(จบ) บ้านนี้โชคดีมีลูกสาวเป็นหมอดูอัฉริยะแห่งลัทธิเต๋า

    บทที่ 39 แมวอ้วนตัวนี้มันอาเจียนออกมา

    บทที่ 39 แมวอ้วนตัวนี้มันอาเจียนออกมา


            เฉียวเหอสะดุ้ง


            เขามองกลับไปกลับมาอีกหลายครั้ง


            เมื่อคิดทบทวนถึงฉากที่เห็นไปทั้งหมด ต่อให้มันไม่อาจจะช่วยชีวิตคนเจ็บได้ แต่มันคงไม่สร้างความเสียหายใด ๆ ให้แก่พ่อเพิ่มเติมหรอกใช่ไหม?


            “แล้วผมควรเอามันไปวางไว้ยังไง? ”


            “วางไว้แบบไหนก็ได้ ตามที่คุณต้องการ”


            โม่เชียนไม่เงยหน้าขึ้น ไม่แม้แต่จะแสดงความรู้สึกอะไรต่อการช่วยชีวิตผู้คนออกมาเลย


            แต่ท้ายที่สุดระหว่างที่เธอเก็บข้าวของ เธอก็ช่วยสอนเฉียวเหอแบบลวก ๆ 


            “แค่วางไว้ข้าง ๆ เขาแล้วอย่าเอามันออกไป”


            เฉียวเหอจ้องมองไปที่ยันต์ซึ่งถูกพับจนเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็ก ๆ ในมือของตนเองอยู่ครู่หนึ่ง


            เขาดูสับสนและอดไม่ได้ที่จะถาม


            “นี่จะช่วยพ่อของผมได้จริง ๆ ใช่ไหม? ”


            “มันไม่สามารถช่วยชีวิตได้”


            โม่เชียนส่ายหัว “นี่แค่ทำให้เขาปลอดภัยไประยะหนึ่งเท่านั้น ฉันต้องหาอีกวิธีมาช่วยเขา ถ้าถึงตอนนั้นเขายังมีชีวิตอยู่ฉันจึงจะสามารถช่วยเขาได้ ส่วนคุณ… ”


            “ส่วนผมเป็นแค่คนอายุสั้น”


            เฉียวเหอยอมรับความจริงนี้ของตัวเองได้แล้ว


            เมื่อโม่เชียนได้ยินประโยคนี้เธอก็หัวเราะ เธอกระพริบตาอย่างเจ้าเล่ห์แล้วพูดว่า “แต่ถ้าคุณอ้อนวอนให้ฉันช่วย มันก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ซะทีเดียวนะ”


            “โอ้? ” เฉียวเหอเลิกคิ้วติดตลก ไม่ได้ถือว่าคำพูดของเธอเป็นจริงเป็นจัง


            อย่างไรก็ตาม เขายังคงแสดงความเคารพและพูด “ถ้าอย่างนั้น... ท่านอาจารย์โม่เชียนได้โปรดเมตตากรุณาผมด้วย”


            คำว่า ‘อาจารย์’ ฟังดูเสนาะหูสำหรับโม่เชียนมาก


            เธอยืนขึ้นแล้วลูบหัวเฉียวเหอเหมือนผู้อาวุโส “เด็กดี”


            เฉียวเหอพูดไม่ออก “...”


            …


            ทันทีที่กู้ไป๋เหยี่ยไปถึงสถานีตำรวจในตอนเช้า พ่อของเขาก็โทรหาเขาจากที่บ้าน


            เมื่อรู้ว่ากู้เซียงเวยถูกแมวข่วน กู้ไป๋เหยี่ยจะมีอารมณ์อยู่ที่สถานีตำรวจต่อได้ยังไง?


            เขาออกจากสถานีตำรวจแล้วรีบกลับบ้านในทันที


            ซึ่งถูกกู้ซิงกั๋วดุทันทีที่ก้าวเข้าไปในบ้าน ไม่ว่าใครจะเป็นคนกระทำผิด กู้ไป๋เหยี่ยก็ยังจะต้องรับกระสุนห่านี้ แม้จะพยายามนอนราบไปกับพื้นแล้ว


            ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือเขาเป็นคนพาโม่เชียนเข้าบ้านมา ดังนั้นอย่างน้อย ๆ เขาก็ต้องเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนรับผิดชอบด้วย


            การดุด่าเขาไม่ใช่เรื่องไม่ยุติธรรม


            กู้เซียงเวยร้องไห้ไปตลอดทั้งเช้า


            เจ้าหน้าที่จากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคมาที่บ้านเพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้เธอ


