“ไปไปไป กระจายกันออกไป~!”
ทหารจากกองทัพที่ 9 กระจายกำลังเข้าไปยังเขตต่างๆที่ได้รับผลกระทบจากการบุกของราชินีแมงมุม ภายในมือของทหารทุกๆคนถือเครื่องตรวจสอบพยายามสแกนหาสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะไปใต้ตึกที่ถล่มลงมาหรือว่าใต้ดินลึก ทุกๆแห่งที่คาดว่าน่าจะมีพลเรือนหลบซ่อนตัวหรือถูกสิ่งก่อสร้างทับถมล้วนถูกสแกนหา
“ตรงนี้ขอกำลังด้วย เราพบเจอผู้รอดชีวิต 5 คน”
ทหารจำนวนสิบคนรีบวิ่งไปไปยังตำแหน่งขอความช่วยเหลือ พลางมองหาจุดที่จะทำให้พวกเขาสามารถช่วยคนที่อยู่ใต้ซากตึกได้โดยที่ตึกไม่ถล่มลงมาทับเพิ่มกว่าเดิม
“ทางนี้ ทางนี้เจอหนึ่งคน อาการโคม่า”
ทหารวิ่งวุ่นพยายามใช้ชุดเกราะเปิดทางเข้าหาพลเรือนที่ต้องการความช่วยเหลือ นอกจากจะเจอพลเรือนแล้วยังมีทหารอีกหลายนายเช่นเดียวกันที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของราชินีจนติดอยู่ใต้ซากอาคารบ้านเรือน
“ผู้บัญชาการครับ การช่วยเหลือเป็นไปตามขั้นตอนวิธีครับ”
ภายในห้องควบคุมของกองทัพที่ 9 ทหารมากมายที่นั่งรอในห้องเพื่อตรวจสอบและรับข้อมูลจากแนวหน้าที่เกิดสงครามระหว่างมนุษย์และแมงมุมค่อยๆรายงานสิ่งต่างๆที่กำลังดำเนินไปตามแผนการช่วยเหลือ ที่ทางผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 และนายพลหลายนายช่วยกันระดมความคิดวางแผนช่วยคนออกมา
แต่ผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 ไม่ได้ทำแค่ช่วยเหลือเท่านั้น เขาต้องสรุปจำนวนความเสียหาย สรุปตัวเลขผู้เสียชีวิต ประเมินราคาที่ต้องจ่าย แล้วต้องเขียนรายงานแผนการรวมถึงวิธีการทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นตลอดการดูแลภารกิจเขต F47 ส่งให้ทางสหพันธ์ ทำให้ในห้องควบคุมมีนายพลหลายนายกำลังทำหน้าเคร่งเครียดกับการนำข้อมูลมาเขียนรายงาน ที่ต้องแก้แล้วแก้อีกจนมีหลายหัวข้อไม่เป็นจริง
“ผู้บัญชาการครับ ในส่วนนี้คิดว่าเหมาะหรือเปล่าครับ”
“ดี เขียนได้ดี แต่ช่วยตัดส่วนนี้ออกแล้วใส่ชื่อคนของเราที่รับหน้าที่ดูแลลงไป”
“ครับ”
รายงานถูกแก้และถูกเปลี่ยนใหม่ ภายใน 7 วันรายงานฉบับสมบูรณ์จะต้องเสร็จ ก่อนจะมีกองทัพใดกองทัพหนึ่งยื่นเอกสารตรวจสอบตัดหน้ากองทัพที่ 9 หากไม่รวดเร็วพอพวกเขาจะต้องมาเสียเวลาแก้ข่าว จึงจำเป็นต้องเขียนทุกๆขั้นตอนในแผนการให้ครบถ้วนและไร้ช่องโหว่ การสั่งการที่เคยกระจายให้กับค่ายต่างๆได้สั่งการกันเอง ตัวแทนกองทัพที่ 9 ก็กลายเป็นผู้รับผิดชอบในรายงานที่เขียนขึ้น
“ผู้บัญชาการครับ ตัวเลขผู้เสียชีวิต..”
