Gashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ

    บทที่ 51

    “พวกเรารู้จักกันด้วยเหรอ?” นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เอ็ดดี้ หว่อง ดับเครื่องรถมอเตอร์ไซค์ของเขาเพื่อถามชายแปลกหน้าให้ชัดเจนอีกครั้ง“อะ...เอ่อ ไม่ครับไม่ เราไม่เคยรู้จักกันแต่ผมเคยเห็นคุณในข่าวน่ะ” กรรีบปฏิเสธทันควัน แม้ว่าทั้งสองจะไม่เคยคุยกันมาก่อน แต่สำหรับกามเทพเทพหนุ่มแล้วเขาได้รู้ได้เห็นเรื่องลับใต้สะดือของเอ็ดดี้มามากกว่าหนึ่งครั้งแน่นอน“นั่นสินะ ฉันก็ไม่คุ้นหน้านายเลย แล้วตกลงรู้รึเปล่าว่าบ้านผู้ใหญ่บ้านไปทางไหน?” นักธุรกิจหนุ่มไม่ได้สนใจเรื่องของคนตรงหน้าเท่าไร จึงถามเข้าเรื่องที่ตนต้องการต่ออีกครั้ง“ผมก็เพิ่งมาเมื่อตะกี้นี่เอง ยังไม่รู้ที่ทางอะไรหรอกครับ แต่เห็นผู้ใหญ่บ้านเขาเดินไปทางนั้นนะ” กรตอบกลับไปตามที่เขารู้ ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าเอ็ดดี้เท่าไร แต่การที่มหาเศรษฐีคนนี้ตามหาผู้ใหญ่บ้านด้วยตัวคนเดียวคงจะไม่ใช่เรื่องราวใหญ่โตอะไร นอกจากเรื่องธุรกิจ หรือมาเที่ยวเท่านั้น“โอเค ขอบใจมาก” กล่าวจบเอ็ดดี้ก็สตาร์ทเครื่องแล้วบึ่งรถไปตามทางที่กรบอกมาทันทีถึงแม้การได้พบกับคนคุ้นหน้าคุ้นตาอีกครั้งโดยบังเอิญที่เกาะแห่งนี้ แต่กรก็ไม่ได้รู้จักเอ็ดดี้เป็นการส่วนตัวแถมยังเห็นแต่ด้านไม่ดีเท่านั้น กามเทพฝึกหัดจึงเลือกที่จะไม่สนใจ และกลับมานอนพักเหมือนเดิม แต่ทางด้านของยมทูตสาวที่ฟังการสนทนาของชายหนุ่มทั้งสองมาตั้งแต่ต้น เธอก็เกิดอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา เพราะดูเหมือนว่ากรนั้นจะรู้จักกับมนุษย์คนเมื่อตะกี้เป็นอย่างดี แต่ทั้งสองกลับไม่เคยพบเจอกันนั่นก็หมายความว่าต้องมีเรื่องอะไรบางอย่างซ่อนอยู่เป็นแน่“นี่นายกร นายไปรู้จักผู้ชายคนเมื่อกี้ได้ยังไงเหรอ?” ยมทูตหันมาจ้องตากรพร้อมรอยยิ้มน่ารัก สำหรับเขาที่เห็นแววตานั้นแล้วถึงจะใจเต้นไปบ้าง แต่เขารู้ดีว่าคนอำมหิตอย่างเธอไม่ยิ้มให้เขาดีๆแน่นอนหากไม่ใช่ว่าต้องการอะไรสักอย่าง“เอิ่ม...เขาเป็นหนึ่งในเบาะแสของเป้าหมายเควสของผมน่ะ ก็เคยตามไปดูเขาอยู่หลายครั้งเหมือนกันแต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไรเท่าไร” กรตอบไปตามตรงเพราะมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดบัง ถึงแม้ในใจเขาจะไม่อยากพูดอะไรกับเหมยมากเกินไปก็ตาม“นี่นายจำคนได้ดีขนาดนั้นเลยเหรอ?” ยมทูตสายยังคงสงสัยไม่หาย“ผมเพิ่งทำเควสครั้งแรกไปไม่นานนี้น่ะครับก็เลยยังจำเขาได้อยู่ เขาเป็นเศรษฐีเพลย์บอยที่มีความสามารถทีเดียว ถ้าเขานิสัยดีกว่านี้คงเป็นชายที่เพอร์เฟคแน่นอน” กรยังคงบอกความจริงจากความรู้สึกของเขาเอง“อะไรนะ! นี่ครั้งแรกนายก็ทำเควสพลาดแล้วเหรอ? ไม่เข้าใจที่พี่เลี้ยงแนะนำหรือไง?” เป็นอีกครั้งที่มีคนตกใจ และถามถึงพี่เลี้ยง ซึ่งกรก็รู้สึกเซ็งมากที่ต้องเล่าบรรยายความเป็นมาของตัวเองอีกครั้งตั้งแต่ต้น อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วกามเทพหนุ่มก็เล่าเรื่องราวทั้งหมด ตั้งแต่พบกับจัดจ์ที่สะพานมรณะมาจนถึงปัจจุบันรวดเดียว ส่วนเหมยก็ไม่ได้พูดขัดเช่นก่อนหน้าแต่เธอเงียบแล้วตั้งใจฟังจนจบ ซึ่งกรก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงเล่าเรื่องของตัวเองออกมาทั้งที่ไม่ค่อยชอบหน้าผู้หญิงคนนี้ แน่นอนว่าการพูดติดต่อกันไม่หยุดนี้ก็ทำให้กรคอแห้งมากๆ เขาจึงเรียกกระติกน้ำออกมาจากมิติเก็บของในบัตรประจำตัวเพื่อดื่มแก้กระหาย แต่ทันใดนั้นเองภายในใจของเขาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ และยังไม่ทันที่จะได้ดื่มน้ำแก้กระหาย กรกลับหันไปจ้องตายมทูตสาวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“นี่เธอใช้สกิลควบคุมให้ฉันพูดออกมาใช่ไหม!” กรตะโกนออกมาด้วยความโกรธ เพราะการใช้สกิลควบคุมจิตใจแบบนี้มันไร้มารยาทมากๆ และมันก็ควรจะใช้เฉพาะเวลาทำเควสเท่านั้น การนำมาใช้เล่นๆแบบนี้เรียกว่าผิดมารยาททางสังคมของเทพอย่างแรง และเขาก็ไม่ต้องการจะสุภาพกับเธออีกต่อไป“เอ่อ...ฮ่ะๆๆ ฉันก็แค่อยากรู้เรื่องของนายเท่านั้นเอง ว่าเป็นคนแบบไหนกันคุณถังถึงช่วยนายฝึกการต่อสู้ ทั้งที่ปกติกามเทพเขาไม่รับเควสเสี่ยงๆไปสู้กับใครหรอกนะ ยิ่งระดับต่ำๆแล้วพวกเขาจะเลือกทำเควสปกติตามหน่วยของตัวเองมากกว่า หรือไม่ก็ประเภทใกล้เคียง” แม้ว่าจะถูกจับได้แล้ว แต่เหมยก็เนียนๆอธิบายสาเหตุการกระทำของเธอให้อีกฝ่ายฟังแทนเป็นการกลบเกลื่อน“นี่ฉันก็บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าคุณถังให้ฉันออกกำลังกาย ฝึกยิงธนู และการเคลื่อนไหวพื้นฐานเท่านั้น ฉันยังไม่เคยสู้กับเขามาก่อนเลยด้วยซ้ำ และฉันว่าสกิลอะไรของเธอนั่นยังไม่หมดฤทธิ์หรอกนะ มันเป็นการยืนยันได้ว่าฉันไม่ได้โกหกใช่ไหมล่ะ” กรย้ำเรื่องที่เคยเล่าไปก่อนหน้านี้ด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น“เออๆๆ รู้แล้วล่ะน่า สกิลพูดความจริงของฉันไม่ได้ผิดพลาด และมันก็ยังไม่หมดเวลา ฉันก็แค่ไม่เข้าใจคุณถังเท่านั้นแหละ” ที่สุดเหมยก็ยอมรับความจริงว่าเธอเล่นของ เอ้ย! ใช้สกิลใส่กร แต่ทั้งหมดที่ทำไปนั้นก็ด้วยเหตุผลเดิมก็คืออยากเป็นเทพที่เก่งกาจเหมือนกับถังลู่ ซึ่งการเข้ารับการฝึกสอนจากเขาก็เป็นหนทางหนึ่ง“อ้าว! เธอเพิ่งบอกเองไม่ใช่เหรอว่ากามเทพไม่ชอบรับงานต่อสู้ แล้วเขาจะเก่งแค่ไหนเชียวแค่เพราะว่าเขาระดับมากกว่าเธอแค่นั้นล่ะมั้ง เธอถึงชนะเขาไม่ได้” กรได้ทีก็ข่มอีกฝ่ายกลับไป“หึ! นายไม่รู้เรื่องของเขาสินะ เอาเป็นว่าเขาเป็นกามเทพที่เก่งด้านการต่อสู้มาก และเขาก็ไม่เหมือนกามเทพคนอื่น หรือเทพคนไหนๆอีกด้วย” คราวนี้เหมยไม่ได้แก้ตัวให้ตัวเอง แต่กล่าวปกป้องถังลู่นั่นจึงดูเหมือนว่าเธอศรัทธาในกามเทพระดับ 7 ผู้นั้นเป็นอย่างมาก ทั้งสองคนเถียงกันอยู่กันอยู่สักพัก ก็มีคนมาตามให้ไปงานเลี้ยงอาหารเย็นที่กลางหมู่บ้าน ซึ่งเมื่อกร และเหมยมาถึงกองไฟขนาดใหญ่ก็ได้ถูกจุดขึ้นมาก่อนแล้ว ที่โต๊ะยาวของหัวหน้าหมู่บ้าน ถังลู่ และเดวิดก็นั่งคอยอยู่ก่อนเช่นกัน แต่สิ่งที่สะดุดตาของกามเทพฝึกหัดก็คือโต๊ะข้างๆมากกว่า เพราะคนเหล่านั้นก็คือเอ็ดดี้ หว่อง และพวกบอดี้การ์ดหน้าโหดของเขานั่นเอง ซึ่งเมื่อสังเกตสีหน้าของนักธุรกิจหน้าตี๋แล้วมันบ่งบอกได้ชัดเจนเลยว่าเขากำลังอารมณ์ไม่ดี ต่างจากพวกบอดี้การ์ดที่ใส่สูทผูกไทด์ และแว่นกันแดดทั้งที่ตอนนี้ก็ไม่มีแดดแล้ว พวกนั้นยังคงทำหน้านิ่งไร้ความรู้สึกใดๆอย่างกับหุ่นยนต์ แต่ก่อนที่กรจะจ้องไปที่กลุ่มคนหน้าแปลกนานเกินไป ถังลู่ก็เรียกกามเทพหนุ่มให้มานั่งลงข้างๆเขาเสียก่อน อย่างไรก็ตามก่อนที่กรจะนั่งลงเหมยก็โผล่พรวดเข้ามาชิงนั่งตัดหน้าเขาด้วยความเร็วสูง“เฮ้ย! ยัยเหมย เธอทำอะไรน่ะ!” กรโพล่งตะโกนขึ้นด้วยความตกใจ“ก็ฉันจะนั่งข้างคุณถัง นายไปนั่งที่อื่น หรือไม่ก็ไปนั่งแทนผู้ใหญ่บ้านซะสิ” ยมทูตสาวยืนยันหนักแน่นเอาแต่ใจ แม้แต่ผู้ใหญ่บ้านก็ไม่อยู่ในสายตาของเธอ“เธอเป็นอะไรกันเนี่ย! ชิ!” กามเทพหนุ่มเลือดขึ้นหน้าแล้ว แต่เขาก็ต้องสงบสติตัวเองให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้คนอื่นต้องมาลำบากใจเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ ดังนั้นเขาจึงเดินไปนั่งที่ว่างข้างๆเดวิดแทน ด้านของถังลู่ก็ส่งสายตามาตำหนิเหมยอย่างจริงจัง เพราะการเสียมารยาทกับเจ้าของบ้านในที่สาธารณะแบบนี้เป็นเรื่องไม่เหมาะสมอย่างมาก ทั้งที่เธอก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้วแท้ๆแต่กลับพูดกระทบกระทั่งคนอื่นไปทั่ว จนตอนนี้แม้แต่เขาเองที่เป็นคนขี้เล่นก็อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกไปที่ไหนแล้ว ส่วนทางด้านเหมยนั้นกลับทำหน้าชื่นตาบานไม่รู้สึกผิดสักนิด จนทุกคนในโต๊ะไปไม่เป็นพูดไม่ถูกกันเลยทีเดียว ได้แต่นั่งเงียบนิ่งเพื่อดูท่าทีของหญิงสาวก่อน แต่ก่อนที่บรรยากาศของงานเลี้ยงจะมาคุมากไปกว่านี้ เสียงดนตรีจากเครื่องดนตรีพื้นบ้านก็ดังขึ้น ช่วยคลี่คลายบรรยากาศอึมครึมเมื่อสักครู่ได้ดีทีเดียว“คุณกร เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ? ดูเหมือนเหมยจะอารมณ์ไม่ดีนะ ก่อนหน้านี้ทะเลาะกันมารึเปล่า?”

    คล้ายกับเรื่องGashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ ที่คุณอ่าน