จอมยุทธ์จากพรรคทั้งห้าต่างเดินทางลัดเลาะลงไปยังพื้นล่างเพื่อตามหาร่างของโจวเที้ยนเปีย จนกระทั่งกิมเพ็กเงียมะโขึ้นมาว่า “ผู้าุโทุกท่าน ข้าเจอร่างของจอมยุทธ์โฉดผู้นั้นแล้ว”
จอมยุทธ์น้อยใหญ่ต่างแห่กันไปดูสภาพศพของโจวเที้ยนเปีย จากนั้นเจียงวังฉา เ้าสำนักชีอันก็กล่าวขึ้นมาว่า “แล้วคัมภีร์สะกดมารเล่า ยังอยู่ภายในตัวคนผู้นี้หรือไม่”
“ขอรับท่านนักพรต เดี๋ยวข้าน้อยจะค้นตัวให้อย่างละเอียด” กิมเพ็กเงียมกล่าว
“ช้าก่อน คัมภีร์สะกดมารเป็คัมภีร์ศักสิทธิ์ของสำนักชีอันที่ผู้คนมากมายในยุทธภพต่างหมายปอง ข้าจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเ้าจะไม่แอบฉกชิงคัมภีร์ไป ให้คนในสำนักของเราเป็คนค้นตัวจะดีกว่า” เจียงหวังฉากล่าว
“ประเสิร์ฐ ประเสิร์ฐแท้ ใยนักพรตเจียงถึงไม่ไว้วางใจข้า” กิมเพ็กเงียมกล่าว
“ล่วงเกินแล้วจอมยุทธ์กิม ไม่ใช่ว่าข้าไม่ไว้วางใจเ้า แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ข้าเห็นควรว่าพวกเราควรระมัดระวังให้มากจะดีกว่า” เจียงวังฉากล่าว
“พวกท่านอย่ามัวแต่ถกเถียงให้มากความ กาลเวลาไม่คอยท่า ไม่แน่ว่าพวกของพรรคเปลวอัคคีจะบุกมาที่นี่อีก” เล็กเซียงลุ้นพูด
“ในเมื่อท่านผู้าุโเล็กพูดเช่นนี้ ข้าก็ไม่จำเป็ต้องขัดขวาง ขอเชิญสำนักชีอันค้นตัวร่างจอมยุทธ์ถ่อยผู้นี้เถอะ” กิมเพ็กเงียมกล่าว
นักพรตของสำนักชีอันต่างค้นตัวของโจวเที้ยนเปียอย่างละเอียดแต่ก็ไม่พบว่าคัมภีร์สะกดมารนั้นอยู่ที่ใด จึงสร้างความงุนงงให้แก่ทุกคนไม่ใช่น้อย
“ก่อนที่โจวเที้ยนเปียจะะโผา ข้าเห็นเต็มสองตาว่ามันยัดคัมภีร์เข้าไว้ในเสื้อ แล้วมันจะไม่มีได้ยังไง” เล็กเซียงลุ้นกล่าว
“ท่านผู้าุโ ข้าน้อยเฟิงฝูขอกล่าวบ้าง” หลี่เฟิงฝูกล่าว และพูดต่อว่า “พวกเราทั้งหมดต่างเห็นมากับตาว่าคัมภีร์อยู่กับตัวคนผู้นี้ แต่บัดนี้กลับไม่มีแล้ว ไม่แน่ว่าอาจมีผู้ใดมา่ชิงไปแล้วก็เป็ได้”
“หรือจะเป็คนของพรรคเปลวอัคคี” กิมเพ็กเงียมกล่าว
“อาตมาว่าเป็ไปไม่ได้ ถ้าคนของพรรคเปลวอัคคีมาพบศพของจอมยุทธโจวผู้นี้จริง แล้วเหตุใดถึงไม่จัดการฝังศพให้เรียบร้อยก่อนจะจากไป” เ้าอาวาสเจ็งอาหยำกล่าว
“คนพวกนี้เป็พรรคมาร พรรคมารก็คือพรรคมาร สิ่งใดที่เป็คุณธรรมคนพวกนี้ไม่จำเป็ต้องสนใจ แค่เพียงทำภารกิจสำเร็จก็เพียงพอแล้ว” หลี่เฟิงฝูพูด
