วันนี้เป็วันพักผ่อนสำหรับเด็กปีหนึ่งอย่างพวกเนล เด็กๆต่างพากันพักผ่อนบ้างก้พากันแวะร้าน
อร่อยๆหาของกินเล่น แน่นอนว่าพวกเนลก็เช่นกันที่วันนี้อยู่ที่ร้านไอศกรีม Fruit Me ซึ่งเป็ร้านไอศกรีมชื่อดังในรัฐแซนเทิร์น ร้านนี้มีของเด็ดเป็ไอศกรีมราสเบอร์รี่กับช็อคโกแลตโรยด้วยถั่วบดและน้ำสมูทตี้
“เนลการบ้านของคาบประวัติศาสตร์ได้ทำรึยังจ๊ะ” โรเซ่ถามเพื่อนสาวขึ้น
“มีการบ้านด้วยหรอ?”
เนลถามด้วยความสงสัยซึ่งโรเซ่ดูจะไม่แปลกใจเท่าไหร่ก็เมื่อแม่เพื่อนสาวตัวดีของเธอเล่นหลับ
ตลอดทางในคาบวิชา
“มีจ๊ะ”
“ก็มัวแต่นอนไงเลยไม่รู้” เฟย์ตั้นพูดลอยๆเนลจึงหันไปทำหน้าแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เข้าให้
“มีการบ้านอะไรอะ” เธอถามต่อโดยที่ไม่สนใจเฟย์ตั้นที่กำลังขมวดคิ้ว
“เขียนรายงานเื่าศกัดิ์สิทธิ์จ๊ะ”
“ขอลอกหน่อยน๊าาาา” เนลเริ่มโอดครวน
“ขี้เซาแล้วยังี้เีอีก โรเซ่เธอไม่ต้องช่วยหรอกไม่งั้นคงไม่มีความรู้เข้าสมองกันพอดี” เฟย์ตั้นดุ
ขึ้นอีกเมื่อแม่คุณคิดจะใช่ทางลัดในการทำการบ้าน
“เื่ของฉันไหมละ"
"เื่ของเธอคนเดียวที่ไหนมันเป็งานกลุ่ม พวกฉันแบ่งงานกันทำหมดแล้วมีแต่เธอนั้นแหละที่
เอาแต่หลับเพราะงั้นต้องเขียนสรุปรายงานเอง” เฟย์ตั้นมองเธอด้วยสายตาดุๆอีครั้งจนเนลเริ่มหง่อย เขาจึงได้แต่ถอนหายใจ
“งั้นขอบทนำกับส่วนเนื้อหา...หน่อย...”
ยังไม่ทันพูดจบราวี่ก็หยิบกระดาษรายงานที่น่าจะมีมากกว่า50แผ่นมายื่นให้เธอตรงหน้า เนลถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่
“ไม่ต้องมาทำหน้าถอดสี แกต้องสรุปข้อมูลทั้งหมดนี้” จีซัสพูดพร้อมกับขำอย่างอดเสียไม่ได้
“สรุปนี้...”
“เขียนสรุปประเด็นสำคัญจากการค้นคว้ามาทั้งหมด ฉันว่าพวกฉันก็ทำข้อมูลสั้นมากแล้วนะ พยามบีบให้สั้นสุดๆแล้ว” ทีเซอร์ยิ้มน้อยๆ
ข้อมูลสั้นกับผีมันสิ!!
หนากว่าแขนเธออีก!!
“โรเซ่....ช่วยเนลหน่อยน๊า” เนลเริ่มโอดครวนพร้อมกับเข้าไปกอดเพื่อนสาว โรเซ่ได้แต่หัวเราะด้วยความเอ็นดูปนสงสาร
“เอาแบบนี้ไหม พวกฉันจะช่วยกันเล่าให้ฟัง แต่...เนลต้องเขียนเองนะจ๊ะ”
“อื้ออออ..”
