โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 135 เรือนจำดอยน้ำแข็ง

    ไม่นานนัก ก็มีชายร่างยักษ์คนหนึ่ง เดินเข้ามาที่สนามประลอง ศิษย์ทั่วไปต้องถอยหนีห่าง ชายร่างยักษ์ นอกจากตัวใหญ่แล้ว ร่างกายก็เต็มไปด้วยมัดกล้าม ใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยแผลเป็น เดินเข้ามาพื้นดินยังคงมีรอยเท้าของมันคงอยู่แสดงว่าน้ำหนักตัวของมันน่าจะไม่ต่ำกว่า 150 กิโลกรัมแน่ 

    “ นี่มันเกินซุปเปอร์เฮฟวี่เวทแล้ว” ขจรเอ่ยออกมาอย่างตกใจ

    “ เจ้าหนีไปตอนนี้ยังทันนะ” ศิษย์พี่มู่เตากระซิบบอกเบาๆ

    แต่คงไม่ทันแล้ว ตอนนี้คนในสำนักวังเหมันต์มาล้อมเวทีกัน จนเต็มไปหมด จะเดินหนีออกไปคงไม่ได้ ต้องมีปีกบินหนีเท่านั้นถึงจะรอดพ้น

    “ ต้าเฮย คำนับศิษย์พี่ใหญ่”

     พี่ใหญ่ปรายตามองไปที่ ขจรที่ยืนอยู่บนเวที แล้วตะโกนออกไปว่า 

    “ ครั้งนี้เดิมพัน  6 แสนคะแนน เจ้ากล้าหรือเปล่า”

    “ ไม่มีปัญหา” ขจรก็หาได้กลัวไม่

    “ ต้าเฮย ขึ้นไปจัดการมันซะ”

    ต้าเฮยคำนับ พี่ใหญ่ แล้วเดินขึ้นไปบนเวที พื้นเวทีถึงกับสะเทือนเลื่อนลั่นกันเลยทีเดียว กรรมการเรียกเข้ามาเพื่อจะบอกกติกา แต่ว่า ถูกต้าเฮยใช้มือดันหน้ากระเด็นร่วงไปจากเวที ไม่สนใจกรรมการ เสียงศิษย์หอสัประยุทธ์ส่งเสียงเชียร์ดังลั่น

    กัดมันเลย กัดมันเลย กัดมันเลย

    ขจรฟังไอ้พวกบ้านี่เชียร์แล้วอยากลงไปอัดพวกมันสักคนละหมัด นี่กูกำลังชกมวยกันอยู่นะเว้ย ไม่ใช่มากัดกัน

     ส่วนไอ้หมาบ้า ต้าเฮย มันก็หันข้างวิ่งเข้าชนเหมือนกับพวก อเมริกันฟุตบอลวิ่งปะทะกัน ขจรก็ใช้ ลองใช้เท้าถีบใส่มันไป แต่ว่ามันกลับไม่หยุด ขจรเองเสียอีก ถูกพลังของมัน กระแทกกระเด็นกลับมาขึ้นไปยืนอยู่บนเสาเวที แล้วตีลังกา ใช้ศอกตอกเข้ากลางกบาลของไอ้หมาบ้า เลือดมันไหลอาบแก้ม มันไม่ร้องสักคำ กลับกอดลำตัวของขจร เอาไว้แน่น

    แล้วมันก็หงายหลังทำท่าแบบมวยปล้ำ เอาหัวของขจรทิ่มกลับไปที่พื้น หากเป็นไปตามที่ต้าเฮยคิด หัวของขจรคงทิ่มพื้น คอหักแน่ แต่ว่าขจรกลับใช้มือทั้งสองยันพื้นเอาไว้ได้ สร้างความตื่นตะลึงของ คนรอบๆ สนามไม่คิดว่า ขจรที่ตัวเล็กกว่าต้าเฮยถึงสี่เท่าจะสามารถรับน้ำหนักที่ต้าเฮยปล่อยออกมาได้ ต้าเฮยเห็นว่าทำอะไรไม่ได้ ก็บิดตัวแล้วจะให้ตัวของมันทับร่างของขจรเอาไว้ แต่ระหว่างบิดตัว ขจร ก็ฟันฝ่ามือเข้าไปที่ระหว่างคอ โดนเส้นเอ็นที่ควบคุมแขน ทำให้มือของต้าเฮยคลายล็อคขจรออกมาได้

    ขจรถอยออกมาตั้งหลักได้ ก็วิ่งกระโดดเข้าใส่เข่าลอยมาแต่ไกล แต่ต้าเฮยไม่สนใจ ใช้กำปั้นเหวี่ยงออกไปเต็มข้อขจรต้องเอาแขนมาตั้งรับ ทำให้เข่าไม่โดนเป้าหมาย แต่ตัวเองกลับถูกต่อยจนปลิว ไปติดเชือก ต้าเฮย วิ่งเข้ามาแล้วทิ้งตัวปล่อยศอกเข้าใส่ขจรบ้าง แต่ไม่โดนตัวขจร เพราะได้กระโดดขึ้นหลบไปยืนด้านขวา แต่พอต้าเฮยหันมาคราวนี้ เข่าลอยของขจร พุ่งกระแทกเข้าจมูกต้าเฮย จนเลือดพุ่งกระฉูด มันเช็ดเลือดออกไป แล้ว ใช้ลิ้นตวัดเลือดที่ไหลกลืนเข้าปากของมัน ตอนนี้ต้าเฮยบ้าเลือดแล้ว มันเดินเข้าใส่ขจรอีกครั้ง แล้วเหวี่ยงหมัดใส่มาแต่ไกล

    “ มาเลย มาดูกันว่าจะแกจะทนได้แค่ไหน”

    คราวนี้ขจร  ก้มหลบหมัดของมันที่เหวี่ยงเข้ามา แล้วใช้หมัดต่อยเข้าที่ชายโครงของต้าเฮย แต่ต้าเฮยมีผิวหนังที่หนากว่าคนทั่วไป แต่หมัดของขจรกลับต่อยตรงชายโครง ที่เป็นจุดอ่อนที่สุด  มันแม้จะรู้สึกเจ็บแต่ก็ทนเอาไว้ไม่แสดงมันออกมา มันตบใส่ขจรที่หัว แต่ขจรก็ยังก้มหลบได้ แล้วสวนหมัดตรงเข้าที่ซี่โครงของมันอีกข้าง คราวนี้มันถึงกันสะดุ้งเฮือก ขจรไม่ปล่อยโอกาสให้ลอยนวล

    ระดมต่อยหมัดชุดเข้าใส่ชายโครงของมันทั้งสองข้างอย่าง จนต้าเฮย ถึงกับ ทรุดตัวลง มันคว้ากอดร่างของขจรได้อีกครั้งคราวนี้มันอ้าปากกำลังจะกัดที่คอของขจรแล้ว แต่ขจรใช้หัวขวิดใส่ที่กรามของมันจนฟันมันหักไปหลายซี่  มันร้องด้วยความเจ็บปวด มันปล่อยมือออกเพราะมันไม่อาจกัดขจรได้อีกแล้ว จึงหันมาบีบคอขจรแทน แต่ไม่ทันได้ออกแรงบีบ ก็ถูกขจรแทงเข่าเสยเข้าปลายคางของมัน 

    เปรี้ยง !

    ต้าเฮยถึงกับหงายหลัง ลงไปนอนแผ่หรากับพื้น สลบไปเลย 

    “ มีใครกล้าสู้อีก ก็ขึ้นมาเลย”

    พี่ใหญ่หอสัประยุทธ์ มองอย่างโกรธแค้นแต่ทำอะไรไม่ได้ ถูกศิษย์พี่มู่เตา จัดการรูดคะแนนของตนไปอีก 6 แสน เหล่าศิษย์หอสัประยุทธ์ได้เงียบกริบไม่มีใครกล้วเอ่ยอะไรออกมา 

    แต่แล้วทันใดนั้น ก็มีคนชุดดำคลุมหน้า พุ่งตัวเข้ามาบนเวที แล้วแทงฝ่ามือเข้าใส่หน้าอกของขจรโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง

    ขจรสัมผัสถึงอันตรายอยู่แล้ว จึงได้หลบไปด้านข้าง แล้วเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ คนชุดดำก็ใช้แขนออกมาตั้งรับ แล้ว กระโดดลอยตัวเตะเข้าใส่ขจร คล้ายกับท่าเท้าไร้เงา

    ขจรได้แต่ใช้แขนออกมาต้านรับ จนถอยไปติดเชือก คนชุดดำ ก็พุ่งตัวเข้าระยะประชิด แล้วใช้เพลงหมัดหย่งชุนแบบยิปมัน เข้าต่อยใส่ขจร ทั้งหมัด และศอก แต่ขจรก็ไม่ได้กลัว กลับสามารถต้านรับได้ ทุกกระบวนท่า แล้วยังใช้เข่ากระแทกใส่จนคนชุดดำต้องเอาฝ่ามือมาต้านรับ แต่ก็ต้องกระเด็นถอยไปข้างหลัง ขจรกระโดดเข้าใส่ แล้วปล่อยหมัดตรงเข้าไปที่หน้าอก แต่คนชุดดำนั้นก็ไวทายาท หลบถอยห่างไปติดเสาเวที แล้วตีลังกาขึ้นไปบนเสา แล้วใช้ท่าเตะแบบบาทาไร้เงาใส่ขจรอีกครั้ง คราวนี้ขจรไม่หลบแต่ต่อยหมัดเข้าใส่บาทาของคนชุดดำ

    จนคนชุดดำถึงกับกระเด็นไปติดเสา ขจรพุ่งตัวเข้าไปประชิด แล้วแทงเข่าเข้าใส่ซ้ำอีกที คนชุดดำไม่อาจหลบพ้น ได้แต่กระแทกฝ่ามือทั้งสองออกมาต้าน แต่ก็ไม่อาจต้านพลังเข่าลอยได้ ถูกอัดเข้ากับเสา กระอักเลือด ร่างค่อยๆรูดลงมากับพื้นเวที

    ขจรจะเปิดหน้าออกดูว่าเป็นใคร แต่ได้ยินเสียง คนชุดดำเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา คล้ายคนใกล้จะหมดแรง

    “ อย่า”

    ขจรได้แต่เงื้อมือค้างอยู่อย่างนั้น เพราะเสียงของคนชุดดำ นั้น คือเสียงของธิดาเทพนั่นเอง

    “ พาข้าไปจากที่นี่เร็ว”

    ขจรโอบร่างของธิดาเทพ แล้วกระโดดลงจากเวที แล้วพุ่งตัวแหวกผู้คนแล้ว วิ่งหายวับไปในพริบตา ท่ามกลางความสงสัยของทุกๆ คน ขจรมาอยู่ที่เขตหวงห้าม เป็นที่พักของ ธิดาเทพ

    “  ท่านทำไปเพื่ออะไร?”

    ขจรสงสัย แต่ตอนที่อุ้มธิดาเทพมา พบว่านางถูกเข่าของเขากระแทก ทำให้ กระดูกซี่โครงหัก จนกระอักเลือดออกมาเช่นนี้ก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ จึงให้กินยาเม็ดกล้วยไม้วิญญาณไป ทำให้นางกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

    “ ขอบใจเจ้ามาก นี่คงเป็นเม็ดยาคืนชีพ ขั้นเซียนสวรรค์ ที่เจ้าเคยมอบให้กับ อาจารย์ชิวใช่ไหม?”

    “ ท่านรู้ด้วย?”

    “ เห็นอาจารย์ชิวบอกว่า เจ้ามีเพียงไม่กี่เม็ดเท่านั้น มอบให้ข้าเพื่ออะไร ข้าพักฟื้นสักสองสามวันก็จะหายดีเอง”

    “ ข้าทำให้ท่านเจ็บ ข้าต้องรับผิดชอบ”

    “ เฮ้อ..นึกไม่ถึงเจ้าจะมีวิชาการต่อสู้ที่ร้ายกาจเช่นนี้ หากพลังยุทธ์ของเจ้าอยู่ขั้นเซียนก็คงจะดี”

    “ ท่านยังไม่บอกเลย ว่าท่านทำไปเพื่ออะไร หากข้าอัดท่านเสียโฉมไปจะทำยังไง?”

