บ้านพักหลังโต ที่นี่ใหญ่ยิ่ง มันนับเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีแต่ผู้มั่งมีจริงๆ ถึงพักอาศัยอยู่ได้
ในเรือนใหญ่ที่เป็นโถงรับรอง ตอนนี้มีเสียงดังลอดของคุณชายน้อยหลีซวนดังก้องไม่หยุด
"บัดซบ..."
ปัง... คุณชายน้อยทุบโต๊ะ
ตอนนี้ในห้องโถงนี้หลายคนเงียบกริบ โดยเฉพาะบุรุษผู้หนึ่งที่ดูทีท่าจะไม่ใช่ผู้สามัญ กลิ่นอายที่ปรากฏจากตัวของมัน แสดงให้เห็นว่ามีกลิ่นอายสังหารแผ่ออกมาจางๆ ตลอดเวลา แสดงว่าต้องไม่ใช่ผู้มือสะอาดเป็นแน่ มันยิ้ม พร้อมโค้งกายให้คุณชายน้อยแซ่หลี
"คุณชายเกิดเหตุอะไรขึ้นรึขอรับ จึงได้อารมณ์เสีย ด่าว่าบ่าวไพร่เสียงดังแบบนี้"
"พ่อบ้าน..." คุณชายน้อยหลีซวนใบหน้าคล้ายปรากฏรอยยิ้ม นอกจากนั้นอากัปกิริยาก็หาได้เหมือนกับผู้อื่น หลีซวนตัวมันคล้ายเกรงใจพ่อบ้านคนนี้อยู่หลายส่วน
"ก็จะมีอะไรท่านดูนี่" หลีซวนเอามือชี้ไปที่รอยฝ่าเท้า ที่ตอนนี้เริ่มบวมแดงให้เห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ
พ่อบ้านหรี่สายตา ก่อนยิ้ม
"ความประสงค์ของคุณชายคืออะไรขอรับ"
"ข้าอยากเห็นนางเด็กนั่นทรมาน นอกจากนั้นยังพ่อแม่ของมันด้วย ข้าอยากรู้นักที่นางกล้าเหิมเกริมแบบนี้ ตอนอยู่ในสภาพอนาถพวกมันจะเป็นเช่นไร"
พ่อบ้านได้ยินเช่นนี้ก็พยักหน้ารับ
หากแต่มันก็หาใช่คนโง่ ดังนั้นจึงจำต้องพูดกล่าวบางสิ่ง
"คุณชายน้อยบ่าวจำต้องพูดอะไรสักนิด จากคำบอกเล่าก่อนนี้ของคุณชาย ข้าได้ยินมาว่านางเป็นเด็กหญิง ไม่ทราบว่าดูแล้วอายุวัยเท่าไรรึ"
"น่าจะ 11 ถึง 12 ปี"
"และการแต่งกายเล่า"
หลีซวนทำทีท่าคิดนึก
"ก็ดูดีอยู่นะ ผ้าแพรของนางดูล้ำค่า เหมือนลูกคุณหนูคนหนึ่ง หากแต่พ่อบ้าน เจ้าจะถามเรื่องพวกนี้ไปทำไม"
พ่อบ้านหัวเราะอีกครั้ง ไอ้คุณชายน้อยผู้นี้ช่างโง่เหลือเกิน เรื่องแบบนี้ยังต้องให้พูดอีกรึ ตีสุนัขยังต้องดูเจ้าของ เจ้าต้องการให้ข้าไปลงมือ ข้าก็ต้องดูด้วยสิว่าจะต้องลงมือกับใคร เด็กน้อยสตรีหนึ่งคนที่จัดการกับเจ้าได้และคนติดตาข้างๆ เจ้าก็หาใช่คนธรรมดา แม้ระดับฐานพลังจะไม่สูง
แต่ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรเป็นถึงผู้ฝึกปราณระดับสูงขั้น 8 ขั้น 9 เลยนะ (ฐานพลังระดับ 3 ขั้น 8 ขั้น 9)
และเจ้าก็พึงพูดออกมาว่า แม่หนูนั้นอายุ 11 12 ขวบ แบบนี้แสดงว่า ภูมิหลังของนางหาใช่สามัญ หามันเป็นคนโง่และไปลงมือกับนางอย่างไม่รู้ฐานะแท้จริง
