิบตะกร้าผักที่ตั้งไว้บนโต๊ะให้กับนาง
ซินซินจ้องมองผักที่อยู่ภายในตะกร้ามันเป็ผักที่ส่องแสงสว่างไสวออร่าบางๆมีพลังิญญาสถิตอยู่จึงทำการอุทานออกมา“ ผักิญญาระดับ 1 ดาวท่านประมุขสามารถปลูกมันได้สำเร็จแล้วอย่างนั้นหรือเ้าคะ!!!”
“ แน่นอนของข้าสามารถปลูกมันได้สำเร็จแล้วต่อจากนี้ข้าจะปลูกมันให้พวกเรานั้นมีกินอย่างไม่มีวันหมดในทุกๆวันเลยตัวของเ้าเองก็หยุดฝึกฝนมาสักพักใหญ่ๆในระหว่างที่ดูแลข้า ”
“ เพราะแบบนั้นถ้ากินเ้าของพวกนี้ช่วยด้วยคงจะทำให้การฝึกฝนของเ้ากลับมารวดเร็วเช่นเดิน”หลี่หยุนกล่าว
นางหยุดฝึกฝนฝีมือของตนเองมาสักพักใหญ่ๆแล้วในระหว่างที่เขานั้นกำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียงเป็อัจฉริยะมีทักษะการเรียนรู้ระดับ 5 ดาว
ถ้านางนั้นฝนต่อโดยมีผักิญญาพวกนี้เป็ตัวช่วยจะต้องพัฒนาฝีมือได้อย่างรวดเร็วแน่นอน
“ เ้าค่ะ!!! ” ซินซินขานรับ
หลี่หยุนในตอนนี้ใบหน้าของเขากำลังแสดงรอยยิ้มแต่ในขณะนั้นเองบริเวณด้านนอกเสียงฝีเท้าหนึ่งปรากฏขึ้นร่างของเสี่ยวซานไม่ค่อยกล้าเข้ามาบริเวณด้านใน
หลี่หยุนใบหน้าของตัวเองหันไปมองดวงตาทั้งสองข้างของเขาเบิกกว้างขึ้นทันทีเสี่ยวซานเดินทางไปตามภารกิจที่เขานั้นกล่าวตอนนี้เดินทางกลับมาโดยร่างกายเต็มไปด้วยาแ
ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยโลหิตสีแดงที่อาบท่วมเขาค่อยๆร่วงหล่นไปอย่างช้าๆแล้วก็ล้มลงไปกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรงเกิดเสียงดัง“ ตู้บ!!! ”
แล้วหมดสติลงในที่สุด
“ เสี่ยวซาน!!!! ” หลี่หยุนะโเรียกอย่างสุดเสียงพร้อมกับวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
…..