"มิทราบนายท่านกับท่านองครักษ์ซ้ายขวาจะกลับมาเมื่อใด มีผู้ใดบอกข้าได้บ้าง ใครเป็นผู้ดูแลฐานที่ตั้งตอนนายท่านจะออกเดินทาง นายท่านได้มีคำสั่งใดไว้บ้างรึไม่ ?"
หัวหน้ากลุ่มอีกคนถามขึ้น
"นายท่านเพียงบอกว่าสัมผัสอะไรแปลก ๆ ได้ในเขตเทือกเขาเนตรอสูรตอนที่เดินทางผ่านมาก่อนที่จะเข้ามาตั้งฐานที่นี่ นายท่านสังเกตุได้ถึงร่องรอยการต่อสู้ของผู้เยี่ยมยุทธกับกลิ่นอายของมังกร เมื่อสองวันก่อนจึงออกเดินทางไปพร้อมกับท่านองครักษ์ซ้ายขวาและบอกว่าอีกประมาณสองถึงสามวันจึงจะกลับมา ซึ่งอาจจะเป็นวันนี้หรือวันพรุ่งนี้"
อีกคนกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"หากนายท่านกลับมาและทราบว่านายน้อยพร้อมคนติดตามและองครักษ์ทั้งสี่หายไปจนไม่มีข่าวคราว มิทราบจะพิโรธปานใด"
"ข้าได้ลองไปเลียบเคียงสอบถามภายในเมืองแล้ว นอกจากมีเพียงเรื่องราวการต่อสู่ กลับมิพบอันใด สอบถามผู้คน ต่างก็ตอบว่าไม่ทราบอันใดทั้งสิ้น แม้จะขู่เข็ญทุบตีก็มิได้เรื่องราวใดมา"
"มิทราบทั้งหมดได้หายไปไหน หากถูกสังหารย่อมต้องมีซากศพ หากแม้นถูกจับกุมไป จักเป็นผู้ใดที่สามารถจับกุมราชันย์ถึงสี่คนไปพร้อมกันได้ หากเป็นเช่นนั้นจริง คนผู้นั้นคงน่ากลัวยิ่งแล้ว หรืออาณาจักรอันต้อยต่ำเช่นนี้จักมีผู้เยี่ยมยุทธระดับสูงกว่าปราณราชันย์ ?"
ทันใดนั้นทุกคนในห้องโถงถึงกับตื่นตะลึง เมื่อปรากฎผู้คลุมหน้าชุดดำคนหนึ่งได้ปรากฎกายขึ้นอย่างลี้ลับในห้องโถง พร้อมเสียงหัวเราะกึกก้องจนแสบแก้วหูจนลมปราณปั่นป่วน ทุกผู้คนในห้องโถงต่างยืนขึ้นแทบพร้อมเพรียงกัน มิทราบบุคคลลึกลับผู้นี้ได้ย่างกรายเข้ามาในห้องตั้งแต่เมื่อใด..!!
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ..พวกเจ้ามิต้องสอบถามผู้ใดหรอกข้านี่แหละเป็นผู้กำจัดสวะทั้งหมดนั้นทิ้งไปเอง พวกเจ้ามิต้องไปสืบหาให้วุ่นวาย ..!!"
"เจ้าเป็นใคร..ต้องการอันใดและเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร แล้วเจ้าไม่รู้รึว่าที่นี่เป็นที่ใด ?.."
"เจ้าพวกยามลาดตระเวณมัวทำอะไรอยู่เสร็จจากจัดการผู้บุกรุกจะให้ได้รับโทษสถานหนัก!!"
