ถึงตอนสายไฟฟ้าก็กลับมาใช้ได้ตามปกติ พ่อแม่ของธารทิพย์กลับมาถึงบ้าน่เย็นเธอถามไถ่อาการของย่าด้วยความห่วงใย ชาติก่อนย่าของเธอไม่ได้เป็อะไรมากตอนแรกเธอจึงไม่ได้คิดกังวล แต่ชาตินี้อาจจะไม่เหมือนเดิมแล้วก็ได้เพราะชาตินี้อาร์มก็ไม่ได้มาแค่ส่งข้าวแล้วกลับไป
เธอเคยอ่านเื่ Butterfly Effect หรือ ทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก เหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆอาจส่งผลกระทบต่อเหตุการณ์ใหญ่ๆ ได้ พอได้ฟังพ่อแม่เล่าว่าย่าไม่ได้เป็อะไรมากเธอจึงคลายความกังวลลงบางเื่ถ้าไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่เธอทำลงไปโดยตรงก็คงไม่ได้กระทบอะไรมากมั้งเช่นเื่ของเธอกับอาร์มไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการหกล้มของย่า
“เมื่อวานอาร์มมาส่งข้าวแทนน้านุชเหรอลูก”
ไม่รู้ทำไมพอได้ยินแม่ถามถึงอาร์มเธอรู้สึกร้อนตัวอยู่หน่อยๆ ไม่มีอะไรน่า เมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้นซะหน่อย“ใช่ค่ะ แล้วก็...” เธอลังเลเล็กน้อย สุดท้ายก็ตัดสินใจได้“พี่อาร์มติดฝนอยู่ที่นี่ด้วยค่ะ ฝนตกหนักเลย ฟ้าก็ผ่าลงมาดังเปรี้ยง น้ำใจะแย่ไฟก็ดับ ดีนะคะที่พี่อาร์มอยู่ด้วย” ไหนๆ แล้วก็เล่าไปเถอะยิ่งปิดบังยิ่งดูมีพิรุธ เล่าให้พ่อแม่ฟังแบบนี้จะได้ดูเหมือนเธอบริสุทธิ์ใจไงล่ะ
“ขอโทษด้วยนะลูก ที่ปล่อยให้อยู่คนเดียว”แม่ของธารทิพย์ฟังที่ลูกสาวเล่าก็เกิดสงสารขึ้นมา ปกติเธอไม่เคยปล่อยให้ลูกสาวต้องอยู่คนเดียวตอนกลางคืนเลยแต่ครั้งนี้เลี่ยงไม่ได้จริงๆ
ธารทิพย์ขยับเข้าไปข้างๆ แม่ของเธอใช้สองมือกอดแขนข้างหนึ่งของแม่ไว้ แล้วซบหัวลงบนไหล่ของแม่ “ไม่เป็ไรค่ะแม่จำเป็นี่นา อีกอย่างไม่ได้เกิดเื่อะไรซะหน่อย พี่อาร์มมาอยู่เป็เพื่อน คุยกับน้ำถูกคอเชียว”
“ตาอาร์มเป็เด็กดีวันหลังต้องซื้อขนมไปขอบคุณพี่เขานะลูก”
“ค่ะแม่”
รับปากไปอย่างนั้นเองเพื่อให้แม่สบายใจโทรศัพท์มือถือก็ไม่มี โซเชียลก็ยังไม่บูม อ่าคำว่าโซเชียลเน็ตเวิร์คยังไม่เกิดเลยมั้งในสมัยนี้ ต้องเรียกว่าอินเตอร์เน็ตสินะ ยุคนี้เริ่มมีโปรแกรมแชทออนไลน์กันแล้วแต่ว่าที่บ้านของเธอก็ยังไม่ได้ติดอินเตอร์เน็ต กว่าเธอจะได้เจออาร์มอีกครั้งก็อีกหลายปีหลังจากนี้ถ้าไปขอบคุณเขาตอนนั้น เขาคงจะงงแน่ๆ ว่าขอบคุณด้วยเื่อะไร
