มารฟ้าพิชิตสวรรค์

    ตอนที่ 80 : ตระกูลเหริน

    ตอนที่ 80




    เมื่อชิงเทียนเดินผ่านม่านแสงเข้ามา เขาก็พบกับหุ่นที่สร้างจากศิลาทั้งตัว ในทันทีที่มันรับรู้ได้ถึงผู้บุกรุก หุ่นศิลาก็พุ่งเข้ามาโจมตีชายหนุ่มทันที หลังจากที่ชิงเทียน ใช้ดาบฟันไปที่ลำตัวของหุ่น ดวงตาของชายหนุ่มก็ต้องเบิกกว้าง เพราะเขาไม่สามารถสร้างความเสียหายได้เลย อีกทั้งยังรู้สึกถึงแรงที่สะท้อนกลับมา




    แขนของชิงเทียนด้านชาไปชั่วขณะ น่าเสียดายที่ดาบชิงหลงในตอนนี้ ไม่สามารถใช้ธาตุลม ซึ่งเป็นปฏิปักษ์กับธาตุดินได้ ชิงเทียนทำนิ้วมุทรา จากนั้นก็ขีดเขียนบางอย่างกลางอากาศ




    ‘รูปแบบโจมตี กงจักรวายุสบั้นพสุธา'




     ภายในแดนเซียน ชิงเทียนถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องรูปแบบ และข้อดีของการใช้รูปแบบก็คือ สามารถสร้างการโจมตีด้วยธาตุพื้นฐาน โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องมีปราณธาตุนั้นอยู่ภายในตัว แต่การวางรูปแบบเช่นนี้ หากไม่มีความชำนานมากพอ หรือการวางรูปแบบคลาดเคลื่อน ผู้ใช้จะถูกพลังสะท้อนกลับ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสทันที




    ชิงเทียนยกมือเหยียดขึ้นจนสุด บนฝ่ามือของเขามีกงจักรสายลมขนาดใหญ่ หมุนวนด้วยความเร็วสูง พร้อมที่จะฉีกกระชากทุกสิ่งที่มันสัมผัส ชายหนุ่มขว้างกงจักรออกไปสุดแรง เขาสามารถควบคุมทิศทางของมันได้ผ่านทางความคิด ไม่นานหุ่นศิลาก็ถูกใบมีดอันคมกริบ หั่นจนไม่หลงเหลือเค้าเดิม




    ประตูสู่บททดสอบต่อไปเปิดออก ชิงเทียนไม่ต้องการที่จะพักเลยแม้แต่น้อย เขาต้องการความท้าทายที่มากกว่านี้ หลังม่านแสงมีบ่อทรายขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่บริเวญกลางห้องที่มีขนาดกว้างนับร้อยเมตร เม็ดทรายมีความละเอียด ราวกับทรายที่มักจะปรากฏตามชายหาด




    เสียงกู่ก้องคำรามดังมาจากบ่อทราย พร้อมกับมือขนาดยักษ์ที่พุ่งขึ้นมา ทรายทั้งหมดก่อตัวเป็นยักษ์ขนาดมหึมา แม้ว่าปีศาจตนนี้จะไม่มีดวงตา แต่ชิงเทียนกลับสัมผัสได้ว่า กำลังถูกมันจ้องมองอยู่




    กำปั้นขนาดใหญ่ที่ทำมาจากทราย ทุบไปไปยังจุดที่ชิงเทียนยืนอยู่ อย่างไร้ปราณี แรงสั่นสะเทือนลามไปทั่วเขาวงกต ปีศาจทรายยกกำปั้นขึ้นมา เพื่อตรวจดูซากศพของผู้บุกรุก แต่มันกลับไม่เห็นแม้กระทั่งเงาของชายหนุ่ม




    ร่างของชิงเทียนปรากฏขึ้น เหนือศรีษะของปีศาจทราย ตอนนี้เขาสามารถลอยตัวอยู่กลางอากาศ โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาพลังของดาบชิงหลง อีกต่อไปแล้ว




    ‘ดาบโลกาวินาศ' 




    ชิงเทียนง้างดาบฟันในแนวตรง คลื่นดาบสีดำฝ่าร่างปีศาจทราย แยกออกจากกันทันที นี่คือกระบวนท่าที่ 1 ของเคล็ดวิชากระบี่สังหารเทพ เพียงแต่ตอนนี้ ชิงเทียนกำลังใช้ดาบอยู่ เขาจึงได้เปลี่ยนชื่อกระบวนท่าเล็กน้อย




