"ถุย! ก็แค่สวะขายอาหารสัตว์ข้างถนน บังอาจมาวิจารณ์หมาป่าพายุของข้าว่ามีตำหนิ? รนหาที่ตาย!"
เสียงตวาดก้องพร้อมกับแรงเตะที่อัดกระแทกเข้าที่ซี่โครงดังกึกก้อง จินลู่เหวิน เด็กหนุ่มร่างผอมบางกระเด็นไปกองกับพื้นดินคลุกฝุ่น เืสดๆ ทะลักออกจากริมฝีปาก ร่างกายของเขาแหลกเหลวเกินกว่าจะขยับเขยื้อน ทว่าดวงตายังคงเบิกกว้างด้วยความเ็ปและไม่ยินยอม
เบื้องหน้าของเขาคือ 'หลินฟาน' นายน้อยแห่งตระกูลผู้มีอิทธิพลในเมืองด่านรากพฤกษา ผู้ยืนเชิดหน้ามองลงมาด้วยสายตาเหยียดหยามราวกับมองมดปลวกที่ถูกเหยียบย่ำ ข้างกายมันคือหมาป่าพายุระดับสองที่เพิ่งซื้อมาด้วยราคามหาศาล
"นายน้อย... มันนิ่งไปแล้วขอรับ" ลูกน้องคนหนึ่งก้าวเข้าไปเตะร่างของเด็กหนุ่มซ้ำ ก่อนจะหันมาพูดด้วยสีหน้าซีดเผือดเล็กน้อย "ชีพจร... ชีพจรมันดับไปแล้วขอรับ! ทะ... ทำอย่างไรดี หากทหารยามรู้เข้าว่าเราฆ่าคนกลางตลาด..."
หลินฟานขมวดคิ้ว แววตาฉายความอำมหิตตื้นเขิน "กลัวอะไรกับแค่สวะตายตัวเดียว? เอายาบำรุงสัตว์สกปรก ที่มันตั้งขายอยู่นั่นกรอกปากมันซะ แล้วลากไปทิ้งไว้ในตรอกมืดๆ ปล่อยข่าวให้คนอื่นคิดว่ามันทนความอัปยศไม่ไหวจนกินยาฆ่าตัวตายเองก็สิ้นเื่!"
"ขะ... ขอรับนายน้อย!"
ลูกน้องร่างบึกบึนรีบคว้าขวดยาบำรุงสัตว์ชั้นเลว บีบกรามของจินลู่เหวินที่ไร้ลมหายใจจนอ้าออก แล้วกรอกของเหลวขุ่นคลั่กลงไปอย่างหยาบช้า แล้วจึงลากร่างไร้ิญญานั้นโยนทิ้งเข้าไปในตรอกแคบที่เต็มไปด้วยกองขยะและกลิ่นเหม็นเน่า
พวกมันหัวเราะเยาะและเดินจากไป โดยหารู้ไม่ว่า... ในจังหวะที่หัวใจของเด็กหนุ่มหยุดเต้นลงอย่างสมบูรณ์นั้นเอง ไข่มุกเม็ดหนึ่งที่ร้อยรวมอยู่ในพวงป้ายชื่อไม้ห้อยคอของเขา กลับเปล่งประกายแสงสีทองเร้นลับออกมาในความมืดก่อนจะละลายหายไป!
ตึกตัก...
เสียงหัวใจที่ควรจะดับสูญไปแล้ว พลันกลับมาเต้นกระตุกอีกครั้ง!
ในห้วงลึกของจิติญญา จิตสำนึกอันเก่าแก่และยิ่งใหญ่ระดับ์ชั้นฟ้าที่หลับใหลอยู่ใน 'ไข่มุกมิติอสูร' ได้ตื่นขึ้น มันคือเศษเสี้ยวจิตของคัมภีร์วิถีอสูรเทวะ ที่เคยหลบหนีทัณฑ์์มาซ่อนตัวอยู่ บัดนี้ เมื่อภาชนะว่างเปล่า มันจึงหลอมรวมเข้ากับความทรงจำและร่างของเด็กหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง!
จุดทวารทั้ง 108 ทั่วร่างที่ปิดตายมาตลอดสิบแปดปี กลับดีดตัวเปิดอ้าออกอย่างรุนแรง 'ชีพจรต้นตำรับ' ซึ่งเป็เส้นชีพจรปฐมมนุษย์ระดับตำนานที่หลับใหลอยู่ในร่าง ถูกกระตุ้นด้วยพลังระดับเซียนอสูร พลังปราณฟ้าดินรอบทิศทางถูกดูดกลืนเข้ามาดุจวังน้ำวน
รูขุมขนทั่วร่างขับคราบเมือกสีดำส่งกลิ่นเหม็นเน่าคาวคลุ้งออกมา กระดูกที่แตกหักสมานตัวในพริบตา กล้ามเนื้อถูกจัดเรียงใหม่ให้ทรงพลังเหนืุ์ทั่วไป
ในตรอกมืดมิดนั้น... ดวงตาที่เคยดับแสงพลันเบิกโพลง!
วงแหวนอักขระสีทองสว่างวาบขึ้นในคลองจักษุ มันไม่ใช่แววตาของเด็กหนุ่มชาวบ้านผู้ใสซื่ออีกต่อไป แต่เป็แววตาของจอมมารผู้เคยเหยียบย่ำสรรพสัตว์นับหมื่น!
"หึหึ... กินยาฆ่าตัวตายงั้นหรือ?"
