บทที่ 54 หอกสีทอง
‘ฉันขาดอะไรไปถึงไม่สามารถยกระดับได้’ สายฝนครุ่นคิดอย่างจริงจังขณะช่วยพวกโจรเก็บศิลาท้องทะเล เพราะเขาเป็นแค่ระดับศูนย์จุดห้าจึงไม่สามารถสู้ความเร็วการเก็บของลูกน้องนิวลินทั้งสี่ได้ ลูกน้องนิวลินเก็บได้หลายชิ้นแล้วเขายังเพิ่งเริ่มเก็บชิ้นที่สองเอง นี่คือความต่างของพลัง! เนื่องจากความอ่อนแอและความเร็วในการเก็บที่ตํ่าดังนั้นอาร์ครีเวอร์เลยสั่งแค่พวกโจรที่เป็นระดับหนึ่งมาเก็บศิลาท้องทะเลเท่านั้น ระดับศูนย์จุดห้าไม่ได้ช่วยอะไรในการเก็บมากนัก นี่คือข้อมูลที่สายฝนได้รู้มาจากปากของลูกน้องนิวลินโดยบังเอิญ
แม้จะเก็บศิลาท้องทะเลจนเสร็จแล้วก็ตามแต่สายฝนก็ยังคงไม่เลิกคิดหาสิ่งที่เขาขาดหายไป ต้องรู้ก่อนว่าสถานการณ์ปัจจุบันของเขานั้นอันตรายเป็นอย่างมาก หากพวกโจรคนใดคนหนึ่งรู้ว่าเขาเป็นคนนอกที่ปลอมตัวมาเป็นคนของกลุ่มโจรภูเขาวายุศักดิ์สิทธิ์จะต้องเกิดปัญหาใหญ่แน่นอน สายฝนไม่ค่อยอยากใช้หลักประกันชีวิตเท่าไหร่นัก หลักประกันชีวิตคือสิ่งของนอกกาย พวกมันไม่ใช่พลังของตัวเขาเอง เขาไม่สามารถฝากชีวิตใว้กับพวกมันได้ ถ้าเกิดวันหนึ่งไม่มีหลักประกันชีวิตตัวเขาที่เป็นระดับศูนย์จุดห้ามีโอกาสน้อยมากที่จะไม่ตายเมื่อเจอเข้ากับอันตราย
“นายกำลังคิดอะไรอยู่เหรอคิง?” กรอนเข้าขยับเข้ามาใกล้ๆสายฝนและกล่าวถามอย่างเป็นมิตร สายฝนรู้ว่าระหว่างพวกโจรด้วยกันเองมันช่างทำตัวเป็นมิตรเสียเหลือเกิน แน่นอนเขารู้ดีว่าโจรพวกนี้ใว้ใจไม่ได้ ไม่ว่าจะทำตัวเป็นมิตรแค่ไหนสุดท้ายแล้วพวกมันก็ยังเป็นโจรอยู่ดี การใว้ใจโจรก็เท่ากับการฆ่าตัวตาย ชีวิตสายฝนมีเพียงชีวิตเดียว เขาไม่ได้มีเก้าชีวิต เพราะงั้นสายฝนจึงไม่ใว้ใจใครอื่นนอกจากตัวเขาเอง คนอื่นสามารถโกหกและหักหลังเขาได้ทว่าตัวเขาเองไม่สามารถหักหลังตนเองได้
///
หลายวันถัดมา เป็นเวลาหลายวันแล้วที่สายฝนอยู่ร่วมกับพวกนิวลิน ทุกวันไม่มีอะไรมากแค่เก็บศิลาท้องทะเลอย่างเดียว หากเจอเข้ากับมนุษย์คนอื่นลูกน้องของนิวลินก็จะทำการปล้นและฆ่ามนุษย์คนนั้นทิ้ง ในหลายวันที่ผ่านมามีมนุษย์เกินสิบคนที่โดนปล้นก่อนจะถูกฆ่า ก็อย่างที่สายฝนคิด ในท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าพวกมันจะทำตัวเป็นมิตรยังไงพวกมันก็ยังมีนิสัยของโจรอยู่ดี การไม่ใว้ใจพวกมันคือหนทางที่ดีที่สุด แน่นอนสายฝนจะไม่มีทางทำท่าทางไม่เชื่อใจพวกนั้นเด็ดขาด มันมีโอกาสที่จะทำให้พวกมันเปลี่ยนจากมิตรเป็นศัตรู เมื่อการเป็นศัตรูกันแล้วเขาจะต้องเจอกับปัญหาใหญ่แน่ ตอนท้ายแผนการของเขาอาจถูกเปิดโปงได้
