[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว

141 คุ้มกัน

“ไปไปไป กระจายกันออกไป~!”


ทหารจากกองทัพที่ 9 กระจายกำลังเข้าไปยังเขตต่างๆที่ได้รับผลกระทบจากการบุกของราชินีแมงมุม ภายในมือของทหารทุกๆคนถือเครื่องตรวจสอบพยายามสแกนหาสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะไปใต้ตึกที่ถล่มลงมาหรือว่าใต้ดินลึก ทุกๆแห่งที่คาดว่าน่าจะมีพลเรือนหลบซ่อนตัวหรือถูกสิ่งก่อสร้างทับถมล้วนถูกสแกนหา


“ตรงนี้ขอกำลังด้วย เราพบเจอผู้รอดชีวิต 5 คน”


ทหารจำนวนสิบคนรีบวิ่งไปไปยังตำแหน่งขอความช่วยเหลือ พลางมองหาจุดที่จะทำให้พวกเขาสามารถช่วยคนที่อยู่ใต้ซากตึกได้โดยที่ตึกไม่ถล่มลงมาทับเพิ่มกว่าเดิม


“ทางนี้ ทางนี้เจอหนึ่งคน อาการโคม่า”


ทหารวิ่งวุ่นพยายามใช้ชุดเกราะเปิดทางเข้าหาพลเรือนที่ต้องการความช่วยเหลือ นอกจากจะเจอพลเรือนแล้วยังมีทหารอีกหลายนายเช่นเดียวกันที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีของราชินีจนติดอยู่ใต้ซากอาคารบ้านเรือน


“ผู้บัญชาการครับ การช่วยเหลือเป็นไปตามขั้นตอนวิธีครับ”


ภายในห้องควบคุมของกองทัพที่ 9 ทหารมากมายที่นั่งรอในห้องเพื่อตรวจสอบและรับข้อมูลจากแนวหน้าที่เกิดสงครามระหว่างมนุษย์และแมงมุมค่อยๆรายงานสิ่งต่างๆที่กำลังดำเนินไปตามแผนการช่วยเหลือ ที่ทางผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 และนายพลหลายนายช่วยกันระดมความคิดวางแผนช่วยคนออกมา


แต่ผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 ไม่ได้ทำแค่ช่วยเหลือเท่านั้น เขาต้องสรุปจำนวนความเสียหาย สรุปตัวเลขผู้เสียชีวิต ประเมินราคาที่ต้องจ่าย แล้วต้องเขียนรายงานแผนการรวมถึงวิธีการทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นตลอดการดูแลภารกิจเขต F47 ส่งให้ทางสหพันธ์  ทำให้ในห้องควบคุมมีนายพลหลายนายกำลังทำหน้าเคร่งเครียดกับการนำข้อมูลมาเขียนรายงาน ที่ต้องแก้แล้วแก้อีกจนมีหลายหัวข้อไม่เป็นจริง


“ผู้บัญชาการครับ ในส่วนนี้คิดว่าเหมาะหรือเปล่าครับ”


“ดี เขียนได้ดี แต่ช่วยตัดส่วนนี้ออกแล้วใส่ชื่อคนของเราที่รับหน้าที่ดูแลลงไป”


“ครับ”


รายงานถูกแก้และถูกเปลี่ยนใหม่ ภายใน 7 วันรายงานฉบับสมบูรณ์จะต้องเสร็จ ก่อนจะมีกองทัพใดกองทัพหนึ่งยื่นเอกสารตรวจสอบตัดหน้ากองทัพที่ 9 หากไม่รวดเร็วพอพวกเขาจะต้องมาเสียเวลาแก้ข่าว จึงจำเป็นต้องเขียนทุกๆขั้นตอนในแผนการให้ครบถ้วนและไร้ช่องโหว่ การสั่งการที่เคยกระจายให้กับค่ายต่างๆได้สั่งการกันเอง ตัวแทนกองทัพที่ 9 ก็กลายเป็นผู้รับผิดชอบในรายงานที่เขียนขึ้น 


“ผู้บัญชาการครับ ตัวเลขผู้เสียชีวิต..”


“เว้นไว้ก่อน เราจะใส่ภายหลัง”


“แล้วเหตุการณ์ที่ทหารและชาวเมืองตายในเขต D12”


“ระบุลงไปว่าระบบสื่อสารขัดข้องทำให้การสื่อสารในช่วงสำคัญล่มจนทหารที่รอคำสั่งทำอะไรไม่ได้นอกจากป้องกันและรอคำสั่งจากทางกองทัพที่ 9”


“จะให้ลบข้อความที่บอกว่าทหารไม่เชื่อฟังคำสั่งออกไหมครับ”


“ไม่ต้อง ใส่เอาไว้เช่นเดิมเพียงแต่ให้ระบุเพิ่มเติมลงไปว่า พวกเขาขัดคำสั่งเนื่องจากระบบสื่อสารล่มในช่วงสำคัญ จึงคิดว่ากองทัพที่ 9 ไม่สามารถสั่งการได้จึงคิดที่จะช่วยเหลือกันเอง แล้วก็ใส่หมายเหตุลงไปด้วยว่าทางเราได้เปลี่ยนไปใช้สัญญาณพลุเพื่อสั่งการต่อแล้ว มันไม่มีปัญหาใดๆ ทหารเหล่านั้นกลับไม่ยอมทำตาม”


“ครับ ผมจะรีบแก้ไขครับ”


“ผู้บัญชาการครับ แล้วเราจะอธิบายอย่างไรกับการตายของระดับ S ในช่วงแรกของภารกิจที่ส่งทหารทั้ง 12 ค่ายไปติดตั้งหัวรบในเขต F47”


“เขียนลงไปตามความเป็นจริงที่ได้รับมา ระดับ S ที่ตายเขาพลาดท่า จึงเสียสละตัวเองด้วยการระเบิดชุดเกราะทำลายแมงมุมที่พยายามตามออกมาจากรัง”


แต่ละคนที่ได้รับหัวข้อการเขียนรายงานภายในแผนล้วนแล้วพยายามหาข้อมูลมาอ้างอิงและทำให้รายงานที่ตนทำออกมาดีที่สุด สิ่งไหนที่สามารถแก้ได้และมีการระบุในแผนการไม่ชัดเจน ชื่อของทหารภายในกองทัพที่ 9 จะถูกระบุเข้าไปเพื่อเป็นผู้สั่งการ ในระหว่างที่กำลังช่วยกันแก้ไขรายงานมากมายนี้เองนั้น หนึ่งในสายของระดับ S ก็ได้ส่งเข้ามาในระบบมุ่งตรงเข้าหาผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 ทำให้เขาต้องย่นคิ้วพลางถอนหายใจออกมา เมื่อสายที่ไม่อยากรับที่สุดเพราะมักจะทำให้ต้องตามเช็ดตามเก็บเรื่องต่างๆของพวกตระกูลใหญ่โทรตรงถึงเขา


“พันตรีเจคอป มีปัญหากับภารกิจเก็บกู้อย่างนั้นเหรอ”


สายถูกรับพลางมีคำถามส่งไปยังต้นสาย ทางฝั่งเจคอปที่ได้ยินคำถามจึงพูดสิ่งที่พบเจอมา


“ผู้บัญชาการ ผมไม่สามารถเก็บกู้ซากราชินีไปส่งสหพันธ์ได้”


“เป็นไปได้ยังไงกัน ในเมื่อผมรับรองภารกิจให้แล้ว”


“ภารกิจที่ผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 ออกให้มันช้าไปก้าวหนึ่ง อีกอย่างคนที่ส่งภารกิจเข้าสหพันธ์โดยตรงเป็นถึงหน่วยพิเศษดาวมฤตยู”


“แล้วทำไมถึงไม่ขอช่วยเหลือล่ะ อย่างน้อยเราก็ได้ผลประโยชน์ร่วม”


“คนที่ได้รับภารกิจไม่ให้เราร่วมมือด้วย ผมต้องการให้คุณเขียนรายงานช่วยผม งานนี้ผมไม่ต้องการให้ชื่อเสียงของผมเสียหาย”


“ได้ กลับมากองทัพก่อน มีอะไรค่อยคุยกัน ช่วงนี้ผมกำลังยุ่งกับการเขียนรายงานทั้งหมด”


ผู้บัญชาการแสดงสีหน้าไม่พอใจหลังจากวางสาย เดิมทีหน้าที่ของมันก็เยอะพอแล้ว ทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นในเขต F47 รุนแรงพอจะทำให้มันถูกย้ายหรือไม่ก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งกลับต้องมาคอยตามเช็ดเรื่องไม่เป็นเรื่องของพวกตระกูลใหญ่ที่ยังคงทำงานเพื่อหวังผลประโยชน์จากสหพันธ์ ทำให้มันโกรธมากแต่ก็ต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้เพราะว่าภายในห้องควบคุมมีตระกูลใหญ่อยู่อีกเยอะ มันจึงต้องระงับความโกรธ


—---------------------------


“คุณน็อต รายงานของผมเสร็จหรือยัง”