“เว้นไว้ก่อน เราจะใส่ภายหลัง”
“แล้วเหตุการณ์ที่ทหารและชาวเมืองตายในเขต D12”
“ระบุลงไปว่าระบบสื่อสารขัดข้องทำให้การสื่อสารในช่วงสำคัญล่มจนทหารที่รอคำสั่งทำอะไรไม่ได้นอกจากป้องกันและรอคำสั่งจากทางกองทัพที่ 9”
“จะให้ลบข้อความที่บอกว่าทหารไม่เชื่อฟังคำสั่งออกไหมครับ”
“ไม่ต้อง ใส่เอาไว้เช่นเดิมเพียงแต่ให้ระบุเพิ่มเติมลงไปว่า พวกเขาขัดคำสั่งเนื่องจากระบบสื่อสารล่มในช่วงสำคัญ จึงคิดว่ากองทัพที่ 9 ไม่สามารถสั่งการได้จึงคิดที่จะช่วยเหลือกันเอง แล้วก็ใส่หมายเหตุลงไปด้วยว่าทางเราได้เปลี่ยนไปใช้สัญญาณพลุเพื่อสั่งการต่อแล้ว มันไม่มีปัญหาใดๆ ทหารเหล่านั้นกลับไม่ยอมทำตาม”
“ครับ ผมจะรีบแก้ไขครับ”
“ผู้บัญชาการครับ แล้วเราจะอธิบายอย่างไรกับการตายของระดับ S ในช่วงแรกของภารกิจที่ส่งทหารทั้ง 12 ค่ายไปติดตั้งหัวรบในเขต F47”
“เขียนลงไปตามความเป็นจริงที่ได้รับมา ระดับ S ที่ตายเขาพลาดท่า จึงเสียสละตัวเองด้วยการระเบิดชุดเกราะทำลายแมงมุมที่พยายามตามออกมาจากรัง”
แต่ละคนที่ได้รับหัวข้อการเขียนรายงานภายในแผนล้วนแล้วพยายามหาข้อมูลมาอ้างอิงและทำให้รายงานที่ตนทำออกมาดีที่สุด สิ่งไหนที่สามารถแก้ได้และมีการระบุในแผนการไม่ชัดเจน ชื่อของทหารภายในกองทัพที่ 9 จะถูกระบุเข้าไปเพื่อเป็นผู้สั่งการ ในระหว่างที่กำลังช่วยกันแก้ไขรายงานมากมายนี้เองนั้น หนึ่งในสายของระดับ S ก็ได้ส่งเข้ามาในระบบมุ่งตรงเข้าหาผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 ทำให้เขาต้องย่นคิ้วพลางถอนหายใจออกมา เมื่อสายที่ไม่อยากรับที่สุดเพราะมักจะทำให้ต้องตามเช็ดตามเก็บเรื่องต่างๆของพวกตระกูลใหญ่โทรตรงถึงเขา
“พันตรีเจคอป มีปัญหากับภารกิจเก็บกู้อย่างนั้นเหรอ”
สายถูกรับพลางมีคำถามส่งไปยังต้นสาย ทางฝั่งเจคอปที่ได้ยินคำถามจึงพูดสิ่งที่พบเจอมา
“ผู้บัญชาการ ผมไม่สามารถเก็บกู้ซากราชินีไปส่งสหพันธ์ได้”
“เป็นไปได้ยังไงกัน ในเมื่อผมรับรองภารกิจให้แล้ว”
“ภารกิจที่ผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 ออกให้มันช้าไปก้าวหนึ่ง อีกอย่างคนที่ส่งภารกิจเข้าสหพันธ์โดยตรงเป็นถึงหน่วยพิเศษดาวมฤตยู”
“แล้วทำไมถึงไม่ขอช่วยเหลือล่ะ อย่างน้อยเราก็ได้ผลประโยชน์ร่วม”
“คนที่ได้รับภารกิจไม่ให้เราร่วมมือด้วย ผมต้องการให้คุณเขียนรายงานช่วยผม งานนี้ผมไม่ต้องการให้ชื่อเสียงของผมเสียหาย”
“ได้ กลับมากองทัพก่อน มีอะไรค่อยคุยกัน ช่วงนี้ผมกำลังยุ่งกับการเขียนรายงานทั้งหมด”