เสียงถอนหายใจดังขึ้นพร้อมกันมาจากบรรดาหนุ่มๆ โรเซ่ใจดีแถมตามใจเนลเก่ง เนลเองก็ทำตัวยิ่งกว่าเด็ก
“ว่ากันว่ามีการค้นหาแย่งชิงกันมาตลอดหลายพันปี โดยจอกจะทำการเลือกมนุษย์จำนวน10คน
เข้ามาแข่งขันเพื่อแย่งชิงจอกโดยมีข้ารับใช้อย่างภูติคอยช่วยเหลือและต่อสู้แทน กติการง่ายๆเพียงแค่ทำลายฝ่ายตรงข้ามหรือทำให้ฝ่ายตรงข้ามออกจากการแข่งขันได้ก้เท่านั้น
าจะเกิดขึ้นได้ด้วยองค์ประกอบสี่อย่างคือหนึ่งคือ จอก ซึ่งสามารถอยู่ในสถานไหนหรือรูปแบบไหนก็ได้มีรูปร่างไม่ตายตัว องค์ประกอบที่สอง มาสเตอร์ มนุษย์ที่ถูกคัดเลือกเข้ามาในา จะเป็ใครก็ได้แต่โดยส่วนมากจะเป็ผู้ที่ใช้เวทย์มนต์เสียเป็หลัก ผู้ถูกเลือกจะได้รับตราสั่งการอยู่ที่ข้อมือเป็รูปดอกบัวบาน องค์ประกอบที่สาม ภูติอารักษ์ แต่สิ่งที่สำคัญคือองค์ประกอบที่สี่ ภาชนะ การอัญเชิญ จอกจะต้องมีคนที่จะมาเป็ภาชนะให้ และคนที่จะเป็ภาชนะได้ต้องคือคนนี่เกิดในวันที่ห้าเดือนห้าและขึ้นห้าค่ำ เมื่อ
องค์ประกอบทั้งสี่ครบาจึงถือกเนิดขึ้นได้ คู่เดียวที่เหลือรอดจะมีสิทธิอัญเชิญจอกและเมื่อนั้นก็จะสามารถขอสิ่งใดก็ได้ตามแต่ปราถนา” เฟย์ตั้นอธิบาย
“ขออะไรก็ได้...ขอบ้าน ขอเงินทอง เรียกฟ้า เรียกลม เรียกฝน ก็ได้แบบนี้หรอ” เนลพูดพร้อมกับหัวเราะ
“ขอได้แม้นกระทั่งชีวิตหรือให้ทำลายทั่วทั ้งแผ่นดินเวสเทิร์น” คำของจีซัสทำเอาคนขี้เล่นเริ่มไม่ขำ ใจคอไม่ค่อยสู้ดี
“อย่างที่เฟย์ตั้นบอกาจะมีการแข่งขันแย่งชิง แน่นอนว่ามันส่งผลถึงตายได้ เพื่อที่ให้ได้ขอพรจากพระเ้าอย่างจอก เพราะฉะนั้นมันจึงมีเกมส์การเมืองตามเข้ามาด้วย จริงอยู่ที่จอกจะสามารถเลือกใครก็ได้เข้ามาในา แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็ผู้ที่เป็จอมเวทย์ระดับคลาสสูงๆของแต่ละเขตรัฐ และจอมเวทย์พวกนี ้มักทำสัญญาหรือข้อตกลงผูกขาดกับจอกเพื่อปูทางให้ตระกูลและลูกหลานของตัวเองมีหน้าที่ประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ในครั้งต่อๆไป ดังนั้น หากใครชนะแน่นอนว่านอกจากจะขอได้ทุกอย่างแล้วมันยัง
แสดงถึงอำนาจที่ยิ่งใหญ่ด้วย” จีซัสเล่าต่อ
