“ ป่วยอย่างงั้นเหรอ แล้วป่วยอะไรกันล่ะ !? ”
สมาชิกภายในร้านหลงเฉียงฟิตเนสแสดงใบหน้าสงสัย พวกเขาอยากรู้ว่าเถ้าแก่ป่วยอะไร แล้วคุณหนูเจียงป่วยเหมือนเถ้าแก่หรือเปล่า ถ้าพวกเขาทั้งสองป่วยหมายความว่าเป่าเป้ยก็ต้องป่วยด้วย ทุกคนจึงรอฟังอาการป่วยของเถ้าแก่เฉิน
“ จินม่ายพวกเราเข้าใจ เธอทำแบบนี้ไปเพราะอาการข้างเคียงเกิดขึ้นอีกแล้ว เราจะรีบนำเธอกลับไปรักษาให้ไว ส่วนเจ้าของร้านคุณควรไปพบแพทย์ให้ไวเช่นเดียวกันก่อนจะแย่ไปมากกว่านี้ ”
“ ตอนนี้สิ่งที่แย่ไปกว่าคอของฉันไม่มีแล้วล่ะ ”
เฉินห่าวพูดติดตลก อย่างไรเขาก็ฟังต่อเพราะอยากรู้ว่าผู้อาวุโสจะหน้าด้านพูดอะไรออกมาอีก
“ ฟังฉันนะ พวกคุณไม่ใช่สามีภรรยากัน ทุกอย่างมันเริ่มต้นขึ้นเพราะมีไอเทมบางอย่างทำงานพลาด ”
ทุกคนรอฟังอย่างตั้งใจด้วยความอยากรู้ว่าผู้อาวุโสจะไปไม้ไหน
“ ในระหว่างที่เราเข้าพักที่โรงแรมหลงเฉียงเมื่อปีก่อนหลังจากพาสมาชิกรุ่นเยาว์มาเก็บประสบการณ์ที่เขต X ไอเทมชิ้นหนึ่งทำงานพลาดมันได้เข้าไปเปลี่ยนความทรงจำของพวกเธอทั้งสอง มันเป็นไอเทมที่มีผลต่อความคิด ในตอนนั้นเถ้าแก่เสียใจกับการจากไปของภรรยา ส่วนจินม่ายรู้สึกดีใจกับงานหมั้นที่กำลังจะเกิดขึ้น ไอเทมชิ้นนี้กลับไปเปลี่ยนความทรงจำของพวกเธอที่บังเอิญมาอยู่ใกล้ๆกัน ทำให้คุณหนูจินม่ายคิดว่าชายตรงหน้าเป็นสามี ส่วนเถ้าแก่คิดว่าจินม่ายเป็นภรรยาที่ตายไป ”
“ เอางี้เลยเหรอ ” เฉินห่าวเลิกคิ้วขึ้นสูง เขาไม่คิดว่าผู้อาวุโส 5 จะอธิบายทุกอย่างด้วยการโยนความผิดให้กับความผิดของไอเทมที่ทำงานพลาดจนทำให้พวกเขากลายเป็นสามีภรรยากัน
“ เรื่องนี้ทางตระกูลเจียงสามารถพิสูจน์ได้ด้วยการตรวจสอบดีเอ็นเอของทั้ง 3 คนว่าเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า ”
เฉินห่าวเลิกคิ้วขึ้นอีกหลังจากรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะปิดปากเขาให้เงียบที่สุดด้วยการใช้อำนาจ
ผลการตรวจสอบคงหนีไม่พ้นการที่ลูกสาวของเขามีดีเอ็นเอไม่ตรงกับจินม่ายผู้เป็นแม่ เขาเชื่อว่าตระกูลเจียงสามารถทำให้มันเป็นเรื่องจริงได้อย่างแน่นอน
นอกจากนั้นเขายังเชื่อด้วยว่าตระกูลเจียงสามารถเพิ่มรายชื่อมารดาลงไปในประวัติการเกิดของลูกสาวเขาได้ รวมไปถึงเปลี่ยนประวัติรายชื่อของเขาให้มีภรรยาปรากฎ ซึ่งภรรยาที่เอ่ยถึงคงจะเป็นใครสักคนที่ตายไปแล้วและเธอมีอายุรุ่นราวคราวเดียวไม่ต่างจากเขา
การสร้างข้อมูลใหม่ไม่ใช่เรื่องยากเลย ต่อให้ผู้คนในเขต X จะไม่เชื่อข้อมูลของตระกูลเจียง แต่คนที่อยู่เขตอื่นๆจะเชื่อข้อมูลนี้
“ ยังจะตรวจ DNA อีกเหรอ ตาคู่นี่ก็บอกแล้วว่าเหมือนใคร จมูกน้อยๆนี้อีก ลูกฉันไม่เหมือนแม่ตรงไหน ”