“ที่น้องหญิงพูดก็มีส่วนถูก พวกพรรคมารพวกนี้มันช่างต่ำช้าเสียจริงๆ” เล็กเซียงลุ้นพูด
“เอาล่ะทุกท่านไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ข้าว่าพวกเราควรหาทางตามหาคัมภีร์กลับคืนมาดีกว่า” เจียงวังฉาพูด
“คัมภีร์เป็สมบัติของสำนักชีอัน แล้วเหตุใดสำนักชีอันถึงไม่ออกเรี่ยวแรงตามหาเองเล่า ใยมาให้พวกเาาวยุทธ์ร่วมแล้วตามหา” กิมเพ็กเงียมพูด
“ช้าก่อนจอมยุทธ์กิม คัมภีร์สะกดมารนั้นเปรียบเสมือนความเป็ความตายของยุทธภพ หากพวกคนชั่วได้ไปบ้านเมืองจะต้องถึงกลียุคแน่ เพราะฉะนั้นแล้วพวกเราทั้งห้าสำนักควรร่วมแรงกันออกตามหา เมื่อผู้ใดพบเจอแล้วให้ทำตามกฎคือห้ามฝึกฝน และนำมันมามอบให้แกสำนักชีอันเป็ผู้ดูแลอย่างเช่นเดิมต่อไป” เล็กเซียงลุ้นกล่าว
ทุกสำนักต่างยอมรับในขอเสนอของเล็กเซียงลุ้น
จากนั้น เจียงวังฉาก็กล่าวขึ้นมาว่า “แล้วศพของจอมยุทธ์ผู้นี้แหละจะว่ายังไง”
เล็กเซียงลุ้นตอบว่า “คนผู้นี้แม้จะเป็คนโฉด แต่ก็ยังมีครอบครัว เ้าอาวาสเจ็ง ข้าขอแรงพวกท่านให้อันเชิญศพของเขาไปมอบให้แก่ครอบครัวของเขาเพื่อทำพิธีฝังได้หรือไม่”
“อามิตตาพุทธ อาตมาจะทำตามที่พสก้า” เ้าอาวาสเจ็งกล่าว
เ้าอาวาสเจ็งอาหยำนำพระในวัดจำนวนหนึ่งช่วยกันเคลื่อนศพของโจวเที้ยนเปียกลับไปยังหมู่บ้านของเขา และส่งมอบให้แก่เปาหวงหลาน
ทันทีที่เปาหวงหลานได้เห็นร่างอันไร้ิญญาของสามี เข่าทั้งสองข้างของเธอก็ทรุดลง มือทั้งสองลูบลงที่ใบหน้าของโจวเที้ยนเปีย น้ำตาไหลบ่าลงสองแก้มยิ่งกว่าสายน้ำสายใดทั้งสิ้น เปาหวงหลานจ้องมองไปยังหลวงจีนทั้งห้าคนรวมทั้งเ้าอาวาสเจ็งด้วยความโกรธเคืองและเคียดแค้น เธอรู้ได้ทันทีว่าสาเหตุที่สามีของเธอต้องประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้เป็เพราะถูกจอมยุทธ์ในงานชุมนุมคำภีร์เล่นงานเป็แน่แท้
“พวกท่านเรียกตัวเองว่าเป็ฝ่ายธรรมะ แต่เหตุใดถึงสังหารสามีของข้าได้อย่างโเี้เช่นนี้” เปาหวงหลานพูด
“สัตว์โลกนั้นย่อมเป็ไปตามกรรม จอมยุทธ์ผู้นี้เมื่อสมัยมีชีวิตผเคยก่อกรรมทำเข็ญมาอย่างหนัก ในวาระสุดท้ายของชีวิตจึงต้องประสบกับเคราะห์กรรมที่ไม่สวยหรู” เ้าอาวาสเจ็งพูด