ผู้ที่ท่าทางจะมีอาวุโสมากสุดกล่าวขึ้นด้วยความพิโรธบุคคลลึกลับผู้ที่เข้ามานั้นแท้จริงคือกังหลง หลังจากที่วางแผนกันเรียบร้อยคนทั้งหกเลยอำพรางตัวผลัดเปลี่ยนเป็นชุดนักสู้สีดำคลุมศีรษะเพื่อปกปิดโฉมหน้าป้องกันการจดจำออกอันอาจจะเป็นผลนำพาผลไปสู่ความเดือดร้อนของตระกูลหยางในภายภาคหน้าได้
กังหลงให้ทุกคนที่มาด้วยกันแอบซุ่มตัวทางรอบนอกเพื่อเฝ้าดูและคอยกำจัดผู้ที่จะหลบหนีออกไปส่วนตนเองลักลอบเข้าไปกำจัดหน่วยเวรยามทีละคนจนหมดสิ้นและตรวจค้นมาจนถึงห้องโถงใหญ่อันเป็นที่ประชุมรวมกันของกำลังทั้งหมด
หลังจากลอบฟังและตรวจสอบพบว่าผู้นำกลุ่มพยัคฆ์โลหิตและองครักษ์ทั้งสองไม่อยู่ผู้ที่เหลือล้วนมีระดับปราณขุนพลทั้งสิ้นมิมีอันใดให้ต้องหนักใจนับว่าประจวบเหมาะโดยแท้ เลยคิดที่จะกำจัดและทำลายฐานแห่งนี้ให้สิ้นในคราเดียวตนปกปิดรูปโฉมเป็นบุคคลลึกลับมิต้องกลัวผู้ใดจะล่วงรู้ฐานะอันแท้จริงได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งหัวร่ออย่างลึกลับกล่าว
"พวกเจ้านับเป็นกลุ่มชนอันชั่วร้ายคอยปล้นสะดมเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ ครานี้ข้าจะถือโอกาสกำจัดเพทภัยให้แผ่นดิน .!!"
พูดจบสำแดงปีกยุทธโคจรลมปราณรวมธาตุปัจเจกเทวะจุตติสำแดงท่าร่างเก้ากายาอัศนีไม่ทิ้งรอยจนถึงขีดสุดปรากฎเป็นกังหลงแปดคนพุ่งเข้าหากลุ่มคนที่นั่งรวมอยู่ทั้งสิบเจ็ดคนบังเกิดเสียงร้องโหยหวนลั่นไปทั่วห้องจนผู้เฝ้าดูทางรอบนอกประหวั่นใจและสลดสังเวช
"สัตตะมรณาท่าที่หนึ่ง"
"อัคคีโลกันต์..!!"
"จงสลายไปซะ"
ปราณจากจักระอัคคีถูกดูดกลืนเป็นพลังอันเข้มข้น รีดเค้นมารวมกันที่ฝ่ามือและพุ่งกระแทกออกไปดุจกลุ่มดาวหางอัคคีอันร้อนแรง พลังกดดันอันรุนแรงและความรวดเร็วดุจกระแสลมจากร่างทั้งแปดสร้างความตกใจและความตระหนกอย่างมิทันตั้งตัว
เนื่องจากกังหลงต้องการรวบรัดจัดการทุกคนในห้องโถงให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นจึงสำแดงพลังถึงขีดสุดในระดับปราณราชันย์ระดับแปดขั้นสุดออกมาเพื่อกวาดล้างศรัตรูให้สิ้นในคราวเดียว โคจรพลังลมปราณรวมธาตุปัจเจกเทวะจุดติจนกายาทองแดงขั้นต้นมีอานุภาพต้านทานถึงขีดสุดบวกกับท่าร่างเก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอยที่เสริมสร้างให้พลังโจมตีทางกายภาพหนักหน่วงถึงห้าพันชั่ง
เมื่อทุกอย่างผสานรวมกันในคราเดียวทำให้การโจมตีครานี้นับว่ารุนแรงสูงสุดเท่าที่กังหลงสามารถกระทำได้พลังอันรุนแรงที่แผ่ออกมานี้จึงมากมายจนบริวารของกลุ่มพยัคฆ์โลหิตมิอาจขยับเคลื่อนไหวต่างตกอยู่ภายใต้การโจมตีอันรุนแรงนี้จนหมดสิ้นเสียงร่ำร้องระงมก่อนตายมากมายดังสุดสยองจนน่าขนหัวลุก
"ฟุ่บ"
"อ๊ากกกกก.."
"ฟุ่บ"
"อ๊ากกกกก.."
"อ๊ากกกกก.."
"..................."
