ความหนักอึ้งบางอย่างกดทับจนชเวอูซองต้องล้มตัวลงนอนอีกครั้งหลังจากสะดุ้งตื่นด้วยความใจากเสียงที่ได้ยินเมื่อสักครู่
“ที่ไหนวะเนี่ย”
หลังจากปรับสภาพร่างกายแล้วสอดส่องสายตาไปทั่วห้องเขาพบกับความไม่คุ้นเคยอย่างยิ่ง ข้าวของเครื่องใช้ดูแปลกตารวมไปถึงขวดบรรจุของเหลวบางอย่างหกเรี่ยราดอยู่ทุกมุมแถมโต๊ะหัวนอนก็มีขวดเ่าั้วางระเกะระกะเต็มไปหมด
เท่าที่กวาดตามองพบว่าของเต็มห้องดูประดับประดาด้วยวัสดุล้ำค่าความสูงส่งซ่อนอยู่ในทุกสิ่งของ
“ฟื้นแล้วหรือขอรับ นายน้อย”
ชเวอูซองหันไปตามต้นเสียงพบเข้ากับเด็กหนุ่มที่สวมชุดแปลกตาความเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความขลังบางอย่างััได้ชัดเจน
“นายน้อย ที่นี่- อึก!”ยังไม่ทันได้พูดจบประโยคดี อาการปวดหัวแล่นโจมตีหนักหน่วง
ความทรงจำของบางคนวิ่งผ่านเข้ามามันถูกฉายซ้ำด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อสามารถสร้างความเข้าใจรวมถึงสถานะตัวตนที่เป็อยู่ในตอนนี้
พออาการปวดหัวเริ่มทุเลาความใได้แทนที่
‘เื่บ้าอะไรอีกวะอย่าบอกนะว่า…เราเข้ามาอยู่ในนิยายจริงๆ’ ล่าสุดยังพอจำได้ว่าก่อนสิ้นลมหายใจได้พูดอะไรทิ้งไว้เหมือนคำพูดนั้นจะเพิ่งผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีดีด้วยซ้ำ
เพี๊ยะ!สองมืออันบอบบางดูเหมือนไร้เรี่ยวแรงยกขึ้นตบหน้าตัวเอง
“นายน้อยยังไม่สร่างเมาหรือขอรับ”เด็กหนุ่มข้างเตียงยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉย แม้เจอเหตุการณ์นี้
‘ไม่ใช่ความฝัน มันเป็เื่’ อาการเจ็บแสบจากแรงตบย้ำเตือนให้ทำความเข้าใจได้รวดเร็วอีกทั้งยังได้พยายามกลั่นกรองความทรงจำบางอย่างส่วนที่เพิ่งวิ่งผ่านมา
“เอเมอร์”
เอเมอร์ คนดูแลส่วนตัวของโจเวล
“ขอรับ นายน้อยโจเวล”
ชื่อหนึ่งผุดขึ้นในความคิดเมื่อจ้องไปยังเด็กหนุ่มตรงหน้าความคุ้นเคยแสดงให้เห็นว่าทั้งสองดูสนิทกันในระดับหนึ่งอาจด้วยสถานะที่แตกต่างจากความเข้าใจในยุคเดิมไปไกลนิดหน่อย
“…”
จากการสรุปพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของเด็กหนุ่มชื่อ โจเวล ลาเมทัสบุตรคนกลางของตระกูลอัศวินที่ปกป้องชายแดน ที่นำทัพปกครองโดยตระกูลเก่าแก่พร์ทางสายเืจะสืบทอดไปยังบุตรและบุตรีอย่างเปี่ยมล้น แน่นอนว่า ยกเว้นเขา
ความไม่เอาไหนและความอ่อนแอนำพาชื่อเสียงให้ได้รับอย่างไม่เต็มใจว่าเป็ ความด่างพร้อยแห่งคมดาบ
ส่วนสาเหตุที่ทำให้เขาต้องมานอนจมกองเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่นี่มาจากความเสเพลของตนที่ไปเที่ยวสถานบันเทิงอารมณ์คล้ายร้านบาร์ยุคเก่าของเมืองด้านนอก แล้วภาพก็ตัดไปซึ่งยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกลับมาได้ยังไง