“หุบปาก แล้วไสหัวพวกท่านออกไปซะ” เปาหวงหลานพูด ก่อนที่หลวงจีนทั้งห้าจะรีบเดินทางกลับออกไป
เปาหวงหลานฝังร่างสามีของเธอไว้ในป่าหลังบ้าน สถานที่ที่พวกเธอทั้งสองเคยมานั่งชมนกชมไว้ชมวิวป่าเขาด้วยกันมาตลอด หลังจากวันนี้คงไม่มีแล้ว
เวลาผ่านไปจนถึงคืนวันที่สามหลังจากที่ทารกน้อยถูกซัดฝ่ามือ เสียงฟ้าร้องระงมแซมด้วยเสียงฟ้าผ่า เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาดังลั่น อากาศโดยรอบเริ่มเย็นลง ร่างกายของทารกก็เย็นลงตาม เสียงร้องไห้ของทารกดังไม่ต่างจากเสียงฝนฟ้า
เปาหวงหลานกอดทารกน้อยไว้แน่นแนบอก หวังเพียงเพิ่มความอบอุ่นคลายความหนาวเย็นออกไปได้บ้าง ข้างกายของฮูหยินแซ่โจวคือป้ายประจำตำแหน่งของสามีเมื่อครั้งอยู่ในพรรคเปลวอัคคี เธอมองดูป้ายนั้นพลางคิดถึงเ้าของป้ายที่มอบมันเอาไว้ พลางมองหน้าเด็กน้อยที่เป็เสมือนตัวแทนหนึ่งเดียวที่มีอยู่ตอนนี้ เธอไม่รู้ว่าจะได้กอดเด็กน้อยคนนี้ไปได้นานแค่ไหน เด็กน้อยร้องระงมจนสุดเสียง เมื่อเสียงฟ้าผ่าที่ดังที่สุดได้สงบไป เสียงเด็กผู้นี้ก็ได้สงบตาม เปาหวงหลานไม่รู้ว่าชีวิตของบุตรชายจะเป็เช่นไร น้ำตาเธอไหลนองทั้งสองข้างของแก้มเธอ เมื่อตอนกลางวันที่เธอรู้ข่าวของสามีว่าร้องไห้หนักมากมายแล้ว ในค่ำคืนนี้มันมากเสียงยิ่งกว่า อาจจะมากที่สุดในชีวิตของเธอเลยก็เป็ได้
เมื่อพ้นกำหนดสามวันที่จอมยุทธ์หน้ากากได้พูดเอาไว เปาหวงหลานนำทารกที่ตอนนี้นิ่งเงียบสนิทไปแล้วขึ้นมากอดอีกครั้งและกล่าวว่า “โจวเจียอี้ลูกแม่ แม่ขอโทษที่ไม่อาจปกป้องชีวิตของเ้าได้ พี่เที้ยนเปียโปรดจงให้อภัยแก่ข้าพเ้าด้วยที่ไม่อาจรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับท่านได้ หากว่าชาติหน้ามีจริงขอให้พวกเราทั้งสามได้เกิดมาสร้างครอบครัวร่วมกันอีกครั้งเถิด”
อยู่ดีๆ เสียงร้องไห้แงจากทารกก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเสียงของเปาหวงหลานนั้นดังเพียงไร แต่มันก็ดังเพียงพอให้ชีวิตของทารกน้อยที่นิ่งสนิทไปแล้วกลับขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เปาหวงหลานนำลูกน้อยมาดู และกว่าวต่อว่า “โจวเจียอี้ ต่อจากนี้ไปแม่จะเลี้ยงเ้าให้เติบใหญ่ เ้าจะต้องเป็คนที่แข็งแกร่งที่สุด เพื่อจะได้สะสางทุกอย่างให้พ่อเ้าได้”