จวินมู่ซีฟังจนสับสนมึนงงไม่เข้าใจ ทว่าเขามิใช่คนโง่เมื่อเห็นว่าไป๋เซียงจู๋สงสัยตนเอง ยามนั้นชายหนุ่มพลันหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อยสตรีผู้นี้คิดว่าเขาเป็นคนเช่นไรกัน
แม้ว่าหากไป๋เซียงจู๋มีเรื่องอันใดขึ้นมา ตนย่อมสามารถช่วยเหลือได้อย่างแน่นอนทว่าเรื่องการหาภรรยา เขาไม่สามารถทำอย่างส่งๆ ได้อีกทั้งคนเช่นเขาจะมีผู้ใดสามารถบังคับได้? คนเช่นเขาเรื่องใดไม่ยิมยอมเดิมทีก็จะไม่เอ่ยถึงมันอยู่แล้ว
แต่ความหมายของนางคือ...เพราะว่าตนเองต้องการจะช่วยนางถึงได้แต่งงานกับนาง?
จวินมู่ซีต้องการเกาศีรษะของเขาเป็นอย่างยิ่งความเข้าใจผิดนี้ไม่อาจยอมรับได้เลยจริงๆ !
“ภรรยา... แม่นางน้อย ข้าไม่ได้ต้องการช่วยเจ้าแต่ข้าอยากแต่งงานกับเจ้าจริงๆ หรือว่าแท้จริงแล้วเจ้านั้น...”ภายใต้ใบหน้าที่ไร้อารมณ์ของไป๋เซียงจู๋ จวินมู่ซีเปลี่ยนคำเรียกว่าภรรยาเป็นแม่นางน้อยยิ่งพูดก็ยิ่งลังเล และยิ่งพูดก็ยิ่งหน้าแดง
เขาไม่เคยเจ็บปวดขนาดนี้มาก่อนและเขาก็ไม่เคยหน้าบางขนาดนี้มาก่อน แต่เมื่อเผชิญหน้ากับไป๋เซียงจู๋ ใบหน้าของเขาก็แดงก่ำตะกุกตะกัก...
ไป๋จื่อจินที่อยู่ข้างๆ ทนไม่ไหวแล้ว เขารู้จักสหายของเขาดีแม้ว่าเขาจะซ่อนความรู้สึกที่มีต่อน้องสาวของเขาไว้เป็นอย่างดี ทว่าหากค่อยๆละเลียดค้นหาอย่างระมัดระวังแล้วก็จะค้นพบบางสิ่งบางอย่าง ตัวอย่างเช่นเมื่อเขายังเด็ก เขามักนำขนมอบและของว่างอร่อยๆ ที่จวนไปให้ไป๋เซียงจู๋ตัวอย่างเช่น ตอนเด็กๆ ที่มักจะบอกว่าด้านหลังของนางมีตัวทาก แต่เขาจะคอยปกป้องนางเอาไว้ข้างหลังของตนเองเสมอ...
พ่อหนุ่มคนนี้ เกรงว่าเขาจะมีใจให้จู๋เอ๋อร์มาตั้งแต่เด็กเขาช่างเป็นพี่ชายที่ไร้ความสามารถจริงๆ พาหมาป่าเข้ามาในบ้านเสียได้
ไป๋เซียงจู๋มองหน้าจวินมู่ซี นางมิได้เอ่ยอันใดที่แท้แล้วนางไม่รู้ว่าจวินมู่ซีต้องการแต่งงานกับนางจริงๆ หรือ? หรือเพราะว่ามีพี่ชายอยู่ ดังนั้นจึงไม่กล้าเอ่ยปากพูด?
อย่างไรก็ตาม เอาไว้หาเวลาสนทนากับเขาเพียงลำพัง
......
จวนไป๋ สวนดอกโบตั๋น
ไป๋ชิงโหรวกลับไปที่ห้องด้วยความโกรธโกรธจนไม่กินแม้กระทั่งข้าวเย็นนางกวาดของทุกอย่างในห้องจนตกแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
มือของนางเจ็บเหลือเกินหากนางมิได้ระบายความโกรธใส่เหล่าสาวรับใช้พร้อมๆ กันเกรงว่ายามนี้โทสะของนางก็ยังคงมิหมดสิ้น
นางคนสารเลวไป๋เซียงจู๋ ต่อต้านนางได้ทุกครั้งจริงๆ !
