หลังจากที่เฟยหลงรักษา คนไข้รอบบ่าย อาจารย์เฟิ่งหัวเลยไม่รักษา แต่มาตรวจสอบคนไข้ที่ เฟยหลงรักษาแทน พบว่า ทุกคนถูกวินิจฉัยโรคและรักษาอย่างถูกต้องแม่นยำ บางครั้งยังละเอียดกว่าเขาที่เป็นถึงอาจารย์หมอเสียอีก
“ เฟยหลงเจ้านี่ใช้เวลา ตรวจสอบโรคได้เร็วจริงๆ อาจารย์ชื่มชมเจ้าจริงๆ ต่อไปโรงพยาบาลไคเฟิง คงต้องพึ่งพาเจ้าแล้ว”
“ ไม่เป็นไรขอรับ คนไข้ยิ่งเยอะ ก็จะสร้างประสบการณ์ทางการแพทย์ให้ข้ามากขึ้นไปเรื่อยๆ”
“ ไม่ใช่เรื่องนั้น ตอนนี้เจ้ารู้ไหมว่า ดินแดนต้าหมิง เริ่มมีปัญหาสงครามภายนอก พวกต้าชิง นำทัพกว่าห้าแสนประชิด ด่านซานไห่กวน มีแม่ทัพ อู่๋ซานกุ้ย คอยป้องกันเอาไว้ ส่วนภายในดินแดนต้าหมิง พวกกบฏชาวนาได้ยึดเมืองไปกว่า 16 หัวเมืองแล้วตั้งเมืองซีอานเป็นฐานทัพใหญ่ มีหลี่จื้อเฉิง เป็นหัวหน้า กำลังเตรียมกองกำลังบุกยึดเมืองหลวงเป่ยผิง ฮ่องเต้ราชวงศ์หมิง ฉงเจินถูกครอบงำด้วยขันทีเว่ยจงเสียน ภายในราชสำนักแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ได้ข่าวว่า หลี่จื้อเฉิง กำลังเคลื่อนพลมาที่เมืองไคเฟิง เพื่อยึดเมืองนี้ เวลานี้ เจ้าเมืองไคเฟิง และทหารจากเมืองหลวงคอยเฝ้าระวังกันอย่างเต็มที่”
“ แล้วถ้าเช่นนั้น สำนักแพทย์ของเรา จะเป็นยังไง?”
“ ข้าไม่รู้เหมือนกัน ที่ผ่านมา กองทัพหลี่จื้อเฉิง จับตัวแพทย์ และพยาบาลไปเป็นแพทย์สนามกันหมด หากพวกมันยกทัพมาโดยไม่มีใครต่อต้าน พวกเราคงต้องโดนเกณฑ์ไปเป็น แพทย์ทหารด้วยแน่”
เฟยหลงคิดว่า การเรียนทางการแพทย์ อาจส่งให้เรามาในยุคสงครามครั้งนี้ ก็คงเป็นเพราะต้องการฝึกให้ เรามีประสบการณ์มากกว่าปกติ มิใช่รักษาแต่ชาวบ้านทั่วไปจึงไม่ได้แปลกใจอะไร
“ ข้าเป็นแค่หมอฝึกหัด พวกเขาคงไม่ต้องการกระมัง”
เฟยหลงรักษา คนไข้คนสุดท้ายแล้ว ก็ลากลับไปนั่งกินข้าวที่ร้านอาหารของสำนักแพทย์ ระหว่างนั้นก็ได้ยินชาวบ้านพูดกันว่า
“ หลี่จื้อเฉิง เขาว่าร่างกายใหญ่โตคล้ายยักษ์ เป็นคนป่าเถื่อนไม่รู้หนังสือ เจอใครเป็นฆ่าทิ้ง ชาวบ้านมองหน้าล้วนถูกควักดวงตาออกไป แล้วอย่างนี้ท่านเจ้าเมืองไคเฟิง จะต้านทัพปีศาจพวกนี้ได้หรือ?”
