cosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ

    ดาวเบิกฟ้า

    วันเวลาผันผ่านในที่สุดก็ถึงวันที่ไป๋ฉีและไป๋หมิงจะต้องออกเดินทางไปยังสถาบันที่พวกเขาได้เลือกกันเอาไว้ ทั้งสองร่ำลาครอบครัวของตัวเองอยู่พักใหญ่ๆ ก่อนที่จะแยกย้ายกันเดินขึ้นยานอวกาศกาศระดับจ้าวจักรวาลแล้วออกเดินทางในทันที โดยมีพ่อของพวกเขาอย่างไป๋ซานและไป๋เฉินเป็นคนไปส่งที่ดาราจักรแห่งการศึกษา

     

    "เห้อ พวกท่านย่าอุตส่าให้ผลึกพลังงานข้ามาตั้งมากมาย แต่ท่านพ่อกลับยึดพวกมันหมดเช่นนี้แล้วข้าจะใช้อะไรกันล่ะขอรับ"ในขณะเดินทางไป๋ฉีที่นั่งอยู่บนที่นั่งบ่นอุบอิบออกมาอย่างช่วยไม่ได้

     

    "แค่ได้แบล็คการ์ดของพ่อไปใช้ยังไม่พออีกหรือไง ลูกชายเจ้าไปเรียนนะไม่ได้ไปช็อปปิ้ง จะเอาผลึกพลังงานไปทำไมตั้งมากมาย"ไป๋เฉินกรอกตาพร้อมกล่าวอย่างเหนื่อยใจยิ่ง

     

    "แต่แบล็คการ์ดที่ท่านพ่อให้มันใช้ได้แค่สามครั้งนี่ขอรับ ข้าก็ต้องเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็นสิ หากท่านพ่อยึดผลึกพลังงานทั้งหมดเอาไว้แบบนี้แล้วชีวิตประจำวันของข้าจะใช้อะไรล่ะขอรับ"

     

    "เหอะๆเจ้าเด็กเจ้าเล่ห์ ชีวิตในโรงเรียนของเจ้าแทบจะไม่ต้องใช้ผลึกพลังงานเลยด้วยซ้ำ แต่เอาเถอะ เห็นแก่ที่ลูกยกเหตุผลต่างๆนาๆมาพูดให้ฟัง เช่นนั้นพ่อจะให้ผลึกพลังงานติดตัวสักห้าพันก้อนก็แล้วกัน แค่นี้ก็คงจะพอ"

     

    "ห๊า!! ห้าพันก้อน!........ท่านพ่อ!!! พวกท่านย่าให้ผลึกพลังงานกับข้าคนละหนึ่งล้านก้อนรวมหกคนก็หกล้านก่อน แต่ท่านให้ข้าเพียงห้าพันก้อนเนี้ยนะ มันไม่น้อยไปหรือ"ไป๋ฉีกล่าวถามใบหน้าแสดงถึงความไม่ยินยอมอย่างเห็นได้ชัด

     

    เพราะต้องไม่ลืมว่านอกจากเขาจะต้องพัฒนาตัวเองแล้วยังต้องพัฒนาอสูรอัญเชิญอย่างมังกรมารเก้าเศียรและอุโรโบรอสด้วย ซึ่งมันก็ต้องใช้ทรัพยากรและเงินจำนวนมากเลยทีเดียว

     

    "ห้าพันก้อน ลูกจะเอาหรือไม่เอา"ไป๋เฉินยื่นคำขาดน้ำเสียงเต็มไปด้วยความงจริงจัง เมื่อได้ยินเช่นนั้นไป๋ฉีก็ทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาและรับผลึกพลังงานห้าพันก้อนนั้นเอาไว้

     

    "ฮ่าๆๆดีมาก ส่วนผลึกพลังงานที่เหลือของลูกเดี๋ยวพ่อจะเปิดบัญชีแล้วฝากพวกมันเอาไว้ที่ธนาคารให้ พอลูกเรียนจบมาก็สามารถนำมันไปใช้ตามแต่ที่ลูกต้องการ"ไป๋เฉินกล่าวออกมาเช่นนั้น

     