สายฝนไม่ใช่คนดี เขาสามารถทำทุกอย่างได้เพื่อตนเอง เขาไม่ได้ช่วยมนุษย์ที่ถูกพวกโจรฆ่า เพราะถ้าสายฝนช่วยมนุษย์พวกนั้นเขาจะโดนสงสัยอย่างแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีโจรคนไหนใจดีปล่อยเหยื่อไปหรอก โดยเฉพาะกลุ่มโจรที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมอย่างกลุ่มโจรภูเขาวายุศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่รู้กันดีว่าหากทำอะไรให้พวกโจรกลุ่มนี้ไม่พอใจเพียงเล็กน้อยจะมีจุดจบชีวิตไม่สวย สายฝนไม่เคยเห็นกับตาตัวเอง เรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวกับกลุ่มโจรภูเขาวายุศักดิ์สิทธิ์เขาได้ฟังมาจากฮันน่า และฮันน่าก็ฟังมาจากโลเวลอีกที
ทุกๆวันจะมีมนุษย์คนอื่นถูกพวกลูกน้องนิวลินสังหาร ไม่ใช่การสังหารธรรมดา มันเป็นการสังหารอันโหดเหี้ยมป่าเถึ่อน ก่อนตายมนุษย์คนอื่นจะถูกพวกลูกน้องนิวลินทรมานอย่างโหดร้าย ถึงจะกล่าวว่าลูกน้องนิวลินก็เถอะแต่กรอนกับฉีไม่ได้เข้าร่วมการทรมานคนด้วย แม้พวกนั้นจะเป็นโจรทว่ามันก็ไม่ได้โหดร้ายเท่าลูกน้องสองคนที่เหลือของนิวลิน นิวลินไม่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ปล้น ทรมาน ฆ่า มันทำเพียงหลับตาใช้สัมผัสสำรวจรอบข้างเท่านั้น
หลังจากเจอเหตุการณ์อันแสนโหดร้ายมามากมาย สายฝนก็เริ่มชินชาแล้ว หากเป็นมนุษย์ปกติคงไม่มีทางเป็นแบบสายฝน มนุษย์ปกติจะยอมรับการกระทำชั่วร้ายแบบนี้ไม่ได้ เขาหรือเธอจะโกรธและต้องการสั่งสอนคนที่กระทำชั่วร้ายแบบลูกน้องนิวลิน ถึงกระนั้นก็เป็นเพียงความต้องการ เขารึเธอไม่ได้ทำจริงเพราะเขาหรือเธอไม่มีความสามารถมากพอ สายฝนเองก็ไม่รู้ว่าทำไมตนถึงชินชากับเรื่องพวกนี้ เขาไม่เข้าใจแม้แต่นิด มันราวกับเรื่องโหดร้ายที่พวกลูกน้องนิวลินทำเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขา
“ช่วงนี้ดูเหมือนฉันจะเปลี่ยนไป” สายฝนพึมพำเบาๆกับตนเอง เขามองสำรวจรอบข้าง สายฝนเห็นธรรมชาติรอบข้างแล้วอดตื่นเต้นไม่ได้ แม้จะเห็นหลายรอบแล้วแต่ก็ไม่ชิดกับมันซักที ทุกครั้งที่เขามองภาพธรรมชาติสายฝนก็รู้สึกราวกับตนเองหลุดเข้ามาอยู่ในเทพนิยาย หากจู่ๆมีนางฟ้าแสนสวยปรากฏกายต่อหน้าเขาสายฝนก็จะไม่รู้สึกแปลกเลย ดาวดวงนี้ไม่ต่างจากในเทพนิยายเลย แม้รอบข้างจะมืดมากและหนาวเกินไปหน่อยก็เถอะ
