ด้วยความไว้วางใจโดยไม่มีเงื่อนไขจากแม่เฒ่าหลินและหลินซือหย่วนหูหลันเยวี่ยจึงรู้สึกราวกับหัวใจของเธอถูกห่อหุ้มด้วยปุยฝ้ายที่อ่อนนุ่มและอบอุ่น
การได้รับความไว้วางใจโดยไม่มีเงื่อนไขจากผู้อื่นนั้นนอกจากจะทำให้รู้สึกถึงความสุขเล็กๆ แล้วยังอาจจะทำให้ได้สัมผัสความรู้สึกพิเศษของความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ด้วย
เมื่อหลินซือหย่วนร้องขอความช่วยเหลือหูหลันเยวี่ยก็เต็มใจที่จะตอบรับโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ เช่นกัน
หูหลันเยวี่ยไม่อยากให้พ่อต้องตื่นเช้าตรู่เพื่อไปส่งเต้าหู้ให้เขาที่ตัวอำเภอเธอจึงคิดว่าตนสามารถทำแทนได้
แต่เขากลับไม่ยอมให้เธอไป
ในขณะนั้นหูฉางหมินก็ออกมาเพื่อเข้าห้องน้ำพอดีเมื่อเห็นคนหนุ่มสาวสองคนยืนอยู่ตรงป่าไผ่ก็รีบเดินเข้ามาหา"เยวี่ยเยวี่ย คุยอะไรกับหย่วนจื่ออยู่เหรอ?"
หลินซือหย่วนรีบตอบ"ลุงครับ อีกสองวันผมตั้งใจจะไปทำธุระไกลหน่อยอยากรบกวนลุงสักเรื่อง ผมกำลังคุยกับหลันเยวี่ยอยู่ ลุงก็มาพอดี"
"มีอะไรก็บอกมาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ" หูฉางหมินหัวเราะ
หลินซือหย่วนจึงบอกเรื่องที่อยากให้หูฉางหมินช่วย"ลุงครับ ผมรู้ว่าการตื่นเช้าไปตัวอำเภออาจจะลำบากหน่อยถ้าลุงไม่ไหวจริงๆ ก็ไม่เป็นไรนะครับ"
หูฉางหมินได้ยินว่าเป็นแค่การตื่นเช้าเพื่อไปส่งเต้าหู้ที่อำเภอเขาก็ตอบตกลงโดยไม่ลังเล "แค่ตื่นเช้าหน่อยมีอะไรยาก"
หูฉางหมินไม่ได้ชื่นชมเขาเป็นพิเศษเพียงเพราะรู้ว่าเขามีธุรกิจทั้งในอำเภอและในตัวเมือง แต่ที่ยินดีช่วยหลินซือหย่วนเป็นเพราะความสัมพันธ์แบบเพื่อนบ้านที่สนิทสนมกันยิ่งกว่าญาติ
หูฉางหมินคุยกับหลินซือหย่วนอีกสองสามคำแล้วก็ไปเข้าห้องน้ำ
การที่ลูกสาวคนโตคุยกับชายหนุ่มตามลำพังหูฉางหมินก็ไม่ได้คิดว่ามีอะไรไม่เหมาะสม
เขาเชื่อว่าลูกสาวเป็นคนรู้จักกาลเทศะและเขาก็เชื่อมั่นในคุณธรรมของหลินซือหย่วน
แม้ว่าชื่อเสียงของชายหนุ่มในช่วงไม่กี่ปีมานี้ในหมู่บ้านจะไม่ค่อยดีนักแต่ก็ไม่มีใครสงสัยในเรื่องความประพฤติ
ถึงแม้หลินซือหย่วนจะแต่งตัวราวกับออกไปดูตัวทุกวันแต่เขาก็ไม่เคยโปรยเสน่ห์ไปทั่ว
"หลินซือหย่วน ตอนกลับมาช่วยซื้อของให้ฉันหน่อยได้ไหม?" หูหลันเยวี่ยปรึกษากับหลินซือหย่วน
"จะฝากซื้อของกินอร่อยๆ เหรอ?" หลินซือหย่วนถามอย่างสนใจ
หูหลันเยวี่ยรีบพูด"ไม่ใช่ของกิน ผ้าต่างหากฉันรู้ว่าที่ที่นายจะไปเป็นแนวหน้าของการปฏิรูปและเปิดประเทศที่นั่นมีของทันสมัยเยอะแยะ ช่วยซื้อผ้าทำกางเกงยีนส์มาให้ฉันหน่อยสิ ไม่ต้องเยอะเอาแค่พอทำกางเกงได้สองสามตัวก็พอ ถ้ากลับมาแล้วเดี๋ยวฉันเอาเงินให้"