เกรงว่าคนที่ตายจะเป็นตัวเองแล้ว
ในใจตอนนี้พ่อบ้านมองคุณชายหลีซวนอย่างเย้ยหยันเหลือเกิน มันช่างโง่นัก ดีก็แค่มีบิดาเป็นผู้ยิ่งใหญ่
พ่อบ้านโค้งกายก่อนจะจำต้องอ้างถึงบิดาของหลีซวน
"คุณชายขอรับ นายท่านหลีห้าวอู๋ได้บอกกับข้าก่อนพาท่านมาที่เมืองหางมังกรสะบัดน้ำนี้ว่า ให้ดูแลคุณชายดีๆ และให้ระวังท่านก่อเรื่อง สิ่งหนึ่งที่ข้าจำต้องบอกกับคุณชายคือ ในเมืองหางมังกรสะบัดน้ำนี้ ต่างมีเสือสุ่มมังกรซ่อนมากมาย บางคนแม้แต่ฐานะเจ้าเมืองของนายท่านหลีห้าวอู๋ก็หาได้อยู่ในสายตาของคนเหล่านั้น เด็กหญิงคนนั้นที่กล้าลงมือกับท่าน นอกจากนั้นยังมีฝีมือไม่ธรรมดา เกรงว่าภูมิหลังของนางจะไม่สามัญ คุณชายข้าน้อยจำต้องขอเตือนท่านให้ทำอะไรอย่างรอบคอบคิดอ่านให้ดีเสียก่อน"
"บัดซบ!... นี่เจ้ากำลังจะบอกให้ข้าทนรับความอัปยศนี้งั้นรึ"
ตอนนี้ครู่หนึ่งนัยน์ตาของพ่อบ้านแผ่กลิ่นรังสีสังหารไปที่คุณชายน้อยหลีซวนแล้ว
ร่างของหลีซวนเย็นวาบ มันรู้ตัวว่าพ่อบ้านผู้นี้มีฐานะพิเศษต่อบิดามัน มันไม่อาจจะทำอะไรกับคนผู้นี้ได้
พ่อบ้านเห็นคุณชายน้อยสั่นกลัว ชั่วครู่มันก็ถอนจิตสังหารออก ไม่ช้าก็ปรากฏใบหน้ายิ้มก่อนจะพูดอธิบายอย่างนอบน้อมเช่นเดิม
"ย่อมมิได้หมายความว่าให้คุณชายทนรับความอัปยศ เพียงแต่พวกเราควรสืบประวัติเด็กหญิงเยาว์วัยผู้นั้นก่อน หากนางเป็นเพียงนางบ้านไร่ ไม่ได้เป็นตระกูลใหญ่หรือเป็นผู้มีภูมิหลังใหญ่โต ความประสงค์ของคุณชาย ข้าหวังเหว่ยจะเป็นผู้ทำให้สมปรารถนาเอง หากแต่ถ้าการตรวจสอบพบว่านางมีภูมิหลังใหญ่โต ข้าก็ขอเรียนคุณชายว่า...ให้ทิ้งความแค้นนี้ซะ หรือถ้าหากต้องการทำอะไร ก็ขอให้ปรึกษาบิดาท่านก่อน"
"ก็ได้ข้ารู้แล้ว"
พ่อบ้านยิ้มอีกครั้ง
"และเจ้าจะตรวจสอบนางให้ข้าเมื่อไหร่ อย่าบอกนะว่าให้ข้าต้องรอ เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ชอบที่จะรอ"
พ่อบ้านหัวเราะเบาๆ ก่อนพูดถึงบ่าวสองคนที่โดนเด็กสตรีจัดการ มันบอกว่าได้ให้ทั้งสองช่วยกันอธิบายหน้าตาของแม่หนูนั้น แล้วให้ช่างศิลป์ช่วยกันวาดภาพเหมือนของนางแล้ว นอกจากนั้น ตอนนี้พ่อบ้านคนนี้ก็ได้ส่งคนไปสืบถามชื่อแซ่ของนางจากสถานที่เกิดเหตุ ดูท่าพ่อบ้านผู้นี้จะรอบคอบไม่น้อย
หลีซวนได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มอย่างมีความสุข
เพียงแต่ว่า...รอยยิ้มมีความสุขแบบนี้กลับอยู่ได้ไม่นาน เมื่อพ่อบ้านของมัน...