“เสร็จแล้วครับ ผมระบุทุกๆอย่างลงไปแล้ว รวมไปถึงการกระทำของพันตรีเจคอป รับรองได้เลยว่าเขาจะไม่ได้อะไรจากเหตุการณ์นี้เลย”


แอชเชอร์กวาดตามองไปรอบๆ พลางสังเกตร่างของราชินีที่อยู่บนรถว่ามีชิ้นส่วนไหนขาดหายไปหรือไม่ มีกองทัพใดใช้ช่วงชุลมุนวุ่นวายขโมยไปหรือเปล่า ด้วยการมีระบบทำให้แอชเชอร์สามารถตรวจสอบได้ว่าชิ้นส่วนใดที่ยังไม่ครบ ไม่ว่าจะเป็นร่างที่ราชินีลอกคราบทิ้งหรือว่าร่างจริงที่หดเล็กลงเหลือ 50 เมตร ทุกๆร่างจะต้องสมบูรณ์ก่อนส่งไปสหพันธ์


“ร้อยตรีครับ เราเก็บทุกๆอย่างมาได้แล้วครับ”


“ดี บอกคนของเราเตรียมตัวเดินทางกลับ ผมขอตรวจสอบมันอีกครั้ง”


แอชเชอร์มองไปยังรถคันที่เขาจะนั่งไป ตำแหน่งนั้นมีชิ้นส่วนสมองและชิ้นส่วนที่สำคัญมากๆถูกแยกส่วนวางเอาไว้ สาเหตุที่เขาต้องแยกพวกมันออกมาก็เพราะว่าถ้าส่วนเหล่านี้หายมูลค่าร่างกายของราชินีจะตกลงไปในทันที


“ระบบ มีอะไรหายไปหรือเปล่า”


[แจ้งเตือน ชิ้นส่วนขาซ้ายหนึ่งข้างหายไป]


“หายเหรอ”


แอชเชอร์บินวนรอบๆรถบรรทุกทั้ง 21 คัน ปรากฎว่าชิ้นส่วนขาซ้ายของราชินีหายไปหนึ่งข้างจริงๆ เขาจึงขอให้หัวหน้าแอนเดอร์สันและหน่วยพิเศษสเปเชียลคนอื่นๆช่วยเฝ้าเอาไว้ก่อน ส่วนตัวของเขาจะออกไปตามหาอีกหนึ่งขาที่หายไป


“ถ้าจำไม่ผิดมันหล่นอยู่แถวนี้หนิ”


แอชเชอร์จำได้ว่าขาซ้ายที่หายไปเขาเป็นคนลงมือตัด ด้วยความใหญ่ของมันเป็นไปไม่ได้ที่จะหายไป ยิ่งเป็นขาของราชินียิ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะถูกทำลาย ในระหว่างกองทัพที่ 7 เก็บกู้จะต้องมีคนขโมยมันไปอย่างแน่นอน แม้จะไม่ใช่การขโมยขึ้นรถกลับออกไปในตอนนี้ มันก็อาจจะเป็นการขโมยไปซ่อนไว้ที่ไหนสักแห่งใกล้ๆนี้ ไว้หลังจากเหตุการณ์ทุกๆอย่างจบลงค่อยกลับมาขุดกลับไปก็ยังไม่สาย


ขาของแมงมุม 9 ดาวแล้วยังเป็นราชินีไม่ใช่สิ่งที่หาได้ง่าย ต่อให้จะเป็นขาเพียง 1 ข้างก็สามารถหลอมสร้างอาวุธทรงพลังได้


[แจ้งเตือน ตรวจพบชิ้นส่วนที่หายไปใต้ดินลึก 3 เมตร]


จุดสีแดงชี้นำทางจนกระทั่งแอชเชอร์ตามมาถึง เขาจึงมองจ้องบริเวณหน้าดิน ดูเหมือนว่าจะมีคนขุดเพื่อนำขาราชินีไปฝังดินอย่างที่เขาคาดการณ์เอาไว้ การมีชิ้นส่วนราชินีหายไปในการร่วมมือกันของกองทัพมากมาย ไม่ใช่เรื่องแปลก หากจะโทษและตามรอยก็เป็นเรื่องที่ยากเกิดกว่าจะทำ 


“เฮฟวี่สตัน”


บรึ้ม~!


