บทที่ 60 ฉันจะถือว่าเป็นพรหมลิขิต
หลังการประกาศผลคะแนนจบลงก็ถึงคราวคุณมิคาเอล เหวิน ชายสูงวัยอารมณ์ดีผู้เป็นหัวหน้าคณะกรรมการตัดสินขึ้นมาประกาศรายชื่อผู้ถูกคัดออก บรรดาผู้สมัครที่ได้อันดับรั้งท้ายสามสี่คนต่างดูกังวลใจมาก ถึงแม้ตอนปฐมนิเทศจะมีการประกาศว่าในแต่ละบททดสอบจะมีผู้ถูกคัดออกอย่างน้อย 1 คน นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีแค่คนเดียวเสมอไป ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเหล่าคณะกรรมการด้วย
และแล้วผลก็ปรากฎว่านอกจากดาลตั้นที่ขอถอนตัวแล้วยังมีอีก 5 คนที่อยู่อันดับรั้งท้ายถูกคัดออกทั้งหมดซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้หญิงทั้งนั้น พวกเธอบางคนถึงกับปิดหน้าพยายามกลั้นเสียงสะอื้น และบางคนแค่มีสีหน้าท่าทางเศร้าหมอง คุณมิคาเอลให้เหตุผลว่าผลงานของพวกเธอคุณภาพไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานและขาดคุณสมบัติที่สำคัญบางประการของการเป็นผู้นำ สรุปแล้วผู้สมัครว่าที่ผู้นำเดอะนอร์รุ่นที่ 145 ในขณะนี้เหลืออยู่ทั้งหมด 20 คน เป็นชาย 8 คน และหญิง 12 คน
ถัดมาก็ถึงคราวเลดี้ฮันน่าขึ้นมากล่าวจบการแข่งขันบททดสอบแรกและเตรียมประกาศบททดสอบการแข่งขันถัดไป
“ผู้นำเป็นอย่างไรองค์กรก็เป็นเช่นนั้น ผู้นำเข้มแข็งและมีแนวคิดที่ก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอก็ย่อมนำพาองค์กรไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน บททดสอบแรกทดสอบผู้สมัครทุกคนในเรื่องนี้ เมื่อต้องหาวิธีแก้ไขจัดการปัญหาที่อยู่ตรงหน้าคุณจะทำมันอย่างไร และทำได้ดีแค่ไหน”
“บททดสอบ ‘จงเป็นแสงสว่างนำทางผู้คนในความมืด’ ยังตอกย้ำให้เห็นว่าองค์กรของเราจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาประเทศของเราและโลกของเราให้ก้าวหน้าขึ้น จะเป็นคนที่นำความหวังไปส่งมอบให้กับผู้ที่ปรารถนามันอย่างแท้จริง และเพื่อบรรลุภารกิจนี้ขององค์กร บททดสอบต่อไปจึงจะทดสอบระดับสติปัญญาและความคิดอ่านของผู้สมัครทุกคน เดอะนอร์ต้องการผู้นำที่เก่งและฉลาดและต้องมีคุณธรรมด้วย”