            เจ้าของร้านเสริมสวยเข้ามาตรวจสอบบาดแผลขนาดเท่าเข็มแทงเป็นการส่วนตัว


            ทุกคนที่สามารถมีส่วนช่วยในเรื่องนี้ได้ล้วนถูกเรียกตัวมาทั้งหมด


            อันที่จริงกู้ซิงกั๋วเกือบจะเรียกจิตแพทย์มา เพื่อดูว่าเหตุการณ์จะทำให้ลูกสาวของเขาได้รับบาดเจ็บทางจิตใจหรือไม่ด้วยซ้ำ


            หลังจากที่กู้ไป๋เหยี่ยถูกพ่อของเขาดุ เขาก็ไปปลอบประโลมน้องสาวของตนเอง


            ทั้งช่วงเช้าของตระกูลกู้ตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย


            แต่คนร้ายกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย


            สิ่งนี้ทำให้ตระกูลกู้ไม่มีที่ไหนให้ระบายความโกรธได้


            หลังจากที่กู้เซียงเวยถูกปลอบตลอดทั้งเช้าจนถึงเที่ยง ในที่สุดกู้ไป๋เหยี่ยก็สามารถปลีกตัวออกมาได้


            เขาขับรถออกจากคฤหาสน์และบังเอิญเจอเข้ากับโม่เชียนพอดี


            เขาเห็นหญิงสาวยืนอยู่ที่ประตูรั้วโดยมีแมวดำตัวใหญ่นั่งอยู่แทบเท้า แถมมีคราบอาเจียนกระจายไปทั่วพื้น


            ยิ่งไปกว่านั้นคือเฉียวเหอที่น่ารำคาญนั่นยังมากับผู้หญิงคนนี้ด้วย!


            กู้ไป๋เหยี่ยกระทืบเบรกและรีบเปิดประตูลงจากรถด้วยความโกรธ


            “ยัยเด็กแสบ! มาอาศัยอยู่ที่บ้านฉันอย่างสุขสบาย แต่กลับคอยสร้างปัญหาตลอดทั้งวัน คิดว่าตัวเองอายุยืนยาวนักหรือไง! ”


            โม่เชียนได้ยินเสียงจึงหันกลับไปดูช้า ๆ 


            “ฉันสามารถมีอายุยืนยาวได้แน่”


            “ฮึ่ม! ถ้าขืนเธอยังเป็นแบบนี้ต่อไป ชีวิตของเธอไม่มีทางยืนยาวได้หรอก! ” กู้ไป๋เหยี่ยพูดด้วยสีหน้าเหน็บแนม


            ผู้หญิงคนนี้คงไม่เคยถูกสังคมลงทัณฑ์สินะ!


            ถ้าพี่ใหญ่อยู่ที่บ้าน ป่านนี้วัดเต๋าของโม่เชียนคงถูกพังราบเป็นหน้ากลองไปแล้ว!


            กู้ไป๋เหยี่ยแบมือไปทางโม่เชียนแล้วสั่งว่า “เอาแมวนั่นมาให้ฉัน”


            ทันทีที่เขาพูดจบและโม่เชียนยังไม่ทันตอบ เสี่ยวเฮยที่กำลังนั่งอยู่ตรงเท้าของเธอ กำลังแสดงท่าทางเวียนหัวจากการอาเจียนก็รีบวิ่งไปซ่อนอยู่ข้างหลังโม่เชียนทันที


            กู้ไป๋เหยี่ยกลอกตาด้วยความรังเกียจ


            เขาพยักหน้าไปที่โม่เชียนเพื่อเป็นการเตือนอีกครั้ง


            “เอาแมวนั่นมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นเธอจะต้องถูกลงโทษแทน! ”


            กู้ไป๋เหยี่ยไม่อยากยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือห่านโง่ตัวนี้


            แต่สาวน้อยคนนี้ก็เป็นคนที่ช่วยฝูเสวี่ยเอาไว้


            ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือชีวิตในอดีตของสาวน้อยคนนี้ช่างน่าสังเวช เธอไม่มีพ่อหรือแม่ อาจารย์ก็เพิ่งเสียชีวิต ต้องอยู่ตัวคนเดียว ทั้งโดดเดี่ยว ทั้งโง่เขลา กระเป๋าเงินยิ่งไม่ต้องพูดถึง ว่างเปล่าเสียยิ่งกว่าอะไร ขนาดอาหารยังมีไม่พอกินด้วยซ้ำ...