    เนื่องจากวัสดุที่ใช้สร้างเขาวงกต สร้างมาจากแร่ชนิดพิเศษจากแดนเทวะ คลื่นดาบจึงไม่สามารถสร้างความเสียหายให้แก่เขาวงกตได้ 




    ร่างของปีศาจทรายกลับมาหลอมรวมกันอีกครั้ง คราวนี้มันส่งทรายจำนวนมาก ไปห้อมล้อมชิงเทียนจากทุกทิศทาง ไม่กี่ลมหายใจต่อมา ร่างของชายหนุ่มก็ถูกกักขังไว้ภายใน กรงขังรูปทรงกลมหดตัวเล็ดลง เพื่อบดขยี้สิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายใน 




    ชิงเทียนรวมรวมพลัง จากนั้นเขาก็ใช้เพลิงอัสนีฟ้า ระเบิดทำลายกรงขังออกมา พร้อมกับสร้างม่านพลังสีดำขึ้นมา ครอบคุมร่างของปีศาจทรายไว้ภายใน 




    ‘รูปแบบผนึก คุกเพลิงทมิฬ' 


     


    ภายในม่านพลัง ร่างของปีศาจทราย ถูกเพลิงทมิฬแผดเผา จนเกิดการหลอมเหลว การสร้างรูปแบบผนึก ที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้ ต้องแลกกับพลังปราณ จำนวนมหาศาล 




    ชิงเทียนร่อนลงยังพื้นเบื้องล่าง ตอนนี้พลังปราณภายในจุดตันเถียน รวมถึงภายในแก่นปราณ ได้ถูกใช้ไปจนหมด ชิงเทียนได้เดิมพันทุกอย่าง ไว้กับการโจมตีครั้งนี้




    ของเหลวสีแดงซึ่งมีความร้อนสูง ไหลกลับเข้าไปในบ่อ จากนั้นก็แปรสภาพกลายเป็นแก้ว ชิงเทียนถอนหายใจออกมา ด้วยความโล่งอก เขาได้แต่หวังว่า มันจะไม่กลับมาเคลื่อนไหวอีก 




    ประตูเพื่อเข้าสู่บททดสอบต่อไป ปรากฏขึ้นที่มุมหนึ่งของห้อง ชายหนุ่มหยิบเม็ดยาฟื้นฟูลมปราณ ออกมาจากแหวนมิติ จากนั้นเขาก็เริ่มดูดซับเม็ดยา พลังปราณจากเม็ดยา แทรกซึมไปทั่วร่างกาย ชิงเทียนใช้เม็ดยาฟื้นฟูลมปราณไปทั้งหมด 5 เม็ด ในที่สุดพลังปราณของเขา ก็กลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง




    **********************************


     


    มาร์ติโนได้ส่งเลขาส่วนตัว มาที่เมืองเทียนจิน เธอมีชื่อว่าสเตลล่า ไม่เพียงแต่จะมีความสามารถด้านภาษา เท่านั้น เธอยังเคยเป็นนักแม่นปืนที่เก่งกาจที่สุด ในกองทัพอิตาลีด้วย


     


    “คุณเหรินหานเฟิง ฉันคิดว่าเราควรจะฝังยาเสพติด เข้าไปในแผ่นไม้อัดนะค่ะ" สเตลล่าให้คำแนะนำ


     


    ชายหนุ่มที่นั่งอยู่มุมห้อง แสดงท่าทีไม่พอใจ เขาเกลียดที่ต้องให้ชาวต่างชาติ มายุ่มย่ามภายในธุรกิจของตระกูล “หึ!! ยุ่งยากเกินไป สู้เรายัดเงินพวกตำรวจเช่นทุกที จะไม่ประหยัดเวลากว่าเหรอ"


     


    “ไคเฉิง อย่าเสียมารยาท ร้อยวันพันปีฉันเห็นแต่แกเอาแต่เที่ยว แล้วก็หิ้วผู้หญิงกลับมาไม่ซ้ำหน้า แต่วันนี้กลับมาสนใจธุรกิจของตระกูล แกไปล้มหัวกระแทกพื้นมารึไง?" เหรินหานเฟิงหันไปตำหนิลูกชาย


     


    “ก็ผมไม่อยากให้พ่อถูกชาวต่างชาติพวกนี้ จูงจมูกเหมือนหมูเหมือนหมานี่ครับ!!"


