กลิ่นอายอันศักดิ์สิทธิ์และกระแสพลังสีทองจาก "ดาบจำแลง" พวยพุ่งออกจากร่างณิชาอย่างท่วมท้น บดบังความงามของม่านน้ำตกเบื้องหลังจนสิ้น แววตาของนางบัดนี้เย็นชาไร้ระลอกคลื่นใดๆ ราวกับเทพีสงครามผู้ไม่แยแสต่อชีวิตเบื้องหน้า
ณิชาไม่แม้แต่จะเสียเวลาครุ่นคิดหาเหตุผลว่าเหตุใดเหล่าพรายไม้ที่ขึ้นชื่อว่ารักสงบสันโดษ จึงหาญกล้ามารวมตัวกีดขวางเส้นทางของนาง หากเป็นณิชาคนก่อน นางอาจจะพยายามไถ่ถาม สรรหาถ้อยคำเพื่อเจรจา แต่สำหรับนางในยามนี้...ใยต้องสิ้นเปลืองลมปากและเวลาอันมีค่าไปด้วยเล่า? ถือเป็นความเขลาเบาปัญญาของพวกมันเองที่หาญกล้ามายืนขวางทางพญามัจจุราช มันเกี่ยวอันใดกับนาง?
"พวกเจ้า...อ่อนด้อยเกินไป" น้ำเสียงเย็นเยียบราวคมมีดที่กรีดผ่านแผ่นน้ำแข็ง เปล่งออกจากริมฝีปากบางของนาง
ฉัวะ! เคร้ง! ฉัวะ!
ดาบสีทองในมือนางร่ายรำราวอสรพิษเริงระบำ ทุกท่วงท่าที่ตวัดออกไปล้วนปลิดชีพเหล่าพรายไม้ทีละตนอย่างง่ายดายดุจเด็ดบุปผาจากกิ่งก้าน เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดระคนหวาดหวั่นดังขึ้นเป็นระยะ ก่อนจะเงียบหายไปอย่างรวดเร็วราวถูกกลืนกิน โลหิตสีเขียวอ่อนของเหล่าพรายสาดกระเซ็นย้อมผืนหญ้าและโขดหินจนแดงฉาน ณิชาสังหารพวกมันอย่างเหี้ยมโหดและไร้ซึ่งความปรานี ไม่เหลือเค้าของเด็กสาวผู้เคยอ่อนโยนอีกต่อไปแม้เพียงธุลี
นางจงใจสังหารอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดราวพายุคลั่ง จนเหลือเพียงพรายไม้ตนสุดท้าย...ตนที่ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ มันกำลังวิ่งหนีอย่างหัวซุกหัวซุน ร่างกายสั่นเทิ้มราวลูกนกปีกหัก ณิชาไม่ได้ไล่ตามในทันที นางเพียงยืนมองมันวิ่งเตลิดเปิดเปิงไปด้วยรอยยิ้มเย็นชาประดับมุมปาก ‘หนีไปสิ...นำทางข้าไปหาตัวการใหญ่เถิด’
เป็นไปตามที่นางคาดการณ์ไว้ไม่ผิดเพี้ยน พรายไม้ผู้รอดชีวิตตนนั้นไม่ได้วิ่งหนีอย่างไร้ทิศทาง มันมุ่งหน้าลึกเข้าไปในป่าศักดิ์สิทธิ์เร้นลับแห่งนั้น...ตรงไปยังทิศทางเดียวกับที่ดาบในมือของนางกำลังสั่นสะท้านแผ่วเบาและเปล่งแสงเรืองรองอ่อนๆ ราวกับรับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่ากำลังรอคอยอยู่เบื้องหน้า