“กะ กุ ฉัน อะ เอ่อ ข้ากลับมาได้ยังไง”ความสับสนทางวัฒนธรรมต้องทำให้พยายามเปลี่ยนสรรพนามเรียกแทนตัวเอง
“เหมือนเดิมขอรับ”
“เหมือนเดิมยังไง”
“ข้าเป็คนแบกท่านกลับมา”
เอเมอร์ตอบด้วยความไร้ชีวิตชีวาแฝงความปลงตกก่อนจะลุกขึ้นจะเดินออกห้องไป
“ข้าจะไปรายงานท่านลอร์ดเชิญท่านพักผ่อนตามสบาย”
ประตูบานหรูถูกปิดสนิทมอบความเงียบผสมความงงงวยให้กับชเวอูซอง
เขาลุกขึ้นด้วยร่างกายที่โซเซจะล้มลง“ร่างกายอ่อนแออะไรขนาดนี้”
ร่างกายอันซูบผอมทำให้ถึงเห็นลักษณะของกระดูกตามร่างกายเด่นชัด ผิวมือแห้งเหมือนหนังหุ้มกระดูกเรี่ยวแรงจะเดินแทบจะไม่มีด้วยซ้ำ แม้ยืนนิ่งยังไม่มั่นคงโคลงเคลงไปมาอาจล้มพับได้ทุกเมื่อ
แตกต่างจากร่างกายเก่าอย่างเทียบกันไม่ติด
สุดท้ายพาตัวเองมายืนยังเบื้องหน้ากระจกใบใหญ่มุมห้องได้สำเร็จ พ่วงด้วยเสียงหอบหายใจถี่
“หน้าตาดูใช้ได้เสียตรง…ปล่อยตัวเองเกินไปหน่อย” เส้นผมสีดำเป็ประกายสีเงินแปลกประหลาดรวมถึงั์ตาสีโลหะที่ดูจะสะท้อนแสง รูปหน้าถูกจัดวางไว้อย่างดีแต่กลับมีความหมองคล้ำของการอดหลับอดนอนและความทรุดโทรมจากการไม่ดูแลตัวเองอยู่ทั่วใบหน้า
ถึงแม้รูปลักษณ์ภายนอกจะดูไม่ได้ทว่าชเวอูซองก็ััได้ถึงอะไรวิ่นพล่านอยู่ภายใน มันไหลเวียนอยู่ต่อเนื่องคล้ายคลื่นพลังงานสักอย่างที่อธิบายไม่ถูก
“อืม…”
เมื่อลองััมันด้วยความตั้งใจพบว่าจุดศูนย์รวมมาจากมือข้างขวา
“รอยสัก?”
จุดวงกลมสีฟ้าทึบปรากฏอยู่คล้ายกับปานเมื่อลองเอามือถูและลบ ยังไงก็ลบไม่ออกทันทีที่ััมันรู้สึกชาเหมือนตอนโดนกระแสไฟฟ้าดูดที่ค่อนข้างแรง
แกร๊ก!
เสียงลูกบิดหมุนก่อนประตูจะถูกผลักเข้ามาอย่างลังเล
เด็กสาวร่วมรุ่นในชุดแม่บ้านเดินมาด้วยท่าทางหวาดกลัวสีหน้าของเธอตื่นตระหนกทันทีเมื่อสบกับดวงตาสีโลหะเ้าของห้อง
“ขะ ขออภัยเ้าค่ะ ขะข้าน้อยมาทำความสะอาดตามคำสั่งของท่านเอเมอร์” เธอก้มหัวพัลวันกลัวความผิดแล้วกุลีกุจอวิ่งเข้าไปเก็บข้าวของที่เรี่ยราดเต็มห้อง
สร้างความสงสัยให้กับชเวอูซองไม่น้อยไม่สิ…ตอนนี้ต้องเรียกว่าโจเวลแล้ว
“อืม…สุดยอดไปเลย เ้าเด็กคนนี้”
ภาพของการทำร้ายร่างกายเหล่าข้าราชบริพารแล่นเข้ามาในหัวต้องรับรู้ได้ถึงความโหดร้ายของเ้าของร่างเก่าเรียบร้อยแล้ว
‘ขนาดร่างกายไม่ค่อยมีแรงยังอุตส่าห์ไปทำร้ายคนอื่นได้อีกเนอะ’ นับถือมันจริงๆ
“ขะ ขอโทษเ้าค่ะ อะอย่าทำอะไรข้าน้อยเลยนะเ้าคะ” เธอหันกลับมาด้วยความตื่นใทั้งยังนั่งลงกับพื้นโค้งศีรษะลงหลายครั้ง
“ไม่ต้องทำอะไรขนาดนั้นหรอกลุกขึ้นเถอะ” เพียงแค่คำไม่กี่คำ กลับทำให้แม่บ้านตัวน้อยถึงกับทรุดเข่าลงขอโทษเลย
“ขะ ขอบคุณเ้าค่ะข้าน้อยจะรีบทำความสะอาด เพื่อไม่ให้เป็การรบกวนนายน้อย”เธอรีบลุกขึ้นโดยที่ไม่ทันระวังตัว ว่าข้างกายมีบางสิ่งตั้งไม่คงที่วางไว้อยู่
เพล้ง!
