นอนกอดอกแน่นไม่กล้ากระดิกตัวกลัวว่าจิวซินจะสะดุ้งตื่นอากาศหนาวช่างหนาวเหน็บ
แผลที่อกสร้างความเจ็บปวดแต่ใจยังคงเต้นไม่เป็นจังหวะ เผลอหลับไปกอดก่ายร่างบางของจิวซิน หลับใหลในนิทรารมด้วยความสุขสม เมื่อสำนึกได้ว่าคนที่ข้างเคียงกายนั้นเหมือนเป็นคนที่ตามหามาแสนนาน ฝันดีจิวซิน
จิวซินตื่นขึ้นมาบนแท่นนอนอบอุ่น ข้างกันนั้นชงไฉ่ใช้แขนแข็งแรงกอดรัดไว้เหมือนกลัวว่าจิวซินจะจากไป จิวซินนอนนิ่งไม่กล้าขยับตัวลำดับเหตุการณ์ว่าเมื่อคืนนอนอยู่เบื้องล่างแล้วเหตุไฉนขึ้นมานอนร่วมเตียงกับชงไฉ่ได้
เสี่ยวถังเข้ามาในห้องพร้อมกับอาภรณ์ชุดใหม่สำหรับจิวซินเปิดประตุเข้ามาด้วยความเคยชิน
“องค์หญิงตื่นหรือยัง” อ้าปากค้างกับภาพตรงหน้ารีบถอยออกไปทันทีวิ่งกลับเข้ามาวางอาภรณ์ไว้บนโต๊ะ
ชงไฉ่บิดขี้เกียจหันมองรอบตัว สายตาประสานเข้ากับสายตาของจิวซินที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้ว แต่ไม่กล้าขยับตัวชงแอมยิ้มใช้แขนข้างที่ที่วางดึงร่างบางเข้ามาซบอกกว้าง
“หลับสบายไหมเหอจิวซิน” จิวซินไม่เอ่ยคำใด
“เชื่อเถอะภายใต้อ้อมแขนของข้าชงไฉ่อบอุ่นยามเจ้าต้องการผ้าห่มคลุมกาย”
“ไม่ใช่ข้าเหอจิวซินที่จะต้องการผ้าห่มของคนอื่น”
“เช่นนั้นเรามาพิสูจน์กันภายใต้อากาศหนาวเหน็บเป็นใจเช่นนี้ ว่าเหอจิวซินจะใจแข็งเพียงใด” ดึงจิวซินเข้ามาใกล้บดขยี้ริมฝีปากอุ่นบนผ้าแพรบางเบาที่กางกั้นริมฝีปากบางไว้ จิวซินตาโตคิดไม่ถึงว่าชงไฉ่จะมาไม้นี้ สัมผัสอ่อนโยนที่ตราตรึงใจจิวซินไม่อาจปฏิเสธชงไฉ่ถอนริมฝีปากออกใช้มือเลิกผ้าแพรขึ้นบดขยี้ริมฝีปากกับปากบางอ่อนนุ่มซอกซอนหาความหวาน จิวซินดิ้นรน กล้าๆ กลัวๆ กลัวว่าผ้าแพรที่ปิดบังใบหน้าจะหลุดออก
“เหอจิวซิน” ชงไฉ่เผลอเรียกชื่อจิวซินด้วยตกอยู่ในภวังค์ล่องลอยกอดรัดจิวซินไว้แน่นแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน จิวซินยกมือขึ้นดันอกกว้าง ชงไฉ่ถอนริมฝีปากออกดึงผ้าแพรปิดปากบางไว้ตามเดิมชงไฉ่ยิ้ม
"ความหอมหวานดั่งมธุรสทำให้ไม่อาจหักห้ามใจข้ายอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ลิ้มลอง” ก้มลงหมายลิ้มรสจุมพิตจากปากของจิวซิน