เป็เช้าวันแรก ที่ผมตื่นนอนมาพร้อมใครสักคนบนเตียงเดียวกัน คงหนีไม่พ้นร่างเล็กในอ้อมกอดใต้วงแขน หลับไหลไม่มีทีท่าว่าจะตื่น ช่างขี้เซาจริงๆ
แต่กระนั่นผมก็ไม่คิดที่จะปลุกคนในอ้อมกอดให้ตื่น เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว มัมแต่ปรับความเข้าใจกัน
อีกอย่างผมก็อยากจะนอนสูดดมกลิ่นหอมประจำ ของอีกฝ่ายให้เต็มปอดชื่นใจเสียก่อน ตอนนี้ก็เพิ่งจะหกโมงเช้ายังพอมีเวลาให้อีกคนได้นอนต่อสักหน่อย
“อื้ออ กี่โมงแล้วครับเปรม”
เสียงแหบอู้อี้ไม่เป็คำเอ่ยถามคนตัวหนาด้านหลัง ที่ตนพิงซบหลับด้วยกันมาทั้งคืน ยอมรับเลยว่านอนด้วยกันสองคน มันดีกว่านอนคนเดียวจริงๆ ทั้งอุ่น ทั้งร้อน ทั้งมีความสุขในเวลาเดียวกัน
“มาให้ตีปากสักที พี่ให้เรียกว่าอะไร”
“งื้ออ มันไม่ชิน”
“เมื่อคืนยังเรียกได้”
“มันคนละวันกัน”
“ยังไม่ทันข้ามวันดื้อแล้วเหรอหื้ม?”
ร่างสูงซุกหน้าลงต้นคอขาวอย่างคาดโทษ ก่อนจะแวะเม้มดูดกัดผิวขาวสร้างรอยแดง บนเนินไหปลาร้าทิ้งไว้สักรอย เป็การลงโทษเด็กดื้อในเช้านี้
“อ้ะ! พี่เปรมอย่ากัด”
“ก็เรียกได้หนิ แล้วเมื่อกี้ทำไมไม่เรียก”
“ถ้ามีคนเห็นรอยจะทำยังไงครับ”
“ไม่เห็นหรอก มันอยู่ใต้ร่มผ้า เว้นเสียแต่อุ่นจะไปแก้ผ้าโชว์ใครเขา”
“บ้า ใครจะไปแก้ผ้าโชว์คนอื่นเหมือนพี่”
“ผมไม่ได้โชว์อย่างเดียวนะครับคุณหนู ผมทำด้วย”
“คนทะลึ่ง คิดแต่เื่ลามก”
“พูอย่างนี้ก็ไม่ถูกนะครับ เมื่อคืนคุณหนูก็ทำให้ผมเหมือนกัน อร่อยไหมครับไอติมก่อนนอน”
“หยุดพูดนะคนลามก ปล่อยเลยนะ อุ่นไม่คุยด้วยแล้ว”
อีกคนกลับไม่สนใจเสียงงอแงของร่างเล็ก ยังคงกระชับกอดเอวบางให้แน่นแนบชิดแผงอกยิ่งกว่าเดิม
“ตื่นมาแล้วก็แง้วๆ เชียวนะ ขอกอดอีกหน่อยไม่ได้รึไง”
“ไม่ได้ครับ สายแล้วคุณปู่รอทานมื้อเช้า ห้ามสาย”
“กลับไปก็ไม่ได้กอดแล้ว ขออีกนิดไม่ได้เหรอคนดี”
“อุ่นไม่ได้ห้ามให้พี่กอดสักหน่อย”
ปากเล็กมุมมิบตอบเสียงเบา ยอมรับว่าชอบให้อีกคนถึงเนื้อถึงตัวอยู่เหมือนกัน
“พูดแล้วนะ”
“ปล่อยอุ่นก่อน อุ่นจะไปอาบน้ำแล้ว”
ร่างสูงคลายกอดอย่างว่าง่าย เมื่อได้สิ่งที่ตน้า
.