คืนนั้นธารทิพย์นอนใคร่ครวญและตกผลึกความคิดออกมาเธอรู้สึกว่าสิ่งที่เธอทำนั้นผิดมหันต์ เธออายุแค่นี้ไม่ควรไปวางแผนยั่วยวนใครเลย ถ้าอีกฝ่ายเกิดมีความ้าขึ้นมาแล้วทำอะไรไม่ได้ไม่ใช่ว่าต้องทรมานเหมือนเธอชาติที่แล้วหรอกเหรอที่มีความปรารถนาก็ได้แต่อดกลั้นไว้ จนในที่สุดก็ตายไปอย่างน่าเวทนาใน่วัยเยาว์นี้เธอตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกเด็ดขาด เธออยากขอโทษอาร์มแต่จะขอโทษเขายังไงกัน ให้ไปบอกว่าขอโทษที่เธอจงใจยั่วเขางั้นเหรอเธอคงทำแบบนั้นไม่ได้หรอก เื่นี้แก้ไขไม่ได้อีกแล้วเธอคงทำได้แค่รู้สึกผิดในใจเท่านั้น เอาเป็ว่าถ้ามีโอกาสได้เจอเขาอีกเธอจะทำดีต่อเขาให้มากๆ แล้วกัน
ต่อจากนี้เธอต้องตั้งใจเรียนและดูแลร่างกายตัวเองให้ดี ในยุคสมัยที่เธอจากมานั้นความรู้ด้านสุขภาพล้ำหน้าไปมากการออกกำลังกายเพื่อดูแลรูปร่าง การกระชับสัดส่วนเฉพาะที่เื่พวกนั้นชาติที่แล้วเธอเคยทำ เธอจำไว้ในสมองหมดแล้วเธอจะเริ่มออกกำลังกายเพื่อปั้นดูให้เฟิร์มสวยเพื่อรอเวลาที่เธอสามารถจะใช้ร่างกายได้ตามปรารถนาเธอหน้าตาสวยอยู่แล้วถ้ามีรูปร่างที่แสนจะเพอร์เฟคอีก้าผู้ชายคนไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละ อีกไม่กี่เดือนเธอจะอายุสิบห้าหมายความว่าอีกสามปีกว่าอายุของเธอก็จะพ้นเกณฑ์ต้องห้ามแล้ว แค่สามปีกว่าเท่านั้น แค่ใช้ชีวิตให้ดีและเหมาะสมทุกอย่างก็จะผ่านไปอย่างราบรื่น
วันต่อมาธารทิพย์ใช้ชีวิตเหมือนชาติที่แล้วแทบทุกอย่างที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือเธอออกกำลังกายทุกวัน ทั้งสควอท ทั้งเวทเทรนนิ่งในส่วนต่างๆการออกกำลังกายก็มีข้อดีคือช่วยให้ความหมกมุ่นในเื่พรรค์นั้นของเธอเบาบางลง
ใน่อายุสิบห้าปีของธารทิพย์เพื่อนร่วมชั้นบางคนต้องออกจากโรงเรียนเพราะตั้งท้อง บางคนหนีตามผู้ชายไปบางคนโดนเพื่อนเกเรลากไปติดยา เธอจึงระวังอย่างมากในการเลือกคบเพื่อนพอเลิกเรียนเสร็จก็กลับบ้านทันที ไม่ตามเพื่อนไปไหน ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเรียบร้อย
เธอคิดว่าตัวเองโชคดีที่เธอมีพ่อแม่ครบครอบครัวอบอุ่น ทำให้เธอไม่ต้องไปแสวงหาความรักจากคนนอกบ้านเพื่อนของเธอบางคนเสียคนเพราะการแสวงหาความรักจากคนอื่นยอมทำในสิ่งที่เธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงทำรู้ทั้งรู้ว่าจะทำร้ายอนาคตตัวเองแต่ก็ยังยอมทำ บางทีบ้านของพวกเขาอาจจะไม่ได้มีความสุขและอบอุ่นเหมือนบ้านของเธอพอคิดได้แบบนี้เธอก็รู้สึกรักพ่อแม่ตัวเองขึ้นไปอีก