มันพานางมาจนถึงลานกว้างอันโอ่โถงที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านน้ำตกอีกชั้นหนึ่ง ที่นี่...มีร่างของพรายตนหนึ่งนั่งเด่นเป็นสง่าอยู่บนบัลลังก์ที่เกิดจากรากไม้มหึมาพันเกี่ยวกันอย่างวิจิตร ร่างนั้นดูแตกต่างจากพรายไม้ตนอื่นๆ ที่นางเพิ่งจะบดขยี้ไปอย่างสิ้นเชิง ผิวกายของนางเปล่งประกายสีทองอ่อนละมุนราวกับมีแสงเรืองรองจากภายใน เครื่องแต่งกายที่ถักทอจากใบไม้และบุปผชาติทิพย์ทอแสงระยิบระยับดูสูงค่า ผมยาวสลวยสีทองคำบริสุทธิ์ประดับด้วยอัญมณีจากธรรมชาติที่ส่องประกายล้อแสง ทุกองค์ประกอบล้วนบ่งบอกถึงความสูงศักดิ์และพลังอำนาจอันล้นเหลือ
พรายไม้ผู้รอดชีวิตรีบคุกเข่าลงเบื้องหน้าร่างนั้นทันที เสียงของมันสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวสุดขีดราวใกล้จะขาดใจ "ทะ...ท่านเทพธิดาพรายแสง! แย่แล้วพะยะค่ะ! พวกเรา...พวกเราถูกนางปีศาจร้ายตนนั้น...มันสังหารพวกเราจนสิ้นซาก! เหลือเพียงข้า...ข้าผู้ต่ำต้อยหนีรอดมาได้พะยะค่ะ!"
'เทพธิดาพรายแสง?' ณิชาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย อดมิได้ที่จะแย้มยิ้มหยัน ฟังแล้วช่างน่าหัวร่อสิ้นดี หากนางคาดการณ์ไม่ผิด...คงเป็นนังตัวนี้สินะ ที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง สั่งให้พรรคพวกของมันไปตายคามือของนางอย่างไร้ค่า
เทพธิดาพรายแสงที่ถูกกล่าวถึงนั้น ค่อยๆ ลืมพระเนตรขึ้นอย่างเชื่องช้า ดวงตาสีทองของนางทอประกายเย่อหยิ่งและเย็นชาสุดขั้ว นางเหลือบมองพรายไม้ผู้รอดชีวิตที่กำลังตัวสั่นงันงกราวเจ้าเข้าด้วยหางตา ก่อนจะตวาดด้วยเสียงแหลมสูงอย่างไม่สบอารมณ์
"ไร้ประโยชน์สิ้นดี! อ่อนหัด! พวกเจ้ามีกันตั้งมากมายก่ายกอง เหตุใดยังปล่อยให้มันรอดชีวิตมาได้! แถมยังโง่เขลาปล่อยให้ศัตรูตามรอยมาถึงที่นี่อีก! ช่างไม่เอาไหนเสียจริง!"
เพี๊ยะ!
ฝ่ามือเรียวบางแต่หนักหน่วงราวท่อนเหล็กของเทพธิดาพรายแสงฟาดฉาดลงบนใบหน้าของพรายไม้ผู้รอดชีวิตอย่างแรงจนหน้าสะบัด! เสียงนั้นดังก้องไปทั่วลานกว้าง "ไสหัวเน่าๆ ของเจ้าไปให้พ้น! อย่าได้มาเสนอหน้าให้ข้าเห็นอีกเป็นอันขาด!"
พรายไม้ตนนั้นรีบคลานถอยหลังออกไปอย่างลนลานราวหนูตื่นสิงห์ ไม่กล้าแม้แต่จะสบตานายเหนือหัวของตนอีก กลัวว่าโทสะของนางจะมาลงที่ตนอีกครั้ง
เทพธิดาพรายแสงบัดนี้หันมาเผชิญหน้ากับณิชาอย่างเต็มตัว นางเชิดใบหน้าขึ้นสูง กอดอกมองณิชาด้วยสายตาหยามเหยียดราวกับกำลังทอดมองมดปลวกที่ต่ำต้อย "เจ้าสินะ...ตัวมารร้ายที่บังอาจมาล้างผลาญบริวารผู้ภักดีของข้า" น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความโอหังและถือดี
"ข้าได้เห็นว่าเจ้าเป็นถึงทายาทแห่งเทพี...เหตุไฉนจึงได้มีจิตใจอำมหิตโหดเหี้ยมผิดมนุษย์มนา สังหารผู้บริสุทธิ์ได้อย่างเลือดเย็นถึงเพียงนี้! ช่างไม่ละอายต่อสายเลือดอันสูงส่งของตนเองบ้างเลยรึ!"