.
“เมื่อคืนหลับสบายไหมเปรม”
“หลับสบายครับคุณน้า”
“แล้วจะกลับกันกี่โมงละ”
“ทานข้าวเช้าเสร็จก็จะกลับเลยครับคุณปู่”
“เร็วจริงเชียว ไม่อยู่ต่ออีกสักหน่อยละ ปู่ยังไม่หายคิดถึง”
“พี่เปรมต้องไปทำงาน่บ่ายครับ พวกเราว่าจะแวะซื้อของใช้เข้าห้องกันด้วย”
“ทำงานอะไรล่ะเ้าเปรม”
“ทำร้านบาร์ของรุ่นพี่ที่รู้จักกันครับ แต่กำลังจะเปลี่ยนมาทำร้านอาหารแทนตอน่เรียนครับ งานที่บาร์เลิกดึกผมกลัวไปเรียนไม่ไหว”
“อื้ม ขยันจริงเชียว เลิกดึกขนาดนั้นกลับยังไงละ”
“รถโดยสารครับ บางครั้งก็ติดรถเพื่อนกลับ”
“ลำบากจริงเชียว มีใบขับขี่รถยนต์เป็รึเปล่า”
“มีครับคุณปู่”
“ดีๆ เอารถที่บ้านไปขับสักคันสิ เดินทางจะได้สะดวก”
“ครับ? เอ่อออ ไม่เป็อะไรครับ มันมากไป”
“มากเมิกอะไรกัน เอาไปขับเถอะ จะได้พาเ้าอุ่นมาเยี่ยมฉันบ่อยๆ ”
“ผมเกรงว่าจะไม่สมควรนะครับ ของมีมูลค่าแบบนั้นผมเกรงใจ”
เปรมหันไปปรึกษาหลานชายเ้าของบ้านอย่างหนักใจ ทว่าอีกคนกลับส่งยิ้มพยักหน้ากลับมาเป็เชิงให้ตกลง
ไม่รู้ว่าคนบ้านนี้กำลังคิดอะไร ถึงได้ให้รถผมมาขับฟรีๆ แบบนี้ เท่าที่อยู่กันมาโอบอุ่นแทบจะไม่ออกจากห้องไปไหนเลย วันๆ คลุกอยู่แต่กับจานสี มีแต่ผมที่เทียวตะลอนออกไปทำงานอยู่ฝ่ายเดียว
“ไม่ต้องเกรงใจ สมหมายไปเอากุญแจบีเอ็มสีขาวมา”
“ครับคุณท่าน”
“ต่อไปปู่หวังว่าจะได้เห็นหน้าหลานชายของปู่ที่บ้านบ่อยๆ นะ”
“รับไว้เถออะครับพี่เปรม อุ่นอยากเจอคุณปู่บ่อยๆ”
“หื้ม เมื่อกี่หลานปุ่เรียกเ้าเปรมว่าอะไร”
“พี่เปรมครับ”
“ไม่ได้อายุเท่ากันหรอกรึ”
“พี่เปรมอายุมากกว่าอุ่นสองปีครับ พี่เขาเข้าเรียนช้า เพรามีเหตุจำเป็ครับ”
“น้าขอถามหน่อยได้ไหมจ๊ะ ว่าเหตุอะไรถึงได้นานถึงสองปีเชียว”
“ผมต้องหาเงินรักษาน้องที่บ้านเดียวกันครับ เลยต้องออกมาก่อน”
“ตอนนี้มีเงินพอแล้วเหรอ ถึงได้กลับมาเรียน”