ถึงแม้กางเกงยีนส์จะเริ่มเป็นที่นิยมตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของยุค80แล้ว แต่ในพื้นที่ที่เศรษฐกิจยังไม่ค่อยพัฒนาเท่าไหร่กางเกงยีนส์ก็ยังเป็นของหายาก
หูหลันเยวี่ยจำได้ว่าในชาติที่แล้วเธอเกือบจะได้แต่งงานแล้วถึงเพิ่งจะมีกางเกงยีนส์ตัวแรก
หลินซือหย่วนได้ยินว่าหูหลันเยวี่ยฝากซื้ออะไรก็อึ้งไปครู่หนึ่งแล้วก็ตอบตกลง "ได้สิ ตอนนั้นฉันจะซื้อกลับมาให้จะฝากซื้ออะไรอีกไหม? ที่ที่ฉันไปคือเมืองเซี่ยงไฮ้มหานครระดับนานาชาติ ของหลายอย่างที่นั่น ต่อให้มีเงินก็หาซื้อที่นี่ไม่ได้"
หูหลันเยวี่ยรีบพูด"ช่วยซื้อแค่ผ้าก็พอ อย่างอื่นไม่อยากได้"
หลินซือหย่วนพูด"เข้าใจแล้ว จริงสิ ฉันไปอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ถึงได้กลับถ้าเธอว่างๆ รบกวนไปคุยเป็นเพื่อนคุณย่าด้วยนะ"
คำขอนี้ของหลินซือหย่วนหูหลันเยวี่ยตอบตกลงอย่างง่ายดาย
ทั้งสองคุยกันอีกสักพักหูหลันเยวี่ยก็กลับบ้านไปสอนหนังสือถิงถิงต่อ
ตอนที่เธอกลับมาถึงถิงถิงก็กินเต้าหู้แผ่นไปแล้วหนึ่งห่อ
"พี่คะ พี่หย่วนมีอะไรเหรอ?" ถิงถิงถามอย่างสงสัย
หูหลันเยวี่ยแกะห่อเต้าหู้แผ่นที่เหลืออยู่พร้อมกับตอบคำถามของน้องสาว"เขาจะไปทำธุระไกลหน่อย เลยอยากขอให้พ่อช่วยทำธุระให้น่ะ"
หูหลันเยวี่ยแกะบรรจุภัณฑ์แล้วกินเต้าหู้แผ่นข้างในไปหนึ่งชิ้น
รสชาติของเต้าหู้แผ่นใช้ได้เลยแต่หูหลันเยวี่ยชิมแค่ชิ้นเล็กๆ เท่านั้น
เธอเข้าใจแล้วโรงงานที่หลินซือหย่วนจะเปิดคงเป็นโรงงานแปรรูปอาหารโดยมีผลิตภัณฑ์จากถั่วเป็นหลักส่วนเต้าหู้แผ่นห่อนี้ที่ดูเหมือนจะหยาบกระด้างเล็กน้อยก็คือผลิตภัณฑ์ทดลองที่นำออกมาวางตลาดก่อนที่จะเปิดโรงงาน
เมื่อคาดการณ์ว่าผลของการทดลองผลิตภัณฑ์เป็นไปในทิศทางที่ดีพวกเขาจึงเตรียมตัวเปิดโรงงาน
การไปศึกษาหาความรู้ในภาคใต้ที่มีเศรษฐกิจเฟื่องฟูก็เพื่อขยายโรงงานให้เติบโตขึ้น ยิ่งถ้าดึงดูดลูกค้ามาได้ก็จะดีมากๆ
ชั่วพริบตาวันรุ่งขึ้นก็มาถึง หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จหูหลันเยวี่ยก็ไปจับหมูกับหูฉางหมินที่บ้านป้ารองจ้าวหงซิ่วที่หมู่บ้านต้าหวาย
เมื่อคิดว่าจะได้เจอลูกพี่ลูกน้องที่ชื่อเจียฮุ่ยในอีกไม่ช้าความรู้สึกของหูหลันเยวี่ยก็ยิ่งซับซ้อนบอกไม่ถูก
จากหมู่บ้านซิ่วสุ่ยไปหมู่บ้านต้าหวายถ้าเดินเท้าไปก็ต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง
หูฉางหมินหาบตะกร้าสานสองใบสำหรับใส่หมูไว้ด้วยเกรงใจไม่อยากไปมือเปล่าจ้าวหงเหมยจึงตื่นแต่เช้ามาทำไข่ต้มน้ำชาสิบกว่าฟองเพื่อนำไปฝากบ้านจ้าวหงซิ่วด้วย
หูฉางหมินหาบตะกร้าเดินนำหน้าไปหูหลันเยวี่ยก็เดินตามหลังเงียบๆ
ตลอดทางหูหลันเยวี่ยก็เล่าเรื่องน่าสนใจต่างๆที่เธอได้พบเห็นให้พ่อฟัง หากได้ยินเรื่องสนุกๆหูฉางหมินก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