ผู้บัญชาการแสดงสีหน้าไม่พอใจหลังจากวางสาย เดิมทีหน้าที่ของมันก็เยอะพอแล้ว ทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นในเขต F47 รุนแรงพอจะทำให้มันถูกย้ายหรือไม่ก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งกลับต้องมาคอยตามเช็ดเรื่องไม่เป็นเรื่องของพวกตระกูลใหญ่ที่ยังคงทำงานเพื่อหวังผลประโยชน์จากสหพันธ์ ทำให้มันโกรธมากแต่ก็ต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้เพราะว่าภายในห้องควบคุมมีตระกูลใหญ่อยู่อีกเยอะ มันจึงต้องระงับความโกรธ
—---------------------------
“คุณน็อต รายงานของผมเสร็จหรือยัง”
“เสร็จแล้วครับ ผมระบุทุกๆอย่างลงไปแล้ว รวมไปถึงการกระทำของพันตรีเจคอป รับรองได้เลยว่าเขาจะไม่ได้อะไรจากเหตุการณ์นี้เลย”
แอชเชอร์กวาดตามองไปรอบๆ พลางสังเกตร่างของราชินีที่อยู่บนรถว่ามีชิ้นส่วนไหนขาดหายไปหรือไม่ มีกองทัพใดใช้ช่วงชุลมุนวุ่นวายขโมยไปหรือเปล่า ด้วยการมีระบบทำให้แอชเชอร์สามารถตรวจสอบได้ว่าชิ้นส่วนใดที่ยังไม่ครบ ไม่ว่าจะเป็นร่างที่ราชินีลอกคราบทิ้งหรือว่าร่างจริงที่หดเล็กลงเหลือ 50 เมตร ทุกๆร่างจะต้องสมบูรณ์ก่อนส่งไปสหพันธ์
“ร้อยตรีครับ เราเก็บทุกๆอย่างมาได้แล้วครับ”
“ดี บอกคนของเราเตรียมตัวเดินทางกลับ ผมขอตรวจสอบมันอีกครั้ง”
แอชเชอร์มองไปยังรถคันที่เขาจะนั่งไป ตำแหน่งนั้นมีชิ้นส่วนสมองและชิ้นส่วนที่สำคัญมากๆถูกแยกส่วนวางเอาไว้ สาเหตุที่เขาต้องแยกพวกมันออกมาก็เพราะว่าถ้าส่วนเหล่านี้หายมูลค่าร่างกายของราชินีจะตกลงไปในทันที
“ระบบ มีอะไรหายไปหรือเปล่า”
[แจ้งเตือน ชิ้นส่วนขาซ้ายหนึ่งข้างหายไป]
“หายเหรอ”
แอชเชอร์บินวนรอบๆรถบรรทุกทั้ง 21 คัน ปรากฎว่าชิ้นส่วนขาซ้ายของราชินีหายไปหนึ่งข้างจริงๆ เขาจึงขอให้หัวหน้าแอนเดอร์สันและหน่วยพิเศษสเปเชียลคนอื่นๆช่วยเฝ้าเอาไว้ก่อน ส่วนตัวของเขาจะออกไปตามหาอีกหนึ่งขาที่หายไป
“ถ้าจำไม่ผิดมันหล่นอยู่แถวนี้หนิ”
แอชเชอร์จำได้ว่าขาซ้ายที่หายไปเขาเป็นคนลงมือตัด ด้วยความใหญ่ของมันเป็นไปไม่ได้ที่จะหายไป ยิ่งเป็นขาของราชินียิ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะถูกทำลาย ในระหว่างกองทัพที่ 7 เก็บกู้จะต้องมีคนขโมยมันไปอย่างแน่นอน แม้จะไม่ใช่การขโมยขึ้นรถกลับออกไปในตอนนี้ มันก็อาจจะเป็นการขโมยไปซ่อนไว้ที่ไหนสักแห่งใกล้ๆนี้ ไว้หลังจากเหตุการณ์ทุกๆอย่างจบลงค่อยกลับมาขุดกลับไปก็ยังไม่สาย
ขาของแมงมุม 9 ดาวแล้วยังเป็นราชินีไม่ใช่สิ่งที่หาได้ง่าย ต่อให้จะเป็นขาเพียง 1 ข้างก็สามารถหลอมสร้างอาวุธทรงพลังได้
[แจ้งเตือน ตรวจพบชิ้นส่วนที่หายไปใต้ดินลึก 3 เมตร]
จุดสีแดงชี้นำทางจนกระทั่งแอชเชอร์ตามมาถึง เขาจึงมองจ้องบริเวณหน้าดิน ดูเหมือนว่าจะมีคนขุดเพื่อนำขาราชินีไปฝังดินอย่างที่เขาคาดการณ์เอาไว้ การมีชิ้นส่วนราชินีหายไปในการร่วมมือกันของกองทัพมากมาย ไม่ใช่เรื่องแปลก หากจะโทษและตามรอยก็เป็นเรื่องที่ยากเกิดกว่าจะทำ
“เฮฟวี่สตัน”
บรึ้ม~!