            แม้แต่ขอทานข้างถนนก็ยังดีกว่าเธอซะอีก


            เพราะเหตุนั้นกู้ไป๋เหยี่ยจึงคิดจะแสดงความเมตตาอันหาได้ยาก ด้วยการคิดจะช่วยเธอโดยการโยนความผิดทั้งหมดไปให้แมวแทน


            แต่ความมีน้ำใจของเขากลับไม่ได้รับการชื่นชมเลยแม้แต่น้อย


            ดวงตาสีเข้มของโม่เชียนเหลือบมองกู้ไป๋เหยี่ยอย่างไม่จริงจัง


            “สรุปแซ่ของคุณคือ ‘กู้’ หรือ ‘โง่’ กันแน่? ”


            กู้ไป๋เหยี่ยตัวแข็งค้าง “...”


            ลูกผู้ชายที่ดีจะไม่สู้กับผู้หญิง


            ลูกผู้ชายที่ดีจะไม่สู้กับหมู 


            เขาหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้วยใบหน้าเย็นชา จุด สูบมัน และพ่นควันออกมาอย่างหมดความอดทน


            “เอาแมวมาให้ฉัน แล้วเดี๋ยวฉันจะช่วยเก็บมันไว้ให้เอง ขืนรอให้คนอื่นมาจัดการมัน เธอคงจะได้แต่ร่างไร้วิญญาณของมันกลับไปเก็บเท่านั้น”


            “...”


            โม่เชียนมองดูกู้ไป๋เหยี่ยด้วยความเห็นอกเห็นใจ


            หากให้อ้างอิงจากความคิดอันสุดจะรนหาที่ตายของเขา เธอก็เริ่มมองว่าชายตรงหน้าเป็นพี่น้องท้องเดียวกันกับผู้หญิงที่ยังอยู่ในบ้านคนนั้นเข้าไปทุกที ๆ แล้ว


            พี่น้องคู่นี้ โง่เง่าไม่ต่างกันเลย


            โม่เชียนขี้เกียจเกินกว่าจะหันมาสนใจเขา


            ด้วยหากเขากล้าบังอาจมาแตะต้องเสี่ยวเฮย เดี๋ยวคุณป้าของเธอก็จะลงมือสั่งสอนเขาอย่างหนักเอง


            กู้ไป๋เหยี่ยอดทนรออยู่เป็นเวลานาน แต่สาวน้อยตรงหน้าเขาก็ยังไม่ขยับสักที


            ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากดุเป็นลำดับถัดไป เฉียวเหอก็เข้ามา


            “นายน้อยหก ตระกูลกู้รังแกผู้คนเกินไปหรือเปล่า? ”


            เฉียวเหอพูดออกมาแบบสบาย ๆ ซ้ำยังแอบใช้เท้าเกี่ยวตัวของเสี่ยวเฮยมาไว้ใต้กายตนเอง


            “ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมา สาวน้อยคนนี้มาที่บ้านของผมโดยอุ้มแมวของตัวเองเอาไว้ในอ้อมแขน แถมร้องห่มร้องไห้ฟ้องว่าน้องสาวของคุณเตะแมวอ้วนตัวนี้จนมันอาเจียนออกมาไม่หยุด”


            โม่เชียน “?” 


            กำลังพูดว่าใครร้องไห้นะ?


            เฉียวเหอเมินเธอและพูดต่อว่า 


            “สาวน้อยคนนี้ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร จึงต้องหอบสังขารมาข้อร้องให้ผมช่วยพาแมวของเธอไปโรงพยาบาลสัตว์ ซึ่งสัตวแพทย์ก็วินิจฉัยออกมาว่าแมวตัวนี้ได้รับการกระทบกระเทือนบริเวณศีรษะอย่างรุนแรง คุณไม่คิดว่าน้องสาวของตัวเองมีจิตใจที่โหดเหี้ยมไปหน่อยเหรอ? ”


            “ถึงมันจะเป็นโชคดี ที่ท้ายที่สุดแล้วสัตวแพทย์ก็ช่วยชีวิตแมวเอาไว้ได้ แต่พวกคุณตระกูลกู้กลับยังหาที่ลงของอารมณ์ตัวเอง ด้วยการระบายความโกรธใส่แมวอีก ทำไมชีวิตของน้องสาวคุณถึงแสนสำคัญ แต่ชีวิตของแมวกลับไร้ค่า แตกต่างกันถึงขนาดนี้ล่ะ? ”


            ทันทีที่เฉียวเหอพูดจบ เสี่ยวเฮยซึ่งกำลังนั่งอยู่บนพื้นก็ลงไปนอนแอ้งแม้ง ร้องครวญครางอย่างน่าสงสารทันที เรียกได้ว่าให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี


    คล้ายกับเรื่อง(จบ) บ้านนี้โชคดีมีลูกสาวเป็นหมอดูอัฉริยะแห่งลัทธิเต๋า ที่คุณอ่าน