เสี่ยวเป่า ลูกรักสวรรค์พลิกชะตา

    สัมผัสที่ไม่ได้ตั้งใจ และเงามืดที่คืบคลาน


    หลังจากเหตุการณ์หวุดหวิดบนสะพาน ความตึงเครียดในคฤหาสน์มู่เริ่มผ่อนคลายลงชั่วคราว มู่เฉิงสั่งยกระดับการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด และปฏิเสธการออกไปนอกบ้านโดยไม่จำเป็น เพื่อรอดูท่าทีของศัตรู

    ช่วงค่ำวันนั้น มู่เฉิง เดินมุ่งหน้าไปยังห้องนอนเพื่อจะไปถามอาการของเสี่ยวเป่าจากซูหว่าน เขาไม่ได้เคาะประตูเพราะคิดว่าซูหว่านน่าจะกำลังเล่านิทานให้ลูกสาวฟังเหมือนทุกครั้ง แต่ทว่า...

    แกรก...

    ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป กลิ่นหอมจางๆ ของสบู่และไอระเหยจากความร้อนโชยมากระทบจมูก ซูหว่าน พึ่งก้าวออกมาจากห้องน้ำ ร่างกายของเธอมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนสีขาวห่อหุ้มอกอิ่มไว้เพียงผืนเดียว หยดน้ำใสๆ ยังเกาะอยู่ตามลาดไหล่เนียนและลำคอระหง ผมที่เปียกชื้นล้อมรอบใบหน้าที่นวลลออ

    "อุ๊ย! คุณมู่!" ซูหว่านสะดุ้งสุดตัว มือรีบตะปบขอบผ้าเช็ดตัวไว้แน่น ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อทันที

    มู่เฉิงที่วางตัวนิ่งขรึมมาตลอดถึงกับยืนอึ้ง ดวงตาคมกริบจ้องมองความงดงามเบื้องหน้าอย่างลืมตัว ความประหม่าที่จู่ๆ ก็พุ่งพล่านทำให้เขารีบจะก้าวถอยหลัง แต่ทว่าเท้าเจ้ากรรมกลับไปสะดุดเข้ากับพรมเช็ดเท้าที่วางไม่เรียบ

    "เฮ้ย!"

    มู่เฉิงเสียการทรงตัว ร่างสูงใหญ่ถลาไปข้างหน้าพยายามจะหาที่ยึดเหนี่ยว เขาคว้าเข้าที่เอวบางของซูหว่านโดยสัญชาตญาณ ทำให้ทั้งคู่ล้มลงไปบนเตียงกว้างพร้อมกัน มู่เฉิงคร่อมทับอยู่บนร่างนุ่มนิ่มของซูหว่าน
    ใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงไม่ถึงคืบ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่กระชั้นถี่ของกันและกัน

    หัวใจของมู่เฉิงเต้นรัวจนแทบจะทะลุอก ความนุ่มละมุนและกลิ่นกายสาวทำเอาชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งถึงกับทำอะไรไม่ถูก ซูหว่านเองก็เบิกตาค้าง แก้มแดงปลั่งไปถึงใบหู ทั้งสองสบตากันเนิ่นนานท่ามกลางความเงียบที่ชวนให้เคลิบเคลิ้ม

    "เอ่อ... ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจ" มู่เฉิงรีบดีดตัวลุกขึ้นทันที พลางเสมองไปทางอื่นเพื่อรักษาศักดิ์ศรี "ผมแค่จะมาถามเรื่องเสี่ยวเป่า แต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วค่อยตามไปที่ห้องทำงานแล้วกัน!"