พ่อลูกคุยกันอย่างสนุกสนานไม่ว่าระยะทางจะไกลแค่ไหนก็ไม่รู้สึกว่าไกลไม่ทันรู้ตัวก็มาถึงหมู่บ้านต้าหวายแล้ว
หมู่บ้านต้าหวายอยู่ไม่ไกลจากอำเภอหมู่บ้านไม่ใหญ่นัก บ้านเรือนดูเหมือนจะเกาะกลุ่มกันเป็นพิเศษ
บ้านของจ้าวหงซิ่วตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านพวกเขาถือเป็นครอบครัวไม่กี่ครอบครัวในหมู่บ้านที่สามารถสร้างบ้านด้วยหลังคากระเบื้องขนาดใหญ่ได้
โจวเลี่ยงสามีของจ้าวหงซิ่วเป็นครูโรงเรียนประถมในหมู่บ้านทั้งสองคนมีลูกชายหนึ่งคนและลูกสาวหนึ่งคน
โจวเฉินกวงลูกชายคนโตกำลังจะแต่งงาน ส่วนโจวเจียฮุ่ยลูกสาวก็ทั้งสวยและขยัน
สองพ่อลูกมาถึงหน้าบ้านสกุลโจวได้เจอกับโจวเจียฮุ่ยที่ออกมาจากข้างในบ้านพอดี
โจวเจียฮุ่ยที่อายุมากกว่าหูหลันเยวี่ยไม่กี่เดือนสูงไม่เท่าเธอ ตัวผอม หน้ารูปไข่ได้รูปมีสิวที่เพิ่งขึ้นมาไม่นานอยู่สองเม็ด
เมื่อเห็นชัดเจนว่าสองคนที่เดินมาทางนี้เป็นใครโจวเจียฮุ่ยก็รีบยิ้มต้อนรับ พอเด็กสาวยิ้มแล้วยังมีลักยิ้มตื้นๆข้างแก้มสองฝั่งด้วย
"น้าเขยสาม หลันเยวี่ย มาแล้วเหรอคะ"
หูหลันเยวี่ยรีบส่งยิ้มตอบให้โจวเจียฮุ่ย"พี่สาว ฉันกับพ่อมาเยี่ยมค่ะ แล้วก็จะมาจับหมูกลับบ้านด้วยป้ารองกับลุงเขยรองอยู่บ้านไหมคะ?"
โจวเจียฮุ่ยหัวเราะ"พวกเธอเข้าไปนั่งรอในบ้านก่อน เดี๋ยวฉันไปเรียกแม่ให้นะ"
ยังไม่ทันที่ใครจะได้ตั้งตัวโจวเจียฮุ่ยก็วิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว
สองพ่อลูกจึงเข้าไปในลานบ้านทันทีเห็นประตูห้องโถงไม่ได้ปิด พวกเขาจึงเข้าไปนั่งรอข้างในก่อน
รูปแบบห้องโถงของบ้านจ้าวหงซิ่วก็เหมือนกับบ้านสกุลหูใช้ม่านผ้ากั้นห้องโถงออกเป็นสองส่วน ข้างในคือห้องนอนของสองสามีภรรยาข้างนอกคือห้องอาหารและห้องนั่งเล่น
หูหลันเยวี่ยที่ใช้ชีวิตมาสองชาติเพิ่งเคยมาบ้านป้ารองเป็นครั้งแรก
เมื่อเห็นห้องด้านนอกที่ถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยมีโทรทัศน์ขนาดเล็ก สิบสองนิ้วหนึ่งเครื่องหูหลันเยวี่ยก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
"สวรรค์! บ้านป้ารองซื้อโทรทัศน์แล้ว"
อย่าว่าแต่ในชนบทเลยแม้แต่ในเมืองตอนนี้โทรทัศน์ก็ยังเป็นของหายาก
หูฉางหมินหัวเราะ"ซื้อเมื่อฤดูใบไม้ผลิปีนี้แหละบ้านป้ารองของลูกเป็นบ้านแรกในหมู่บ้านที่ซื้อโทรทัศน์ด้วยนะ"
หูหลันเยวี่ยสบตาของพ่อแล้วพูดอย่างจริงจัง"หนูจำได้ว่าในหมู่บ้านของเรายังไม่มีบ้านไหนซื้อโทรทัศน์เลยหนูก็หวังว่าโทรทัศน์เครื่องแรกของหมู่บ้านเราจะอยู่ที่บ้านพวกเราบ้างค่ะ"
"งั้นพ่อก็จะพยายามหาเงินกับเยวี่ยเยวี่ย จะได้ซื้อโทรทัศน์กลับมาได้เร็วๆ"หูฉางหมินยิ้มแล้วชูนิ้วโป้งให้ลูกสาว