     


    เหรินหานเฟิงตบหน้าเหรินไคเฉิงอย่างแรง ลูกชายของเขาคนนี้ ไม่เคยทำอะไรได้เรื่องสักอย่าง อีกทั้งเวลาที่เขามอบหมายงานให้ไปทำ ก็มักจะละเลย จนทำให้ธุรกิจเสียหายอยู่เสมอ “ชาวต่างชาติพวกนี้ จะทำให้เราก้าวไปยืนแทนที่ตระกูลเหยา เพราะฉะนั้น ถ้าแกไม่คิดจะช่วย ก็หุบปากแล้วไสหัวออกไปซะ!!"


     


    เหรินไคเฉิง มองหน้าสเตลล่าด้วยความโกรธแค้น จากนั้นก็เดินออกจากห้องไป 


     


    “ขอโทษที่ต้องให้คุณมาเห็น อะไรแบบนี้ด้วยนะครับ" เหรินหานเฟิงหันมาขอโทษสเตลล่า หญิงสาวคนนีัเป็นมือขวาของมาร์ติโน มาเฟียที่มีอำนาจที่สุดในอิตาลี เพราะฉะนั้นเหรินหานเฟิง จึงจำเป็นต้องให้เกียรติเธอ


     


    “ก็แค่วัยรุ่นเลือดร้อน ฉันไม่เก็บมาใส่ใจหรอกค่ะ" 


     


    เหรินไคเฉิง เดินกระแทกเท้าออกมาจากห้อง แล้วต่อยไปที่ใบหน้าของลูกน้อง เพื่อระบายอารมณ์ “ขึ้นมาแทนที่ตระกูลเหยาอะไรกัน น่าจะกลายเป็นหุ่นเชิดให้พวกมันใช้งานมากกว่า" 



     


    ชายหนุ่มกำหมดแน่น สิ่งที่เขากลัวคือการที่ต้อง ตกเป็นเบี้ยล่าง คอยเป็นหมากให้กับพวกมาเฟียอิตาลี มันเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะมีคนยื่นมือเข้ามาช่วย โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน



     


    เหรินไคเฉิงขับรถออร์ดี้สีแดง มุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวง เพื่อไปยังบาร์ที่มักจะใช้สังสรรค์กับเพื่อนเป็นประจำ รถสปอร์ตคันหรู ขับเข้ามาจอดในลานจอดรถ การ์ดที่ยืนเฝ้าทางเข้า ก้มหัวให้เขาเล็กน้อย “นายน้อยเหริน เชิญที่โต๊ะประจำบนชั้นสองได้เลยครับ"



     


    สาเหตุที่การ์ดต้องสุภาพกับเหรินไคเฉิง นั่นก็เพราะบาร์แห่งนี้ อยู่ภายใต้การดูแลของเหรินเฉา ซึ่งเป็นอาแท้ๆของเขาเอง 


     


    ขณะที่เหรินไคเฉิง กำลังจะขึ้นไปยังชั้นสอง สายตาของเขา ก็เหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง หน้าตาของเธอดูน่ารัก และมีรอยยิ้มที่ทรงเสน่ห์ ชายหนุ่มรีบเดินตรงไปยังโต๊ะของเธอทันที


     


    “สวัสดีครับ ผมเหรินไคเฉิง เป็นหลานชายของเจ้าของบาร์แห่งนี้" เขากล่าวแนะนำตัวกับหญิงสาว โดยที่ไม่หันสนใจเพื่อนร่วมโต๊ะของเธอแม้แต่น้อย 


     


    “เอ่อ...ฉันเฉินเป่าหลิง ยินดีได้รู้จักค่ะ" เฉินเป่าหลิงทำตัวไม่ถูก เนื่องจากตอนนี้เพื่อนของเธอ กำลังมองมาด้วยสายตาที่แสนจะริษยา


     


    เหรินไคเฉิงยิ้มอย่างเป็นมิตร “ถ้าไม่รังเกียจ ช่วยไปนั้งดื่มกับผมที่ชั้นบนได้ไหมครับ" 


     


    ขณะที่เฉินเป่าหลิงกำลังลังเล ชายหนุ่มก็งัดไม้ตายเด็ดออกมา “ไม่ต้องเป็นห่วงเพื่อนของคุณนะครับ เดียวผมจะออกค่าใช้จ่ายให้กับพวกเขาเอง" เมื่อสิ้นสุดคำพูด เพื่อนของเฉินเป่าหลิง ก็คะยั้นคะยอให้เธอไปกับเขาทันที สุดท้ายเฉินเป่าหลิง ก็ต้องจำใจไปกับชายหนุ่ม 



     


    “พี่หลง... เหมือนผมจะเคยเห็นผู้หญิงคนนั้นมาก่อนนะ" ซีเหมินจวินชักชวนให้หลงหยวน มองไปยังหญิงสาวที่กำลังเดินตามเหรินไคเฉิง ขึ้นมายังชั้นบน ซึ่งเป็นโซนเฉพาะแขกระดับ วีไอพี เท่านั้น