เฉินห่าวชี้มือไปยังเป่าเป้ย อีกฝ่ายเห็นคุณพ่อเรียกจึงสั่นกลองป๋องแป๋งให้โดยไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นหน้าร้าน รู้เพียงแค่ว่ามีผู้คนมากมายกำลังยืนเต็มไปหมด
“ เห็นไหม ตาเอย จมูกเอย ปากเอย สีผมอีก มีอะไรที่เหมือนฉันกัน ”
เฉินห่าวกัดฟันแล้วสูดลมเข้าไปดังๆ พูดแล้วเขารู้สึกเจ็บจี๊ดที่ลูกสาวไม่ได้อะไรจากเขาเลยเพราะเหมือนแม่ทั้งหมด
แต่แล้วอ้ายเสินกลับร้องตะโกนบอกเถ้าแก่เกี่ยวกับสิ่งที่เหมือน
“ เถ้าแก่ สบายใจได้เลย อย่างน้อยนิสัยขี้งกของเป่าเป้ยก็เหมือนเถ้าแก่ ”
เฉินห่าวเลิกคิ้วขึ้นหนึ่งข้างแล้วหันมองอ้ายเสินที่พูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขาไม่รู้ว่าตัวเองขี้งกตอนไหน การที่อีกฝ่ายบอกว่าลูกสาวของเขาขี้งกทำให้เฉินห่าวหมายหัวอ้ายเสินแล้วหนึ่ง เขาไม่รู้ว่าระหว่างปล่อยให้กลุ่มอ้ายเสินเลี้ยงลูกสาว เป่าเป้ยไปทำอะไรอีกฝ่ายจึงบอกว่าเป่าเป้ยขี้งก
เมื่อเห็นว่าเถ้าแก่กำลังหมายหัวตัวเอง อ้ายเสินจึงยิ้มแห้งๆส่งไปให้แล้วพยายามแก้ตัว
“ อันที่จริงเป่าเป้ยน้อยไม่ได้ขี้งกหรอก เธอแค่หิวและอยู่ในวัยเจริญเติบโตเท่านั้นเอง ก็เลยกินข้าวไม่เหลือสักเม็ด นมก็ไม่เหลือสักหยด แฮ แฮ” อ้ายเสินพยายามแก้ไขคำพูดของตนเองให้ดูดี
นับว่าเป็นสิ่งผิดปกติที่เด็กน้อยจะกินข้าวจนหมดจานและดูดนมจมหมดเกลี้ยงไปทั้งหมด พวกเขาที่อยู่กับเถ้าแก่มานานจึงคิดว่ามันอาจจะเป็นความขี้งกที่ส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่น เป่าเป้ยก็เลยกินข้าวไม่เหลือ ภาชนะทั้งหมดแทบจะไม่ต้องล้าง
เด็กสาวไม่รู้อะไรทำได้เพียงเอียงคอสงสัยแล้วทำตาแป๋วแหววเช่นเดิม รู้แค่ว่าลุงอ้ายเสินพูดถึงตัวเองเท่านั้น
“ เห็นไหม ลูกสาวฉันแค่หิวเท่านั้นแหละ เด็กทุกคนต้องการอาหารเพื่อจะได้โตเร็วๆก็เท่านั้น ”
ทุกคนหันมองหน้าเฉินห่าวสลับกับมองหน้าเป่าเป้ย จากนั้นก็เริ่มมองหน้าคุณหนูจินม่ายสลับกับเป่าเป้ยน้อย ยิ่งมองพวกเขาก็คิดว่าเป่าเป้ยคือคุณหนูจินม่ายฉบับย่อส่วน ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบดีเอ็นเอก็รู้ว่าทั้งสองจะต้องเป็นแม่ลูกกันอย่างแน่นอน
“ มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดจริงๆ ขอให้เถ้าแก่เฉินให้ความร่วมมือด้วย อย่างน้อยคุณควรจะไปพบแพทย์แล้วจากนั้นก็ตรวจดีเอ็นเอให้พร้อมจะได้ทำให้ทุกคนหายกังวล ”
“ ไม่ล่ะ ผมไม่ได้ป่วยอะไรทั้งนั้น คุณต่างหากที่ป่วย ดูท่าหัวจะกระทบกระเทือนจากการสำรวจซากโบราณสถานแล้วกลับมาแต่งเรื่องมั่วให้คนอื่น ผมนี่แหละสามีของจินม่ายหลานสาวของพวกคุณ ส่วนนั้นลูกสาวของเรา ไอเทมบ้าบอที่ไหนทำให้คนเข้าใจผิด บ้าไปแล้ว ”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับเฉินห่าว แต่ทุกอย่างกลับจะต้องจบลงตรงที่ผู้อาวุโส 5 พูดความจริง อีกไม่นานจะต้องเกิดการพาตัวเฉินห่าวไปยังโรงพยาบาลอย่างแน่นอน สุดท้ายพวกเขาจะถูกวินิจฉัยว่าป่วยทางจิต