“ ข้าเก็บข้าวของหนีเข้าเมืองหลวงแล้ว ไม่รอลุ้นผลสงครามนี้หรอก”
ในโต๊ะอาหารด้านข้าง เฟยหลงเห็นชายหนุ่มกำลังฟังชาวบ้านอย่างสนใจเช่นกันซึ่งมีชายนั่งกันอยู่สี่คน กำลังกินน้ำชา แต่มีคนหนุ่มคนหนึ่งร่างกายใหญ่โต แข็งแรง ทำท่าไม่พอใจ ชาวบ้านที่กล่าวหา ว่าหลี่จื้อเฉิงนั้น เป็นคนดุร้ายขนาดนั้น
จนมีชายผู้หนึ่งต้องมาตบไหล่ ให้ใจเย็น ๆเอาไว้
เฟยหลงมองดูก็รู้ได้ สี่คนนี้ไม่ธรรมดา แต่ละคนล้วนฝึกยุทธ์มีพลัง ถึงขั้นปราณฟ้า มีชายหนุ่มดูเป็นหัวหน้า มีพลังขั้นปราณจักรพรรดิเพียงคนเดียว
“ พี่ชายพวกเราเพิ่งมาจากเมือซีอาน สิ่งที่พวกท่านพูดกันนั้นไม่เป็นความจริงเลย ท่านหลี่จื้อเฉิง นั่นท่านเป็นดีมีเมตตา พวกท่านอย่าไปชั่วขุนนางหมิงพวกนั้น”
ชายหนุ่มนามว่าหลี่ซินลุกขึ้นไปนั่งกับชาวบ้านแล้วค่อยๆ กล่าวออกมา
“ เจ้ามาจากซีอานจริงๆ หรือพ่อหนุ่ม”
“ ใช่แล้ว ท่านจะเข้าตีเมืองนี้อีกไม่กี่วัน พวกท่านไม่ต้องกลัว เพียงแต่พวกท่านใช้โคมแดงติดเอาไว้ที่หน้าบ้าน เวลากองทัพของท่านหลี่เข้ามาทุกคนจะปลอดภัย
พวกท่านไปบอกชาวบ้านทุก ๆ คนด้วย ข้าได้ข่าวมาจากนอกเมือง มีคนรู้หลายคนแล้ว นี่ข้าเป็นท่านไม่รู้เรื่องอะไร เลยบอกเอาไว้ แค่ติดโคมแดงหน้าบ้านเท่านั้น พวกท่านก็ปลอดภัยจากสงครามแล้ว” หลี่ซินเอ่ยจบก็พากันเดินออกจากร้านอาหารไป เฟยหลงนั่งฟังอยู่โต๊ะด้านข้าง คล้ายไม่ใส่ใจในเรื่องแบบนี้เท่าไร
จนกระทั่งผ่านไป เจ็ดวัน ก็ทราบข่าว กองทัพหลี่จื้อเฉิง เริ่มล้อมเมืองเอาไว้ทั้งหมด ทหารทั้งสองฝ่ายสู้รับกันอย่างเอาเป็นเอาตาย มีคนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ข้อความภารกิจที่สองเกิดขึ้น
“ รักษาชาวบ้านและทหารอย่างน้อย ห้าร้อยคน”
เฟยหลงไม่รอช้า รีบทำการรักษาทหาร และชาวบ้านที่ถูกลูกหลงจนสำนักแพทย์ไม่สามารถ ให้คนเข้ามารอด้านใน ต้องหาเพลิงมาเป็นที่พักเพื่อรอการรักษาที่ด้านนอกสำนักแพทย์
“ ท่านหมอเฟยหลง ในห้องของท่านยังรับคนป่วยได้อีกหรือไม่” พยาบาลเอ่ยออกมาเสียงเครียด