เลดี้ฮันน่ากล่าวจบประโยคนี้ก็มองตรงมายังผู้สมัครทุกคนก่อนจะยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อไปว่า “บททดสอบต่อไปคือ… ‘ปัญญานำพาความสำเร็จ’...เราจะทดสอบผู้สมัครทุกคนด้วยข้อสอบทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติ ภาคทฤษฏีทดสอบการคิดวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาที่เราจะตั้งเป็นโจทย์ขึ้นมา ส่วนภาคปฏิบัติ…ทุกคนจะได้รับโจทย์ปริศนาที่ต้องตีให้แตกและปฏิบัติให้ได้ตามนั้น”
“ทางเราได้กำหนดให้การทดสอบภาคทฤษฏีเป็นบททดสอบที่สอง และการทดสอบภาคปฏิบัติเป็นบททดสอบที่สาม บททดสอบที่สองกำหนดสอบในวันที่หนึ่งกันยายน และจะประกาศผลคะแนนสอบในวันที่เจ็ดกันยายน ซึ่งในบททดสอบที่สองนี้จะยังไม่มีผู้ถูกคัดออก คะแนนสอบจะไปรวมกับคะแนนในบททดสอบที่สาม”
“วันที่ยี่สิบเอ็ดกันยายนจะเป็นวันเริ่มบททดสอบที่สาม ผู้สมัครทุกคนจะได้รับโจทย์ปริศนาในวันนั้นและมีเวลาทำโจทย์ให้สำเร็จภายในสองสัปดาห์ ในบททดสอบที่สามนี้ผู้สมัครทุกคนจะมีผู้ช่วยสองคนที่ทางเราจัดหามาให้เพื่อช่วยเหลือคุณสอบภาคปฏิบัติให้บรรลุ คุณจะได้จับสลากเลือกผู้ช่วยทั้งสองในวันนี้และมีเวลาสร้างความคุ้นเคยทำความรู้จักกันก่อนวันทดสอบภาคปฏิบัติต่อไป”
เกิดเสียงฮือฮาขึ้นในหมู่ผู้ฟัง ดูเหมือนเรื่องผู้ช่วยในภาคปฏิบัตินี้คงแทบไม่มีใครรู้ล่วงหน้ามาก่อนเลย ฉันเองก็เพิ่งจะรู้เอาตอนนี้ เลดี้ฮันน่าไม่ได้บอกฉันล่วงหน้าเรื่องนี้ ฉันมองสำรวจผู้สมัครคนอื่น ๆ หลายคนดูตื่นเต้นและหันไปกระซิบกระซาบพูดคุยกับคนข้าง ๆ แต่บางคนก็นั่งนิ่งเงียบอย่างพี่ไอด้ากับพี่ชิโน่ที่มองไม่ออกว่าพวกเขารู้เรื่องนี้มาก่อนรึเปล่า เจ้าเซนก็นั่งนิ่งเงียบเหมือนกันแต่ฉันรู้ว่าเขาต้องรู้เรื่องนี้อยู่แล้วแน่เพราะยัยแซนด้ามีท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่องเสียขนาดนั้น
“สุดท้ายนี้ดิฉันขอให้ผู้สมัครทุกคนโชคดีและสมปรารถนาในการทดสอบค่ะ และอยากให้ทุกคนระลึกไว้เสมอว่าผู้นำที่ดีต้องเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ และคนที่เหมาะสมเท่านั้นจึงจะคู่ควรกับตำแหน่งผู้นำ” เลดี้ฮันน่ากล่าวปิดท้ายก่อนจะเดินลงจากเวทีไป ทุกคนกลับมาอยู่ในความสงบอีกครั้งเมื่อมีผู้มาใหม่มาเยือนหอประชุม