    ไป๋ฉีที่นั่งอยู่ข้างๆก็ยังคงทำหน้ามุ่ยไปพักใหญ่ ผลึกพลังงานจำนวนมากอยู่ตรงหน้าแท้ๆแต่เขากลับใช้มันไม่ได้ มันช่างอะไรที่น่าช้ำใจเสียจริง

     

    หลังจากนั้นการเดินทางของสองพ่อลูกก็ดำเนินมาถึงวันที่สาม ในที่สุดพวกเขาก็เข้ามายังเขตดาราจักรแห่งการศึกษาเสียที

     

    ในดาราจักรแห่งนี้มีดาวเคราะห์ชีวิตอยู่หลายสิบดวงด้วยกัน และในดวงดาวแต่ละดวงนั้นก็เป็นสถานที่ตั้งสถาบันนับสิบแห่งเลยก็ว่าได้

     

    "ฉีเอ่อร์ อีกไม่กี่นาทีพวกเราก็จะถึงดวงเบิกฟ้าแล้ว ลูกเตรียมความพร้อมแล้วหรือยัง"ไป๋เฉินหันไปถาม ไป๋ฉีที่นั่งอยู่ด้านหลังก็พยักหน้าตอบรับพร้อมกับดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายแห่งความตื่นเต้นดีใจ

     

    ผ่านไปไม่นานนัก เบื้องหน้าของพวกเขาก็ปรากฏดาวเคราะห์สีฟ้าขนาดใหญ่ ไป๋ฉีที่ได้เห็นก็ดวงตาเบิกกว้างในทันใด เพราะดาวดวงนี้มันช่างมีลักษณะคล้ายกับโลกยูโทเปียร์เสียจริงๆ

     

    "เอาล่ะใกล้จะถึงแล้ว เรามาทบทวนขั้นตอนการเข้าเรียนของลูกกันเสียหน่อยเป็นไง"ขณะที่ยวนอวกาศกำลังเข้าสู่ดวงดาว ไป๋เฉินจึงได้เอ่ยปากขึ้นมาอีกครั้ง

     

    "ท่านพ่อ ท่านบอกข้ามาตลอดทางแล้วข้าย่อมจำได้ดี"

     

    "ลำดับแรกท่านจะไปส่งข้าเพียงแค่จุดจอดยานเท่านั้น และให้ข้าไปสถาบันด้วยตนเอง จากนั้นก็ไปยืนยันตัวตนเหมือนนักเรียนคนอื่นๆ แค่นี้เองง่ายจะตายไป........แต่ท่านพ่อ ข้ามีเรื่องสงสัย"

     

    "ท่านปู่ตั้งกฏเอาไว้ว่าระหว่างเรียนอยู่ห้ามใครรู้เด็ดว่าข้าเป็นคนของตระกูลไป๋ แต่ทำไมถึงยังให้ใช้แซ่ไป๋ได้ล่ะขอรับ"

     

    "แถมในตอนที่ลงทะเบียนท่านพ่อก็กรอกข้อมูลจริงของข้าไปไม่ใช่หรือ แบบนี้อย่างน้อยก็ต้องมีอาจารย์รู้บ้างสิขอรับว่าข้าเป็นคนของตระกูลไป๋น่ะ แล้วมันจะเป็นความลับได้อย่างไร"คำถามนี้ค้างคาใจไป๋ฉีมานาน เมื่อได้โอกาสเขาจึงได้กล่าวถามออกไป

     

    ไป๋เฉินยิ้ม"อย่างแรกพ่อขอชมเชยที่ลูกจำขั้นตอนต่างๆได้"

     

    "ส่วนคำถามของลูกนั้น คำตอบช่างแสนง่ายดาย การที่ลูกยังคงใช้แซ่ไป๋ได้ก็เพราะในสหพันธ์จักรวาลเซียนเทียนมีตระกูลไป๋อยู่หลายตระกูลด้วยกันทั้งยังมีคนแซ่ไป๋อีกเยอะมาก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถรับรู้ได้ว่าลูกมาจากตระกูลไป๋ตระกูลไหน"

     

    "ส่วนคำถามที่สอง แน่นอนว่าพ่อกรอกข้อมูลจริงของลูกไป แต่ดาราจักรแห่งการศึกษานั้นให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของนักศึกษาเป็นอย่างมาก"