สกิลขวานสับลงไปบนพื้นดินจนพื้นแตกละเอียด เหล่าทหารที่กำลังช่วยชาวเมืองต่างก้มต่ำพลางแสดงท่าทางตื่นตระหนกออกมา กลัวว่าจะมีมอนสเตอร์โผล่ออกมาอีก แต่เมื่อพวกเขาเห็นต้นตอของคนที่ทุบทำลายหน้าดินจนทำให้เกิดเสียง ทุกๆคนต่างกลับไปทำงานเช่นเดิม ปล่อยให้แอชเชอร์ลากขาราชินีลอยขึ้นไปบนท้องฟ้ามุ่งหน้ากลับไปยังจุดที่กองทัพที่ 7 รวมตัวกัน


“ไปกันเถอะครับ ชิ้นส่วนราชินีน่าจะเพียงพอแล้ว”


แอชเชอร์บอกทุกๆคนให้เตรียมพร้อม ภารกิจส่งมอบร่างของราชินีไปยังสหพันธ์เป็นงานที่ต้องรีบทำ หากนำกลับไปเก็บไว้ในกองทัพที่ 7 ชั่วคราวนั้น ถ้ามีชิ้นส่วนหายไปกองทัพที่ 7 จะต้องรับผิดชอบ


บรืน~!


ขบวนรถบรรทุกๆค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากเขต D12 มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือเพื่อใช้เส้นทางเขตอื่นที่ไม่ใช่เส้นทางผ่านของราชินี ระหว่างนี้เองทหารที่ผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 ส่งมาจากกองทัพก็ได้กระจายกันไปบนรถบรรทุก พยายามป้องกันไม่ให้ชิ้นส่วนใดหล่นระหว่างขนส่ง ไม่เพียงเท่านั้นยังต้องตรวจสอบรอบๆอีกด้วย เผื่อจะมีใครบางคนต้องการขโมยระหว่างขนส่ง


“แอชเชอร์ นายทำได้ยังไงกัน”


หลังจากที่หัวหน้าแอนเดอร์สันได้มานั่งกับแอชเชอร์ที่อยู่บนหลังรถบรรทุกอีกครั้งจึงได้ถามความจริง ตอนนี้ไม่มีกล้องไม่มีสิ่งของใดๆบันทึกผล ความลับจะอยู่กับพวกเขาสองคนตลอดไป  แต่แอชเชอร์ไม่ต้องการให้ใครรู้ความจริงเกี่ยวกับระบบจึงทำเพียงแค่ยิ้มพลางตอบด้วยคำพูดเดิมเหมือนที่ผู้บัญชาการเคยถามมาก่อน


“ผมก็แค่มีสกิลที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งตัวเองได้เท่านั้น การใช้มันทำให้ผมดึงพลังของชุดเกราะออกมาจนเกินขีดจำกัดได้”


“แน่ใจนะ”


“หัวหน้าจะลองดูไหมล่ะ”


แอชเชอร์ยิ้มตอบ จากนั้นเขาก็นำธนูขึ้นมาถือเอาไว้ในมือ สิ่งน่ากลัวมากที่สุดในตอนนี้คือกองทัพ ระหว่างที่ทหารจำนวนมากส่งคนมาช่วยเหลือและอยู่ในช่วงเดินทางกลับ มีโอกาสสูงที่ใครบางกลุ่มจะได้รับคำสั่งให้ขโมยชิ้นส่วนราชินีกลับไป


“นายไม่ต้องกลัวมากขนาดนั้นก็ได้ เราพาคนมาเยอะมาก การคุ้มกันนี้ปลอดภัย เว้นแต่อีกฝ่ายจะมาเยอะ”


“แต่ผมไม่ได้กลัวพวกมันมาเยอะ สิ่งที่ผมกลัวคือพวกมันโจมตีแล้วหนีไป”


สิ่งที่แอชเชอร์ระวังไม่ใช่เพียงแค่คนของกองทัพที่ 9 และกองทัพอื่นๆที่ต้องการปล้น เขายังคงระวังกลุ่มขนนกสีแดงอีกด้วยเพราะมันเคยขู่เขาเอาไว้ว่าจะส่งสิ่งที่เหนือกว่ามาจัดการ  หลังจากเขาจัดการระดับ S ไปก็ได้มีคนซุ่มยิงจากระยะไกล จากกระสุนที่ใช้สามารถฆ่าระดับ S ภายในชุดเกราะมาร์คเอทได้  เขาจึงต้องระวังให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้ครั้งต่อไปต้องตกอยู่ภายใต้ใจกลางระเบิด


พรึ่บ~!


ไอพ่นชุดเกราะบินวนรอบๆขบวนขนส่ง จากด้านหลังไปด้านหน้า ด้วยปริมาณรถบรรทุก 21 คันเรียงแถวตอนกันและต้องวิ่งทิ้งระยะห่างระหว่างคัน ทำให้ระยะของระบบที่ใช้ตรวจสอบไม่ครอบคลุมเขาจึงต้องบินดูรอบๆเพื่อไม่ให้ใครนำระเบิดมาติดเอาไว้บนรถ