“ จินม่ายกลับบ้านกับฉันเถอะ เราต้องรีบไปพบหมอก่อนที่มันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ ”
ผู้อาวุโส 5 เปลี่ยนน้ำเสียงมาเป็นอ้อนวอนทำราวกับว่ากำลังขอร้องให้ผู้ป่วยซึมเศร้าออกมาจากห้องแคบๆ
เหล่าฮันเตอร์สลับมองระหว่างผู้อาวุโส 5 และคุณหนูจินม่ายจนปวดคอเพื่อรอดูว่าผลจะออกมาเป็นยังไง
แต่แล้วทุกคนกลับคิดไม่ถึงว่าเจ้าของร้านจะยักไหล่ก่อนจะเดินกลับมาที่หน้าร้านแล้วพาคุณหนูจินม่ายกลับเข้าไปด้านในทำราวกับว่าไม่สนใจเรื่องที่ผู้อาวุโสเจียงเอ่ยออกมาเลยแม้แต่น้อย
“ บ้าบอที่ไหนกัน จู่ๆก็โยนให้เป็นความผิดของไอเทม เอาล่ะทุกคนเรื่องจบแล้ว ดูท่าประตูหน้าจะออกไม่ได้ ใช้ประตูหลังก็แล้วกันนะ ”
เฉินห่าวบอกให้ทุกคนอย่าใส่ใจกับเรื่องที่เกิด ให้ทำราวกับว่าทุกอย่างกลับมาเป็นปกติแล้ว
หลายคนยืนอึ้งตะลึงงันเพราะเจ้าของร้านทำราวกับว่าผู้อาวุโสตระกูลเจียงเป็นแค่ตอไม้ นอกจากนั้นคุณชายหานที่อยู่ด้านข้างถูกเมินราวกับว่าเขาเป็นเพียงแค่หลักกิโลข้างทาง
ความรู้สึกโกรธกลับมาอีกครั้งจนทำให้ดวงตาของผู้อาวุโส 5 เต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงก่ำแทบจะระเบิดออกมา เขาไม่คิดเลยว่าเฉินห่าวจะตัดจบทุกอย่างด้วยการพาจินม่ายเข้าไปในร้าน
“ ทุกคนรับคำสั่งปิดตายร้านเราจำเป็นต้องนำคุณหนูจินม่ายกลับไปรักษาให้ได้ รวมไปถึงพาเจ้าของร้านแห่งนี้ไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดให้ได้เช่นกัน ก่อนที่พวกเขาจะคิดว่าเป็นสามีภรรยากันไปมากกว่านี้ ”
คำพูดของผู้อาวุโส 5 ทำราวกับว่าพวกเขาจะต้องรักษาคุณหนูจินม่ายและเถ้าแก่อย่างจริงจัง คำสั่งของเขากลับแฝงไปด้วยคำสั่งเด็ดขาดเพื่อปิดจบทุกอย่างด้วยกำลัง
อย่างไรก็ตามฮันเตอร์ของตระกูลเจียงกลับวิ่งชนม่านพลังหน้าร้าน ไม่ว่าจะลองกระแทกกี่ครั้งก็ไม่สามารถทำลายเข้าไปได้
เลเวล 160 เห็นท่าไมดีจึงปลดปล่อยการโจมตีเข้าทำลายม่านพลังทางเข้าไป สิ่งที่เกิดขึ้นทำเขาเองยังตกใจ ม่านพลังด้านหน้าไม่แม้แต่จะปรากฎร่องรอย
“ ถอยไป! ”
ผู้อาวุโสตระกูลเจียงเดินเข้ามาประชิดม่านพลังแล้ววางมือลงไปหวังจะออกแรงเบาๆเพื่อทำลายมัน ด้วยเลเวล 180 คงไม่มีสิ่งใดขวางกั้นพลังของเขาได้ ในเขต X เล็กๆแห่งนี้ไอเทมเลเวล 120 นับว่าหายากแล้ว
แต่แล้วใบหน้าของผู้อาวุโส 5 กลับปรากฎร่องรอยของความสงสัย เขาผลักม่านพลังเพื่อทำลายไม่ได้จึงลองใช้ฝ่ามือกระแทกหนักๆดู
ม่านพลังยังคงปกคลุมทางเข้าเช่นเดิมจึงลองใส่พลังพร้อมกับโคจรทักษะฝ่ามือแล้วซัดการโจมตีออกไปดู ผลปรากฎว่าม่านพลังด้านหน้ายังคงป้องกันการโจมตีของเขาเอาไว้ได้