     

    "ดังนั้นเมื่อกรอกข้อมูลอย่างละเอียดไปแล้ว ทางศูนย์กลางของดาราจักรแห่งการศึกษาก็จึงดึงข้อมูลที่เป็นส่วนตัวของนักศึกษาเก็บเอาไว้ก่อนที่ส่งข้อมูลคร่าวๆอย่างชื่อ อายุ และระดับการฝึกฝนให้กับสถาบัน นี่จึงทำให้อาจารย์ทุกคนไม่มีทางรู้ถึงตัวตนของลูกได้"

     

    เมื่อได้ยินเช่นนี้ไป๋ฉีก็รู้สึกกระจ่างแก่ใจ ที่แท้ดาราจักรแห่งการศึกษามีระบบจัดการแบบนี้นี่เอง มิน่าท่านปู่ถึงได้ส่งพวกท่านพ่อมาเรียนโดยที่ไม่มีใครรู้ตัวตน

     

    หลังจากที่พูดคุยกันอยู่นานยวนอวกาศของไป๋เฉินก็ลงจอดยังชั้น VIP ของท่าอากาศยาน ไป๋ฉีสวมชุดคลุมสีขาวและเดินออกจากยานไปในทันทีหลังจากที่ร่ำลาพ่อของตัวเองจนเสร็จสิ้น

     

    "หลิงหลิง เปิดแผนที่ไปยังสถาบันฟ้ากระจ่างให้ข้าที"เขาสั่งการปัญญาประดิษฐ์ของตัวเอง ในวินาทีต่อมาข้อมูลแผนที่ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า

     

    "เห้อ โชคดีจริงๆที่สถาบันไม่ได้อยู่ห่างจากที่นี่มาก ไม่อย่างนั้นคงต้องเสียเงินขึ้นเครื่องบินรับ-ส่งเป็นแน่"หลังจากดูแผนที่ไป๋ฉีก็พลันถอนหายใจยาวแล้วเดินไปตามทางที่แผนที่บอกเอาไว้

     

    ระหว่างสถาบันกับท่าอากาศยานห่างกันแค่ห้าสิบกิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งสำหรับนักสู้ระดับจ้าวพิภพอย่างไป๋ฉีแล้วระยะทางแค่นี้ไม่นับว่าเป็นอะไรได้

     

    ภายในระยะเวลาไม่นานเขาก็มาถึงยังริมทะเลสาบอันกว้างใหญ่ ที่มีสิ่งปลูกสร้างที่ดูงดงามและล้ำสมัยอยู่บริเวณตรงใจกลางทะเลสาบนั้น

     

    "โห นี่หรือสถาบันฟ้ากระจ่าง ดูกว้างใหญ่และงดงามมากกว่าในข้อมูลที่ได้เห็นอีกนะเนี้ย"หลังจากที่ชื่นชนความงามของสถาบันจากระยะไกลได้สักพัก ไป๋ฉีก็ได้ตัดสินจนบินเข้าไปยังสถาบันโดยไม่รอช้า

     

    เมื่อเขาบินผ่านประตูสถาบันเข้ามา มันก็ราวกับว่าเขาได้บินผ่านม่านพลังบางๆอย่างไรอย่างนั้น และในเวลาเพียงไม่นานก็พลันมีปัญญาประดิษฐ์หญิงที่สวมใส่ชุดเป็นทางการสีฟ้าปรากฏขึ้นเบื้องหน้าพร้อมกับกล่าวทัยทายไป๋ฉี

     

    "ยินดีต้อนรับเข้าสู่สถาบันฟ้ากระจ่างเจ้าค่ะ นักศึกษาไป๋ฉี ข้าคือปัญญาประดิษฐ์หมายเลข 24 จะทำหน้าที่ดูแลและแนะนำสถานที่ให้กับท่าน"

     

    'หืม พอข้าเข้าเมืองมาก็สามารถตรวจสอบได้เลยอย่างนั้นหรือ คงเป็นเพราะม่านพลังเมื่อครู่นี้สินะ'ไป๋ฉีพิจารณา ก่อนที่จะเดินบินตามปัญญาประดิษฐ์หมายเลข 24 ไป