“ส่งให้ลูกหลานไปฆ่ากันเพื่อชิงอำนาจเนี้ยนะ” เนลถาม
“แกก็เป็นักฆ่าฉันนึกว่าแกจะเข้าใจในจุดนี้” ทีเซอร์เปรยๆ
“จุดไหนขอแก” เนลถาม
“การฆ่ากันตาย”
“ไอ้สั่งให้ฆ่าฉันพอเข้าใจ แต่ไอ้ตั้งใจส่งลูกหลานไปตาย ฉันไม่เข้าใจว๊อย” เนลพูดพร้อมตบเพียะเข้าไหล่ทีเซอร์อย่างหมั่นไส้
“ต่อนะจ๊ะ ประเภทของภูติอารักษ์ แบ่งออกเป็4ธาตุคือดินน้ำลมไฟ แต่ภูติไม่ว่าจะชนิดไหนก็
ประมาทไม่ได้เพราะภูติจะแข็งแกร่งแค่ไหนขึ้นอยู่กับจอมเวทย์เองด้วย ภูติอารักษ์แต่ละธาตุจะมีความถนัดเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็พลังกำลังด้านการใช้ดาบหรืออาวุธโจมตีระยะใกล้,ธนูหรืออาวุธโจมตีระยะไกล,หอก
,ควบคุมสัตว์,เวทมนต์ขั้นสูง,จู่โจมรวดเร็ว หรือถ้าให้หนักๆเลยก็ต้องเป็ภูติที่มีแต่ความแค้นซึ่งอันนี้จะ
รับมือยากที่สุดจ๊ะเพราะเราจะเอาแน่เอานอนกับอารมณ์ของเขาไม่ได้เลย”
งานหยาบบบบ..
เนลเริ่มนวดขมับเมื่อฟังโรเซ่ ใครจะไปรู้แค่เผลอหลับคาบแรกชีวิตจะพลิกขนาดนี้
“ยังไม่จบ เื่ตราสัญลักษณ์ดอกบัวบาน จะเป็ตราสีดำรูปดอกบัวที่มี5กลีบ แต่ละกลีบสามารถใช้ออกคำสั่งการภูติอารักษ์ยามจำเป็ได้ แต่หากในกรณีที่จอมเวทย์ไม่เหลือกลีบดอกบัวแล้วก็สิ้นสุดการเป็ผู้เข้า
แข่งขันโดยสมบูรณ์และภูติอารักษ์จะสลายไปในเวลา24ชั่วโมง เมื่อภูติอารักษ์สลายไปก็จะกลับไปสู่
สถานที่เดิมของเขา” เฟย์ตั้นเสริมขึ้น
“แล้วทำไมภูติต้องสู้ละ” เนลถามขึ้นแบบโง่ๆจนเฟย์ตั้นต้องปิดหนังสือที่อ่านอยู่ดังปั้กเล่นเอาคน
ถามสะดุ้ง
“ภูติเองก็มีเื่ที่ปรารถนานะแม่คุณ เขาเข้าร่วมกับจอมเวทก็เพื่ออยากได้ในสิ่งที่ตนปราถนา
เช่นกัน เพราะถ้าจอมเวทชนะการแข่งขันและได้พรจากจอกตัวภูติเองก็จะได้พรนั้นเช่นกัน”
เออ..ก็จริงของหมอนี้ ไม่งั้นใครจะมาบ้าสู้เสียตายให้เสียเวลา
“แล้วภาชนะ..”
“อันนี้สำคัญมากจ๊ะ เพราะภาชนะจำเป็จะต้องเป็ ‘คนเป็ๆ’ เท่านั้น ซึ่งจะต้องใช้รองรับพลังของจอก และต้องใช้คนที่เกิดวันที่ห้าเดือนห้าและขึ้นห้าค่ำเท่านั้น ในการรองรับพลังและเป็แกนพลังของจอก เมื่อพลังของจอกเสถียร จอกก็จะคงสภาพได้และการขอพรก็จะสำเร็จ”
ปัง!!