    “ ข้าแค่อยากพิสูจน์ฝีมือของเจ้าเท่านั้น”

    “ เพื่อ?”

    “ อีกสามวัน ข้าต้องเข้าไปที่สุสานไร้ดาว เพื่อรับพลังเซียนจากเทพีจันทรา ข้าต้องการให้เจ้าไปคุ้มครองข้า”

    “ มีคนอื่นเยอะแยะ ทำไมต้องเป็นข้า?”

    “ ข้อแรก ในสุสานไร้ดาว ผู้ที่ได้สิทธิ์เข้าไปในสำนักวังเหมันต์มีเพียงสองคนเท่านั้น และภายในสุสานไร้ดาว ก็ไม่อาจใช้พลังยุทธ์ได้ 

    ข้อสอง ในสุสานไร้ดาวนั้นมีวิญญาณชั่วร้าย สิงสถิตย์อยู่ ข้าต้องหาผู้ที่สามารถปราบภูตผีได้ ข้ารู้ว่าเจ้าเคยปราบภูตผีที่จวนแม่ทัพฉางคงมาแล้ว  ข้าจึงอยากให้เจ้าไปกับข้า”

    ขจรมองหน้าธิดาเทพ ตรงๆ แล้วเอ่ยว่า

    “ ข้าไม่ว่างจริงๆ ต้องขออภัยด้วย”

    “ ที่เจ้าไม่ว่างคิดจะไปหา ธิดาเทพคนก่อนหรือไง?”

    ขจรตาโตมองหน้าธิดาเทพอย่างตกใจไม่คิดว่านางจะรู้ ว่าเขาต้องการขึ้นไปหาแม่ของเขา

    “ ท่านพูดอะไร ข้าไม่เข้าใจ”

    “ เฮอะ หน้าของเจ้าเหมือนกับ น้าเซี่ยหลานยังกับแกะ ทำไมข้าจะไม่รู้ว่าเจ้ากับน้าเซี่ยหลานเป็นอะไรกัน”

    “ คนเราหน้าเหมือนกันได้ ไม่ใช่เหรอ?”

    “ หากเจ้าไม่อยากพบกับแม่ของเจ้า ก็ไสหัวไปซะ ถือว่าข้าไม่ได้พูดก็แล้วกัน”

    “ ก็ได้ ข้าต้องการพบกับแม่ของข้า”  ขจรมั่นใจว่า ธิดาเทพเอ่ยกับเขาเช่นนี้ ต้องไม่เปิดเผยเรื่องของเขาแน่ๆ

    “ ก็เท่านั้น แล้วเจ้าจะยอมไปเป็นคนคุ้มกันให้ข้าหรือไม่”

    “ ได้ แต่ข้าขอพบมารดาของข้าก่อน”

    “ ไม่มีปัญหา เย็นนี้เจ้ามาหาข้าที่นี่ แล้วข้าจะพาเจ้าขึ้นดอยน้ำแข็งเอง”

    ขจรเองเริ่มกังวลใจ ที่แม้แต่ธิดาเทพยังดูออก ว่าตนหน้าเหมือนกับแม่มาก ป่านนี้เจ้าวังหรือคนอื่นๆ ก็อาจจะรู้เรื่องนี้แล้วก็ได้

    ขจรกลับไปที่หอสมุนไพร แล้วก็พบกับ ศิษย์พี่มู่เตาที่นำป้ายที่มีคะแนนภารกิจ ถึง 1.2 ล้านคะแนน มาให้

    “ ข้าจะแลกเรือขนาดใหญ่ ที่บินเร็วที่สุด ราคาเท่าไร”

    “ ก็มีอยู่ ราคา 1 ล้านคะแนนเชียวน่า”

    “ ไม่รู้ว่า พวกมหาเซียนจะบินตามทันหรือเปล่า”

    “ ไม่ทันอย่างแน่นอน”

    “ ดี ข้าขอแลกเรือเหาะขนาดใหญ่ ส่วนคะแนนที่เหลือสองแสนข้ามอบให้ศิษย์พี่เอาไว้ใช้”

    “ อะไรนะ นี่มันสองแสนคะแนนเชียวนะ?”