ดาบสีฟ้าจึงถูกชักออกมาจากแหวนเก็บของ ออร่าอันน่าสะพรึงของเลเวล 180 ทำให้สมาชิกตระกูลเจียงที่อยู่หน้าร้านถอยห่าง เหล่าฮันเตอร์ที่ต่อแถวออกกำลังกายอยู่ภายในร้านรู้สึกหนาวสั่นจากพลังของเลเวล 180 ที่แสดงออกมา
ทันใดนั้นดาบในมือของผู้อาวุโส 5 ก็ได้ฟาดฟันลงมา เพียงแต่ว่าม่านพลังยังคงอยู่ มันไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
ผู้อาวุโส 5 จึงลงมือโจมตีอีกครั้ง เขาไม่เชื่อว่าจะมีไอเทมที่สามารถป้องกันการโจมตีได้ กระทั่งโจมตีครบ 20 ครั้งเขากลับเป็นฝ่ายหยุดมือเพราะม่านพลังยังไม่เกิดร่องรอยเขาจึงต้องเปลี่ยนแผนใหม่
“ จินม่าย ถือว่าฉันขอล่ะ อย่างน้อยไปให้หมอตรวจสอบหน่อยนะ ”
“ กลับไปได้แล้วผู้อาวุโส พวกเราไม่ได้บ้า คนที่บ้าอาจจะเป็นคุณก็ได้ ”
ผู้อาวุโสตระกูลเจียงแกล้งถอนหายใจราวกับว่าพวกเขาหมดหนทางเกลี้ยกล่อม
“ จินม่าย ฉันต้องรีบกลับแล้ว เอาเป็นว่าฉันจะไม่บังคับเธอก็แล้วกัน ยังไงช่วงนี้เราจะให้เธออยู่ที่นี่ไปก่อนก็แล้วกัน แต่อย่างน้อยๆติดต่อให้หมอมารักษาสักครั้ง เราไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้ ”
ผู้อาวุโสตระกูลเจียงพาสมาชิกเดินทางกลับขึ้นไปบนยาน อย่างไรก็ตามในจุดที่ยานบินจากไปกลับมีหญิงสาว 2 คนยืนอยู่ พวกเขาได้รับคำสั่งให้เข้ามากีดกันไม่ให้เฉินห่าวและจินม่ายทำอะไรเกินเลย
เมื่อเห็นว่าผู้อาวุโส 5 พยายามจะทำให้คุณหนูจินม่ายยังบริสุทธิ์อยู่ให้ได้ เขาจึงลอบถอนหายใจเพราะดูเหมือนว่าเรื่องจะไม่จบง่ายๆ
“ เถ้าแก่ แล้วเราจะเอายังไงกับพวกเขาทั้งสอง ”
เฉินห่าวมองออกไปหน้าร้าน หญิงสาวทั้งสองจากตระกูลเจียงไม่สามารถเข้ามาได้จึงยืนเฝ้าอยู่หน้าทางเข้าไม่ยอมจากไปไหน สายตาของพวกเธอยังคงมองเข้ามาในร้านตลอดราวกับว่าต้องการจะจับผิดเฉินห่าวไม่ให้เข้าไปยุ่งกับคุณหนูจินม่าย
“ แล้วถ้าแกเป็นเจ้าของร้านจะทำยังไงกับพวกเธอดี ”
อ้ายเสินเท้าคางคิด เขาอยากรู้ว่าถ้าตัวเองเป็นเถ้าแก่จะทำยังไง
“ ให้สมัครสมาชิกแล้วเข้ามาในร้าน ถ้าหากพวกเธอยืนอยู่แบบนี้มีหวังไม่มีสมาชิกกล้าเข้าร้านแน่ๆ ”
“ งั้นก็เอาตามนั้นก็แล้วกัน จัดห้องให้พวกเธอด้วย ”
เฉินห่าวให้อ้ายเสินจัดการปัญหาทุกอย่าง เขาให้ทั้งสองเข้ามาในร้านไม่ใช่เพราะกลัวว่าลูกค้าจะหาย
ประตูหลังร้านมีให้ใช้และหลายคนใช้เป็นประจำไม่จำเป็นเลยที่จะต้องพึ่งประตูหน้า เขาให้ทั้งสองเข้ามาในร้านก็เพราะสามารถควบคุมพวกเขาได้ง่าย ภายในตึกแห่งนี้เขาคือพระเจ้า
ทันทีที่สองสาวก้าวเท้าเข้ามาในร้านเฉินห่าวปล่อยให้พวกเขาเข้าไปยืนอยู่ใกล้ๆจินม่าย อีกเดี๋ยวเขาจะแยกพวกเธอออกมาเองด้วยการใช้ระบบจัดแจงร้าน การจะขังใครสักคนเอาไว้ในที่แห่งนี้ไม่ใช่เรื่องยากเลย