กลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy

    ตอนที่ยี่สิบเอ็ด The Vampire Layer

    ตอนที่ยี่สิบเอ็ด The Vampire Layer

    “ตกลงเธอจะสารภาพรักกับผมใช่ไหม?”

    ผมพยายามจะเล่นมุกตลกเพื่อสลายบรรยากาศตึงเครียด

    แต่นี่ไม่ใช่มังงะที่นางเอกจะเขินกับมุกแบบนั้น

    ดวงตาสีเขียวของเธอจ้องเขม็งที่ผม

    ไม่ให้ผมเล่นลิ้นไปได้

    น่าเสียดายถ้านี่เป็นมังงะ

    ผมคงเห็นเธอเขินหน้าแดงไปแล้ว

    แต่แอนนา ไม่ใช่นางเอกมังงะ เธอคือสาวเชียร์ลีดเดอร์ที่เปลี่ยนแฟนเป็นว่าเล่นมากกว่า ฮารุฮิ

    แน่นอนไม่ถึงขั้นห้านาทีเลิกแบบฮารุฮิ แต่แค่วันเดียวก็เลิกกันและมีจูบเช้าถึงเนื้อถึงตัวกว่าในสุมทุมพุ่มไม้หรือมุมมืดๆ

    ถ้าฮารุฮิ ทำอย่างนั้นได้มีคนวางเพลิงเผาสตูดิโอไปแล้วแน่ๆ

    มีฉายาว่า แอนนา บานาน่า Anna Banana ,หรือ เดอะแวมไพร์เลเยอร์ The Vampire Layer

    เลเยอร์ Layer –laid เลด ที่เป็นความหมายว่านอนกับแวมไพร์นั่นเองและแน่นอนครับ ตามมาด้วยรักสามเศร้า สี่ ห้า หก เจ็ดแปด ถึงสิบกว่าๆตามที่ผมเคยได้พูดไว้

    หากฮารุฮิทำอย่างนั้น อย่าว่าแต่พวกโอตาคุเลย ผมยังเกือบๆอยากจะเผาสตูดิโอเลยล่ะ

    แต่ แอนนา เป็นนางเอกอเมริกาเลยไม่มีปัญหาอะไรเพราะคนเขียนและผู้ชมมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา

    อีกประเด็นคือไม่ว่าเรื่องไหนมีแวมไพร์ นางเอกก็มักจะชอบไปนอนกับพวกแวมไพร์อยู่เรื่อยเลยในแนวนี้และบรรยายว่ามีแต่แวมไพร์ที่มีแรงมากพอที่จะรองรับแรงของนางเอกที่เป็นคนพิเศษได้ว่าอย่างนั้น เฮ้อ

    หากเอาประโยคแบบฮารุฮิมาพูด แอนนาไม่ชอบผู้ชายและความสัมพันธ์แบบคนธรรมดานั่นล่ะ ผลก็อย่างที่เห็นความรักมันไม่มั่นคงสักเท่าไรในภาพรวม..นี่ผมวิจารณ์จากข้อเท็จจริงที่สังเกตได้เท่านั้นนะ

    ไม่รู้เป็นอย่างไรเธอชอบจะมามีโมเมนต์โรแมนติคกับผู้ชายที่มีแฟนแล้ว จากนั้นแฟนสาวของผู้ชายคนนั้นเข้าใจผิด ก็จะตีตัวออกห่าง พอผู้ชายตามไปง้อก็บอกว่า

    “ไม่ใช่เพราะเธอแต่เพราะฉันเอง”..ฯลฯ

    เป็นที่มาของดราม่าปัญหาชีวิตอย่างที่ผมว่า

    ใช่แล้วครับในสายตาของผม ฮารุฮิเป็นเด็กสาวธรรมดาน่ารักเลยล่ะ หากเทียบกับแอนนาและวิลโล่แล้วล่ะก็

    “ชั้นรู้นะว่าเธอทำอะไร สารภาพมาเถอะ”

    เธอจ้องมองผมเขม็ง

    จมูกของเธอขยับเล็กน้อย

    หืมที่เธอบอกว่าเธอได้กลิ่นเวทมนตร์นั้นเรื่องจริงหรือนี่?

    เธอใช้วิธีนี้ในการเปิดเผยตัวคนร้ายที่คิดว่าจะหลอกเธอได้หลายครั้งอยู่

    สัญชาตญาณการดมกลิ่นและการสังเกตของเธอนั้นดีมาก

    ไม่ใช่แค่การต่อสู้อย่างเดียว

    แบบเดียวกับที่คนไม่เข้าใจว่า คู ฮูเลน

    พี่หมาแห่งเฟท สเตย์ไนท์เก่งแค่ไหน มักจะดูถูก

    แต่ความจริงแล้วแบบเดียวที่คนในตำนานจะบอกว่าเป็นอัจฉริยะ ฝึกวิชาได้เร็วมาตั้งแต่อายุสิบสี่ ฝ่าดินแดนแห่งความตายได้โดยอายุน้อยก่อนที่จะได้ฝึกกับสกาฮะ

    แอนนาก็เช่นกัน

    เธอมีความสามารถ ความคล่องตัวและทักษะที่เคลื่อนไหวว่องไวของเชียร์ลีดเดอร์ ก่อนที่จะได้รับพลังของสเลเยอร์ที่ตื่นขึ้นมา