    “ ศิษย์พี่เอาไปเถอะ ข้าคงไม่ได้ใช้มันอีกแล้ว”

    “ ทำไมพูดอย่างนั้น องค์ชายปิงฉู่แม้จะโหดร้าย แต่ก็ไม่คิดจะฆ่าเจ้าอยู่แล้ว ยังไงเจ้าก็เป็นศิษย์ของสำนักวังเหมันต์”

    “ แล้วองค์ชายปิงฉู่ มาเกี่ยวอะไรกับข้าด้วย”

    ขจรก็สงสัย

    “ อ้าว นี่เจ้าไม่รู้หรือ พี่ใหญ่ปิงห้าวแห่งหอสัประยุทธ์ เป็นญาติขององค์ชายปิงฉู่ พอเจ้าสู้กับคนชุดดำเสร็จ องค์ชายปิงฉู่ก็เสด็จมา แต่ไม่เจอเจ้า ดังนั้นจึงประกาศท้าทายเจ้าพรุ่งนี้ให้ไปต่อสู้กับคนของเขา หากเจ้าไม่ไป จะให้คนมาหักขาเจ้า”

    ขจรส่ายหัว ไม่สนใจพวกขององค์ชายปิงฉู่ เพราะไม่ว่าอย่างไร คืนนี้เขาจะพาแม่ขึ้นเรือเหาะ แล้วหนีออกไปจากที่นี่อยู่แล้ว

    ขจรได้เรือเหาะลำใหญ่พร้อมกับ แท่งพลังงานมาเรียบร้อยแล้ว ก็มาหาธิดาเทพตามที่นัดหมายเอาไว้

    ขจรถูกแต่งตัวเป็นคนรับใช้ถืออาหาร แล้วเดินตามธิดาเทพ แล้วผ่านเข้าไป ดอยน้ำแข็ง

    โดยที่ ผู้พิทักษ์เองก็ไม่สงสัย ขจรเดินขึ้นไปเรือนจำดอยน้ำแข็ง ซึ่งพอมาถึงที่คุมขังแม่ของตน ก็รู้สึกคับแค้นใจยิ่งนัก เพราะรอบๆ มีแต่น้ำแข็งช่างหนาวเย็นยิ่งนัก ยิ่งพอเดินเข้าไปสถานที่คุมขัง ก็พบหญิงสาวคนหนึ่ง ใบหน้างดงามดูจากวัยแล้ว ใบหน้าของนางยังคงเหมือนในรูปภาพที่ถ่ายคู่กับท่านคชาธรไม่มีผิดเพี้ยน กาลเวลาไม่อ่าจทำอะไรความสาวของแม่ได้จริงๆ แต่พอเห็นว่าแม่ถูกจองจำด้วยโซ่ตรวจสีเงิน ก็เกิดเพลิงแค้นแทบอยากจะเผาสำนักวังเหมันต์นี้ทิ้งไปทันที

    “ ท่านน้า”

    “ อี้หยาน เจ้ามาเองเลยเหรอ”

    “ ข้าพาใครคนหนึ่งมาหาท่าน”

    “ ใครกัน”

    ขจรเดินเข้ามาอย่างช้าๆ แล้วน้ำตาก็พลันไหลออกมา ขจรก้มลงไปคุกเข่าต่อแม่ของเขาแล้วเอ่ยว่า

    “ ลูกอกตัญญู ไม่รู้ว่าท่านแม่ถูกคุมขังนานนับ 20ปี เลยไม่อาจมาช่วยได้ ลูกผิดไปแล้วท่านแม อภัยให้ลูกด้วย”

    “ โอ้...จร จรลูกแม่จริงๆด้วย ลูกมาได้ยังไงเนี่ย อี้หยานทำไม?”

    “ ใจเย็นก่อน แม่ลูกพบกัน คงจะมีเรื่องพูดกันมาก อี้หยานขอตัวไปดูต้นทางให้พวกท่านข้างนอกก่อน”

    ขจรเดินเข้ามา แล้วจับโซ่เงินแล้วปล่อยพลังเทพอรหันต์ออกไป โซ่เงินที่แข็งแกร่งกว่าเหล็กทั่วๆ ไป ถูกขจรกระชากขาดเป็นชิ้นๆ  ท่ามกลางความตกตะลึ่ง ของเซี่ยหลานยิ่งนัก

    “ นี่ลูกใช้พลังแฝงได้ด้วยหรือ?”