     


    หลงหยวนเพิ่งมองอยู่สักครู่ “ถ้าจำไม่ผิด ดูเหมือนว่าจะเคยเห็นผู้หญิงคนนั้น ที่งานแต่งของชิงเทียนนะ" หลังจากที่เขาเห็นว่า คนที่พาเธอขึ้นมาเป็นใคร หลวงหยวนก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที 


     


    “มีอะไรรึเปล่าพี่หลง" ซีเหมินจวินที่สังเกตเห็นใบหน้าของชายหนุ่ม เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง


     


    “ผู้ชายคนนั้นคือ ลูกชายของผู้นำตระกูลเหริน ชื่อว่าเหรินไคเฉิง นอกจากนิสัยที่ป่าเถื่อนแล้ว เขายังขึ้นชื่อเรื่องเสือผู้หญิง บางทีผู้หญิงคนนั้นคงเป็นเหยื่อที่เขาเล็งไว้"


     


    ซีเหมินจวินลึกพรวดขึ้นทันที “ถ้างั้นเดียวผมจะเข้าไปช่วยเธอเอง"


     


    หลงหยวนยกมือห้าม “รอดูสถานการณ์ไปก่อน อย่าพึ่งใจร้อน"


     


    ซีเหมินจวินนั่งลงด้วยความไม่เต็มใจ เขาต่างจากหลงหยวน ซึ่งมักจะทำอะไรอย่างรอบครอบเสมอ


     


    เหรินไคเฉิง พาหญิงสาวมานั่งที่โต๊ะประจำ จากนั้นก็เดินไปสั่งเครื่องดื่มกับบาร์เทนเดอร์ หลังจากที่ได้เครื่องดื่มมา เขาก็เทผงบางอย่างลงไปในแก้ว แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะ


     


    “ขอโทษที่ให้รอนะครับ" ชายหนุ่มวางแก้วค็อกเทลตรงหน้าหญิงสาว มันคือเครื่องดื่มที่มีชื่อว่า พินาโคลาด้า โดยทั่วไปจะมีส่วนผสมจากมะพร้าว เหล้ารัม และน้ำสับปะรด


     


    “ข...ขอบคุณค่ะ" เฉินเป่าหลิง มีอาการประหม่าเล็กน้อย ในขณะที่เธอกำลังจะยกแก้วขึ้นจิบ ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่ง เข้ามาคว้ามือเธอเอาไว้เสียก่อน


     


    ซีเหมินจวิน ดึงแก้วออกจากมือหญิงสาว พร้อมกับหันไปถามเหรินไคเฉิง ด้วยดวงตาที่มีประกายเย็นเฉียบ “เมื่อกี้ แกใส่อะไรลงไปในเครื่องดื่มของเธอ?"


     


    เหรินไคเฉิงนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะพยายามทำตัวไม่ให้ดูมีพิรุธ “ฉันไม่รู้ว่าแกพูดถึงเรื่องอะไร"


     


    “ถ้าอย่างนั้น ช่วยอธิบายเกี่ยวกับภาพนี้หน่อยสิ" หลงหยวนโชว์ภาพที่ถูกถ่าย ขณะที่เฉินไคเฉิงกำลังเทบางอย่าง ลงไปในเครื่องดื่มของหญิงสาว


     


    เฉินเป่าหลิงหน้าซีดทันที เธอไม่คิดเลยว่าผู้ชายคนนี้ คิดจะทำมิดีมิร้ายต่อตัวเธอ เหรินไคเฉิงเห็นท่าไม่ดี เขาจึงคิดที่จะตะโกนเรียกการ์ด แต่ก็ถูกซีเหมินจวินชกเข้าที่ท้องซะก่อน 



     


    ร่างของขายหนุ่มปลิวไปอัดกับกำแพง ซีเหมินจวินในตอนนี้ อยู่ในขอบเขตก่อตั้งลมปราณขั้นต้น หมัดของเขาจึงรุนแรงไม่ต่างจากกระสุนปืนใหญ่ หากซีเหมินจวินไม่ออมแรงไว้ เหรินไคเฉิงก็คงจะตายไปแล้ว


     


    ซีเหมินจวินและหลงหยวน รีบพาหญิงสาวออกไปจากร้านทันที หากเหรินเฉินรู้ว่าพวกเขาเป็นคนลงมือทำร้ายหลานชาย เรื่องคงไม่มีทางจบง่ายๆแน่


     


    ---------------------------------------


    Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์


    https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771