ขวดสีเขียวทรงยาวขนาดค่อนข้างใหญ่กลิ้งลงจากโต๊ะหัวเตียงตกลงพื้นจนแตกละเอียดใบหน้าของเด็กสาวซีดเผือดราวกับเืไม่ขึ้นไปเลี้ยงตรงส่วนนั้นมาเป็เวลานาน
“ขอโทษเ้าค่ะๆๆ”
“ระวัง!”
โจเวลรีบพุ่งตัวเข้าไปเอามือรองหน้าผากของเด็กสาว ก่อนที่เธอจะเอาหัวโขกกับเศษของขวดที่แตกกระจายบนพื้น
“อะ อย่าทำอะไรข้าน้อยเลยขอโทษเ้าค่ะๆ” ปากของเธอยังคงพึมพำคำเดิมไม่หยุดด้วยน้ำตาที่เริ่มเอ่อไหล
“ไม่มีใครทำอะไรหรอก ลุกขึ้นได้แล้ว”เพียงแค่พุ่งตัวมาเล็กน้อย ดันหอบเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด
ความแปลกใจรวมถึงอาการตื่นตระหนกทำให้เธอสั่นเทาไปทั้งตัวโดยที่ทำอะไรไม่ถูกแม้แต่อย่างเดียวเด็กสาวถอยหลังหนีด้วยสัญชาตญาณตอบสนองเฉียบพลัน
“ขะ ขอบคุณเ้าค่ะ”
โจเวลมองท่าทีของเธอแล้วต้องลอบถอนหายใจสายตาจะไปสะดุ้งเข้ากับขวดสีดำที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ
ซึ่งก่อนหน้านี้ เขาไม่ได้มองมันด้วยซ้ำแต่พอเห็นในระดับสายตาแล้วต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ
ไม่รู้ว่าทำไม…ยิ่งจ้องยิ่งรู้สึกถึงอะไรผิดแปลกได้จากขวดใบนั้นโดยกลางขวดยังมีสัญลักษณ์สักอย่างกำกับไว้ด้วย มันเหมือนจะเป็พระอาทิตย์ก็ไม่ใช่จะเป็พระจันทร์ก็ไม่เชิง ดูคลุมเครือเสียจนประหลาดใจเลยทีเดียว
“ยกเว้นขวดนั้นที่เหลือเ้าจัดการได้เลย”
พูดจบลุกขึ้นแล้วเดินไปดูนอกหน้าต่างทิ้งความมึนงงให้เด็กสาว
“ระ รับทราบเ้าค่ะ”
แต่เธอก็เลือกที่จะทำตามคำสั่งไม่มีข้อกังขา
โจเวลพบว่าจุดที่ยืนอยู่ตรงนี้ค่อนข้างสูง รอบบริเวณเหมือนสร้างขึ้นบนูเาขนาดย่อมซึ่งสามารถมองเห็นได้แทบทั่วทั้งเมือง
มีทุ่งนายาวสุดลูกหูลูกตารอบนอกกำแพงเมืองด้านในมีบ้านเรือนชาวบ้านอยู่ตระการตา ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาตามหน้าที่ของตน
ตัดผ่านสายตาใกล้หน้าต่างลานฝึกซ้อมของตระกูลยังเต็มไปด้วยกลุ่มคนฝึกซ้อมกันอย่างขะมักเขม้นตราสัญลักษณ์ของตระกูลลาเมทัสประดับบนธงตามมุมของกำแพงคฤหาสน์รวมถึงยังตั้งไว้กับเสาสูงในบางจุดให้เห็นเด่นชัดด้วย
“คงต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่แล้วสิ”
ส่วนตัว ไม่รู้วิธีกลับโลกเก่าด้วยซ้ำถึงกลับไปได้ ความเชื่อมั่นว่าชีวิตจบลงแล้วก็คงไม่หายไป
“กะ เก็บกวาดทั้งหมดเรียบร้อย ขะข้าน้อยขอตัวก่อนนะเ้าคะ”
“รบกวนเ้าแล้ว”
ใบหน้าของเด็กสาวอาบไปด้วยเหงื่อแถมดูเหมือนจะยังไม่หายใกับหลายเหตุการณ์อีกด้วยเธอกล่าวจบแล้วผลักประตูออกไปโดยไม่ฟังคำตอบหรือคำสั่งอื่นต่อเลยแม้แต่น้อย
“หวังว่าคนทางนั้นที่เหลือจะมีชีวิตสุขสบายกันนะ”
ทิ้งให้โจเวลจมอยู่กับห้วงความคิดและมองภาพทิวทัศน์เบื้องหน้าด้วยความเหม่อลอย
...
