เจาะเวลาหาขงเบ้ง 寻孔明

    ตอนที่ 15 ออกเดินทาง

    ชื่นมื่นเป็นที่สุด ..จูกัดกุ๋ยรู้สึกดีมากๆเมื่อได้รู้ความจริง "เป็นคนกันเอง เจ้าลุกขึ้นเถิด.."เขารู้สึกคล้ายได้ลูกชายมาอีกคน แต่คนที่ดีใจที่สุดคงไม่พ้น 'เสี่ยวชิง'นับจากชายหนุ่มคนนั้นปรากฎตัวขึ้น มันก็เหมือนจิตวิญญาณของเธอตกเป็นของเขาไปจนหมดเสียแล้ว~ "ท่านพ่อ ..ข้าขอเข้าครัวเพื่อเตรียมอาหารก่อนนะเจ้าคะ" บรรยากาศอบอุ่นเป็นที่สุด ดำรงค์แทบอยากลงหลักปักฐานเสียที่นี่เสียเลย ..แต่อุดมการณ์ย่อมสำคัญกว่า ช่างไม่ต่างกับภรรยาที่ดูแลสามี .. เสี่ยวชิงจัดเตรียมที่นอนให้เขานี่ยังถือว่าน้อย และต่อให้เขาต้องการ ..เธอก็พร้อมอุ่นเตียงให้ด้วยความเต็มใจ~ ****************ทุกคนเข้านอนแล้ว ..แต่ดำรงค์ไม่จำเป็นเขาต้องการเตรียมอุปกรณ์หลายๆอย่างสำหรับเสี่ยวชิง และมันต้องเสร็จก่อนที่เขาจะออกเดินทางในวันรุ่งขึ้น ออกจากห้องนอน จากนั้นหาที่เหมาะๆในป่า แล้วเรียกลูกสมุนทุกตนให้มาช่วยงาน แกร็กๆๆ...แป็งๆๆๆ ฟู่ๆๆๆดินประสิวนี่ใช้ได้บดให้ระเอียด แล้วอัดเข้าไปในท่อเหล็กที่ถูกตีขึ้น กระสุนโลหะนับร้อยลูกถูกบรรจุลงไป.. ดำรงค์ใช้เวลาทั้งคืนเพื่อเตรียมไว้ทั้งหมด 10 ชุด... ***************หลังอาหารเช้า ดำรงค์หยิบอุปกรณ์ที่จัดเตรียมไว้ออกมา.. "สิ่งนี้คือ ?"จูกัดกุ๋ยสนใจมันมากๆ "หากท่านต้องการทราบ กระผมจะขอทดสอบให้ทุกคนเห็น" ปั้ง!!!! ตูมมมมมมเพียงลั่นไก อาวุธเหล็กตะโกนลั่นดุจฟ้าผ่า แต่ความน่ากลัวของมันหาใช่เสียงที่ดังสนั่นโลกไม่ ? หุ่นสิบๆตัวในฐานะเป้าซ้อมลูกธนู พวกมันไม่เหลือซากอะไรเลย ต่างกระจัดกระจายเป็นเสี่ยงๆ "เหลืออีก 9 ชุด ไว้สำหรับป้องกันตัวนะครับ"ดำรงค์วางแผนไว้แบบนี้ ..และทุกคนจะปลอดภัย จนถึงวันที่เขา และ/หรือ ท่านเล่าปี่ มาเยือนที่นี่อีกครั้ง .......................ร่ำลาอย่างเรียบง่าย ...ช่างไม่คล้ายคู่รัก แต่ 'เสี่ยวชิง' ยึดถือชายหนุ่มคือคู่หมั้น!!! และท่อเหล็กกำปะนาท นั้นคือของหมั้นหมายแทนใจ !!! เสี่ยวชิงเตรียมสิ่งของที่ใช้ระหว่างเดินทางให้ดำรงค์ไปมากพอสมควร ส่วนท่านจูกัดกุ๋ยถึงกับมอบโสมล้ำค่าให้เขานำติดตัวไปด้วย.. กรุบๆๆๆควบเจ้าขาวออกไปด้วยความเร็วปานสายลม... "น่าจะยังทัน.."ดำรงค์ต้องการมีส่วนร่วมในกิจกรรมบันลือโลก ..คำสาบานในสวนดอกท้อ(คำสาบานในสวนท้อ (Oath of the Peach Garden ; 桃園三結義) การร่วมสัตย์สาบานตนเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดระหว่างเล่าปี่ กวนอูและเตียวหุย)