หรูอี้สาวใช้ประจำกายของไป๋ชิงโหรวรีบก้าวเข้าไปข้างหน้าปลอบโยนนางและเกลี้ยกล่อมว่า "คุณหนูเจ้าคะ อย่าโกรธเลยเจ้าค่ะ มันไม่คุ้มกลับกันแล้วจะยิ่งทำให้คุณหนูใหญ่ได้ใจยิ่งกว่าเดิม”
หากว่าไม่พูดก็ยังดี ทว่ายิ่งพูดไป๋ชิงโหรวก็ยิ่งเบิกตาจ้องเขม็ง นางกวาดถ้วยบนโต๊ะลงกับพื้นทันที"ไม่โกรธได้อย่างไร? ข้าโกรธจะตายแล้ว! ข้าจะต้องแก้แค้นนางให้ได้ให้นางรู้ว่าข้าเก่งกาจแค่ไหน!"
หรูอี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง และทันใดนั้นก็พูดอย่างขลาดกลัวว่า“หากคุณหนูยืนกรานที่จะระบายความโกรธ บ่าวก็มีหนทางเจ้าค่ะ เพียงแต่…”
ตอนนี้ไป๋ชิงโหรวดวงตามืดบอดเพราะความเกลียดชังจะเหลือเหตุผลอันใดได้อีก นางคว้าตัวหรูอี้เอ่ยว่า "เพียงแต่อันใดกันพูดมาเร็วเข้า!"
ในดวงตาของสาวใช้ตัวน้อยเปล่งแสงสว่างวาบผ่าน นางค่อยๆลุกขึ้นยืน โน้มตัวเข้ามาใกล้หูของไป๋ชิงโหรว...
ตกกลางคืน
คนรับใช้ตัวน้อยที่ไม่โดดเด่นปรากฏตัวขึ้นที่ประตูหลังจวนเหิงชินอ๋อง
ทหารที่เฝ้าประตูไม่พูดอะไรเมื่อเห็นคนที่มาถึง และปล่อยให้เขาเข้าไป
คนรับใช้พยักหน้าอย่างรวดเร็วและโค้งคำนับขอบคุณจากนั้นเดินไปตามเส้นทางที่มุ่งไปยังเรือนของชายาเหิงชินอ๋อง
เหิงชินอ๋องยังคงอยู่ในห้องหนังสือ หากไม่ยุ่ง พระองค์จะทรงไม่กลับห้องจนกว่าจะเที่ยงคืนและมักจะนอนในห้องทำงาน
ดังนั้นไป่ซื่อจึงไม่กังวลเลยว่าท่านอ๋องจะสงสัยอีกทั้งคนใช้ตัวน้อยคนนี้ก็มักจะเดินร่อนไปร่อนมาภายในเรือน ไม่ง่ายเลยที่จะจำใครต่อใครได้
หลังจากที่ไป่ซื่อไปยังจวนตระกูลไป๋เพื่อหารือเกี่ยวกับการโต้เถียงกันครั้งสุดท้ายอวี๋ซื่อก็ยกยอชายาเหิงชินอ๋องนี้อย่างดี อีกทั้งบุตรสาวของพวกนางก็ ‘เข้ากันได้’ ยิ่งนักดังนั้นพวกเขาจึงใกล้ชิดกันมากขึ้น
อันที่จริงนี่คือฉากที่จัดวางเอาไว้ทั้งหมด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทั้งสองมีศัตรูร่วมกันและแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะกำจัดนั่นก็คือ ไป๋เซียงจู๋
ดังนั้นพวกนางจึงร่วมมือกันเพื่อกำจัดไป๋เซียงจู๋
ในยามนั้น เมื่อเห็นข้ารับใช้คนนี้ ไป่ซื่อซึ่งกำลังตัดแต่งกิ่งของต้นไห่ถังต้นโปรดของเหิงชินอ๋องอยู่เงยหน้าขึ้นและเหลือบมองที่ข้าใช้ตัวน้อยจากนั้นจึงทำงานของตัวเองต่อไป นางพูดอย่างสบายๆ ว่า “มาแล้วหรือ ว่าอย่างไรสตรีผู้นั้นเป็นเช่นไรบ้าง”
คนใช้พูดทันที "ทูลพระชายา ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยดี สาวใช้ข้างกายของไป๋ชิงโหรวเสนอให้ไป๋ชิงโหรวทำตามที่พระองค์สั่งคิดไม่ถึงว่านางจะทำตามที่พระองค์ตรัสไว้จริงๆ ”
ไป่ซื่อยิ้ม กรรไกรในมือใช้แรงบีบเข้าหากันและดอกไห่ถังที่เพิ่งบานก็ร่วงลงบนพื้นด้วยการตัด "ฉับ" เพียงฉับเดียว
นางไม่ชอบดอกไม้ชนิดนี้ที่มีสีสันสดใสกว่าดอกโบตั๋นเห็นได้ชัดว่ามันไม่มีค่าเท่าดอกโบตั๋น แต่มันขโมยความสนใจไปจากดอกโบตั๋นในทุกๆที่ เช่นเดียวกับผู้หญิงคนนั้น ไป๋เซียงจู๋! นางเป็นเหมือนดอกไห่ถัง งดงามชัดเจนว่ามิอาจมีผู้ใดที่เทียบกับบุตรสาวของนางได้ ทว่ายามนี้...ได้พรากหัวใจของผู้ชายบางคนไปแล้ว นางแพศยา!
