เยว่เล่อที่กลับมาถึงจวนได้ถูกแม่ทัพอี้เรียกเข้าไปคุยที่ห้องหนังสือ
"ลูกรัก เหตุใดองค์ชายน้อยต้องจ่ายค่าเครื่องประดับชุดนั้นให้เ้าด้วย"
แม่ทัพอี้ถามขึ้นด้วยความสงสัย อยู่ๆมีคนเอาเงิน 5 พันตำลึงมาให้ หากไม่มีเหตุผลใดๆเลย มันก็ออกจะแปลกประหลาดเกินไป
เยว่เล่อที่ได้ยินคำถามก็นิ่งคิดไปพักก่อนจะตอบไปว่า
"เพราะพวกเรากำลังจะแต่งงานกันเ้าค่ะ"
"....!!!"
แม่ทัพอี้ใจนพูดอะไรไม่ออก เขานิ่งเงียบอยู่นานก่อนจะรู้สึกตัว บุตรสาวเพิ่งมาอยู่กับเขาได้ไม่นานจะแต่งงานออกไปได้อย่างไร อีกอย่างนางยังอายุไม่ถึง 6 ขวบดีเลยนะ
"ใครบอกว่าลูกกำลังจะแต่งงาน"
"ฮองเฮาเ้าค่ะ"
แม่ทัพอี้ตกตะลึงไปอีกครั้ง เื่นี้ถึงขั้นฮองเฮาเอ่ยออกมาหรือเป็แค่ความเข้าใจผิดของบุตรสาวของเขากันแน่
ตอนนี้เป็่เวลาเย็นมากแล้ว เมื่อเยว่เล่อออกจากห้องไป แม่ทัพอี้ได้แต่เก็บความอึดอัดคับข้องใจอยากรีบไปคุยกับภรรยาของเขา จนลืมไปแล้วว่าจะเรียกอี้ฮวามาบอกกล่าวเื่ตารางเรียนกับอวิ๋นในวันพรุ่งนี้ เอาไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยบอกนางก็แล้วกัน
---------------------------
เช้าวันรุ่งขึ้นเยว่ซินรีบวิ่งเข้ามาหาเยว่เล่อที่ตำหนักทันที
"น้องชายเ้าเป็อะไรมากไหม"
เยว่ซินที่ได้ยินข่าวการไม่สบายของน้องชาย ก็รีบเ้ามาหาั้แ่เช้าตรู่ เมื่อวานนางยุ่งมากจนได้ยินข่าวน้องชายไม่สบายเอา่ค่ำ ทำให้นางต้องรออย่างกระวนกระวานใจ และรีบตื่นเช้ามาหาน้องชายของนางทันที
"พี่เยว่ซิน มาทำอะไรแต่เช้าเลยเ้าคะ"
เยว่ซินที่ได้ยินก็ขมวดคิ้ว ทำไมน้องชายนางถึงพูดว่าเ้าคะกันล่ะ
"เ้าไม่สบายหนักอย่างนั้นหรือ"
"ข้าสบายดีนี่เ้าคะ"
อี้ฮวาที่งัวเงียตอบกลับอย่างลืมตัว
เยว่ซินยิ่งขมวดคิ้วหนักขึ้น ก่อนจะเอ่ยหยั่งเชิงขึ้นว่า
"เ้าไม่ใช่น้องชายข้า!?! "
อี้ฮวาที่ได้ยินดังนั้นก็ใ พี่เยว่ซินรู้แล้วงั้นหรือ นางร้องไห้ขึ้นทันที ความอดกลั้นที่สั่งสมมานานในที่สุดก็มีคนรู้เื่แล้ว นางรีบบอกเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นให้เยว่ซินฟังทั้งหมด แต่ขอให้เยว่ซินเก็บเื่นี้เป็ความลับ เพราะกลัวว่าพวกเขาทั้งสองจะถูกถ่วงน้ำ หากมีคนอื่นรู้เื่เข้า
เยว่ซินที่ได้ดังนั้นก็ใ นางจ้องหน้าน้องชายตัวเองก่อนจะถามขึ้นเสียงดังว่า
" เ้าบอกว่าเ้าคืออี้ฮวางั้นหรือ"
"พี่เยว่ซินอย่าเสียงดังสิ่ ถ้ามีคนได้ยินเข้าข้าต้องถูกจับถ่วงน้ำแน่ๆ"
เยว่ซินมองซ้ายมองขวา แล้วก็ลดเสียงลงพูดคุยกับเื่ของอี้ฮวากับน้องชายของนางสลับร่างกันต่อ โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนแอบฟังพวกเขาคุยกัน แล้วนำความไปบอกเล่าต่อ