"!!!ใคร" หวังเหว่ยรีบหันตัว พร้อมโคจรลมปราณเกิดเป็นเกลียวคลื่นรูปมัจฉาปรากฏที่ด้านหลัง มันคือจอมคนขั้น 2 (ระดับ 5 ขั้น 2) ดังนั้นทักษะและฝีมือของมันย่อมไม่ใช่ชนชั้นสามัญ
มันรับรู้ได้ว่ามีผู้ไม่ประสงค์ดีเคลื่อนไหว
หากแต่เพียง แม้มันจะเตรียมตัวรับมือแล้ว หากแต่ในเวลาแค่ชั่วอึดใจ
'น้ำแข็งรึ' ลำคอของหวังเหว่ยคล้ายปรากฏน้ำแข็งเกาะ เส้นเสียงแห่งมันไม่อาจจะใช้งานได้ในทันที ตอนนี้หวังเหว่ยอยากรู้นักว่าเป็นผู้ใดลงมือกับมัน หากแต่... '!!!นิมันเร็ว... เร็วเกินไปแล้ว'
หวังเหว่ยราวกับเห็นหมอกควันสีทมิฬ สิ่งที่มันเห็นทั้งหมดกับพบว่าเป็นเพียงภาพติดตา
จากการที่ถูกโจมตีที่ลำคอ ไม่ช้าก็เป็นแขนขา
จากนั้นก็ฐานชีพจร
หวังเหว่ยตอนนี้คล้ายหายใจติดขัด ในเวลาเพียงพริบตา ชีพจรทั่วร่างมันถูกสกัดหมดสิ้น ตอนนี้แม้เพียงโอกาสจะลงมือสักครั้งยังทำไม่ได้
ร่างกายแข็งชาในทันที สิ่งที่ตอนนี้ขยับเขยื้อนได้ก็มีเพียงลูกตาที่กลอกกลิ้งแล้ว มันมองตามร่างเงาที่คล้ายควันสีทมิฬ
ไม่ช้านัยน์ตาของมันก็ถลึงอ้า เงานั้นพุ่งไปทางคุณชายน้อยหลีซวน มันพยายามขยับร่างหมายจะหยุดบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น
แต่มันก็พบว่ามันทำไม่ได้ ยิ่งมันพยายามก้าวขาและเคลื่อนกายมันก็พบว่าตัวเองยิ่งเสียสมดุล ร่างมันค่อยๆ ทรุดลงจากแขนขาที่ไม่เป็นดั่งใจ หากแต่ก่อนที่ร่างมันจะทรุดลงพื้น สายตาของมันจับจ้องเงาดำนั้นอย่างไม่ปล่อยวาง
และเมื่อเงานั้นพาดผ่านร่างคุณชายน้อย
หวังเหว่ยก็คล้ายอยากกรีดร้อง นอกจากนั้นยังทั้งตกตะลึงและสั่นกลัว ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป
คุณชายน้อยหลีซวนทำไม่ได้แม้แต่ร้องขอความช่วยเหลือ
ตึกๆๆ
หนึ่งศีรษะกลิ้งตกลงมา หยุดอยู่ไม่ไกลร่างของหวังเหว่ยเท่าไรนัก โลหิตซ่านเลอะไปทั่วผนังขาวและฝ้าไม้
หวังเหว่ยพูดอย่างยากลำบากได้เพียง
"คุณ... คุณ..ชาย.."
เงาดำนั้นหายไป
ทุกอย่างช่างรวดเร็ว รวดเร็วจนน่ากลัว นอกจากนั้นเมื่อเวลาหวังเหว่ยได้ใช้พลังปราณแห่งตนรักษาเส้นเสียงและชีพจรที่ถูกผนึกในร่างแล้วก็ยิ่งตกตะลึง เพราะที่ด้านนอกนั้น มันเห็นผู้คนนอนตัวแข็ง สภาพถูกผนึก ทำได้เพียงกลอกกลิ้งในตา คำพูดเดียวที่ออกจากปากของหวังเหว่ยได้ตอนนี้มีเพียง 'โชคดี'