อันเยว่ยอดฮูหยิน

    บทที่ 44 ห้าส่วน

    ในบรรดาอาหารทั้งหกจานที่อยู่บนโต๊ะ มีสามจานที่อันเยว่เป็นคนทำ และอาหารทั้งสามจานนี้ก็มีวิธีทำแตกต่างไปจากปกติโดยสิ้นเชิง 


    ขาหมูน้ำแดง ปลานึ่ง และผัดเครื่องในวัว อาหารสามอย่างที่อันเยว่เป็นคนทำถูกกินจนเกือบหมด ทั้งหกคนจึงเริ่มกินอาหารอีกสามจานที่เหลือ แต่เมื่อกินไปแค่คำเดียวก็วางตะเกียบทันที


    “เกิดอะไรขึ้น?”


    แม่ครัวใหญ่ของหอจู้เหอตกใจมาก ปกติแล้วอาหารสองสามอย่างที่นางถนัดล้วนถูกคนชมไม่ขาดปาก วันนี้กลับกินได้แค่คำเดียวก็ไม่กินต่อ นี่ต้องมีปัญหาแน่ ๆ 


    แต่อาหารของอันเยว่กลับถูกกินจนเห็นก้นจาน หรือว่าอีกฝ่ายใส่อะไรลงไปในอาหาร?


    “จืดชืดไร้รสชาติ”


    “ขาหมูนี่เลี่ยนเกินไป”


    “เครื่องในวัวก็คาวไปนิด”


    “ส่วนปลา…ก็ไม่ค่อยเท่าไร”


    “ใช่”


        ……


    ทั้งหกคนวิจารณ์กันคนละหนึ่งประโยค คนของหอจู้เหอต่างก็นึกไม่ถึงว่าพวกเขาจะเอ่ยออกมาเช่นนี้ มันเป็นไปได้อย่างไร?


    มีเพียงพวกึคนทำอาหารเท่านั้นที่รู้ว่าอาหารที่ถูกยกออกมาก่อนนั้นอันเยว่เป็นคนทำ ส่วนอีกสามจานที่ยกออกมาภายหลังคืออาหารของหอจู้เหอ 


    ใบหน้าของชูชิงเฟิงดำทะมึนในทันใด อาหารสามจานที่นางภาคภูมิใจที่สุดถูกนำมาวางไว้ที่นี่ กลับถูกคนรังเกียจว่าไม่มีอะไรดีสักอย่าง ถึงกับไม่สนใจมันด้วยซ้ำ 


    อันเยว่ไม่แสดงอาการลำพองใจออกมาแม้แต่น้อย แต่กลับมองดูอย่างสงบ และไม่ทำให้ชูชิงเฟิงต้องอับอายต่อหน้าผู้คนทั้งหลาย


    “นี่…นี่เป็นจานที่ข้าทำ”


    แม่ครัวใหญ่ของหอจู้เหอชี้นิ้วไปที่อาหารของอันเยว่ และบอกอย่างหน้าไม่อายว่านี่เป็นอาหารที่นางทำ น่าขำยิ่งนัก


    เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องขายหน้า กลับยอมเสียเกียรติของตัวเองจนหมดสิ้น


    อันเยว่ไม่รีบโต้แย้ง แต่มองไปยังชูชิงเฟิง


    มือที่กำลังจับรถเข็นของซูจือฉือเกร็งขึ้นทันที เห็นได้ชัดว่าเขาเริ่มโมโห ดูเหมือนว่านางจะยังไม่รู้จักปกป้องตัวเอง


    อันเยว่ตบหลังมือเขาเบา ๆ โดยไม่พูดอะไรแม้สักครึ่งคำ แต่ท่าทีของนางทำให้ความโกรธในหัวใจของซูจือฉือสงบลง 


    “ออกไป!”


    ชูชิงเฟิงตบหน้าแม่ครัวใหญ่ รอยนิ้วมือสีแดงทั้งห้าถูกประทับอย่างชัดเจนบนใบหน้าของนาง


    “เถ้าแก่…”


    “ไสหัวไป!”