คุณอนันต์เอ่ยถาม หลังจากที่นั่งเป็ผู้ฟังร่วมโต๊ะมื้อเช้ามานาน คำถามเมื่อสักครู่ กลับทำให้เองเข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังเอ่ยคำดูถูกตนอยู่ในกลาย อย่างที่เขาว่าระบบการศึกษา ต้องมีเงินถึงจะอยู่ได้ ถึงจะเรียนฟรี แต่ค่าอยู่ค่ากินก็จำเป็ต้องใช้เงิน
“พอมีช่วยเหลือตัวเองได้ครับ”
“อืม คงช่วยได้แค่ตัวเองสินะ”
“ครับ”
เปรมตอบกลับเพียงสั้นๆ ไม่รู้ว่าควรจะต่อประโยคว่าอย่างไรดี ถึงแม้เงินที่เขาหามาส่วนหนึ่ง จะเอาไปช่วยบ้านเด็กกำพร้าเล็กๆ น้อยๆ ก็เถอะ พอได้ช่วยค่าสาธารณูปโภคในบ้านบ้าง แต่มันไม่ได้มากอะไรขนาดนั้น
“เอาล่ะ นี่กุญแจรถ ขับรถขับลาระมัดระวังกันด้วย ส่วนเ้าอุ่นอยากได้อะไรก็โทรหาปู่ วันนี้อิ่มแล้วก็แยกย้ายละครปู่จะเล่นแล้ว”
“ขอบคุณครับ”
“งั้นอุ่นกับพี่เปรมลาตรงนี้เลยนะครับ สวัสดีครับคุณปู่”
คุณปู่เ้าของบ้านติดละครไทยจักรๆ วงศ์ๆ เล่นวนสามปีแล้วยังไม่จบเื่ ตอนเช้าวันเสาร์-อาทิตย์ เสียยิ่งกว่าอะไร ให้ดูย้อนหลังก็ไม่ยอม ต้องเรียลไทม์เท่านั้น
คุณปู่เพิ่งมาติดหลังเกษียรตินี่เอง เขาก็ชอบไปดูเป็เพื่อนคุณปู่อยู่บ่อยๆ ่ตอนหนุ่มๆ ทำงานหนักจะตาย กว่าจะพาครอบครัวมาถึงทุกวันนี้ไม่ใช่เื่ง่าย
“อุ่นกลับก่อนนะครับคุณพ่อ คุณแม่ พี่อุ่น”
“เดินทางระวังกันด้วย ถึงแล้วโทรหาแม่นะอุ่น”
ผู้เป็แม่ลำลาอาลัยอาวร ราวกับส่งลูกชายตัวเล็กในอก ออกจากบ้านไปไกล ทั้งที่ระยะทางห่างกันไม่ถึงชั่วโมง
หัวอกคนเป็แม่ แค่ลูกเดินออกหน้าบ้านก็เป็ห่วงแล้วสำหรับคุณหญิงมณี ต่างกันกับคุณอนันต์ที่เลี้ยงลูกแบบปล่อย เลี้ยงแบบผู้ชายอกสามศอก หวังให้ลูกเป็ดั่งตน
“ไว้พี่แวะไปหานะอุ่น”
“ครับพี่อุ่น อย่าโหมงานหนักนะครับ อุ่นเป็ห่วง”
“ถ้าเป็ห่วงพี่แกนัก ก็รีบเข้ามาช่วยงานที่บ้านเสียสิ ไม่ต้องรอให้เรียบจบหรอก ลูกชายบ้านอื่นเขาเป็งาน จับปากกาแทนพ่อแม่นานแล้ว”
ก่อนกลับก็ยังไม่วายโดนผู้เป็พ่อพูดจากดดัน ประชดประชันไม่เลิก คุณพ่อจะร่ำลาเขาอย่างลูกบ้านอื่นบ้างไม่ได้รึไง ขอแค่สี่ปีเท่านั้นเอง แค่สี่ปีที่อุ่นจะมีอิสระ
“คุณอย่ากดดันลูกสิค่ะ”