“ ให้พวกเขานอนรอที่ด้านนอก เดี๋ยวหมอตรวจรักษาคนไข้ที่ในห้องเสร็จแล้ว หมอจะไปเดินตรวจที่ด้านนอก ไม่ต้องเคลื่อนย้ายพวกเขาเข้ามา”
เฟยหลงรักษาเสร็จ ก็ออกไปทันที ส่วนใหญ่ที่เข้ามาล้วนถูกบาดแผล จากคมดาบ คมมีด ธนู และ กระสุนปืนเป็นส่วนใหญ่ เฟยหลงต้องเดินรักษา อยู่ด้านนอกทีละคน ทั้งแย็บแผล ทั้งใส่เฝือก ทั้งห้ามเลือด โดยเฟยหลงสามารถดึงพลังปราณเทพออกมาคอยรักษาแผลที่ไม่รุนแรงมากได้ ซึ่งไม่ทำให้พลังหมดเร็ว เฟยหลงรักษาคนเจ็บอยู่ได้ไม่เกิน 7 วัน ภารกิจที่สอง รักษา ห้าร้อยคนก็ครบ สำเร็จด่านที่สอง
และจากนั้น ก็มีภารกิจที่สามขึ้นมาอีก
“ รักษาคนเจ็บ 1 พันคน”
โอ้โฮ หนึ่งพันคนเชียวรึ? เฟยหลงเข้าใจเลยว่า ต้องสร้างสงครามเช่นนี้ ถึงจะมีผู้บาดเจ็บมากมายเพียงนี้ แต่ว่าเหตุการณ์กลับยิ่งแย่ไปใหญ่ เมื่อถึงเวลาทหารของกบฏหลี่จื้อเฉิง บุกเข้าเมืองไคเฟิง ทางเจ้าเมืองไคเฟิงถึงกับสั่งแม่ทัพ ระเบิดเขื่อน เพื่อทำลายกองทักกบฎ ทำให้กระแสน้ำไหลท่วมเมือง สูงเท่ากับหลังคาบ้าน ไม่ว่าทหารหรือ ชาวบ้าน ต่างล้มตายกว่าสี่แสนคน ส่วนพวกเจ้าเมืองแม่ทัพไคเฟิง เห็นว่าปราบกบฎไม่สำเร็จ ก็ล้วนหนีหายไปหมด ถึงแม้ว่า หลี่จื้อเฉิง จะต่อแพมาช่วยชาวบ้านที่มีโคมแดงหน้าบ้าน
แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ถูกน้ำไหลบ่า หายไปกับสายน้ำไปกว่าครึ่งเมือง สำนักแพทย์ไคเฟิง ก็จมน้ำไปทั้งหมด ทุกคนอยู่ได้แต่ชั้นสองสำนักส่วน สมุนไพร เหลือไม่ถึงครึ่ง คนป่วยหนีตายกันเต็มชั้นสอง ชั้นสาม
“ อาจารย์หมอเป็นอย่างไรบ้าง” เฟยหลงรีบเข้าไปพยุงเห็นอาจารย์หมอเฟิ่งหวงเป็นลมล้มพบลงไป เฟยหลวงตรวจชีพจรปราณพบว่า เส้นเลือดในสมองเกิดอาการแตกกระทันหัน เฟยหลงต้องปล่อยปล่อยพลังปราณเทพบริสุทธิ์ออกไปเพื่อนละลายเลือดที่ปริออกมา แล้วทำการฟื้นฟู แล้วซ่อมแซม เส้นเลือดให้จนกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
“ นี่ข้าเป็นอะไรไปนี่”
“ อาจารย์เฟื่ง ท่านเป็นลมไปน่ะขอรับ” เฟยหลงเอ่ยเบาๆ ไม่บอกความจริง