    มู่เฉิงรีบเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องไปด้วยท่าทางรนราน ทิ้งให้ซูหว่านนั่งหน้าแดงก่ำอยู่บนเตียง มือเรียวสวยกุมหน้าอกที่เต้นโครมคราม พลางพึมพำกับตัวเอง "คนบ้า... เข้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียงเลย"

    ศาสตร์มืดของอาจารย์กุมภ์

    ทว่า ความเขินอายนั้นคงอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเงามืดพาดผ่านคฤหาสน์มู่อีกครั้ง ห่างออกไปในป่าช้าเก่าทางชายแดน อาจารย์กุมภ์ ชายผู้มีผิวพรรณดำขลับและเต็มไปด้วยรอยสักอักขระเลขยันต์ กำลังนั่งบริกรรมคาถาอยู่หน้าหม้อดินที่บรรจุ "น้ำมันพราย" และ "เศษผ้าอาถรรพ์"

    "มู่เฉิง... แกมันดวงแข็งนักนะ" เสียงแหบพร่าดังขึ้นท่ามกลางเสียงนกแสกที่ร้องโหยหวน "แต่ครั้งนี้ ข้าจะส่ง 'พรายจำแลง' ไปปลิดวิญญาณคนในบ้านแกให้หมด!"

    อาจารย์กุมภ์หยิบหุ่นพยนต์หญ้าแพรกขึ้นมาสวดคาถาเรียกวิญญาณสัมภเวสีที่หิวโหยให้ไปรวมตัวกันที่คฤหาสน์มู่ เพื่อสร้างอาณาเขตแห่งฝันร้าย

    การต่อสู้ทางจิตวิญญาณ

    กลางดึกคืนนั้น บรรยากาศในคฤหาสน์เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ลมหนาวเยือกเย็นพัดผ่านห้องโถงทั้งที่ประตูปิดสนิท เสียงฝีเท้าลึกลับดังเดินวนเวียนอยู่บนเพดาน และมีเสียงกระซิบเรียกชื่อของทุกคนในบ้านอย่างโหยหวน

    เสี่ยวเป่า ที่นอนอยู่เริ่มขมวดคิ้ว หนูน้อยสัมผัสได้ถึงกลิ่นเหม็นสาบของวิญญาณร้ายที่พยายามจะมุดผ่านช่องลมเข้ามาในห้องนอน เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาสีทับทิมหม่นแสงลงเล็กน้อยเพราะความเหนื่อยล้า แต่เธอก็รู้ดีว่าตอนนี้พ่อและแม่กำลังอยู่ในอันตราย

    "พวกผีนิสัยไม่ดี... อย่ามายุ่งกับพ่อแม่ของเสี่ยวเป่านะ!"

    เสี่ยวเป่าลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง หนูน้อยพยายามรวบรวมพลังสีทองที่ยังไม่ฟื้นฟูดีนักขึ้นมาปกป้องคฤหาสน์ เธอเห็นเงาสีดำขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายสัตว์ร้ายพยายามจะพังประตูเข้ามาในห้องนอนของมู่เฉิง เสี่ยวเป่าหลับตาลงนิ่ง พยายามเชื่อมต่อจิตของเธอกับดวงวิญญาณเหล่านั้น

    "กลับไปที่ที่พวกคุณมาซะ... อย่าให้เสี่ยวเป่าต้องโกรธนะจ๊ะ!"
    พลังสีทองจางๆ เริ่มแผ่ออกจากตัวเสี่ยวเป่า เข้าปะทะกับไอสีดำของอาจารย์กุมภ์ที่หน้าห้อง ทันทีที่พลังสองขั้วปะทะกัน คฤหาสน์ทั้งหลังก็สั่นสะเทือนเบาๆ เสี่ยวเป่าหน้าซีดลงเรื่อยๆ เพราะนี่คือการต่อสู้ทางจิตวิญญาณครั้งใหญ่ที่สุดที่เธอเคยเจอ ความชั่วร้ายของอาจารย์กุมภ์นั้นลึกซึ้งและดำมืดกว่าทุกสิ่งที่เธอเคยเห็นมา!

    คล้ายกับเรื่องเสี่ยวเป่า ลูกรักสวรรค์พลิกชะตา ที่คุณอ่าน