    ความสามารถของคนที่เป็นเชียร์ลีดเดอร์ระดับแนวหน้าอยู่แล้ว ให้สูงขึ้นไปอีก

    และมีความสามารถของพระเอกโชวเน็นที่ว่า”ดูท่าการต่อสู้ครั้งเดียวก็จะเคลื่อนไหวตามได้” เพราะอ้างว่าฝึกมาจากการซ้อมท่าเชียร์ลีดเดอร์ต่างๆ

    ไม่ใช่คนธรรมดาแต่เป็นอัจฉริยะในด้านการเคลื่อนไหว

    ผมถึงไม่คิดจะสู้กับเธอแม้แต่น้อย

    แต่โลกไม่เคยสนใจว่าเราอยากทำอะไรหรือไม่หรอก

    แรงบีบมือของเธอบนหัวไหล่ของผมที่เฉยๆกับการขัดขวางของบิฟเริ่มเจ็บขึ้นมาเล็กน้อย

    ผมไม่รู้เลยว่าคนธรรมดาโดนบีบอย่างนี้คงร้องโอดครวญที่พื้นแล้ว

    แต่ผมเพ่งมานาไปที่หัวไหล่คอยรักษาอาการบาดเจ็บไว้และพยายามจะ “ตรวจสอบ..”

    เปรี๊ยะ

    แอนนาชักมืออกและมองอย่างตกใจ

    เธอสะบัดมือและกำหมัดแทน

    เฮ้ย เดี๋ยวก่อน อย่า

    ปึก

    ละทิ้งปฎิกิริยาตอบสนองของร่างกาย

    ผมเลียนแบบคิรัวในการบังคับสายฟ้าและร่างกายด้วยพลังจิตเพื่อเคลื่อนไหวตามหมัดที่รวดเร็วของแอนนาให้ทัน

    ผมกันหมัดของเธอได้ แต่เซถอยไปด้านหลัง

    เธอมีสีหน้าแปลกใจที่ไม่สามารถจัดการผมได้ในทีเดีย..เฮ้ย

    ปึก

    ผมเอาศอกกันการตอกส้นเท้าของเธอเอาไว้ได้

    ขาของเธอกระเด้งกลับไปผมถอยไปอีกครั้ง

    แว้กถอยมาสุดกำแพงอาคารแล้ว

    สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นมุ่งมั่น ผมราวกับเห็นประกายสีขาวจางๆมาจากดวงตาของเธอ น่าจะเป็นมานาจากเอลเดอร์ก็อด

    ที่ตรวจสอบสภาพวัตถุเมื่อกี้ทำให้ผมรู้ว่าร่างกายของผมมันก็แค่ของจีนแดง ก็อปปี้เลียนแบบ

    ชาแมนเมื่อครั้งบรรพกาลนั้นเป็นปรมาจารย์

    การไหลเวียนของพลังการเคลื่อนไหวของร่างกายของแอนนา ประสานอย่างเป็นธรรมชาติ

    พลังเพิ่มขึ้นได้ตามที่ต้องการไม่เกิดผลตกค้างทางร่างกาย

    และการที่ผมปะทะศอกกับส้นเท้าของเธอเมื่อกี้

    แม้จะมีข้อได้เปรียบในร่างกายที่ใหญ่กว่า ช่วงแขนขายาวกว่าตามธรรมชาติของร่างกายผู้ชายและน้ำหนักที่มากกว่าและมวลกระดูกกับกล้ามเนื้อ

    แต่สู้ไม่ได้กับพลังที่ไหลเวียนไปมาอย่างงดงามของเอลเดอร์ก็อดในร่างของเธอ

    มีเรื่องที่ผมต้องพัฒนาในการสร้างProject Primarch อีกเยอะเลย เมื่อเห็นตัวอย่างที่แข็งแกร่งเช่นนี้

    “ยอมแพ้แล้ว”

    “ยอมให้จับซะ..”แอนนากล่าว

    “...ไม่งั้นฉันจะ”แอนนาเตรียมตั้งท่าจะชกผมอีกครั้ง

    “ก็บอกว่าผมยอมแพ้แล้ว”

    ผมชูมือทั้งสองข้างขึ้นเมื่อหลังของผมติดกำแพงตึก

    “ไปพบคุณโธมัสกับฉันที่ห้องสมุดเดี๋ยวนี้”

    “ตกลงไปกันเถอะ”

    “ไม่งั้นฉันจะ..”

    “โอเคไปกัน”ผมตอบตกลงทันที

    แอนนาทำสีหน้าสงสัยเมื่อไม่เป็นอย่างที่เธอคิด เธอชอบชกก่อนถามทีหลัง

    ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี ในแนวที่ให้ผู้ชายเป็นตัวร้ายตลอด ชกไปก่อน เก้าในสิบครั้งถือว่าทำถูกแล้วตามหลักสถิติ

    “เอ๋ เธอยอมไปเหรอ?”

    เธอกระพริบตาสีเขียวของเธอปริบๆ

     

    “ก็ผมสู้เธอไม่ได้นี่? แล้วไปที่ที่มีผู้ใหญ่อยู่ด้วยก็ดีกว่าอยู่กับคนนิสัยเสียอย่างเธอ”

    เธอกำมืออีกครั้งราวกับจะชกผม

    แต่เลือกที่จะพาผมไปหาคุณโธมัสแทน