ร่างทั้งแปดพุ่งฉวัดเฉวียนอย่างรวดเร็วว่องไวพร้อมโจมตีด้วยสัตตะมรณาท่าที่หนึ่งอัคคีโลกันต์ ด้วยพลังปราณที่แท้จริงปราณราชันย์ระดับแปดขั้นสุดเมื่อมาเจอนักสู้ระดับปราณขุนพลดุจดังพญาอินทรีพุ่งโฉบลงจากฟากฟ้าใช้กรงเล็บอันคมกริบขยี้ฝูงลูกไก่ใต้ผืนพสุธาบัดนี้ร่างแล้วร่างเล่าถูกแผดเผาเป็นเถ้าถ่านจนหมดสิ้นหลงเหลือไว้เพียงเครื่องประดับและอาวุธเท่านั้นที่มิได้มอดไหม้ไปด้วยอัคคีโลกันต์อันร้อนแรง
กังหลงต้องการจบปัญหาให้เร็วที่สุดจึงสำแดงท่าร่างและการโจมตีสูงสุดของตนออกมาแม้การสำแดงพลังเช่นนี้ออกมาจะดูดกลืนพลังปราณของตนไปแทบเหือดแห้งในคราเดียวแต่ผลที่ออกมากลับคุ้มค่านักสู้ทั้งสิบเจ็ดที่มิทันได้ตั้งตัวต่อสู้ตีโต้เพี่ยงชั่วครู่มิถึงสามลมหายใจต่างก็มอดไหม้ตกตายจนหมดสิ้น นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะและหยางเสี่ยวเอ๋อร์ที่ทำหน้าที่สกัดแอบเฝ้าดูทางรอบนอกแม้จะเคยเห็นกังหลงสำแดงฝีมือมาแล้วยังคงต้องตกใจนับถือเลื่อมใส่ในพลังฝีมือของกังหลงจนมิอาจจะบรรยายได้
แต่ผู้อาวุโสทั้งสามของตระกูลหยางที่เพิ่งพบเห็นท่าร่างอันเลิศล้ำและการโจมตีที่รวดเร็วรุนแรงเป็นคราแรก ถึงกับร่างกายสั่นสะท้านหน้าซีดเผือดเหงื่อกาฬไหลเปียกชุ่มไปทั้งกายพลางหวนคิดว่าหากแม้นใครมาเจอศรัตรูเช่นนี้เข้านับว่าเป็นคราเคราะห์ร้ายยิ่งด้วยความรวดเร็วรุนแรงและความรวบรัดหมดจดคงมิมีโอกาสที่จะมีชีวิตรอดกลับไปได้เลยมิทราบเจ้าหนุ่มผู้นี้ฝึกปรือฝีมือมาเช่นไรอาจารย์ผู้สอนสั่งมิทราบจะยอดเยี่ยมปานใดถึงได้มีศิษย์ที่ยอดเยี่ยมปานนี้ออกมา
"พวกท่านออกมาเถอะมาเก็บรวบรวมทรัพย์สินต่าง ๆ ที่เหลือไว้ที่พอจะมีประโยชน์ไว้ใช้ในภายหน้าอีกมินานผู้เป็นหัวหน้าและองค์รักษ์ทั้งสองคงจะกลับมาพวกเราคงต้องเฝ้ารอเพื่อกำจัดปัญหาให้หมดสิ้น "
"ผู้อาวุโสทั้งสามรบกวนพวกท่านไปสำรวจและเก็บเกี่ยวทรัพย์สินทั้งหมดมารวบรวมไว้ที่นี่มิต้องหวั่นใจไปหรอก ฐานนี้นับเป็นฐานโจรที่ก่อความเดือดร้อนให้แก่ผู้บริสุทธิ์ทรัพย์สินในที่นี้ก็คงมิพ้นได้มาจากการปล้นชิง ขู่เข็ญเอาเปรียบจากผู้อื่นมาทั้งสิ้นเชิญท่านทั้งสามเถอะ"
ผู้อาวุโสทั้งสามเมื่อได้ฟังต่างรับคำและแยกย้ายกันออกไปนงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะและหยางเสี่ยวเอ๋อร์เข้ามาหากังหลงและกล่าวขึ้น
"เชิญคุณชายพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูลมปราณข้าทั้งสองจะคอยคุ้มกันให้"
กังหลงยิ้มให้ทั้งสองพร้อมนั่งลงหลับตาโคจรพลังตามแนวทางลมปราณรวมธาตุปัจเจกเทวะจุตติในทันที เพิ่งผ่านมิถึงครึ่งชั่วยาม ทันใดนั้นได้บังเกิดเสียงตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยวขึ้นจนแก้วหูแทบระเบิด
"เป็นผู้ใดถึงกล้าบังอาจมาก่อความวุ่นวายในบ้านของข้า..!!"
สิ้นเสียงปรากฎพลังกดดันอันรุนแรงจนแทบหายใจไม่ออกเป็นพลังกดดันที่ทุกคนไม่คาดคิดว่าจะมีได้นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะและหยางเสี่ยวเอ๋อร์ถึงกับหน้าซีดเผือดหันมองไปที่กังหลงซึ่งบัดนี้กำลังเข้าสู่สมาธิจิตเพื่อฟื้นฟูลมปราณอย่่างคับขัน