ประตูหอประชุมเปิดออก คนหลายสิบเดินเรียงสองแถวกันเข้ามา เป็นชายหนึ่งแถวและหญิงอีกหนึ่งแถว คนเหล่านี้คงจะมาเป็นผู้ช่วยในบทดสอบที่ 3 หลายคนมาจากแผนก SMP ซึ่งฉันรู้จักและคุ้นหน้าคุ้นตาดีอยู่แล้วทั้งคีปเปอร์และนักวิจัย พี่พราวนี่กับธันวาก็มา โยนาก็มาด้วย คนจากแผนกอื่นที่เคยเห็นหน้าค่าตาพูดคุยกันบ้างก็มี แต่ก็มีหลายคนที่ฉันไม่รู้จักหรือเคยพบเห็นมาก่อนเช่นกัน แต่ที่ทำให้ฉันต้องเลิกคิ้วรู้สึกประหลาดใจก็คือคนที่เดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงปิดท้ายแถวผู้ชายนั่น…ไคลล์
พี่พาร์เมล่ากล่าวแนะนำว่าพวกเขาคือผู้ช่วยของเราในการทดสอบที่ 3 ให้ทุกคนปรบมือต้อนรับพร้อมกัน ไคลล์มองมาที่ฉัน เค้าส่งยิ้มและยักคิ้วให้ทำเอาฉันต้องเผลอยิ้มออกมา ตานี่แอบอุบเงียบไว้ไม่ยอมบอกฉันสักคำ แต่ก็เข้าใจนะว่าเขาต้องถูกบอกให้เก็บเป็นความลับห้ามแพร่งพรายให้ใครรู้
“หน้าด้าน” เสียงพูดเบา ๆ แต่กระแทกกระทั้นดังลอยมาในหมู่ผู้สมัคร ฉันหันไปมองที่มาของเสียงและเห็นหลายคนเหลือบมองยัยแซนด้า ยัยนั่นเหยียดปากมองฉันด้วยหางตา ฉันแสดงท่าทางไม่สนใจนาง แต่ส่งโทรจิตไปหานางแทน
‘อิจฉาฉันล่ะสิ เมื่อกี้เลดี้ฮันน่ากล่าวปิดท้ายว่ายังไงนะ…คนที่เหมาะสมเท่านั้นจึงจะคู่ควร…ใช่มั้ย?’ ฉันเหลือบมองยัยแซนด้าด้วยหางตา เห็นนางจ้องฉันอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ
ฉันแอบหัวเราะในใจแล้วรีบพูดต่อ ‘อ่อ…ฉันหมายความว่าให้เธอเอาเวลาไปทำให้ตัวเองไต่อันดับขึ้นมาดีกว่า เกือบจะตกรอบอยู่แล้วไม่ใช่รึไง น้องชายของเธออันดับสูงกว่าเธอตั้งเยอะ เธอที่เป็นพี่สาวฝาแฝดไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอ มัวแต่มาสนใจเรื่องผู้ชายอยู่ได้’
จากนั้นฉันก็ไม่สนใจว่ายัยแซนด้าจะแสดงอาการอย่างไรเมื่อฟังคำพูดของฉันจบ เพราะตอนนี้พี่พาร์เมล่ากำลังอธิบายวิธีการจับสลากชื่อของคนที่จะมาเป็นผู้ช่วยเราในบททดสอบภาคปฏิบัติ มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเข็นโต๊ะที่ตั้งลูกแก้วใสทรงกลมขนาดใหญ่ไว้ด้านบนออกมาตั้งกลางเวที นี่คงเป็นเครื่องที่ใช้จับสลาก
“ผู้สมัครแต่ละท่านจะได้ผู้ช่วยสองท่านนะคะ เป็นคีปเปอร์หนึ่งท่านและนักวิจัยอีกหนึ่งท่าน ก่อนอื่นเราจะให้คีปเปอร์และนักวิจัยแต่ละท่านจับสลากหมายเลขประจำตัวก่อนนะคะ จับเสร็จแล้วได้หมายเลขอะไรให้ไปแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ด้านนี้” พี่พาร์เมล่าผายมือไปทางเจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งที่ยืนประจำการอยู่ตรงมุมหนึ่งบนเวที เจ้าหน้าที่ที่เข็นเครื่องจับสลากออกมากำลังเทลูกบอลสีดำเกลี้ยงเกลาขนาดประมาณลูกปิงปองจากโถพลาสติกสีขาวลงไปในลูกแก้วใสจากทางด้านบนที่มีช่องเปิดอยู่
