จางเฉินและจางต้าไห่ สองคนเดินทางออกจากมหาลัยเพื่อไปที่บ้านตระกูลจางตระกุลจางในเมืองเซียงซีเป็นตระกูลขนาดเล็กทำธุรกิจเกี่ยวกับการปลูกสมุนไพรและหาสมุนไพรในป่ามาขายให้กับสมาคมเภสัชกรเป็นหลักจางเฉินพอจะเดาได้คร่าวๆ ถ้าเรื่องราวนี้มาถึงตัวเขาแสดงว่าเกี่ยวกับตระกูลมู่และตระกูลเจียง
บ้านสกุลจางนั้นไม่ใหญ่มากด้านหน้าเปิดเป็นร้านขายยาและสมุนไพร ส่วนด้านหลังมีตึกหลักและบ้านพักน้อยใหญ่ราวๆสิบหลัง แจ้งเรื่องกับยามเสร็จแล้ว ทั้งสองคนก็ตรงไปที่ห้องทำงานของตระกูลจาง
“ท่านพ่อข้าพาจางเฉินมาแล้ว” จางต้าไห่ทำความเคารพบิดาของเขาทันที
สามชายชราวัยกลางคนมีจางเทียนหมิงบิดาจางต้าไห่ จางเต๋อเห่า จางจั่วเฟิ่งทั้งสามคนเป็นผู้อาวุโสของตระกูล พวกเขาล้วนแต่รอการมาของจางเฉิน
“ดี มาจางเฉิน มานั่งน่าประทับใจจริงๆที่ได้เจอกับวีรบุรุษตัวน้อย ทั้งยังเป็นแซ่เดียวกัน”
“ท่านต้องการพบข้าไม่ทราบว่า สิ่งนี้เกี่ยวกับตระกูลมู่และเจียงหรือไม่”
“นั่นส่วนหนึ่งตระกูลมู่และตระกูลเจียงต่างร่วมมือกันแล้วตอนนี้ธุรกิจหลักของเราถูกกีดกันจากสมาคมปรุงยา เราไม่สามารถขายสมุนไพรได้ตามปกตินั้นเป็นผลงานพวกเขาและบางวันก็พาคนมาร้านทำลายข้าวของ แต่สิ่งเหล่านี้ข้าไม่โทษเจ้าเพียงอยากพบเจอกันสักครั้งปัญหาแค่นี้เราอยู่กันได้”
จางเฉินรู้สึกอบอุ่นในใจแม้ว่าเรื่องทั้งหมดจะเกิดจากเขา แต่ประโยคหลังหมายถึงเขาไม่ต้องกังวล
“ข้าขอถามเกี่ยวกับรายละเอียดของตระกูลจาง ข้าเรียนกับอาจารย์ในป่าเขารู้เพียงแต่ว่าแซ่จางเท่านั้น”
“ถ้าให้พูดทั้งหมดเรื่องมันยาวรู้เพียงเราเป็นตระกูลสาขาแต่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับสาขาหลักมากนักเพียงให้อยู่ได้ด้วยตัวเองเท่านั้นแต่ละยุคสมัยจะมีการคัดอัจฉริยะของตระกูลเพื่อฟูมฟักแล้วส่งกลุ่มที่ดูธรรมดาเพื่อเดินทางศึกษาด้วยตนเองหลังจากอายุครบกำหนดแล้ว จึงมีการสร้างตระกูลสาขาอยู่ทั่วทวีป ในอดีตตระกูลจางเคยเป็นตระกูลซ่อนเร้นของทวีปแต่ปัจจุบันเราเป็นเพียงตระกูลใหญ่ปกติเท่านั้นเนื่องจากการล่มลงของบรรพบุรุษ”
“ตระกูลซ่อนเร้น?”
“ปัจจุบันมีตระกูลหนิงตระกูลถัง ตระกูลเย่ ตระกูลซ่ง 4 ตระกูลเป็นกำลังสำคัญของทวีปที่เรียกว่าตระกูลซ้อนเร้นคือมีราชาปราณอยู่จำนวนมากและมีบรรพบุรุษที่จำศีลเพื่อปกป้องตระกูล เรื่องตระกูลซ่อนเร้นนั้นค่อนข้างซับซ้อนมาก”
“ข้าอยากถามเจ้าว่าเจ้ารู้สึกถึงไฟและเข้าถึงการใช้เวทมนตร์ไฟหรือไม่”
คำถามนี่ค่อนข้างตอบยากสำหรับจางเฉินเข้าไม่เคยรู้สึกอะไรกับไฟแต่เขาจำตอนที่ต่อสู้กับเจียงจูนันในงานแข่งขันประจำปีได้มันเป็นไฟสีม่วงที่จางเฉินไม่เข้าใจมากนักเกี่ยวกับมัน และไม่สามารถค้นหาสาเหตุได้
“ทำไม?”