เื่ราวทั้งหมดเข้าหูของหวงกุ้ยเฟย มือข้างหนึ่งวางลงบนโต๊ะ นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็จังหวะอย่างใช้ความคิดอยู่ระยะหนึ่ง แววตาของนางก็เจิดจ้าขึ้นมาทันที เหอะ เ้าเด็กร้ายกาจ คอยดูเถอะว่าข้าจะเล่นงานเ้าอย่างไร นางไม่รู้หรอกว่าเื่ที่ได้ยินเป็เื่จริงหรือไม่ แต่นางคิดแผนการจะเล่นงานเ้าเด็กแสบนั่นได้แล้ว เมื่อคิดได้ดังนั้นนางก็เรียกมามาคนสนิทออกมาสั่งความอยู่หลายประโยค ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเหี้ยมเกรียม
ทางด้านเยว่ซินเมื่อได้รู้เื่ราวทั้งหมด ก็คิดวิธีหาทางช่วยพวกเขาให้สลับร่างคืนกลับมา นางไปขออนุญาตเสด็จแม่เพื่อพาน้องชายไปหาอี้ฮวา
ฮองเฮาที่เห็นว่าโอรสของนางดูมีชีวิตชีวาขึ้นั้แ่ได้เล่นกับเด็กสาวคนนั้นก็ไม่ได้ห้ามปราม นางอนุญาตให้พวกเขาไปที่จวนแม่ทัพอี้ได้ แต่ต้องกลับมาให้ทันก่อนอาหารเย็น
ทั้งสองตอบรับอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง ก่อนจะรีบออกเดินทางไปที่จวนแม่ทัพอี้ทันที
เยว่เล่อที่กำลังจะเรียนกับอวิ๋นเป็วันแรก เมื่อพบว่าตัวเองมีแขกจึงขออนุญาตท่านอาจารย์ และไปพบกับแขกของเขา
เมื่อเห็นว่าเป็อี้ฮวาและพี่สาว เขาก็ดีใจเป็อย่างมาก แต่ไม่กล้าแสดงออกมาเกินไป เขาจึงกล่าวขึ้นว่า
"ถวายบังคมเพคะองค์หญิงน้อย องค์ชายน้อย"
เยว่ซินที่เห็นน้องชายของตนแสดงเป็เด็กหญิงตัวน้อยตรงหน้าก็อดตะลึงงันไม่ได้ เขาแสดงได้แเีจริงๆ นางจึงกระแอมน้อยๆแต่ยังไม่ได้บอกเขาเื่ที่นางรู้ว่าพวกเขาสองคนสลับร่างกัน นางจึงเอ่ยขึ้นว่า
"น้องอี้ฮวา เ้ากำลังทำอะไรอยู่หรือ พวกเรามารบกวนเ้าหรือเปล่า"
"ไม่รบกวนๆ ข้ากำลังจะเริ่มเรียนหนังสือเป็วันแรกเ้าค่ะ"
อี้ฮวาที่ทนไม่ไหวหัวเราะพรืดออกมา นางเห็นสีหน้าเยว่ซินที่กลั้นหัวเราะไม่ไหวแล้วเช่นกัน แล้วทั้งสองก็หัวเราะเสียงดังออกมาพร้อมกัน สร้างความงุนงงให้เยว่เล่อเป็อย่างมาก และหลังจากนั้นเยว่เล่อก็ได้รู้ว่าพี่สาวรู้เื่ราวทั้งหมดแล้ว
เยว่เล่อทั้งโกรธทั้งอายจนหน้าขึ้นสีแดง เขาแสดงบทเด็กผู้หญิงต่อหน้าพี่สาวของเขาเชียวนะ เขาได้แต่คาดโทษอี้ฮวาที่ไม่ยอมบอกเขาก่อน ปล่อยให้เขาต้องทำเื่น่าอับอาย
สองสาวหัวเราะจนพอใจก่อนจะหันมาพูดคุยเื่ที่เกิดขึ้นแบบจริงๆจังๆ
"พวกเ้าลองเอาหัวชนกันอีกครั้งดีมั้ย"
เยว่ซินเสนอขึ้น
สองเด็กน้อยได้ฟังดังนั้นก็ดวงตาเป็ประกายสว่างวาบขึ้นมาทันทีทันใด เหตุใดพวกเขาไม่เคยคิดถึงเื่นี้มาก่อนเลยนะ หลังจากนั้นพวกเขาจึงยืนหันหน้าเข้าหากัน พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะเอาหัวชนกันแล้วในตอนนี้ แต่ทว่า...