“แล้วหลังจากนั้นก็จะถึงตาผู้สมัครแต่ละท่านจับสลากหมายเลขต่อค่ะ จับแค่หมายเลขเดียวนะคะ ทั้งผู้สมัคร คีปเปอร์และนักวิจัยที่ได้หมายเลขเดียวกันก็จะได้อยู่ทีมเดียวกันค่ะ เดี๋ยวเชิญคีปเปอร์ทั้งยี่สิบท่านขึ้นมาจับสลากก่อนเป็นกลุ่มแรกค่ะ” พี่พาร์เมล่าพูดจบพอดีกับที่เจ้าหน้าที่เปิดให้เครื่องจับสลากทำงาน ลูกบอลสีดำที่แน่นิ่งอยู่ในลูกแก้วใสในตอนแรกเริ่มพากันเคลื่อนที่หมุนวนไปมาอยู่ภายในลูกแก้ว
คีปเปอร์แต่ละคนเดินเรียงแถวขึ้นไปจับสลาก ดูเหมือนที่ลูกบอลสลากจะมีปุ่มให้กดดูหมายเลขที่ได้ พวกเขาเดินไปแจ้งเจ้าหน้าที่หญิงที่พี่พาร์เมล่าบอกแล้วคืนลูกบอลใส่ลงในโถที่เจ้าหน้าที่อีกคนยืนรอรับอยู่ใกล้ ๆ กัน
‘ฉันได้หมายเลขห้า ลัคกี้นัมเบอร์ของฉันเลยนะเนี่ย’ เสียงโทรจิตจากไคลล์ดังขึ้นในหัวขณะที่เขาจับสลากเสร็จเป็นคนสุดท้ายของทีมคีปเปอร์และกำลังเดินลงจากเวทีด้วยท่าทางปกติไม่ได้หันมามองฉัน ‘เธอจะจับได้หมายเลขเดียวกันมั้ยนะ ไอ้บอลสลากนี่ไม่ได้มีตัวเลขกำกับให้เห็นตั้งแต่แรก ต้องกดปุ่มเปิดดูตัวเลขถึงจะเห็น จิตสัมผัสของเธอคงส่องดูเลขมันไม่ได้อยู่ดีใช่มั้ย เฮ้อ!’
‘พลังจิตสัมผัสจากดวงตาที่สามของฉันใช้สำรวจได้แค่สิ่งที่มีตัวตนและปรากฏอยู่ ไม่ได้มีตาทิพย์ล่วงรู้ทะลุทะลวงได้ขนาดนั้น แล้วอีกอย่าง…ใครบอกกันคะว่าฉันจะอยากอยู่ทีมเดียวกับคุณ’
‘ก็ถ้าเธออยากชนะ เธอก็ต้องเลือกอยู่กับคนที่เก่งที่สุดสิ ในทีมคีปเปอร์ฉันเก่งสุดไง’
‘หลงตัวเองเก่งจริง’ ฉันแอบขำในใจ ‘เรื่องนี้ก็แล้วแต่พระเจ้าจะบัญชาเถอะค่ะ ฉันอยู่กับใครก็ได้ทั้งนั้น’
‘ถ้าสุดท้ายเราได้อยู่ทีมเดียวกันแสดงว่ามันคือพรหมลิขิต’ ไคลล์พูดทิ้งท้าย เขาส่งยิ้มเล็ก ๆ ให้ฉันตอนที่เดินผ่านบริเวณที่ฉันนั่ง ฉันได้แต่แอบส่ายหน้าอย่างระอาในใจ แต่มุมปากก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ชิ!” เสียงจิ๊ปากยัยแซนด้าดังลอยมา ฉันเหลือบมองนาง นางถลึงตาใส่ฉันทีหนึ่งก่อนสายตานางจะตามติดไคลล์ไป สายตาที่ดูมุ่งหวังและหมายมาดอย่างมาก แล้วฉันก็สังเกตเห็นว่านางแอบเผลอลูบเล็บมือที่นิ้วกลางของตัวเองเบา ๆ ด้วยความสงสัยฉันจึงลองใช้จิตสัมผัสดูและก็พบความผิดปกติจริง ๆ ด้วย
-------------------