“ก่อนหน้านี้มีจดหมายจากตระกูลหลักเมื่องลั่วหยางเพื่อสอบถามเกี่ยวกับผู้ปลุกสายเลือดบรรพบุรุษบรรพบุรุษเราเกี่ยวข้องกับไฟเป็นอย่างมาก ถ้าปลุกสายเลือดแล้วจะใช้ไฟได้”
“ข้าไม่คุ้นเคยกับไฟมากนักเพียงปรุงยาระดับต้นได้เท่านั้นพวกท่านดูเหมือนจะมีประสบการณ์เกี่ยวกับทวีปนี้มากไม่ทราบรู้จักสิ่งนี้หรือไม่”จางเฉินนำป้ายรูปแมงป่องสีดำ ที่ได้รับจากชายชุดดำในเมืองอาเป้าออกมา
“นี่เป็นตราขององค์กรนักฆ่าแมลงป่องทมิฬระดับต่ำซึ่งเป็นองค์กรที่สกูลจางจัดตั้งขึ้นในเมืองลั่วหยาง เจ้าได้มาอย่างไร”
จางเฉินครุ่นคิดเรื่องราวลั่วหยาง ตระกูลจาง นักฆ่าแมลงป่องทมิฬ เรื่องราวดูเหมือนจะมาลงที่ตัวเขาเองเหมือนกับว่าเป็นเป้าหมายโดยตรงถ้ามองถึงความสัมพันธ์ต่างๆ แต่ไม่แน่ชัดมากนัก
“ไม่มีอันใดข้าเก็บได้แล้วสงสัย ข้ากับต้าไห่จะไปจัดการเรื่องสมาคมปรุงยาให้กับท่านดังนั้นขอตัว”
จางเฉินกับจางต้าไห่ออกเดินทางไปที่สมาคมปรุงยา จากความรู้ที่มีแต่เขายังไม่ได้ทดสอบถ้าเขาปลุกสายเลือดแล้วแสดงว่ามีคนไม่ต้องการให้เกิดการตื่นสายเลือดในตระกูลดังนั้นการบอกเรื่องนี้ออกไปน่าจะเป็นความเสี่ยงผ่านมาสามเดือนแล้วพวกนั้นสังหารล้มเหลวทำไมถึงไม่มีการลอบสังหารอีกครั้งพวกนั้นเจอข้าได้อย่างไรหรือเป็นวิชาการทำนายโชคชะตา
ในตำราของนิกายเก้าสุริยันที่ได้รับมีวิธีการฝึกอยู่แต่มันฝึกยากมากต้องใช้การคำนวณเกี่ยวกับดวงดาวนอกจากนี้ต้องมีพลังวิญญาณสูง แล้วยังต้องใช้เวลาเป็นปีๆเพื่อเข้าถึงแค่ในขั่นแรกเริ่มเท่านั้น
เมื่อถึงสมาคมปรุงยาแล้วจางเฉินก็ตรงเข้าไปที่เคาเตอร์บริการแล้วมองหาเฉินเป่าเอ๋อสาวสวยที่เคยดูแลจางเฉินเมื่อตอนสอบเภสัชกรแต่ไม่พบ
“ข้าต้องการพบประธานสมาคมปรุงยา ช่วยไปแจ้งให้ด้วย”
หลายคนมองมาที่จางเฉินด้วยความประหลาดใจการเข้าพบนักปรุงยาระดับ 5 ไม่ใช่แค่อยากเจอก็ได้เจอ แต่เด็กคนนี้กลับพูดขึ้นมาเฉยๆจางต้าไห่เองก็แปลกใจ เขาอยู่กับจางเฉินมานาน ไม่รู้ว่าจางเฉินมีความสัมพันธ์กับสมาคม
“เจ้าคิดว่าที่นี่เป็นที่วิ่งเล่นสำหรับเด็กเหรอ ถ้าไม่ซื้อสมุนไพรก็ออกไปเจ้าจางต้าไห่สินะ ส่วนเจ้าคงเป็นจางเฉิน” ชายกลางคนอายุราวๆ 40 ตัวสูงใหญ่แต่งชุดคลุมสมาคม มีเหรียญตราคาดไว้เป็นสัญลักษณ์นักปรุงยาระดับสามส่งพลังกดดันระดับนักรบปราณที่จางเฉินและต้าไห่ทันที
“เด็กสกุลจางนี้ ไม่รู้เรื่องอะไรเลยหรือไงสมาคมปรุงยา มู่เจิ้งเป็นผู้ดูแลอยู่ ทำไมโง่แบบนี้”
“ข้าว่าสองคนนี้โดนจับไปขังแล้วทรมาณจนตายแน่ยิ่งกับจางเฉินได้ยินว่าตระกูลมู่โกรธแค้นมากจึงได้กีดกันตระกูลจางจากสมาคมปรุงยา ไม่ซื้อขายเม็ดยาด้วยอีกเลย”
ผู้คนรอบๆ ต่างพูดคุยกันพวกเขาทราบอยู่แล้วเกี่ยวกับจางเฉินและเรื่องของสกุลมู่กับสกุลจางเรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นเรื่องพูดคุยหลักของทั่งเมืองแม้ไม่เคยเห็นจางเฉินมาก่อนแต่ก็พอเดาได้จากเรื่องเล่าที่ได้รับมา
“ข้าจางเฉินเจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครจะมาขวางพวกเราพบประธานสมาคม”
“ข้ามู่เจิ้นเป็นผู้จัดการสมาคมปรุงยา”
มู่เจิ้นหันไปด้านหลังแล้วตะโกนเสียงดัง
“ผู้พิทักษ์สมาคมมาพาสองคนนี่ออกไปก่อนออกไปซ้อมพวกมันให้รู้สำนึกว่ามามีเรื่องในสมาคมปรุงยาจะได้รับผลอย่างไร”
่ซื้อสมุนไพรก็ออกไป เจ้าจางต้าไห่สินะส่วนเจ้าคงเป็นจางเฉิน"าเฉยๆ จางต้าไห่เอ
ชายฉกรรด์อายุยี่สิบห้าถึงสามสิบปีระดับนักรบปราณออกมากันอย่างพร้อมเพรียงสามสิบกว่าคนจางเฉิน และต้าไห่ต่างคิ้วขมวด การมาสมาคมปรุงยาครั้งนี้กลับมีเรื่องยุ่งยากเสียได้นที