คำพูดที่เต็มไปด้วยการเสแสร้งปั้นแต่งและป้ายสีของนาง ทำให้ณิชาอดที่จะหัวเราะหึในลำคอออกมาเบาๆ มิได้ 'เหอะ...ผู้บริสุทธิ์รึ? เจ้ามันนั่นแหละที่สั่งให้พวกมันมาตายเองแท้ๆ ยังมีหน้ามาปั้นน้ำเป็นตัว กล่าววาจาไร้ยางอายเช่นนี้อีก' ณิชารู้แจ้งแก่ใจแล้วว่าเหตุใดนังพรายจอมปลอมตนนี้ถึงได้ส่งพรรคพวกของมันมาเป็นเครื่องสังเวย มันคงต้องการจะทดสอบพลังของนาง.
..และโดยพื้นฐานที่ผู้ครอบครองธาตุแสงมักจะมีจิตใจดีงามเปี่ยมเมตตาตามที่เล่าลือกัน แต่นั่นก็แล้วแต่คนจะตีความ...หาใช่กับตนเอง...และย่อมไม่ใช่กับนางพรายจอมปลอมตนนี้เป็นแน่
"สตรีผู้นี้...ช่างโสมมปานอาจม" ณิชาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว "เฮ้อ...ดูเหมือนจะเป็นหน้าที่ของข้าอีกแล้วสินะ...ที่จะต้องชำระล้างมลทินและความสกปรกโสมมเช่นนี้ให้หมดไปจากโลกหล้า"
เทพธิดาพรายแสงกับณิชาต่างจ้องมองกันอย่างประเมินท่าทีของอีกฝ่ายอย่างใจเย็น ไม่มีฝ่ายใดผลีผลามเคลื่อนไหวเข้าโจมตีก่อน บรรยากาศเต็มไปด้วยไอสังหารอันเย็นเยียบและความตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิดออกเป็นการต่อสู้อันดุเดือดได้ทุกเมื่อ
'พรายตนนี้...พลังของมันน่าจะอยู่ที่ระดับสามดาวขึ้นไปเป็นแน่' ณิชาประเมินในใจอย่างรวดเร็ว 'และไม่ใช่ระดับสามดาวธรรมดาสามัญ...ไอพลังที่แผ่ออกมานี่มันคือธาตุแสงบริสุทธิ์...เป็นธาตุที่ขึ้นชื่อว่ารับมือได้ยากเย็นที่สุดธาตุหนึ่ง...แถมยังทรงพลังอย่างน่าประหลาดจิต'
ส่วนในสายตาของเทพธิดาพรายแสงนั้น แม้จะพยายามปั้นหน้าแสดงท่าทีว่าตนเองเหนือกว่าอย่างชัดแจ้ง แต่ลึกลงไปในจิตใต้สำนึก...สัญชาตญาณของนางกำลังกรีดร้องเตือนภัยอย่างบ้าคลั่งดุจพายุโหมกระหน่ำ! นางสัมผัสได้ถึงอันตรายที่มองไม่เห็นจากเด็กสาวตรงหน้า
สัญชาตญาณนี้เคยช่วยให้นางรอดพ้นจากภยันตรายและวิกฤตการณ์มาแล้วหลายครั้งหลายครา...แต่นางกลับเลือกที่จะเมินเฉยต่อเสียงเตือนนั้นในครั้งนี้ ด้วยความหยิ่งทะนงในพลังอำนาจของตนเอง และความมั่นใจอันเกินควรว่าเด็กสาวระดับสองดาวเช่นณิชาไม่มีทางต่อกรกับนางได้อย่างแน่นอน
'ดูเหมือนสัญชาตญาณของข้าจะไม่ผิดพลาดเสียแล้วสิ...' เทพธิดาพรายแสงครุ่นคิดในใจอย่างร้อนรน 'แต่...มันคงจะไม่ใช่สำหรับครั้งนี้หรอกกระมัง! นางเด็กเมื่อวานซืนนี่น่ะรึจะมาต่อกรกับข้าได้!'