"เ้าเข้ามาชนข้าก่อนสิ่"
"ข้ากลัวเจ็บ เ้าสิ่ต้องเข้ามาชนข้า"
"ข้าก็กลัวเจ็บเหมือนกัน"
เมื่อพูดคุยกันจบทั้งสองก็หันไปหาเยว่ซินอย่างขอความช่วยเหลือ เยว่ซินที่ถูกมองมาไม่รู้จะทำอย่างไรจึงได้แต่สายหน้า ดังนั้นพวกเขาจึงล้มเลิกความตั้งใจนี้ไป
"งั้นเราลองหาไปหานักพรตให้ช่วยดีไหม"
ทั้งสองส่ายหน้าอย่างพร้อมเพรียงกันและบอกเล่าเื่ราวที่เคยได้ยินเกี่ยวกับนักพรตจะจับผีร้ายให้เยว่ซินฟัง
เยว่ซินที่ได้ยินดังนั้นก็จนปัญญา นางคิดวิธีช่วยพวกเขาไม่ออกแล้วจริงๆ นางจึงเสนอขึ้นว่า
"หรือเราควรหาผู้ใหญ่สักคนมาช่วยเราดี"
" ใครดีล่ะ"
พวกเขาทั้งสามครุ่นคิดกันอยู่นานจนเย็นแต่ก็ไม่ได้คำตอบ จึงแยกย้ายกันก่อนแล้วนัดว่าจะมาเจอกันในวันพรุ่งนี้
-------------------------
หลังเยว่ซินกับอี้ฮวากลับมาที่ตำหนักเยว่เล่อก็พบความวุ่นวายที่หน้าตำหนัก ทั้งสองรีบวิ่งเข้าไปดูทันที
อี้ฮวาพบเข้ากับนางกำนัลที่นางจำได้ว่าทำงานที่ตำหนักเยว่เล่อ นางก็รีบตรงเข้าไปถามทันที
"พี่สาวด้านในเกิดเื่อะไรขึ้นหรือ"
"ทูลองค์ชาย เหมือนจะมีนักพรตบอกว่าตำหนักนี้มีิญญาร้ายสิงสถิตอยู่เพคะ"
นางกำนัลที่เห็นองค์ชายน้อยถามขึ้นก็รีบตอบไปตามที่ตัวเองได้ยินมา
สองเด็กน้อยหันมองหน้ากันอย่างงุนงง ิญญาร้ายจากไหนกันจะมาอยู่ในตำหนักเยว่เล่อได้ เหตุใดนางไม่เคยเห็นมาก่อน อี้ฮวาคิดในใจ
เมื่อทั้งสองได้ยินคำบอกเล่าจากนางกำนัลก็เดินตรงไปทางตำหนักทันที พวกนางก็อยากชมดูความสนุกเช่นกัน
หลังทั้งสองเข้ามาด้านในตำหนักก็พบเข้ากับนักพรตชุดขาวยืนอยู่หน้าโต๊ะตัวยาว ที่มีเครื่องเซ้นไหว้วางอยู่้า เขาขยับปากพึมพำก่อนจะขยับมือไปทำราวกับร่ายรำ
อี้ฮวาและเยว่ซินที่เห็นท่าทางแปลกประหลาดของนักพรตก็หลุดหัวเราะเสียงดังขึ้นพร้อมกัน จนบุคคลที่ยืนบริเวณนั้นหันมามอง ไม่เว้นแม้แต่นักพรต
"พวกเ้ากล้าลบหลู่ข้างั้นรึ"
เสียงตวาดของนักพรตดังลั่นขึ้นมา ทำให้เด็กน้อยทั้งสองใ อย่างไรก็ตามเยว่ซินมีฐานะเป็ถึงองค์หญิง ไม่เคยมีใครกล้ามาตวาดใส่นาง แม้แต่เสด็จพ่อเสด็จแม่ยังไม่เคยเสียงดังใส่นางเช่นนี้
เยว้ซินที่รู้สึกโกรธจึงตวาดกลับคืนไปว่า
"แล้วเ้าเป็ใคร เหตุใดถึงกล้าเข้ามาในตำหนักน้องชายของข้า"
นักพรตได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้หวาดกลัวแต่อย่างใด เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งก่อนจะตอบไปว่า
"ข้าคือเซียนผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน ข้าถูกไหว้วานให้มาปัดรังควานิญญาชั่งร้ายที่สิงสถิตอยู่ที่นี่"
นักพรตตอบกลับอย่างมาดมั่น ก่อนจะชี้ไปที่เยว่เล่อและเอ่ยขึ้นว่า
" นั่นไงที่มาของิญญาร้าย"
"เ้าสิ่ิญญาร้าย"
อี้ฮวาที่ถูกชี้หน้าหาว่าเป็ิญญาร้ายก็โกรธจนควันออกหู นางแค่สลับร่างกับเ้าตัวนิสัยไม่ดีเท่านั้น เหตุใดอยู่ๆนางถึงกลายเป็ิญญาร้ายได้เล่า
