ลงให้อ่านทุกวัน เวลา 20:00 น. เป็ต้นไป [ส่วน eBook มาวันที่ 15/08/68 ราคาเบา ๆ เพียง 59฿ เก็บเงินรอได้เลยนะคะ]
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 6
คิว Talk
เสียงหัวใจของผมยังคงเต้นระรัวอยู่ในอก แม้ว่าเหตุการณ์เฉียดตายที่ป้ายรถเมล์จะผ่านมาเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วก็ตาม ภาพของร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมแขน ความรู้สึกอุ่นร้อนจากร่างกายของเธอ และแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกคู่นั้นยังคงติดอยู่ในความทรงจำของผมอย่างชัดเจน
วินาทีนั้น...มันไม่มีเกม ไม่มีเดิมพัน ไม่มีอะไรทั้งนั้น มีเพียงสัญชาตญาณดิบที่บอกให้ผมต้องปกป้องเธอ...ปกป้องปีโป้ให้ได้
แต่ดูเหมือนว่าผลพวงจากเหตุการณ์นั้นจะไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวที่รู้สึก...
“มึงจะนั่งเหม่ออีกนานไหมไอ้คิว อาจารย์เรียกนู่น” เสียงของไอ้ชานดังขึ้นข้างๆ ดึงสติผมให้กลับมาสู่ปัจจุบัน ผมหันไปมองหน้ามันอย่างงงๆ ก่อนจะหันไปทางหน้าห้องเรียนแล้วก็พบว่าอาจารย์กำลังจ้องมาที่ผมเป็ตาเดียว
“เอ่อ...ครับอาจารย์” ผมรีบลุกขึ้นยืนอย่างเก้ๆ กังๆ
“เมื่อกี้ฉันถามว่ากลุ่มเธอมีใครจะเสนอไอเดียเพิ่มเติมอีกไหม”
“อ๋อ...ไม่มีแล้วครับ” ผมตอบไปตามสัญชาตญาณ ทั้งที่ในหัวยังขาวโพลน
หลังจากนั่งลง ผมก็ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเหม่อลอยในห้องเรียนนับั้แ่กลับมาจากอุบัติเหตุครั้งนั้น...ก็เพราะยัยตัวต้นเื่นั่นแหละ
ผมเหลือบสายตาไปมองคนที่นั่งอยู่เยื้องไปข้างหน้าสองแถว...ปีโป้ เธอนั่งหลังตรงแน่ว จดเลคเชอร์อย่างตั้งใจ ไม่แม้แต่จะหันมามองผมเลยสักนิดเดียว ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอเป็แบบนี้ตลอด...เ็า ห่างเหิน และทำเหมือนผมไม่มีตัวตน
ตอนแรกผมคิดว่าเธออาจจะแค่ยังใหรือทำตัวไม่ถูก แต่พอนานวันเข้า ผมก็เริ่มรู้แล้วว่ามันไม่ใช่...เธอกำลังจงใจหลบหน้าผม
หลังเลิกเรียน ผมเห็นเธอรีบเก็บของแล้วเดินลิ่วออกจากห้องไปทันที ผมจึงรีบคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งตามไปทันที
“ปีโป้! เดี๋ยว!” ผมคว้าแขนเธอไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะเดินพ้นประตูคณะไป
เธอหันมามองผมนิ่งๆ สายตาเรียบเฉยจนผมใจหาย ก่อนจะสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของผมอย่างไม่ไยดี
“มีอะไร”
“เรา...เราแค่อยากจะคุยด้วยหน่อย”
“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับนาย” เธอตอบเสียงเ็า
“เธอเป็อะไรของเธอวะปีโป้!” ผมเริ่มหมดความอดทน “ั้แ่เกิดเื่วันนั้นเธอก็เอาแต่หลบหน้าเรา ทำเหมือนเราเป็ตัวเชื้อโรค...เราทำอะไรให้เธอไม่พอใจหรือไง”
เธอนิ่งไปชั่วครู่ ดวงตาไหววูบไปนิดหนึ่งก่อนจะกลับมาเรียบเฉยเหมือนเดิม “ฉันไม่ได้เป็อะไร แค่รู้สึกไม่ค่อยสบายนิดหน่อย...ขอตัวนะ”
พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินจากไปทันที ทิ้งให้ผมยืนกำหมัดแน่นด้วยความหงุดหงิดและไม่เข้าใจ ไม่สบายบ้าอะไรกัน! คนไม่สบายที่ไหนมันจะเดินหนีได้เร็วขนาดนั้น!
“เป็ไงล่ะมึง โดนเมินสมใจอยากเลยไหม” ไอ้โนวาเดินตบบ่าผมเบาๆ
“เสือกน่า” ผมปัดมือมันออกอย่างหัวเสีย
“กูว่า...เขาคงยังสับสนอยู่ว่ะ” ไอ้ชานพูดขึ้นเรียบๆ “ผู้หญิงก็แบบนี้แหละ มึงต้องให้เวลาเขาหน่อย”
“ให้เวลาเหรอวะ” ผมพึมพำกับตัวเอง “แต่กูไม่อยากให้เวลาแล้วว่ะ...กูอยากคุยกับเขาให้รู้เื่เดี๋ยวนี้”
แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้ทำอะไรตามที่ใจคิด สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นภาพที่ทำให้เืในกายผมร้อนขึ้นมาอีกครั้ง
ปีโป้ที่เพิ่งเดินหนีผมไปเมื่อครู่ ตอนนี้กำลังยืนคุยอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งที่ผมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน...เป็ผู้ชายตัวสูง หน้าตาหล่อเหลา แต่งตัวดูดีมีสไตล์ และที่สำคัญ...ยัยนั่นกำลังยิ้ม! ยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่!