นางตัดสินใจผิดพลาดมหันต์...ที่เลือกจะเปิดฉากเจรจาถากถางกับณิชาผู้ร้อยเล่ห์มารยา แทนที่จะใช้สุดพลังของนางในทันที
ทันใดนั้น! ณิชาก็เบนสายตาจากเทพธิดาพรายแสง แสร้งทำเป็นมองไปยังพรายไม้หนุ่มผู้รอดชีวิตตนนั้น...ตนที่กำลังยืนตัวสั่นงันงกอยู่ไม่ไกล แอบลอบมองมาทางเทพธิดาพรายแสงด้วยแววตาที่ซับซ้อน...แววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว...ความโกรธแค้นอัดอั้น...และความ...ชิงชังที่พยายามเก็บงำไว้สุดกำลัง!
ความคิดอันแสนชั่วร้ายพลันบังเกิดขึ้นในใจของณิชา! นางหันกลับไปแสยะยิ้มอย่างร้ายกาจอำมหิตให้กับเทพธิดาพรายแสงที่ยังคงทำท่าทีเชิดหน้าอย่างหยิ่งผยองไม่รู้ชะตากรรม
"หึๆๆ...น่าสมเพชเวทนาเสียจริงนะ...เจ้าเทพธิดาพรายแสงผู้สูงส่ง" ณิชาเอ่ยเยาะเย้ยด้วยน้ำเสียงหวานแต่เชือดเฉือน "ส่งบริวารผู้ภักดีของตนเองไปตายอย่างไร้ค่าราวผักปลา...เพียงเพื่อสนองความอยากรู้อยากเห็นอันโง่เขลาของตนเอง...หรือไม่เพื่อแผนการอันต่ำช้าเลวทรามบางอย่าง...ในขณะที่ตัวเองกลับนั่งเชิดหน้าชูตาอยู่บนบัลลังก์อย่างสุขสบายใจเฉิบ...ช่างเป็นผู้นำที่ประเสริฐเสียจริง!"
นางไม่วายที่จะใส่สีตีไข่ให้เรื่องราวดุเดือดยิ่งขึ้นไปอีก "ข้าได้ยินพวกมันบางตนกระซิบกระซาบกันก่อนตายด้วยนะ...ว่าพวกมันถูกเจ้าหลอกใช้...ถูกส่งมาเป็นเครื่องสังเวยสังเวยชีวิต...พวกมันสาปแช่งเจ้า...สาปแช่งความเห็นแก่ตัวอันไร้ที่สิ้นสุดของเจ้า!"
"หนอย! นางปีศาจปากพล่อย! อย่ามากล่าววาจาใส่ร้ายป้ายสีข้านะ!" เทพธิดาพรายแสงตวาดลั่นจนเสียงสั่น แต่ในน้ำเสียงนั้นเจือความร้อนรนและหวั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด
คำพูดของณิชาเปรียบดั่งน้ำมันที่สาดราดลงบนกองไฟแห่งความโกรธแค้นและความสงสัย มันได้จุดชนวนให้ลุกโชนขึ้นในจิตใจของพรายไม้หนุ่มผู้นั้นทันที! ร่างของเขาสั่นสะท้านด้วยความโกรธจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ!
ภาพของสหายร่วมเผ่าพันธุ์ที่ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมไร้ความปรานี...คำพูดใส่ร้ายอันแสนเจ็บปวดของนางปีศาจ...และความเย็นชาไร้หัวใจของผู้เป็นนาย...มันถาโถมเข้ามาในหัวของเขาราวคลื่นยักษ์!
"ท่าน...ท่านทำเช่นนั้นจริงๆ หรือขอรับ...ท่านเทพธิดาผู้สูงส่ง!?" พรายไม้หนุ่มตะโกนถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาเต็มไปด้วยความสับสนและเจ็บปวด
"เจ้าโง่เง่าเต่าตุ่น! อย่าไปเชื่อคำพูดโป้ปดมดเท็จของมัน!" เทพธิดาพรายแสงตวาดกลับอย่างเกรี้ยวกราด แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว...