‘ว่างๆฉันจะลองดูข้อมูลของมัน’ เมื่อมองแร่สุริยันในมือตนเองซึ่งได้รับมาจากนิวลินสายฝนก็คิดถึงโทรศัพท์เทพเจ้าและแอปพลิเคชันกล่องถ่ายรูป เป็นเวลากว่าหลายวันแล้วที่เขาไม่ได้ใช้มือถือเทพเจ้าเลย การที่มีพวกโจรภูเขาวายุศักดิ์สิทธิ์อยู่ใกล้มันทำให้สายฝนไม่สามารถลดความระมัดระวังได้ เขาจำเป็นต้องทำให้แน่ใจว่าพวกมันจะไม่รู้ความลับของเขา พวกมันจะต้องไม่รู้ถึงการมีอยู่ของโทรศัพท์เทพเจ้า แม้พวกมันจะไม่สามารถใช้มือถือเทพเจ้าของเขาได้ทว่าพวกมันก็สามารถขโมยโทรศัพท์เทพเจ้าไปจากเขาได้ ถ้าสายฝนโดนขโมยมือถือเทพเจ้าไปนั่นก็เท่ากับว่าโอกาสตายของเขาได้เพิ่มขึ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว
‘ถึงจะไม่มีโทรศัพท์เทพเจ้าฉันก็ต้องก้าเดินต่อไป’ เขาส่ายหัวในใจ สายฝนได้ก้าวท้าวเดินเข้ามาในโลกเหนือธรรมชาติแล้ว เขาไม่สามารถหันหลังกลับได้อีกต่อไป สายฝนไม่ล้มเลิกเป้าหมายเด็ดขาด หลังจากเขาได้รับรู้เกี่ยวกับสิ่งเหนือธรรมชาติ ตัวเขาก็ค่อยๆเปลี่ยนไป ถึงจะเปลี่ยนไปไม่มากนักแต่ก็ถือว่าเขาเปลี่ยนไป สายฝนไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป เขาไม่ใช่คนที่นั่งเล่นเกม ดูภาพยนตร์ ดูการ์ตูน อ่านนิยายอีกต่อไป เวลานี้สายฝนรู้จักการฆ่าคน รู้จักเวทมนตร์ เคยผ่านความเป็นความตายมาแล้ว ยกตัวอย่างตอนสู้กับราชาวัวครึ่งปลาและตอนหนีราชันย์หมีปฐพี ตอนนั้นหากผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวตัวเขาจะต้องตายอย่างแน่นอน
‘ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฉันก็จะก้าวต่อไป’ สายฝนสัญญาอย่างหนักแน่นกับตนเองภายในใจ ต่อให้จะเสียโทรศัพท์เทพเจ้าไปหรือสูญเสียคนที่เชื่อใจในตัวเขาไปสายฝนก็จะก้าวเดินบนเส้นทางนี้ ไม่เหมือนกับตอนแรกที่สายฝนสัญญาว่าจะแข็งแกร่งขึ้นโดยไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับโลกเหนือธรรมชาติเลย ตอนนี้เขาพอรู้เรื่องเกี่ยวกับโลกเหนือธรรมชาติมาบ้างแล้ว สายฝนรู้ว่าการยกระดับในแต่ละระดับไม่ใช่เรื่องง่ายต่อให้จะมีโทรศัพท์เทพเจ้าคอยช่วยก็ตาม ถึงจะรู้อย่างงั้นสายฝนก็ไม่คิดจะยอมแพ้ กลับกันเขายิ่งต้องการก้าวต่อไปบนเส้นทางนี้มากกว่าเดิม จะก้าวจนกว่าชีวิตจะจบสิ้น ถ้าไม่ตายก็จะไม่หยุดเดินต่อไป
‘อันตราย!’ วินาทีนั้นสัญชาตญาณได้ร้องเตือนสายฝน เขาหลุดออจจากทะเลความคิด ด้วยสายตาของระดับระดับศูนย์จุดห้าสายฝนเห็นหอกสีทองพุ่งมายังทิศทางเขาด้วยความเร็วสูง เร็วมากจนสายตาสายฝนแทบมองไม่ทัน เป้าหมายของหอกสีทองไม่ใช่เขาทว่าเป็นนิวลิน สายฝนไม่ได้ดีใจกับเรื่องนี้เลยแม้แต่นิด แม้เป้าหมายจะไม่ใช่เขาแต่อานุภาพของหอกสีทองมันแรงพอจะทำให้สายฝนได้รับผลกระทบไปด้วย
สายฝนต้องการจะหลบทว่าความเร็วของหอกสีทองเร็วเกินไป เพียงไม่นานมันก็พุ่งมาถึงเบื้องหน้าพวกลูกน้องนิวลิน
---
จบบทที่ 54 หอกสีทอง