“ใช้ชีวิตคนแลกเพื่อความสุขส่วนตัวเนี้ยนะ!!” เนลตบโต๊ะอย่างไม่พอใจเท่าไหร่
“แกเป็นักฆ่าฉันว่าแกไม่มีสิทธิพูดเื่นี้นะ” จีซัสพูดแต่ถูกโรเซ่ตบหัวดังผลักเพราะดูท่าแล้วจะไปจี้ใจดำเนลไม่น้อย จนในที่สุดจีซัสก็ต้องเอ่ยขอโทษที่พูดอะไรไม่คิดแต่เนลไม่ได้ถือสาเพราะเธอไม่มีสิทธิพูดจริงๆ
ก็ในเมื่อเธอก็เลือกที่จะเป็คนพรากชีวิตคนอื่นเช่นกัน
“ในอดีตไม่ค่อยมีใครที่คิดฏ อย่างมากก็แค่เื่ฐานอำนาจ การเมืองและการค้าขายที่จะขอจากจอก” ทีเซอร์เสริมขึ้นอีกแต่เนลยิ่งขมวดคิ้วเข้าไปอีก
การของี่เง่า
“แล้วถ้าไม่ขอ ไม่แข่ง ปล่อยผ่านละ” เนลถาม
“ภัยพิบัติครั้งยิ่งใหญ่ไงละ จะเกิดอาเพศครั้งรุนแรง เหมือนเมื่อ150ปีก่อนที่ผู้ถูกเลือกทั้งสิบเลือกที่จะไม่เข้าแข่งขันก็เกิดอาเพศทั้งแผ่นดิน คนตายร่วมหลายสิบล้านคน จนในที่สุดก็ต้องทำการแข่งขันขึ้นเพื่อขอความสงบสุขให้เกิดขึ้นกับแผ่นดิน” ราวี่พูดเสริม
“ถึงแม้นฉันจะไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องมีผู้เสียสละเสมอเผื่อแผ่นดิน ซึ่งนั้นเป็หน้าที่อันทรงเกียรติสำหรับคนทั้งเวสเทิร์น เพราะคำขอของเหล่าบรรพบุรุษในอดีตทำให้เวสเทิร์นอุดมสมบรณ์มาจนถึงทุกวันนี้” เฟย์ตั้นเปรยขึ้น
เห็นด้วยก็บ้าเต็มที
เสียสละชีวิตเพื่อให้ใครก็ได้มาขอพรกับจอก
อาจจะเพื่อคนทั้งโลก รึอาจจะเพื่อความชั่ว แต่มันก็ดูเห็นแก่ตัวมาก ที่คนๆหนึ่งจะทิ้งชีวิตทั้งชีวิตเพื่อความไม่แน่นอนว่าจะดีหรือชั่ว
ไอ้จอกนี้น่าทำลายทิ้ง!!