“ผมไม่ได้กดดัน แต่มันเป็หน้าที่ ที่โอบอุ่นต้องทำ”
“ครับคุณพ่อ อุ่นจะจำไว้”
“ดี ไปได้แล้ว ฉันกับพี่แกจะได้ไปทำงานสักที”
“คุณพ่อค่ะ”
“ยัยไอ แกไม่ต้องพูด เตรียมตัวไปทำงานได้แล้ว”
หญิงสาวหน้าหงอยขึ้นมาทันที เมื่อถูกคุณอนันต์ดุ บ้างครั้งผู้เป็พ่อก็เข้มงวดกับไออุ่นมากเกินไป มากกว่าลูกสาวบ้านอื่นเสียด้วยซ้ำ คงมีแต่คุณหญิงมณีที่จะพอเป็พึ่งทางใจให้แก่หญิงสาวได้
“ลาแล้วนะครับ”
ชายหนุ่มข้างกันยกมือไหว้ลาอย่างมีมารยาท มีเพียงคุณหญิงมณี และคุณไออุ่นเท่านั้นที่รับไหว้เปรม อย่างเป็กันเอง พร้อมส่งรอยยิ้มเชิงเอ็นดูส่งกลับไปให้ชายหนุ่มได้อุ่นใจ
“จะแวะไหนก่อนไหม”
“ร้านครัวซองต์ฝั่งธนครับ”
“ร้านที่เคยซื้อมาฝากครั้งก่อนใช่ไหม”
ภาพในจอคอมพิวเตอร์ผุดขึ้นมาในหัวชายหนุ่มทันที เปรมแอบยิ้มในใจ เพราะตนเองก็อยากเห็นครีมขาวที่เลอะมุมปากบางกับตาเนื้ออยู่เหมือนกัน
“ขอโลหน่อยครับ”
“เดี๋ยวเราเปิดให้”
“เมื่อกี้แทนตัวเองว่าอะไรนะ?”
คนตัวเล็กข้างกันไม่ได้สนคำถามที่เปรมถาม มัวแต่วุ่นอยู่กับการเปิดจีพีเอสร้านโปรดบนจอรถยนต์คันหรู
“อุ่น ได้ยินที่พี่ถามไหม”
“อะไรนะครับ อุ่นไม่ได้ยิน”
จริงๆ ก็ได้ยินแหละ แต่ในหัวตอนนี้ไม่มีเื่อื่นนอกจากครัวซองต์ครีมสดสตรอว์เบอร์รี่เต็มไปหมด สมองไม่สามารถประมวลผลข้อมูลอื่นได้แล้ว
“นี่กำลังแกล้งพี่? ทำไมไม่แทนตัวเองว่าอุ่น”
“ไม่เอา เราไม่ชอบ”
“แต่พี่ชอบ พี่ไม่ได้พูดคำหยาบกับอุ่นแล้วนะ”
“ครับ เรารู้แล้ว”
“อุ่น ไม่เรียกจริงดิ”
“ไม่เอา มันมีพิรุธ”
“พิรุธ?”
เปรมหันมาถามด้วยสีหน้าขุ่นมัว หน้าคมดุ กับการขับรถมือเดียว ช่างกราวใจอุ่นจริงๆ มุมนี้ของพี่เปรมเขาชอบมากจริงๆ เหมือนเขาเป็ลูกแมวตัวเล็กที่กำลังถูกกางปีกปกป้องอย่างไงอย่างงั้น
“เปรมอย่าลืมว่า เรามีเื่ที่ปิดบังคนอื่นกันอยู่”
“เข้าใจ แต่อยู่กันสองคน เรียกพี่ไม่ได้เหรอครับ”
“ได้ครับพี่เปรม แต่ต้องสัญญาว่าจะไม่มีพิรุธ”
“รับทราบ!”
.
.
