ตอนที่เก้าสิบสาม ก่อนบอกลา 3
“...และนั่นคือสาเหตุที่ข้ามาหาเจ้า”
ผมกล่าวต่ออาละดินที่ตาค้างอ้าปากหวอเมื่อผมบอกเรื่องราวคร่าวๆที่ผมตามหาเขาหลังจากที่ผมทำให้เขาสงบลงได้สักพักแล้ว
“ข้ารู้ว่าเจ้ามีข้อสงสัยมากมายใช่แล้ว จินนี่นั้นชอบการท่องเที่ยวผจญภัยเป็นงานอดิเรก”
“โอ้ ขอบคุณข้าสงสัยอยู่พอดี”
อาละดินตอบก่อนจะส่ายศีรษะ
“ไม่ใช่สิ เจ้าบอกว่าพ่อข้ายังมีชีวิตอยู่?”
“ใช่แล้ว”
“พ่อข้าคือจอมโจรอาลีบาบาผู้มีชื่อเสียง”
“ถูกต้อง”
“พ่อข้าโดนสหายหักหลังโดนจับขังคุกเพราะชิงอัญมณีที่มีพลังของเทพเจ้า”
“เจ้าจับใจความได้เก่งมาก”
อาละดินมีสติมากที่ผมต้องขอชมไม่ได้ประชดเพราะเรื่องราวของบิดาของอาละดินจอมโจรอาลีบาบาดั้งเดิมก็ทำมหากาพย์ได้บทหนึ่งแล้วไม่ต้องพูดถูงภาคต่อที่อาละดินมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
“และเจ้ามาเพราะต้องการให้ข้าไปผจญภัยด้วยเพื่อช่วยพ่อของข้ากำจัดบรรดาโจรที่หักหลัง คืนอัญมณีให้กับเทพเจ้าและช่วยให้คนทั้งเมืองพ้นจากคำสาปของการโดนสาปเป็นทองคำ?”
อาละดินถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
“มีรายละเอียดตกค้างเล็กน้อยแต่นั่นก็คือใจความสำคัญทั้งหมดล่ะ”
ผมพยักหน้ารับมันมีเรื่องราวของจอมโจรปล้นม้าในทะเลทราย นางเงือก และ แผนที่สมบัติอีกเล็กน้อยแต่นั่นมันจะทำให้เราหันเหไปจากใจความสำคัญเสียเปล่าๆคือการช่วยพ่อของอาละดิน
เราเงียบกันไปสักพักมีแต่เสียงกัดเม็ดถั่วของอาบูและการสีไวโอลินของจินนี่ในการประกอบเรื่องเล่าเท่านั้น
เราจ้องตากันสักพักจนจินนี่เอาดอกไม้มาคล้องคอเราสองคนเอาไว้พร้อมกับสีไวโอลินประกอบ
ก่อนที่อาละดินจะถอนหายใจหลบตาไปด้านข้าง
“ตกลงข้าไม่คิดว่าจะมีใครแต่งเรื่องโกหกได้ไม่น่าเชื่อถือยิ่งกว่านักเล่านิทานพเนจรขนาดนี้”
อาละดินยอมรับความจริงในที่สุด
“ข้าก็นึกว่าเจ้าเชื่อเพราะเจ้าเจอจินนี่ที่ลอยไปมาไม่มีขาตัวสีฟ้า เสกของออกมาได้ตามใจตนเองเสียอีก”
“...ข้าพยายามไม่สนใจเรื่องนั้น”
อาละดินกล่าว