นักพรตที่ได้ยินดังนั้นก็ไม่ยอมแพ้ เขาได้รับไหว้วานให้มาจัดการกับเด็กเล็กๆคนหนึ่ง หากเขาจัดการไม่ได้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เขาเป็ถึงนักพรตที่มีชื่อเสียงเชียวนะ ใครๆต่างพากันขนานนามเขาว่า เซียนเว่ยผู้หยั่งรู้
"หากเ้าไม่ยอมรับข้าจะแสดงให้เ้าได้เห็น"
นักพรตเว่ยหลบตาลงขยับปากมุบมิบ แต่ก่อนจะเอ่ยสิ่งใด ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะ
ปู้ด~~~
ทุกคนหันไปมองทางอี้ฮวาเป็สายตาเดียวกัน
อี้ฮวาที่ถูกจ้องมองก็ยกมือขึ้นปิดหน้าด้วยความเขินอาย ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"สงสัยเมื่อกลางวันกินถั่วมากไปหน่อย"
นักพรตได้ยินดังนั้นก็ยิ่งโกรธ เ้าเด็กนี่กล้าลบหลู่เขาถึงขนาดนี้ ไหนเลยเขาจะยอม เขาจึงหลับตาลงอีกครั้งก่อนจะทำปากขมุบขมิบ ก่อนจะมีเสียงดังขึ้น
"โอ้ะ"... ปู้ด
อี้ฮวาที่รู้สึกตัวก็ปิดหน้าตัวเองอีกครั้ง เหตุใดจู่ๆนางก็รู้สึกอยากผายลมขึ้นมาได้กันนะ โชคดีที่มีแค่เสียง นางได้แต่คิดในใจ
ข้ารับใช้รอบด้านที่ได้ยินเสียงต่างก็มองไปทางต้นเสียง พวกเขากลัวองค์ชายน้อยจะอับอาย จึงไม่มีใครกล้ายกมือขึ้นปัดกลิ่นที่ลอยมาตามลม เยว่ซินได้แต่กลั้นหายใจด้วยกลัวอี้ฮวาจะอับอาย นักพรตที่มัวแต่โมโหจึงไม่ใส่ใจกลิ่นเช่นกัน ดังนั้นอี้ฮวาจึงคิดว่าโชคดีที่มีแค่เสียง
นักพรตที่กำลังโกรธได้แต่จ้องมองไปทางเด็กชายตรงหน้า เหตุใดเขาถึงพลาดสองครั้งติดได้กัน ต้องบอกก่อนว่าปกติเขามักแกล้งทำพิธีแล้วใช้วรยุทธโจมตีเป้าหมาย แต่ครั้งนี้กลับไม่เป็ไปดังคาด เพราะเมื่อเขาคิดโจมตีเข้าลิ้นปี่เพื่อให้เหมือนว่ามนต์คาถาเข้าโจมตีิญญาร้าย แต่มันกลับไปโดนจุดผายลมแทนถึงสองครั้ง ทำให้เขาเสียหน้าเป็อย่างมาก เขาจะยอมให้เป็เช่นนี้ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นชื่อเสียงที่สั่งสมมาต้องโดนลบล้างออกไปอย่างแน่นอน
คิดได้ดังนั้นเขาจึงต้องกู้หน้าคืนมา ด้วยการยกดาบขึ้นไกลๆ หมายจะใช้วิทยายุทธแอบโจมตีเด็กชายตรงหน้าอีกครั้ง อี้ฮวาที่เห็นก็ร้องขึ้นมาก่อนว่า
"ช่วยด้วยๆ มีคนจะทำร้ายข้า จับเขาเร็วเข้า ใครสั่งเ้ามากันแน่"
อี้ฮวาที่รู้สึกไม่ชอบหน้านักพรตผู้นี้เอ่ยร้องะโขึ้น นางรู้สึกว่าสายตาที่เขามองนางมันแอบแฝงด้วยประสงค์ร้าย นางที่มีไหวพริบจึงรีบชิงร้องโวยวายขึ้นก่อน โทษฐานทำร้ายองค์ชายเขาต้องไม่มีโอกาสมาทำร้ายนางได้แน่
อีกอย่างเขาเข้ามาในตำหนักของเยว่เล่อได้อย่างไร ไหนบอกว่าต้องขออนุญาตเ้าของตำหนักก่อนถึงจะเข้าไปได้ เหตุใดเขาเข้ามาโดยที่นางยังไม่ได้อนุญาตกัน
ก่อนที่นักพรตจะโดนผู้คนไล่จับพาตัวออกไปก็มีเสียงสตรีผู้หนึ่งดังขึ้นว่า
"ท่านเซียนเว่ย เกิดอันใดขึ้นหรือ"