    ชูชิงเฟิงตะคอกด้วยความโกรธ แม่ครัวใหญ่มองอันเยว่ด้วยสายตาเกลียดชัง เห็นอยู่ว่าโกรธกลับไม่กล้าพูดแม้แต่ครึ่งคำ จากนั้นก้มหน้าเดินดุ่ม ๆ ไปยังห้องครัวด้านหลัง


    เมื่อเห็นว่านางไปแล้วชูชิงเฟิงถึงค่อย ๆ ดึงสติกลับมา และสำรวจอันเยว่ยกใหญ่ นึกไม่ถึงว่าคนที่นั่งอยู่บนรถเข็นนี้จะทำอาหารออกมาได้เหนือความคาดหมายของนาง 


    นางจะยอมแพ้ทั้งอย่างนี้ได้อย่างไร แม้จะเลือกคนหกคนมาชิมอาหาร นางก็ยังไม่อยากเชื่ออยู่ดี 


    นางหยิบตะเกียบเดินไปที่โต๊ะแล้วกินอาหารของร้านตัวเองก่อน รสชาตินี้เป็นไปตามสูตรของร้าน เป็นเช่นนี้มาหลายปีแล้ว และเป็นรสชาติอันไร้ที่ติของหอจู้เหอ  


    จากนั้นจึงคีบขาหมูที่อันเยว่เป็นคนทำขึ้นมาหนึ่งชิ้น พบว่ามันละลายในปากโดยไม่รู้สึกเลี่ยนแม้แต่น้อย ลายหนังเสือช่วยเพิ่มรสชาติ เนื้อละเอียดชุ่มฉ่ำ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายใส่อะไรลงไปถึงกระตุ้นกลิ่นหอมของเนื้อได้เช่นนี้ 


    ปลานึ่งและผัดเครื่องในวัวก็ถูกชิมเช่นกัน ไม่มีรสคาวแม้แต่น้อย เนื้อหอมระเบิดในปาก รสชาตินี้ไม่เลวเลยจริง ๆ


    เมื่อเทียบกันแล้ว อาหารของหอจู้เหอก็ไม่เท่าไรจริง ๆ รสชาติจืดชืดเหมือนเทียนไข 


    ชูชิงเฟิงวางตะเกียบ สีหน้าของนางอึมครึมเล็กน้อย แม่ครัวที่นางเลือกมานั้นทำเป็นแต่อาหารตามสูตรของร้าน 


    “วันนี้ข้ายอมรับว่าตัวเองแพ้แล้ว”


    นางยอมรับว่าพ่ายแพ้ต่อหน้าผู้คนจำนวนมากเช่นนี้ ก่อนหน้านี้ยังบอกอย่างหนักแน่นว่าต้องคุกเข่าโขกศีรษะ นี่ก็ถึงคราวของนางแล้ว


    หอจู้เหอมีชื่อเสียงอยู่ที่นี่มาหลายสิบปี หากถูกทำลายโดยคนที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นเช่นนี้ อย่าว่าแต่เสียหน้า แม้แต่ชื่อเสียงของหอจู้เหอก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย


    เดิมทีอันเยว่ไม่ได้ต้องการให้เรื่องบานปลายขนาดนี้  ที่เรื่องมาถึงจุดนี้เป็นเพราะชูชิงเฟิงที่บีบคั้นทีละขั้นจนมาถึงจุดนี้ 


    “จากนั้นล่ะ?”


    อันเยว่ยิ้มน้อย ๆ เห็นได้ชัดว่านางไม่คิดปล่อยอีกฝ่ายไปง่าย ๆ ชูชิงเฟิงหน้าดำทะมึน และกำลังจะคุกเข่าลงช้า ๆ


    หากปล่อยให้นางคุกเข่าจริง อันเยว่กลัวว่าตัวเองจะไม่สามารถปักหลักที่เมืองฮวาตูได้แล้ว และจะมีศัตรูไปทั่ว นางจะปล่อยให้เป็นแบบนั้นได้อย่างไร? 


    นางประคองแขนชูชิงเฟิงด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม รอยยิ้มบนใบหน้าของนางยังสงบนิ่ง จากนั้นเอ่ยเสียงเรียบ ๆ “ข้าเองก็ไม่ได้อยากทำให้เจ้ารู้สึกแย่ แค่คิดว่าอาหารของเราสามารถทำให้ดีขึ้นได้ เจ้าคิดว่าอย่างไร?”


         “…”


    ชูชิงเฟิงงุนงงเล็กน้อย นางนึกไม่ถึงว่าอันเยว่จะพูดเช่นนี้ นางจึงมองอันเยว่ด้วยความประหลาดใจ 


    “ในเมื่อเจ้ารู้สึกว่าข้าทำอาหารได้ไม่แย่เช่นกัน เช่นนั้นเรามาแลกเปลี่ยนกันเพื่อทำให้อาหารของหอจู้เหอของเราดียิ่งขึ้นเถอะ เจ้าคิดว่าอย่างไร?”