“ นั่นซิ มันง่วงๆ เลยหลับไปเฉยเลย พวกเราไปดูคนไข้กันต่อ พวกทหารนี่โหดร้ายกันจริง ๆเลย”
“ อาจารย์เฟิ่ง พักผ่อนก่อนเถอะขอรับ คนไข้ที่เหลือนี้ ขอให้ข้าจัดการเอง”
เฟยหลงกดจุดหลับที่ต้นคอหลัง ทำให้อาจารย์เฟิ่งหวงหลับไปในทันที
“ พาอาจารย์หมอไปพักผ่อนด้านในก่อน” เฟยหลงบอกผู้ช่วยให้จัดการเรื่องนี้แทน
เฟยหลงรักษาไม่นาน ก็มีกองทหารของ หลี่จื้อเฉิง เข้ามาในสำนักแพทย์
แล้วเข้ามาก็ตรวจดูว่า ใครเป็นทหารเมืองไคเฟิง ก็เริ่มเข่นฆ่าสังหารทันที คนไข้และพยาบาล
ต่างส่งเสียงหวีดร้องด้วยความตกใจ เฟยหลงได้ยินเสียงดัง ก็หันไปมองตามเสียงเป็นทหารมากันนับสิบคน ยืนรอบนแพ กำลังขึ้นมาอีกนับร้อย
“ มากไปแล้ว แม้แต่คนป่วยก็ไม่เว้น”
เฟยหลง กระโดดพุ่งตัวออกไป แล้วต่อยร่างทหารกระเด็นร่วงน้ำไปพร้อมกันทีเดียวสองคน แล้วกระโดดถีบใส่ รัวๆ อย่างต่อเนื่อง ทหารอีกห้าคนร่วงจากชั้นสองตกน้ำไป ที่เหลือถือทวนยาวทิ่มใส่เสี่ยวหลง นับสิบเล่ม เฟยหลงเตะเก้าอี้แตกหักเป็นเสี่ยงๆ พุ่งเข้าใส่ใบหน้าของทหารนักสิบ จนกระเด็นออกไปจากสำนักแพทย์ชั้นสอง มีทหารที่ลอยอยู่บนแพ พยายามจะขึ้นมาอีก เฟยหลงกระโดดลงไปในแพ แล้วกระทืบแพจนหักกลาง ทหารอีกสี่สิบคน ตกน้ำกันไปจนหมด เฟยหลงยืนอยู่บนไผ่เพียงลำเดียว มีแม่ทัพของ หลี่จื้อเฉิงยืนมองอยู่ แพอีกลำ
“ ฝืมือไม่เลวน้องชาย ข้าชื่อหนิวจินซิง เป็นแม่ทัพซ้าย ของท่านอ๋องหลี่จื้อเฉิง เจ้าชื่ออะไร บังอาจมาขวางไม่ให้พวกเราฆ่า พวกทหารชั่วเหล่านี้”
“ ข้า เจียงเฟยหลง เป็น หมอที่นี่ คนไข้ที่นี่ข้าเป็นคนดูแล ไม่ว่าใครคิดจะทำร้ายพวกเขา ก็ต้องผ่านข้าให้ได้เสียก่อน”
“ ดี ถ้าเช่นนั้น ข้าขอรับทราบความร้ายกาจ ของเจ้าสักหน่อย” หนิวจินซิง เตะไม้ไผ่ออกมาแล้วตัวเองก็กระโดดตัวลอยขึ้นไป เหยียบ แล้วไม้ไผ่ก็พุ่งเข้ามาเผชิญหน้ากันกับ เฟยหลง โดยหนิวจินซิงปล่อยหมัดพยัคฆ์ เป็นหมัดเหวี่ยงใส่เฟยหลงก่อน หมัดพยัคฆ์พุ่งมาอย่างเร็ว แต่ก็ช้ากว่าเท้าของเฟยหลง ที่ฟาดเข้าที่ชายโครง ของหนิวจินซิง เปรี้ยง !! ถึงกับเซ ทำท่าจะล้มตกน้ำ ดีที่ลูกน้องรีบไสแพเข้ามาให้เหยียบเอาไว้