ณิชาเห็นว่าได้จังหวะเหมาะ จึงเอ่ยปากกระแทกฟางเส้นสุดท้ายที่กำลังจะขาดผึงนั้นทันที! "ใช่สิ! นางหลอกใช้พวกเจ้าทั้งหมด! นางไม่เคยเห็นค่าชีวิตอันต่ำต้อยของพวกเจ้าเลยแม้แต่น้อย! นางมันก็แค่พรายชั้นต่ำที่จิตใจสกปรกทะเยอทะยานอยากจะเป็นใหญ่ในหมู่พงไพรเท่านั้นแหละ! เจ้าดูไม่ออกรึไงว่านางมันจอมปลอม!"
"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!" เสียงคำรามที่แฝงความเจ็บปวด
พรายไม้หนุ่มคำรามลั่นราวสัตว์ป่าบาดเจ็บ! สติของเขาขาดสะบั้นลงอย่างสิ้นเชิง! ความโกรธแค้นและความรู้สึกถูกทรยศหักหลังอย่างแสนสาหัส ผลักดันให้เขากระโจนเข้าใส่เทพธิดาพรายแสงอย่างบ้าคลั่งไม่คิดชีวิต! "นางพรายชั่วช้าสารเลว! ข้าจะฆ่าเจ้า!!!"
เทพธิดาพรายแสงผู้หยิ่งผยองและมั่นหน้าในตนเองเสมอมา ไม่เคยคาดคิดเลยว่าตนเองจะถูก "มดปลวก" ที่เคยดูแคลนและเหยียบย่ำ ลอบแทงข้างหลังอย่างจังถึงเพียงนี้! นางมัวแต่ให้ความสนใจและระแวดระวังณิชา จนไม่ทันได้สังเกตเห็นภัยร้ายที่อยู่ใกล้ตัว!
ตูม!
พรายไม้หนุ่มระเบิดพลังทั้งหมดที่มีเข้าใส่เทพธิดาพรายแสงในระยะประชิด! แม้พลังของเขาจะด้อยกว่านางหลายขุมนัก แต่การโจมตีที่ไม่ทันได้ตั้งตัวและเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งนั้น ก็สร้างความเสียหายและเปิดช่องว่างให้ณิชาได้อย่างมหาศาล!
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง! ณิชาไม่รอช้าแม้เพียงอึดใจ! นางหลอมรวมพลังจากวงแหวนที่สอง...วงแหวนแห่งพญานาค! เกล็ดสีครามเข้มเงาวับพลันปรากฏขึ้นรอบกายของนางในทันที! พลังและความเร็วของนางพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!
'ตอนข้าอยู่ระดับหนึ่งดาว...ยังสามารถสังหารพวกสองดาวได้...แล้วในยามที่ข้าอยู่ระดับสองดาวเต็มขั้นเช่นนี้ล่ะ...จะสังหารนางพรายจอมปลอมระดับสามดาวตนนี้ได้หรือไม่? ยิ่งเป็นธาตุแสงที่ขึ้นชื่อว่ารับมือยากเย็นแสนเข็ญแล้วด้วย...นางจะมีทักษะอะไรที่พิสดารพันลึกซ่อนไว้อีกหรือเปล่านะ?' ความคิดเหล่านี้แล่นผ่านสมองของณิชาอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด
'จะเกิดอะไรขึ้นก็ช่างมันปะไร!'
แต่นั่นไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว! เมื่อนางพุ่งทะยานร่างเข้าประชิดเทพธิดาพรายแสงที่กำลังเสียหลักและมึนงงจากการโจมตีของพรายไม้หนุ่ม! ดาบจำแลงในมือส่องประกายสีทองเจิดจ้าบาดตา แทงทะลวงเข้าสู่ขั้วหัวใจของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และไร้ซึ่งความลังเล!
ฉึก!