สกิลขวานสับลงไปบนพื้นดินจนพื้นแตกละเอียด เหล่าทหารที่กำลังช่วยชาวเมืองต่างก้มต่ำพลางแสดงท่าทางตื่นตระหนกออกมา กลัวว่าจะมีมอนสเตอร์โผล่ออกมาอีก แต่เมื่อพวกเขาเห็นต้นตอของคนที่ทุบทำลายหน้าดินจนทำให้เกิดเสียง ทุกๆคนต่างกลับไปทำงานเช่นเดิม ปล่อยให้แอชเชอร์ลากขาราชินีลอยขึ้นไปบนท้องฟ้ามุ่งหน้ากลับไปยังจุดที่กองทัพที่ 7 รวมตัวกัน
“ไปกันเถอะครับ ชิ้นส่วนราชินีน่าจะเพียงพอแล้ว”
แอชเชอร์บอกทุกๆคนให้เตรียมพร้อม ภารกิจส่งมอบร่างของราชินีไปยังสหพันธ์เป็นงานที่ต้องรีบทำ หากนำกลับไปเก็บไว้ในกองทัพที่ 7 ชั่วคราวนั้น ถ้ามีชิ้นส่วนหายไปกองทัพที่ 7 จะต้องรับผิดชอบ
บรืน~!
ขบวนรถบรรทุกๆค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากเขต D12 มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือเพื่อใช้เส้นทางเขตอื่นที่ไม่ใช่เส้นทางผ่านของราชินี ระหว่างนี้เองทหารที่ผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 ส่งมาจากกองทัพก็ได้กระจายกันไปบนรถบรรทุก พยายามป้องกันไม่ให้ชิ้นส่วนใดหล่นระหว่างขนส่ง ไม่เพียงเท่านั้นยังต้องตรวจสอบรอบๆอีกด้วย เผื่อจะมีใครบางคนต้องการขโมยระหว่างขนส่ง
“แอชเชอร์ นายทำได้ยังไงกัน”
หลังจากที่หัวหน้าแอนเดอร์สันได้มานั่งกับแอชเชอร์ที่อยู่บนหลังรถบรรทุกอีกครั้งจึงได้ถามความจริง ตอนนี้ไม่มีกล้องไม่มีสิ่งของใดๆบันทึกผล ความลับจะอยู่กับพวกเขาสองคนตลอดไป แต่แอชเชอร์ไม่ต้องการให้ใครรู้ความจริงเกี่ยวกับระบบจึงทำเพียงแค่ยิ้มพลางตอบด้วยคำพูดเดิมเหมือนที่ผู้บัญชาการเคยถามมาก่อน
“ผมก็แค่มีสกิลที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งตัวเองได้เท่านั้น การใช้มันทำให้ผมดึงพลังของชุดเกราะออกมาจนเกินขีดจำกัดได้”
“แน่ใจนะ”
“หัวหน้าจะลองดูไหมล่ะ”
แอชเชอร์ยิ้มตอบ จากนั้นเขาก็นำธนูขึ้นมาถือเอาไว้ในมือ สิ่งน่ากลัวมากที่สุดในตอนนี้คือกองทัพ ระหว่างที่ทหารจำนวนมากส่งคนมาช่วยเหลือและอยู่ในช่วงเดินทางกลับ มีโอกาสสูงที่ใครบางกลุ่มจะได้รับคำสั่งให้ขโมยชิ้นส่วนราชินีกลับไป
“นายไม่ต้องกลัวมากขนาดนั้นก็ได้ เราพาคนมาเยอะมาก การคุ้มกันนี้ปลอดภัย เว้นแต่อีกฝ่ายจะมาเยอะ”
“แต่ผมไม่ได้กลัวพวกมันมาเยอะ สิ่งที่ผมกลัวคือพวกมันโจมตีแล้วหนีไป”
สิ่งที่แอชเชอร์ระวังไม่ใช่เพียงแค่คนของกองทัพที่ 9 และกองทัพอื่นๆที่ต้องการปล้น เขายังคงระวังกลุ่มขนนกสีแดงอีกด้วยเพราะมันเคยขู่เขาเอาไว้ว่าจะส่งสิ่งที่เหนือกว่ามาจัดการ หลังจากเขาจัดการระดับ S ไปก็ได้มีคนซุ่มยิงจากระยะไกล จากกระสุนที่ใช้สามารถฆ่าระดับ S ภายในชุดเกราะมาร์คเอทได้ เขาจึงต้องระวังให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้ครั้งต่อไปต้องตกอยู่ภายใต้ใจกลางระเบิด
พรึ่บ~!
ไอพ่นชุดเกราะบินวนรอบๆขบวนขนส่ง จากด้านหลังไปด้านหน้า ด้วยปริมาณรถบรรทุก 21 คันเรียงแถวตอนกันและต้องวิ่งทิ้งระยะห่างระหว่างคัน ทำให้ระยะของระบบที่ใช้ตรวจสอบไม่ครอบคลุมเขาจึงต้องบินดูรอบๆเพื่อไม่ให้ใครนำระเบิดมาติดเอาไว้บนรถ