“เธอมีอะไรจะถามอีกไหม?” เฟย์ตั้นถามขึ้นเมื่อเห็นฟินซ์เ้านกฟินิกซ์จอมประจบมันกำลังเอาหัวถู
แขนเนลราวกับออเซาะ
“ส่วนมากที่มีการผูกขาดแล้วจะเป็ตระกูลไหนละที่ลงแข่ง” เนลถามพร้อมกับอุ้มฟินซ์ขึ้นมากอด
“ปกติจะมีสปินเนอร์เรสท์,แม็คนีโต้,ซิกฟรีกส์,โนเอล,มาแตร์,กอนซาเลซ,เอร์โดอัน,กัลแลนท์,คลิโอน่า,เดียร์บอร์น..แต่ก็ไม่ใว่าจะได้ลงครบทุกตระกูลหรอกบางทีก็มีนนอกตระกูลเหล่านี้เข้าแข่ง มันเเล้วแต่ว่าจอกจะเลือกใคร”
เฟย์ตั้นตอบเสียงเรียบแต่แม่ตัวดีสิร้องอุทานเสียดังลั่นร้านจนเขาเอามือตะครุบอุดปากแทบไม่ทัน
“แบบนี้นายก็ต้องลงแข่งดิ” เนลทหน้าเป็กังวลเล็กน้อย
“การแข่งมันไม่ได้มีทุกรุ่นหรอกแม่คุณ ปกตินานทีหลายสิบปีหนถึงจะมีแข่งสักที ล่าสุดก็รุ่นทวดฉันโน่น เพราะงั้นมันอาจจะเป็รุ่นลูก หลานเหลนโหลนของพวกเราก็ได้”
คำว่า “พวกเรา” เล่นเอาแม่ตัวดีหน้าแดงฉ่า เสียงหือฮาดังรอบโติะอีกครั้งราวกับแซว ราวี่ผิวปาก
อย่างชอบใจ
“ฉันหมายถึงพวกเราในที่นี้ พวกแกอย่าคิดไกล” เฟย์ตั้นแก้ต่างพร้อมกับยกน้ำชาขึ้นมาจิบ
“ไอ้บ้าพูดอะไรสองแง่สองง่าม” เนลด่าแต่มือก็ยังจดเล็คเชอร์อยู่ยิ๊กๆไม่ขาดสายปากก็อมช้อนไอศกรีมไปด้วย
งานก็จะทำ ไอศกรีมก็จะกิน
อย่างกับเด็ก..เห้อออ…
เฟย์ตั้นรอบยิ้มเล็กน้อยกับท่าทีของเนลเวลาทำการบ้าน
ตี2ครึ่งเนลพึ่งจะเขียนสรุปรายงานเสร็จ ตอนแรกเธอคิดว่าสรุปมันคงง่าย แต่ใครจะไปรู้ ว่าข้อมูลมันจะเยอะแถมยิบย่อยขนาดนี้ แต่ในที่สุดความพยามของเธอก็สำเร็จในตี3 ร่างบางรวบรวมกระดาษรายงานจัดเรียงให้เข้าที่ก่อนที่จะใช้แม็คเย็บที่มุมของกระดาษเพื่อยึดเข้าไว้ด้วยกัน
“เสร็จจนได้เหนื่อยชะมัดเลยยย..”
เนลบ่นพร้อมกับเอาหน้าฟุบลงโต๊ะ เปลือกตาเริ่มตกเพราะความง่วงที่ถาโถมอย่างเต็มที่
“จะนอนก็ไปนอนบนเตียงโน่น เดี๋ยวไม่สบายเอาอากาศแบบนี้”
เสียงเฟย์ตั้นที่ดังมาจากมุมห้องทำเอาเนลต้องหันไปมอง
“นี้ปกตินายนอนดึกประจำรึไง”
“แสงไฟแยงตาขนาดนี้ฉันคงหลับหรอก”
ไม่น่ารัก!
เนลเริ่มหัวเสียกับคำตอบของเฟย์ตั้น หมอนี้กับคนอื่นก็ปกติดีดูพูดน้อย แต่กับเธอจะชอบพูดกวนโมโหเป็ประจำ
“ขอประทานโทษเ้าคะ ที่นักฆ่าอย่างอิฉันเปิดไฟแยงตาคุณชาย”
ร่างบางสบัดหน้าหนีแต่เฟย์ตั้นกลับขำ
“ล้อเล่นน่า รีบนอนเถอะพรุ่งนี้เรามีเรียนอีก”
เนลหันไปมองเฟย์ตั้นเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปห่มผ้านอนแล้วไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทรา
“แกมันก็ชอบแหย่รังแตน” ราวี่ที่นอนอยู่พลิกตัวมามองเฟย์ตั้น
“ก็น่าแกล้ง”
“พอกันทั้งคู่แกก็รีบนอนแล้วกัน” ราวี่บ่นพร้อมกับพลิกตัวอีกครั้ง
“อื้อ” เฟย์ตั้นตอบเพียงเท่านี้