พอตั้งหลักได้คราวนี้ ตั้งใจกระโดดเข้ากอดรัดเฟยหลงหมายจะใช้ หัวเหล็กโขกหัวของเฟยหลง แต่ว่า เฟยหลงไม่ถอยกระโดดถีบไซด์คิก ฝ่าเท้าโดนเข้าคอหอง ของ หนิวจินซิง ถึงกับ กระเด็นลงตกไปในแพ ทำท่าจับคอ เหมือนจะหายใยไม่ออก เฟยหลงใช้เท้าเหยียบไม้ไผ่ แล้วเตะเข้าไปอีกที เปรี้ยง !! เสาไม้ไผ่ดีที่ไม่แหลม จึงถูกร่างของ หนิวจินซิง ถึงกับหลับสนิทนอนบนแพไม่ไหวติง ลูกน้องที่เหลือ คว้าธนูกันออกมา แล้วยิ่งใส่เฟยหลง แต่ก็ช้ากว่า เพราวะเฟยหลงเตะแพไม้ไผ่ จนแตกกระเด็น เข้าไปโดนมือธนูนับสิบ จนถูกอัดตกน้ำ เหลืออีกไม่กี่คน เฟยหลงก็ฟาดด้วยไม้คำถ่อ ร่วงไปในน้ำจนหมด
ทหารอีกสองแพ ไม่กล้าเข้ามา แต่รีบไปช่วยแม่ทัพซ้าย กับ ทหารที่ตกน้ำ แล้วรีบถ่อแพหนีไปทันที
“ ขอบคุณท่านหมอ พวกเราคงอยู่ไม่ได้แล้ว พวกเราต้องรีบไปก่อนละ ท่านหมอรักษาตัวด้วย”
“ เฟยหลง เจ้าก่อเรื่องแล้ว คราวนี้เจ้าต้องเจอกับพวก มันอีกมาแน่ เจ้าต้องหนีไปแล้วล่ะ” เฟยหลงไม่ได้กลัวพวกมันเลย เขายังไม่ได้ใช้ พลังเทพเลยแม้แต่น้อย เพราะไม่อยากทำร้าย มนุษย์ธรรมดาพวกนี้ และภารกิจที่สาม ยังไม่จบ เพิ่งรักษาไปแค่ ครึ่งเดียวด้วย
“ ไม่เป็นไรหรอก พวกมันมาข้ามีวิธีเอาตัวรอดได้”
จากนั้นเฟยหลง ก็รีบไปรักษาคนเจ็บต่อ หลังจากนั้นสองวันน้ำก็ลด แล้วก็มีกองทัพหลี่จื้อเฉิงมากันเกือบ ห้าร้อยคน มีหนิวจินซิง ขี่ม้ามาด้วยพร้อมกับ คนอีกสามคนที่เฟยหลงได้พบเจอวันนั้น
“ เจียงเฟยหลง ออกมาเดี๋ยวนี้” หนิวจินซิง ตะโกนเรียกด้วยเสียงอันดัง
เฟยหลงก็ไม่กลัว เดินออกมาเผชิญหน้ากับกองทัพหลี่จื้อเฉิง เกือบห้าร้อยคน
“ นี่เจ้าเป็นหมอ แล้วยังมีฝีมือ ทางยุทธ์อีกด้วย ไม่เลว มารับใช้ข้า แล้วข้าจะเว้นโทษให้เจ้า” หลี่จื้อเฉิง เอ่ยออกมาด้วยเสียงอันดัง
“ พวกเจ้ามันก็แค่ หลงมัวเมาในอำนาจไม่แตกต่างกัน คนดี คนชั่วกลับแยกไม่ออก
คนเราบาดเจ็บ ยังไงก็ต้องตัดสินผิดถูก แต่พวกเจ้าไม่มีการตัดสิน คิดฆ่าฟันอย่างเดียว นี่มันแตกต่างจากสัตว์ตรงไหน?”