ทว่าท่านอ๋องทรงโปรดดอกไห่ถังนี้มากนางจึงต้องวิ่งเต้นเพื่อเอาใจเขา ซื้อดอกไม้ไห่ถังอันล้ำค่านี้มาให้ได้
“ในกรณีนี้ เราจะรอข่าวดีของเจ้า หลังจากจบงานนี้ไปจะตกรางวัลให้อย่างงาม” ไป่ฉีหลัววางกรรไกรลงด้วยรอยยิ้มแล้วหยิบกระโถนที่สาวใช้นำมาให้ล้างปากและล้างมือให้สะอาด
“คนใช้จะไม่ทำให้พระชายาต้องผิดหวัง”
คนใช้ก้มศีรษะด้วยความเคารพแล้วตอบอย่างจริงใจและสัตย์ซื่อ
ไป่ซื่อพยักหน้าพอใจ
บางครั้งการยืมมีดที่มีประโยชน์ก็ทำให้ไม่ต้องกังวลมากเท่าไรนักมิใช่หรือ?
......
เรือนไห่ถัง
ไป๋เซียงจู๋ย้ายกลับไปที่เรือนไห่ถังหลังจากที่ได้รับรางวัลจากท่านยายนางรู้สึกว่าเป็นการดีกว่าที่จะไม่ให้ไป๋ซื่อรับรู้เรื่องบางเรื่องอีกทั้งมารดาของนางต้องการการพักฟื้นที่ดี อย่าไปรบกวน
ท้ายที่สุด ไป๋จื่อจินก็ไม่ได้ติดตามไป๋เซียงจู๋เข้าไปในจวนโดยบอกว่าเขาเป็นห่วงท่านตา อีกทั้งเขายังดื่มจนเมามาย ท่านยายเป็นคนที่เคร่งศาสนานางไม่เคยชอบให้ไป๋จื่อจินดื่ม ดังนั้นเขาจึงไม่กลับแต่พักอยู่กับจวินมู่ซีที่นั่น
กลับกับท่านตาเองก็ดีเหมือนกัน ยามนี้ที่จวนมีแต่เรื่อง กลับมาเร็วไปก็เลยต้องหาเรื่องให้ลำบากใจ พี่ชายไม่ชอบอยู่ในจวนและคงไม่มีแผนที่จะกลับมา
“คุณหนู จะไปพักผ่อนหรือยังเจ้าคะ” ตู้เจวียนกางผ้าห่มเกี่ยวกับตะขอเพื่ออังไฟให้อุ่นขึ้น
ไป๋เซียงจู๋เอียงศีรษะเล็กน้อย วางเบาะรองก่อนจะนั่งหน้ากระจกทองแดงและเริ่มสยายผม เมื่อเห็นกล่องไม้จันทน์เล็กๆ ที่วางไว้ข้างกระจกทองแดง สายตาของนางพลันหยุดลง นางยืดตัวออกไปจับไว้เพื่อจะเปิดมัน
ข้างในมีจี้หยกขาวสองอัน ซึ่งทั้งคู่เป็นหยกขาวมันแพะคุณภาพสูงอันหนึ่งเป็นดอกเยวียนเหวย อีกอันเป็นรูปดอกหางนกยูงที่งดงามราวของจริง
ดวงตาของไป๋เซียงจู๋จับจ้องไปที่จี้หยกดอกหางนกยูงเป็นเวลานานไม่สามารถหวนคืนความรู้สึกได้
หยกนี้ไม่เหมาะสมสำหรับนางที่จะสวมมันจริงๆถ้ามีโอกาสก็จะคืนให้แก่เขา
ภาพของคนที่ไร้ยางอายซึ่งปฏิบัติต่อนางอย่างอ่อนโยนในคืนนั้นปรากฏขึ้นในใจของนางโดยไม่ได้ตั้งใจเพียงแค่คิดถึงเฟิ่งเจาเกอ นางก็กัดฟันด้วยความเกลียดชัง
อย่างไรก็ตามเห็นได้ชัดว่าตอนนี้นางหมั้นหมายกับตระกูลจวินแล้ว เขาคงจะไม่ตามมารังควานนางอีกต่อไปกระมัง
ไป๋เซียงจู๋ถอนหายใจเล็กน้อยและดูเหมือนจะผ่อนคลายลงบ้างเล็กน้อย