จนกระทั่งถึงวันปีใหม่วันสิ้นปีพ่อแม่ของเธอชวนคนที่บ้านน้านุชมาฉลองด้วยกันชาติที่แล้วของเธอก็เป็แบบนี้ ทั้งๆ ที่สองครอบครัวสนิทกันมาก แต่เธอกับอาร์มกลับห่างกันไปทุกทีเพราะพอเขาเข้ามหาวิทยาลัยก็ไม่เคยมาฉลองปีใหม่ที่บ้านของเธออีกเลยน้านุชบอกว่าเขาไปฉลองกับเพื่อนๆ ที่มหาวิทยาลัย ถ้าเธอจำไม่ผิดในชาติที่แล้วเขาเริ่มไม่มาฉลองที่บ้านของเธอั้แ่ปีใหม่ที่แล้วเป็ปีที่เขาเริ่มเข้ามหาวิทยาลัย
วันสิ้นปีพ่อแม่ของเธอลากเธอไปทำบุญไหว้พระสมัยนี้ความรู้เื่คุณภาพอากาศยังไม่เข้าถึงคนยังเข้าไปจุดธูปควันโขมงและสูดดมสารพิษในควันเข้าไปเต็มปอดธารทิพย์ไม่อยากไปแต่ก็ขัดแม่ไม่ได้ เอาเถอะ ชาติที่แล้วเธอก็มาวัดกับแม่ทุกปีแต่เธอก็ไม่ได้ตายเพราะมะเร็งปอดนี่นาเพราะฉะนั้นจงทำตามแม่เพราะแม่ใหญ่สุด
ตกบ่ายธารทิพย์เตรียมของกินเล่นและของขวัญไว้เพราะน้านุชมักจะซื้อของขวัญปีใหม่ให้เธอเสมอ ปีนี้เป็ปีแรกที่เธอซื้อของขวัญไว้เพื่อให้น้านุชเป็การตอบเแทนเมื่อก่อนเธอไม่ได้ซื้อของให้น้านุชเลยคิดแค่ว่าการที่ผู้ใหญ่ให้ของเด็กถือเป็เื่ปกติ ตอนนี้เธอกลับคิดต่างออกไป อาจจะเพราะเธอในตอนนี้ไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสาคิดน้อยคนนั้นอีกแล้วเธอเคยผ่านการเป็ผู้ใหญ่มาแล้ว ถึงได้ตระหนักว่าสิ่งไหนควรทำและไม่ควรทำ
“น้ำออกไปเปิดประตูให้น้านุชหน่อยลูก”
“ได้ค่ะแม่”ธารทิพย์เดินออกไปเปิดประตูรั้วเพื่อให้น้านุชเอารถเข้ามาจอดในบ้าน
รถแล่นเข้ามาจอดในบ้านแต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็คือปีนี้อาร์มมาฉลองปีใหม่ที่บ้านของเธอด้วย เกิดอะไรขึ้นกันนะทำไมเขาถึงได้มาฉลองปีใหม่ที่บ้านของเธอล่ะ เมื่อชาติที่แล้วเขาไม่ได้มานี่
เธอยืนนิ่งอยู่กับที่ ตายล่ะเธอจะวางตัวยังไงดี เขายังโกรธอยู่ไหม หรือว่าลืมไปแล้วจะว่าไปเื่นั้นก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว เขาอาจจะลืมไปแล้วมั้งเด็กมหาวิทยาลัยมีเื่เยอะแยะให้ทำนี่นา โดยเฉพาะเด็กปีหนึ่งอย่างเขาเื่แค่นี้คงถือได้ว่าเป็เื่เล็กน้อยนั่นล่ะ
แต่เื่ไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอคิดเพราะตลอดทั้งบ่าย อาร์มมีสีหน้านิ่งขึง พูดโต้ตอบกับพ่อแม่เธอพอเป็พิธีเท่านั้นยิ่งไม่ต้องคาดหวังจะให้เขามาคุยกับเธอ ไม่มีทางแน่นอน
เฮ้อ ตัวก็โตขนาดนี้ยังเ้าคิดเ้าแค้นไม่เลิก เธอได้แต่ค่อนแคะเขาในใจ
พอน้านุชใกล้จะกลับเธอเอาของขวัญที่เตรียมไว้ยื่นให้น้านุชดีใจและแกะออกดูพอเห็นว่าเป็กล่องดนตรีที่บรรเลงเป็เพลงปีใหม่ก็ชอบใจยกใหญ่ พูดขอบคุณเธอไม่หยุดส่วนเธอได้ของขวัญจากน้านุชเป็เกมบอย
บรรยากาศชื่นมื่นสนุกสนานถ้าไม่นับรวมอาร์มล่ะก็นะ