คมดาบศักดิ์สิทธิ์แทงทะลวงเกราะแสงอันบอบบาง ลึกลงไปจนสุดด้าม!
เทพธิดาพรายแสงที่ถูกแทงทั้งจากด้านหน้า (โดยณิชา) และเพิ่งจะถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงจากด้านหลัง (โดยพรายไม้หนุ่ม) เบิกตาสีทองกว้างค้าง! ใบหน้าของนางซีดเผือดไร้สีเลือดในทันที!
ความหยิ่งผยองและความโอหังเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตื่นตระหนกและหวาดกลัวสุดขีดตายฉายชัดในดวงตาสีทองคู่นั้น! นางมองดาบที่ปักคาอกของตนเอง สลับกับใบหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึกของณิชาอย่างไม่เชื่อสายตา!
"โอ๊ะ...ยังรู้สึกทรมานอยู่อย่างนั้นรึ?" ณิชายกยิ้มมุมปากอย่างเลือดเย็น แววตาไร้ความปรานี "เดี๋ยวข้า...จะช่วยให้เจ้าหายทรมานเอง...ในพริบตา"
ฉึก! ฉัวะ!
ดาบถูกกระชากออกจากอกอย่างแรง พร้อมกับตวัดขึ้นด้วยความเร็วสูง ปาดผ่านลำคอระหงของเทพธิดาพรายแสงอย่างรวดเร็วและเฉียบคม! ศีรษะที่เคยเชิดหยิ่งและเต็มไปด้วยความโอหังของนาง...บัดนี้หลุดกระเด็นออกจากบ่า! โลหิตสีทองสุกปลั่งสาดกระเซ็นย้อมผืนปฐพี!
"ขอบใจเจ้ามาก...บัดนี้เจ้าหมดหน้าที่แล้ว" ณิชาหันไปพูดกับพรายไม้หนุ่มที่ยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตกตะลึงและสับสน ก่อนที่ดาบในมือของนางจะตวัดออกไปอีกครั้งด้วยความเร็วที่มองตามไม่ทัน...
ฉัวะ!
ศีรษะของพรายไม้หนุ่มผู้โชคร้ายก็หลุดออกจากบ่าตามไปอีกราย! กลายเป็นเครื่องสังเวยให้แก่กลลวงอันแยบยลของนาง
ณิชายืนนิ่งอยู่ท่ามกลางซากศพทั้งสอง มองผลงานการสังหารของตนเองด้วยแววตาเรียบเฉยไร้ความรู้สึก นางหยิบลูกแก้วว่างเปล่าคุณภาพสูงสุดที่ซื้อมาจากหอช่างเวทย์ออกมา เตรียมจะหลอมรวมวิญญาณของเทพธิดาพรายแสงในทันที 'จะได้ทักษะอะไรที่น่าสนใจจากนางพรายธาตุแสงตนนี้กันนะ?'
แต่ในขณะที่นางกำลังจะเริ่มกระบวนการดูดซับวิญญาณนั้นเอง! ก็มีลูกแก้วสีทองสุกปลั่งขนาดเท่ากำปั้นเด็กหล่นออกมาจากร่างของเทพธิดาพรายแสงที่กำลังเริ่มสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองระยิบระยับ!
ลูกแก้วนั้น...มีรูปสัญลักษณ์คล้าย "หัวใจ" สลักอยู่บนผิวของมันอย่างเด่นชัด! และทันทีที่มันปรากฏ! ...ดาบจำแลงในมือของณิชาก็พลันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง! เปล่งแสงสีทองเจิดจ้ายิ่งกว่าครั้งใดๆ! ราวกับมัน...ดีใจ...หรือ...รับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวด!
หากมิใช่เพราะการตัดสินใจอันเด็ดขาดเฉียบคม ความฉานฉลาดในการอ่านเกม และเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวที่ณิชาคนก่อนมิเคยมี การต่อสู้ที่ควรจะทั้งยากลำบาก ยืดเยื้อ และเต็มไปด้วยความสูญเสีย ก็คงมิจบลงอย่างง่ายดายในชั่วพริบตาเช่นนี้