    error loadedคำสาบานในสวนดอกท้อ
    "แม้นไม่เกิดวัน เดือน ปีเดียวกัน แต่ขอตายวัน เดือน ปีเดียวกัน"วีรบุรษทั้งสามมีความรักใคร่เสมือนพี่น้องในสายเลือดอย่างแท้จริง!! อันที่จริงดำรงค์เองก็ไม่แน่ใจเรื่องวันและเวลา แต่เขาจะเดินทางไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่แน่ว่า ดำรงค์อาจจะกลายเป็นน้องสี่ก็ได้นะ..ฮะฮะฮ่า ................ แต่เพียงไม่นาน กลับเจอปัญหา นับตั้งแต่โจรผ่าเหลืองออกอาละวาดไม่มีที่ใดในแผ่นดินนี้จะอยู่กันได้อย่างสงบสุข ..โดยเฉพาะคนเดินทางระหว่างอำเภอ มักถูกปล้นฆ่าเป็นธรรมดา ชายผู้มาเพียงลำพัง และแม้ร่างกายสูงใหญ่พลังภายในระดับจอมยุทธ แต่พวกมันมีกำลังมาก จำนวนคนหลักสิบ หลักร้อย หลักพัน ..พวกมันยังต้องเกรงใจผู้ใด แม้อยากจะโบยบินไป แต่ตอนนี้ 'ดำ' จะทำอะไรได้ ? เส้นทางนี้ถูกปิดตายเสียแล้ว .. แม้ไม่ยิ่งใหญ่เท่าท่าน 'กวนอูหักด่านหมื้นลี้' แต่การฝ่าฟันของบุรุษทั้งสองไม่ได้แตกต่างกัน เขาเดินทางทั้งกลางวันและกลางคืน..และแม้ตอนนี้จะไม่ใช่ตอนกลางคืน ..แต่ดำรงค์ไม่คิดล่าถอย #กองทัพกระดูก เลือก 2 ศพล่าสุดมาเสริมทัพ ..น่าแปลกใจเล็กน้อยที่หัวหน้าแมงดา Level ของมันกลับต่ำที่สุด ? จนดำรงค์ไม่คิดเลือกใช้งาน "บางทีผู้นำแย่ๆ ก็มาจากสวะที่ถูกแต่งตั้งโดยคนถ่อย"ในหมู่คนพาลย่อมมีวิธีเลือกผู้นำแบบคนพาล ..ซึ่งไม่ได้มองที่ความสามารถของตัวบุคคล 10 ตนปะทะ 10 คน !ดำรงค์ไม่ต้องลงมือเลย และปล่อยให้เด็กๆเก็บเวลไป.. พั้วๆๆ ..ไม่เหลือรอดซักราย..ช่างเป็นกองทัพที่โหดเหี้ยมมากๆ ..อันที่จริง จะว่าไปแล้ว เขาโหดเหี้ยมกับเหล่าคนพาลมากกว่า.. สำหรับชาวบ้านแล้วแค่หาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องยังลำบาก ไหนจะต้องมาโดนรีดไถ มาเจอกับสภาพสงคราม ถูกเกณฑ์ไปรบเพื่อรักษาอำนาจให้กับผู้ปกครอง ..ประชาชนเหล่านี้ มีทางเลือกอื่นหรือไม่ ? มันก็แค่สงครามแย่งอำนาจของผู้อยากขึ้นเป็นใหญ่ในแผ่นดิน... ตลอดรายทาง ล้วนมีแต่ความทุกข์ยากลำบาก ..ด้วยสภาพเช่นนี้ ย่อมถูกชักจูงโดยโจรผ้าเหลืองง่ายๆ ..เป็นโจรโดยสถานการณ์ พวกเขามักถูกกวาดต้อนเข้าค่าย ไม่ต่างกับที่ดำรงค์เคยประสบมา แม้อยากจะรีบไปให้ทันเหตุการณ์ แต่เมื่อเห็นความทุกข์ยากของชาวบ้าน 'ดำ' กลับไม่อาจมองข้ามได้ ดังนั้นหากผ่านไปเจอค่ายทหารเหลือง .. ดำรงค์ตั้งใจจะเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านให้ได้มากเท่าที่จะมากได้..