“ เจ้านี่? สั่งสอนมัน อย่าให้มันโอหังต่อหน้าข้าเช่นนี้อีก ” หลี่จื้อเฉิงสั่งการออกไป
หลิวจงหมิน แม่ทัพฝ่ายขวา มีพลังปราณขั้น ฟ้าแล้ว แต่ว่าเฟยหลงไม่สามารถใช้พลังปราณเทพ และ พลังจ้าวจักรวาลในโลกใบนี้ได้ แต่ว่าเขาสามารถเขียนยันต์สร้างพลังเทพเจ้าออกมาได้ และมีอำนาจพลังจิตระดับ 7 ที่พร้อมในการต่อสู้ด้วยเช่นกัน
“ ข้าหลิวจงหมิน ฉายาเทพทวนแปดทิศ ไม่เคยมีใครรอดจากกระบวนท่าทวนของข้าไปได้เกินแปดท่า”
เฟยหลง หยิบกระบี่ของทหาร ที่ทำตกไว้ขึ้นมา สะบัดไปมา แล้วใช้กระบี่จี้ไปที่หลิวจงหมิน แล้วเอ่ยว่า
“ กระบี่สุญญตาของข้าก็มีเพียง สามท่า ไม่เคยมีใครรอดได้ภายในสามท่าเช่นกัน”
ย๊ากกกกกก !! หลิวจงหมินชี้ทวนใส่เฟยหลงแล้ว พุ่งเข้าใส่ปานสายฟ้าแลบ เฟยหลงชี้กระบี่ยืนไปด้านหน้า แล้วกำหนดพลังจิตใส่เข้าไปในกระบี่ แล้ววาดเป็นวงกลม แล้วปล่อยอำนาจจิตออกไป เงากระบี่พุ่งออกไปหลายร้อยกระบี่กรีดร่างของ หลิวจงหมิน จนกระเด็น ถอยหลังไปไกล ไม่อาจต้านทานได้ เฟยหลงไม่ได้คิดสังหาร เงากระบี่เลยแค่กรีดผิวร่างของ หลิวจงหมินเท่านั้น แต่แค่นี้ หลิวจงหมิน ก็ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ ต้องมีคนประคองเอาไว้
“ นึกไม่ถึง เจ้าสามารถรับเพลงทวนของ แม่ทัพของข้าได้ ข้าอยากรู้นัก ว่าเจ้าจะรับหัตถ์เทวะ ของข้าได้หรือไม่ หากเจ้าสามารถรับได้ เรื่องวันนี้ ข้าจะยุติแต่เพียงเท่านี้ ระวัง”
หลี่จื้อเฉิงพุ่งตัวไปบนฟ้า แล้วพุ่งเป็นแนวเฉียงเข้าใส่ ปล่อยหัตถ์เทวะ ขั้นจักรพรรดิออกมา เสียงลมถูกกรีดออกไปเป็นสาย เฟยหลงเห็นภาพนี้ก็ตื่นตัวแต่ไม่ตกใจ ถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว แล้วรีบ เกร็งลมปราณเทพเจ้าเซโล มาไว้ในมือแล้วปล่อยออกไปแค่ สามในสิบส่วน โครม !! ร่างของหลี่จื่อเฉิง ถอยหลังกลับไปอยู่บนม้า เฟยหลงถอยหลังไปสามสี่เก้ากระอักเลือดออกมา
“ เยี่ยม อายุแค่นี้สามารถรับหัตถ์เทวะ ของข้าได้ไม่ตาย ทหารทุกคนจงฟัง ห้ามใครรบกวน สำนักแพทย์ไคเฟิง หากทหารที่บาดเจ็บยอมแพ้ ก็ให้รับราชการทหารตามเดิม หากไม่สวามิภักดิ์ ออกจากสำนักแพทย์สังหารให้สิ้น”
หลี่จื้อเฉิงเอ่ยจบ ก็ควบม้าจากไป กุนซือรีบเข้ามาหาใกล้ๆ และมอบยาเม็ดให้
หลี่จื้อเฉิงกระอักเลือดออกมา แล้วกินเม็ดยาแก้บอบช้ำเข้าไป
“ ฝีมือมันร้ายกาจมาก มันเป็นใครมาจากไหนกัน หากเป็นศัตรูของเรา ข้าได้ตายไปแล้วแน่”
“ เรียนท่านอ๋อง พวกเราเคยเห็นมันมาก่อน มันเพิ่งเข้าเรียนที่สำนักแพทย์ไคเฟิง มันไม่ใช่ศัตรู ข้ามองออกว่ามันออมมือให้ท่าน ซึ่งหากมันใช้พลังเต็มที่ ท่านกับข้ารวมกัน ก็ไม่อาจสู้มันได้” กุนซือหลี่ซินเอ่ยอย่างหวาดเกรง
“ บอกแม่ทัพซ้ายขวา ลืมเรื่องนี้ไปซะ อย่าไปตอแยมันอีก”
“ ขอรับ”
“ พวกยอดยุทธ์ระดับนี้ หากดึงมันมาใช้งานได้ก็คงจะดี....”