หอพักชาย
“ของเก็บไหนอุ่น”
“อาหารกล่องเก็บในตู้เลยครับ กลิ่นมันเริ่มออกแล้ว ห้องอุ่นจะเหม็น ส่วนครัวซองต์ อุ่นจะกินเลย”
ของคาวอย่าหวังที่จะได้วางอยู่ในห้องของเขาเถอะ นู้นนน ที่ของคาวคือระเบียงข้างนอกนู้น ส่วนของหวานลูกรักต้องได้พักตากแอร์เย็นฉ่ำข้างในห้องเท่านั้น
“พักก่อนเถอะอุ่น กินที่ร้านมายังไม่พออีกรึไง”
“มันย่อยั้แ่อยู่บนรถแล้วครับ ตอนนี้ท้องมีที่วางแล้ว พี่เปรม หยิบน้ำป๊วยโซดาในตู้ให้อุ่นด้วยครับ อุ่นคอแห้ง”
“ั้แ่เท้าถึงห้อง อุ่นสั่งพี่กี่อย่างแล้วครับ”
“อย่างเดียว”
“นับใหม่”
“อย่างเดียว ทั้งหมดอยู่ในหมวดเดียวกัน รวมกันได้”
“โอเคพี่ยอมแพ้ นี่น้ำครับคุณหนู”
“ขอบคุณครับ บริการดีแบบนี้ต้องมีทิป”
“รับเลยได้ไหม ่นี้ร้อนเงิน”
“ไม่ได้ให้เป็เงิน”
“รับครับ ผมรับทุกอย่างเลยครับคุณหนู ให้ถอดเสื้อผ้ารอเลยไหมครับ”
“นี่! รู้เหรอว่าอุ่นจะให้อะไร”
“ไม่รู้แต่คาดหวัง”
“ยื่นหน้ามาครับ อุ่นให้สองที”
“สองน้ำได้ไหมครับ”
“น้ำในตู้เชิญหยิบตามสบาย”
“ไม่ใช่ดิอุ่น อย่าดับฝันพี่”
“งั้นตื่นก่อนครับ แล้วยื่นหน้ามาเร็วๆ”
ร่างสูงยื่นหน้ารับทริปจากชายตัวเล็กอย่างว่าง่าย ไม่รอช้า ปากบางแนบแก้มคมทั้งสองข้างด้วยความรวดเร็ว ทว่าอีกคนกลับเร็วกว่า ขโมยจูบจากปากบางเป็ของแทบเสียดื้อๆ ไม่โวยโดนคนตัวเล็กทุบไหล่ไปหนึ่งที
“คนโลภ อุ่นเสียเปรียบนะ”
“จูบพี่คืนสิ จะได้หายกัน”
“คนเ้าเล่ห์”
“ฮ่าๆๆๆ น่ารักจังว่ะ”
มือหนาบีบแก้มนุ่มหยอกล้อไปหนึ่งที คลายความหมั่นเขี้ยว ไม่นึกว่าชายสูงร่างสมส่วนชายไทย จะทำตัวน่ารักน่าชังได้ขนาดนี้ คงมีแค่โอบอุ่นคนเดียวกระมัง ที่สั่นคลอนความเป็ชายของเปรมได้มากขนาดนี้
“อื้อ! แก้มอุ่นหลุดติดมือไปหมดแล้วมั้งเนี่ย”
“หลุดติดปากได้ด้วยไหมครับ”
“ไม่ได้ วันนี้พี่เป็คนโลภมากเลยนะ งานการไม่ไปทำรึไงครับ นี่ก็จะเที่ยงเเล้วนะครับ”
“ไม่รีบครับ อยากอยู่กับเธอ”
“เธอบ้า เธอบออะไรกัน อุ่นไม่ใช่ผู้หญิงนะ”
“ถึงเธอจะไม่ใช่ผู้หญิง แต่เธอน่ารักมากค่ะ”
“แหวะ พี่เปรม พอเถอะอุ่นขนลุก”
“ฮ่าๆๆๆๆ ขนลุกหรือเขิน หน้าแดงกว่าสตรอว์เบอร์รี่ในกล่องอีกนะ”
แดงจริงครับ ผิวขาวแบบนี้ยิ่งเห็นได้ชัด แดงลามไปจนถึงหูเชียว น่ารักแบบนี้ใครจะมีกระจิตกระใจไปทำงานกันละครับ