จินลู่เหวินยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่ามกลางกองขยะ รอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความชั่วร้ายปรากฏขึ้นที่มุมปาก เขาก้มมองสองมือที่เปื้อนคราบเมือกและเืของตนเอง ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ "ช่างเป็บทละครที่โง่เขลาเสียจริง แต่ก็เอาเถอะ ในเมื่อ์มอบร่างที่มี 'ชีพจรสมบูรณ์แบบ' อันหายากยิ่งนี้มาให้เป็ภาชนะใหม่ของข้า จินลู่เหวินผู้นี้... ข้าก็จะขอรับมันไว้ใช้สอยก็แล้วกัน"
สติปัญญาและความทรงจำของสองภพชาติหลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์แบบ ความรู้เื่สัตว์อสูรระดับรากหญ้าของเด็กหนุ่ม ผนวกเข้ากับความรู้ระดับสัจธรรมเทวะของคัมภีร์เซียนอสูร ทำให้เขากลายเป็ตัวตนที่คาดเดายากที่สุดในโลกใบนี้
เขาก้าวเดินออกจากตรอกมืด สายตาทอดมองไปตามเส้นทางที่หลินฟานและลูกน้องเพิ่งเดินจากไปไม่ไกลนัก ด้วย 'เนตรวิถีอสูร' ที่เพิ่งตื่นขึ้น โลกในสายตาของเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็ข้อมูลที่ไม่อาจปิดบัง
เขามองทะลุผ่านิัของหมาป่าพายุที่เดินอวดโฉมอยู่ข้างกายหลินฟาน
[หมาป่าพายุ (วายุ)]
สายเืแฝง : ต่ำเตี้ยติดดิน
อุปนิสัย : ขี้ขลาด (เพิ่มความเร็ว / ลดพลังใจ)
จุดอ่อนร้ายแรง : เส้นชีพจรธาตุลมที่ขาหลังซ้ายอุดตันจากการถูกเร่งโต หากถูกโจมตีด้วยธาตุไฟเพียงเล็กน้อยที่จุดนั้น ปราณจะตีกลับจนหมดสติทันที
"ฮ่าฮ่าฮ่า... ที่แท้ก็เป็แค่ขยะที่ถูกย้อมแมวขาย" จินลู่เหวินพึมพำ มุมปากยกขึ้นเป็ส่วนโค้งที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม
เขาไม่ได้พุ่งเข้าไปล้างแค้นอย่างคนโง่เขลาที่เพิ่งได้พลัง เพราะเขาเป็นักคำนวณผลประโยชน์ตัวยง
ทว่า ในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวเท้า โคจรลมปราณเพื่อทดสอบพลังใหม่นั้นเอง!
อึก!
พริบตานั้น ความเ็ปรุนแรงราวกับถูกัฉีกทึ้งพลันปะทุขึ้นในอก จินลู่เหวินทรุดฮวบลงคุกเข่า เืสดๆ กระอักออกจากปากรดพื้นดิน!
"นี่มัน... อะไรกัน?" เขากุมหน้าอกที่บีบรัดอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิดอย่างรวดเร็ว
เพียงเสี้ยววินาที สมองของเขาก็ประมวลผลออก 'ชีพจรดั่งเดิม' ของเผ่ามนุษย์ในร่างนี้ ช่างบริสุทธิ์และเย่อหยิ่งเกินไป มันกำลังต่อต้าน 'วิชาคัมภีร์อสูรเทวะ' อย่างเอาเป็เอาตาย! สองขั้วพลังที่ยิ่งใหญ่กำลังทำาแย่งชิงพื้นที่ในร่างกายของเขา ทุกครั้งที่เขาใช้เนตรวิถีอสูรหรือเดินปราณอสูร ร่างกายนี้จะต้องรับภาระอย่างแสนสาหัส!
"หึ... บัดซบ! วิถีอสูรเทวะของข้า กลับถูกโซ่ตรวนชีพจรมนุษย์ล่ามคอไว้งั้นรึ?"
จินลู่เหวินเช็ดคราบเืที่มุมปาก ไม่มีความหวาดกลัวในดวงตา มีเพียงประกายแห่งความทะเยอทะยานที่ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม หากเป็คนอื่นคงสิ้นหวังไปแล้วที่ได้พลังมาแต่สู้เองไม่ได้ แต่สำหรับอสูรเฒ่าผู้ช่ำชองกลยุทธ์อย่างเขา นี่กลับเป็เื่ท้าทายที่น่าสนุก
"ในเมื่อร่างกายนี้ลงไปต่อยตีเองไม่ได้... ข้าก็แค่ต้องใช้หมากตัวอื่น"
เขามองกลับไปยังร้านอาหารสัตว์ซอมซ่อของตนเอง นึกถึง 'เต่าศิลา' หน้าโง่ตัวหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้หลังร้าน แววตาของจินลู่เหวินเปล่งประกายเ้าเล่ห์ออกมาอย่างปิดไม่มิด
"หลินฟาน... จงรักษากล่องดวงใจของเ้าและหมาป่าขยะตัวนั้นไว้ให้ดีเถอะ เมื่อถึงเวลาที่ข้าจัดเตรียม 'แผนการ' เสร็จสิ้น ข้าจะทำให้เ้าได้รู้ซึ้งว่า... นรกที่แท้จริง หน้าตาเป็อย่างไร"
เด็กหนุ่มในชุดเปื้อนเืหมุนตัวเดินกลับเข้าร้าน ทิ้งไว้เพียงรอยแสยะยิ้มอำมหิตที่ทำให้สายลมในเมืองด่านรากพฤกษาต้องสั่นสะท้าน