ลัดเลี้ยวไปตามทางเดินของปราสาทมุ่งสู่ห้องทำงานของผู้นำตระกูล
พบเข้ากับชายร่างใหญ่ผ่านเครื่องแต่งกายครบเครื่องหนวดเคราของวัยเริ่มมีสีหม่นลงตามอายุขัยเพียงแค่นั่งบนเก้าอี้ยังคงดูสูงส่งและเต็มไปด้วยอำนาจบางอย่างที่ดูเกรงขาม
เฮนรี่ ลาเมทัส ผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน
“โจเวลฟื้นแล้วงั้นหรือ”น้ำเสียงนิ่งเรียบถาม ขณะยังคงขีดเขียนตัวหนังสือลงบนเอกสารฉบับหนึ่งซ้ายมือมีกองกระดาษวางท่วมอยู่บนโต๊ะ
“ขอรับ”เอเมอร์คลุกเข่ารายงานโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง มือขวายกขึ้นแนบอก
“มีอะไร”
“พอข้าน้อยลองตรวจสอบดูแล้วดูเหมือนนายน้อยจะถูกวางยาพิษขอรับ”
กึก!
ปากกาขนนกหยุดลง ความแปลกใจไหลผ่านดวงตาดยุกชะงักไปจังหวะหนึ่งแล้วยุ่งกับเอกสารต่อ
“มีใครน่าสงสัยหรือไม่”
“ในคืนนั้นไม่รู้ว่านายน้อยไปหยิบขวดหนึ่งมาจากไหน มันมีสัญลักษณ์ของลัทธิดับทิวาอยู่ขอรับ”
เฮนรี่เงยหน้ามองเอเมอร์ทันทีที่ได้ยินเสียงลัทธิที่ไม่อยากได้ยินเท่าไหร่ความวุ่นวายและความเสียหายของลัทธิดังกล่าวค่อนข้างกว้างและสร้างผลกระทบกับกองทัพอัศวินอย่างยิ่ง
ถึงพยายามตามหาต้นตอแล้วก็ยังคงไม่มีความคืบหน้าแม้แต่ส่วนที่เกี่ยวข้องยังแทบไม่พบเจอเลยด้วยซ้ำ
“โนอาห์ มีอะไรเพิ่มเติมหรือไม่”
โนอาห์ หัวหน้าพ่อบ้านของตระกูลลาเมทัส
ชายชราในชุดพ่อบ้านสุดเนี้ยบโผล่ออกมาจากมุมมืดมือขวาแนบอกแล้วส่ายหน้า “ไม่มีความคืบหน้าจากข่าวล่าสุดขอรับ”
“ตามสืบต่อไปคราวนี้มันเริ่มเข้ามายังที่ของข้าแล้ว ยังไงต้องตรวจตราให้เข้มงวดกว่านี้”เฮนรี่นวดคลายเส้นตรงคิ้วที่ขมวดชนกัน
“รับทราบขอรับ จะรีบดำเนินการทันที”โนอาห์โค้งตัวคำนับรับคำสั่ง
“ยังมีอีกเื่ขอรับ” เอเมอร์พูดแทรก
“ว่ามา…”
“พลังออร่าในร่างของนายน้อยเริ่มตื่นขึ้น หลังจากที่ดื่มยาพิษลงไปขอรับ”
อาการใปนสงสัยฉายชัดบนใบหน้าของเฮนรี่และหัวหน้าพ่อบ้านโนอาห์
พวกเขาพยายามคิดค้นและสืบหาหนทางมานานนับสิบปีความก้าวหน้าด้านพลังต่อสู้ของโจเวลดันไม่เคยมีให้เห็นแต่พอเกิดเหตุร้ายกลับต้องพบเจอเื่ดีอันพิสดารขึ้นเสียอย่างนั้น
“ถือเป็เื่ดีในเื่ร้ายเรียกเ้าเด็กนั่นมาพบข้าด้วย”