    พูดจบก็เห็นชูชิงเฟิงเหมือนกับมองเห็นความหวังสุดท้าย


    หอจู้เหอในช่วงหลายสิบปีมานี้ ถึงแม้อาหารเดิม ๆ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงและยังคงรักษาระดับเดิมไว้ได้ แต่ก็ยากที่จะบอกว่ามีการพัฒนา 


    หากสามารถทำได้ถึงระดับเดียวกับอันเยว่ จะต้องนำพาผลประโยชน์ที่มากกว่านั้นมาสู่หอจู้เหออย่างแน่นอน 


    ชูชิงเฟิงจับมืออันเยว่ด้วยสายตาเปล่งประกาย


    “ถ้าเช่นนั้น เราเข้าไปคุยกันข้างในดีไหม?”


    “ได้ ได้”


    ชูชิงเฟิงไม่สนใจว่าจะมีกี่คนที่มาดูเรื่องสนุก นางพาอันเยว่และซูจือฉือมานั่งในห้องรับแขกที่เรือนหลัง ทั้งยังเป็นฝ่ายรินชาให้อันเยว่ 


    เห็นได้ชัดว่านางต้องการยอมรับผิดต่ออันเยว่ 


    “ฮูหยิน ถึงอย่างนั้นก็ระวังไว้หน่อยดีกว่า”


    เมื่อครู่ใบหน้าของชูชิงเฟิงฉายความชั่วร้ายขึ้นมาแวบหนึ่ง อันเยว่เองก็เห็นชัดเจน เพียงแต่ หากไม่มีความห้าวสักหน่อย นางคงไม่สามารถขึ้นมาเป็นเถ้าแก่หอจู้เหอได้เป็นธรรมดา 


    “ไม่เป็นไร ในเมื่อเถ้าแก่ชูกล้าเชิญเราต่อหน้าผู้คนมากมาย ก็ย่อมไม่ทำอะไรเรา ข้าพูดถูกใช่ไหม?”


    ชูชิงเฟิงหัวเราะคิกคัก นางคิดว่าอันเยว่แค่มาก่อเรื่อง กลับนึกไม่ถึงว่าคนอย่างอันเยว่จะมองได้ทะลุปรุโปร่งเช่นนี้ นางมองออกอย่างชัดเจน ชัดเจนจนทำให้ชูชิงเฟิงรู้สึกว่าความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของตัวเองล้วนตกอยู่ในสายตาของนางทั้งสิ้น


    “ไม่ผิด ก่อนหน้านี้ข้าเข้าใจท่านผิดไปเล็กน้อย หลังจากเรื่องเมื่อครู่ ข้าถึงได้รู้ว่าฝีมือทำอาหารของท่านไม่ธรรมดาอย่างมาก”


    “ใช่ไหมล่ะ ไม่ทราบว่าเถ้าแก่ชูเห็นแล้วรู้สึกชอบหรือไม่?”


    “ท่านเต็มใจจะช่วยข้าจริงหรือ?”


    ชูชิงเฟิงเป็นคนที่ผ่านโลกมาก่อน นางเคยไปเมืองหลวงหลายครั้ง และทุกครั้งนางก็ได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง แต่อาหารในวันนี้กลับทำให้นางรู้สึกว่าทุกครั้งที่นางออกไปเรียนรู้นั้นเทียบไม่ได้เลยกับอาหารมื้อนี้ 


    อันเยว่ยื่นมือออกไปแล้ววางนิ้วทั้งห้าลงบนโต๊ะ มองชูชิงเฟิง “เจ้ายอมรับได้หรือไม่?”


    ใบหน้าของชูชิงเฟิงพลันกระตุกสองครั้ง นึกไม่ถึงว่าอันเยว่จะเรียกราคาสูงถึงเพียงนี้ อ้าปากได้ก็เรียกร้องผลประโยชน์ห้าส่วนเสียแล้ว 


    “ข้ารู้เรื่องการพัฒนาของร้านอาหารทั้งปัจจุบันและในอีกสิบปีข้างหน้า หากเจ้าต้องการเปิดหอจู้เหอในเมืองต่าง ๆ ของราชวงศ์ต้าโจว เจ้าทำไม่สำเร็จแน่นอนหากไม่มีข้า” 


    “ทั่วราชวงศ์ต้าโจวเลยหรือ?”


    “ร้านว่านเชิ่งที่เมืองหลวง หรือว่าเจ้าไม่อยากชนะพวกเขา?”


    “หึ คิดการใหญ่ไม่เบา”


    ชูชิงเฟิงสำรวจอันเยว่ เมื่อครู่นางยังรู้สึกว่าอันเยว่เป็นคนมีฝีมือคนหนึ่ง ยามนี้กลับรู้สึกว่าความต้องการของอีกฝ่ายยิ่งใหญ่กว่านั้นเสียอีก 

    คล้ายกับเรื่องอันเยว่ยอดฮูหยิน ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663