รอยยิ้ม...ที่ผมไม่เคยได้เห็นมาตลอดทั้งสัปดาห์
“โห...นั่นมันพี่หมอก เดือนคณะสถาปัตย์ฯ ปีสามเลยนะเว้ย” ไอ้โนวากระซิบ “แม่งไปรู้จักกันตอนไหนวะ”
ผมไม่ได้ฟังที่มันพูดอีกต่อไป ในหัวมีแต่ภาพรอยยิ้มของปีโป้ที่มอบให้ผู้ชายคนอื่นซ้ำไปซ้ำมา ความรู้สึกหงุดหงิดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ผมไม่เคยเป็มาก่อน...ความรู้สึกร้อนรุ่มในอกเหมือนมีไฟมาสุม...ความรู้สึกที่อยากจะเดินเข้าไปกระชากยัยตัวเล็กนั่นออกมาจากตรงนั้นให้รู้แล้วรู้รอด
แล้วสถานการณ์ก็เลวร้ายลงไปอีก เมื่อผมเห็นไอ้รุ่นพี่นั่นยื่นนามบัตรอะไรสักอย่างให้ปีโป้ และเธอก็รับมันมาพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยด...
หมด...ความอดทนของผมมันหมดลงแค่นี้แหละ!
ผมไม่พูดอะไรสักคำ แต่ก้าวเท้ายาวๆ ตรงไปยังจุดที่คนสองคนนั้นยืนอยู่ทันที
“คุยอะไรกันอยู่เหรอ...ดูน่าสนุกจัง” ผมเดินเข้าไปแทรกกลางระหว่างคนทั้งคู่ พร้อมกับส่งยิ้มที่คิดว่ากวนประสาทที่สุดไปให้ไอ้รุ่นพี่นั่น
ปีโป้หันมามองผมด้วยสายตาใปนตำหนิ แต่ผมไม่สนใจ
“ผมชื่อคิวนะ เป็เพื่อนปีโป้” ผมแนะนำตัวเองเสร็จสรรพ ก่อนจะหันไปพูดกับปีโป้ “นี่...เรานึกขึ้นได้ว่ามีเื่งานกลุ่มต้องคุยกับเธอด่วนเลยอ่ะ ไปกับเราแป๊บสิ”
“แต่ฉันคุยธุระกับพี่หมอกอยู่” เธอเถียงกลับ แต่ผมเห็นนะว่าแววตาเธอมันแอบมีความสนุกซ่อนอยู่...ยัยตัวแสบ! รู้ทันผมแล้วยังจะแกล้งกันอีก!
“งั้นเหรอ” ผมลากเสียงยาว “แต่เื่งานเรามันสำคัญกว่านะ...ใช่ไหม”
ผมจ้องลึกเข้าไปในตาเธอ เป็การส่งสัญญาณว่าอย่าคิดที่จะขัดใจผมตอนนี้
แต่ดูเหมือนเธอจะอยากลองดี...
“ไม่เห็นจะสำคัญตรงไหนเลย เื่งานประกวดของพี่น่าสนใจกว่าตั้งเยอะ” เธอหันไปพูดกับไอ้รุ่นพี่นั่นด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “
เส้นความอดทนสุดท้ายของผมขาดผึง!
หมับ!
ผมไม่พูดอะไรอีก แต่ใช้แขนโอบรอบไหล่ของปีโป้แล้วดึงร่างเล็กเข้ามาชิดตัวอย่างแรงจนเธอร้องอุ๊ยออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้ไอ้รุ่นพี่ที่ยืนทำหน้างงเป็ไก่ตาแตก
“พอดี่นี้ผมกับปีโป้ติวงานกลุ่มกันดึกทุกคืนเลยครับ เลยไม่ค่อยว่างเท่าไหร่...คงต้องขอตัวก่อนนะครับ”
ผมเน้นคำว่า ดึกทุกคืน อย่างจงใจ เป็การประกาศอาณาเขตที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้
ดูเหมือนไอ้รุ่นพี่นั่นจะเข้าใจความหมายได้เป็อย่างดี มันพยักหน้ารับหงึกๆ ก่อนจะรีบขอตัวแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อศัตรูหัวใจลับสายตาไปแล้ว ผมก็คลายอ้อมแขนออก แต่ยังไม่วายแกล้งบีบไหล่เธอเบาๆ หนึ่งที
“ทำบ้าอะไรของนาย!” เธอหันมาแหวใส่ผมทันทีที่อยู่กันตามลำพัง พร้อมกับสะบัดตัวออกห่าง
“ก็ช่วยเพื่อนไง” ผมยักไหล่หน้าตาย “เห็นคุยกับคนแปลกหน้าตั้งนาน กลัวโดนหลอก”
“ไม่ต้องมายุ่ง!”
เธอพูดแค่นั้นแล้วก็เดินกระทืบเท้าจากไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้...ผมกลับไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดเหมือนเคย ตรงกันข้าม...ผมกลับยกยิ้มที่มุมปากออกมาอย่างผู้ชนะ
ถึงแม้จะไม่เข้าใจว่าความรู้สึกร้อนรุ่มเมื่อครู่นี้มันคืออะไร...แต่ที่แน่ๆ คือผมไม่มีวันยอมให้ผู้ชายหน้าไหนเข้ามาใกล้เธอได้อีกเด็ดขาด!
เกมนี้...มันอาจจะซับซ้อนกว่าที่ผมคิดไว้ซะแล้วสิ