    “ อย่าเพิ่งสนใจเรื่องพวกนี้เลย พวกเราต้องรีบหนีกันแล้ว ลูกเตรียมเรือเหาะเอาไว้แล้ว พวกเราสองคนกลับโลกมนุษย์กันตอนนี้เลย”

    ขจรจับมือแม่ของตน แล้วจะพาไปขึ้นเรือเหาะเพื่อหนีไป แต่ว่า แม่ของเขากับตรึงร่างอยู่กับที่ ไม่ยอมจากไปไหน

    “ แม่ไปไม่ได้ลูก”

    “ ท่านแม่ทำไมท่านถึงไปไม่ได้เล่า”

    “ หากแม่ไปตอนนี้ สำนักวังเหมันต์ คงต้องล่มสลายเพราะมือแม่แน่ๆ”

    “ แล้วทำไมต้องสนใจพวกเขาด้วย พวกเขาทำให้ท่านพ่อต้องตาย ลูกไม่ละเว้นพวกเขาแน่ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสำนักวังเหมันต์หรือ องค์ชายปิงเฉียนนั่นด้วย”

    เซี่ยหลานได้ยินขจรพูดเช่นนี้ก็ตกใจ

    “ นี่ลูกพูดอะไร หรือว่าลูกรู้หรือว่าใครเป็นคนสังหารพ่อของลูก?”

    “ ลูกเห็นนิมิต ว่ามีจอมพลังคนหนึ่งหยุดรถของท่านพ่อ แล้วก็มีมือเหล็กคนหนึ่งกระแทงฝ่ามือกระแทกกระจกรถ แล้วหักคอท่านพ่อตาย แต่ลูกไม่รู้ว่า พวกมันเป็นใคร”

    เซี่ยหลานถึงกับเงียบ มองหน้าบุตรชายของตนด้วยความเมตตา แล้วเอ่ยอย่างแผ่วเบาว่า

    “ เรื่องความแค้นนี้ ลูกไม่เกี่ยวข้องด้วย กลับโลกมนุษย์ไปซะ และอย่าขึ้นมาโลกเซียนอีก สัญญากับแม่นะลูก”

    “ ไม่ ลูกจะไม่ยอมให้พวกที่ฆ่าท่านพ่อ ลอยหน้าลอยตาอยู่อย่างนี้แน่ๆ”

    “ ลูกแม่ ฝีมือของลูกแค่นี้ ไม่อาจทำอะไรพวกเขาได้หรอก เชื่อแม่ กลับโลกมนุษย์ไปซะ”

    “ ท่านแม่ ลูกไม่เคยกลัวตาย อย่าบังคับลูกกลับโลกมนุษย์อีกเลย”

    “ โธ่ ลูกแม่ ช่างดื้อรั้นเหมือนพ่อ ของลูกจริงๆ เลย” เซี่ยหลานใช้มือลูบหัวขจรอย่างช้าๆ แล้วถอนหายใจออกมา ในใจนางคิดจะแก้แค้นด้วยตัวนางเพียงคนเดียว  ไม่คิดจะให้ขจรมาเกี่ยวข้องด้วยเลย

    ทันใดนั้น ธิดาเทพก็รีบเข้ามาหาแล้วบอกว่า

    “ หมดเวลาแล้ว รีบกลับกันเถอะ เดี๋ยวท่านผู้พิทักษ์จะสงสัย”

    “ ลูกกลับไปก่อนเชื่อแม่ อย่าให้แม่ต้องเป็นห่วง”  เซี่ยหลานเอ่ยด้วยความเป็นห่วงลูก

    “ ท่านแม่ ไม่ว่าอย่างไรลูกจะต้องพาท่านแม่กลับโลกมนุษย์ให้ได้”

    ขจรเอ่ยจบ ก็รีบออกจากเรือนจำดอยน้ำแข็งนี้ไปในทันที