ตอนที่ 3 ดินแดนต้องสาป
หลังจากที่ซินและพวกขุนพลลองสำรวจจริงจังกับสถานการณ์รอบ ๆ ตัวเองอีกทีแล้วพวกเขาก็ได้ข้อสรุปเหมือนกันว่าที่แห่งนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตเลย
“ดินแดนที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตแม้แต่ตัวเดียวลำธารและสายน้ำก็ไม่ไหลผ่าน ดินแดนต้องสาปชัด ๆ ”
“นายท่านแต่ข้าไม่ััได้ถึงอะไรพวกนั้นเลย”
“ผมเล่นมุกเฉย ๆ แต่ก็ไม่ได้แปลว่ามันจะไม่ใช่ดินแดนต้องสาปในความคิดของหลาย ๆ คนหรอก ใช่ไหม”
“นายท่านหมายความว่า”
“ผมจะเอาดินแดนแห่งนี้สร้างเป็เมืองของเรา”
ตาของเซมและเซจังดูตื่นเต้นเล็กน้อยจากคำกล่าวของซิน ซินก็ยิ้มให้กับพวกเธออย่างอ่อนโยน
“ดินแดนแห่งนี้จะถูกตั้งชื่อว่าดินแดนสีดำสุดเท่ห์” ซินกล่าวด้วยน้ำเสียงสุดภาคภูมิใจในการตั้งชื่อของตนเองอย่างมาก
“นายท่านข้าว่าชื่อนี้ไม่เหมาะสมเท่าไหร่หรอกเ้าค่ะ” เซมกล่าวออกมาด้วยที่หันไปมองดุเซจังที่กำลังขำอยู่
ซินที่ได้ยินเช่นนั้นก็เซ็งจิตเป็อย่างมากดูเหมือนเขาจะพอจำได้แล้วว่าตนเองมีปัญหาเื่การตั้งชื่อ ไม่สิเซ้นส์ในการตั้งชื่อของเขากับสิ่งต่าง ๆ มากกว่า ถ้าถามว่าเขาใส่ใจมากแค่ไหนก็ ไม่เลยเฟ้ย!!!
“ไม่ผมตัดสิใจแล้วว่าจะเอาชื่อนี้” ซินยืนกรานอย่างหนักแน่นตนทั้งเซมและเซจังที่ยังขำอยู่ปวดหัว
“นี้ ๆ นายท่านถ้าแบบนี้เอาเป็ชื่อ ดินแดนแห่งความตายสีทมิฬล่ะเป็ยังไง” เซจังเสนอความคิดขึ้นมาด้วยสีหน้าสนุกสนาน แถมจะว่ายังไงดีละเซ้นส์การตั้งชื่อของทั้งสองอาจกล่าวได้ว่าไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก
“นายท่านดิฉันว่าเื่การตั้งชื่อเอาไว้ที่หลังดีกว่าตอนนี้เรา้ากองทัพที่มากพอจะสร้างเมืองของเราได้แต่เรานั้นไม่มีกองกำลังที่ว่าเลย” เซมกล่าวพร้อมขยับแว่นตาของเธอ
สิ่งที่เธอกล่าวนั้นถือว่ามีเหตุผลมาก ๆ ในสถานการณ์ตอนนี้เพราะว่าตัวตนของซินนับว่าอ่อนแอเป็อย่างมากเมื่อเทียบกับพวกเธอและพวกเธอก็คิดว่าเขาอ่อนแอกว่าสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน แต่การจะทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นนั้นตามระบบของเกมวอร์มีอยู่สองวิธีคือ การฝึกฝนพลังของตนเองและต่อสู้ด้วยตนเอง กับ การสร้างกองกำลังที่แข็งแกร่งขึ้นมาเพื่อเป็มือเป็เท้า
แต่ตอนนี้พวกเขานั้นไม่มีทั้งสองสิ่งที่ว่านั้นเลย ตัวของเซมที่มีความรู้เื่เวทมนตร์ก็ไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ดั่งใจเพราะถูกปิดผนึกพลังเนื่องจากความอ่อนแอของเ้านาย และตัวของเซบาสเตียนหรือเซจัง ด้วยความที่เขาเป็อัศวิน แม้ใช้กำลังที่มากกว่าคนทั่วไปได้แต่เขาถูกจำกัดความสามารถด้านต่อสู้ในหลาย ๆ ด้าน
มีแค่สิ่งเดียวที่ซินทำได้นั้นคือใช้เหรียญตราผู้พิชิตในการสร้างปราสาทฮอลล์ แต่นั่นเป็สิ่งที่เขานั้นไม่อยากทำที่สุด
เพราะว่าการจะสร้างปราสาทด้วยตราผู้พิชิตนั้นจะทำให้เขาไม่สามารถย้ายฐานที่ตั้งได้เหมือนในอดีต ที่แห่งนี้ก็จะกลายเป็จุดเริ่มต้นและจุดจบของเขาได้เลย
แต่ก่อนเขาเลือกที่จะใช้ทาสและกลุ่มโจรไปทำลายเมืองหรือสร้างความเสียหายให้ประเทศด้วยวิธีต่าง ๆ ก่อนที่จะยึดอำนาจ แต่ตอนนี้เขาทำเช่นนั้นไม่ได้แล้วอาจเป็เพราะคำอธิบายสุดกำกวมที่ตราผู้พิชิตเขียนเอาไว้
[จงเป็ราชัน ที่เหนือกว่า าา]
เป็คำเรียบง่ายที่ทำให้เขาคิดว่าการพิชิตโลกใบนี้ของเขานั้นจะทำโดยภาคภูมิใจที่สุดเป็ดั่งราชันเหนือาา เป็ผู้อยู่เหนือทุกคนคน
“แต่แบบนี้ก็หนีแบบแต่ก่อนไม่ได้แล้วสินะ” ซินกล่าวแบบเซ็งพร้อมเอานิ้วมือตนเองไปวาดรูปบนพื้นดินเล่น
สมัยก่อนเขามีหลายวิธีในการทำลายเมืองหรือกะทั้งโลกแต่คงจะใช้ไม่ได้แล้ว
“ช่างเถอะ” ซินกล่าวพร้อมกับนำตราระดับนรกที่ได้รับมาออกมาใช้
แสงสีแดงราวกับนรกส่งสว่างขึ้นอีกครั้งหนึ่งจนซินและทุกคนไม่ทันตั้งตัว ปราสาทสีดำทมิฬถูกก่อนสร้างขึ้นด้วยเศษหินสีดำที่ออกมาจากประตูมิติอื่น ใช้เวลาไม่ถึงนาทีปราสาทขนาดเล็กก็ถูกสร้างขึ้นมาโดยที่ซินมองอย่างอึ้ง ๆ
“อะไรฟระ ง่ายแบบนี้เลยรู้แบบนี้ผมสร้างขึ้นมาตั้งนานแล้วไม่เอาตรานี้ไม่แอบไม่ให้ใครเห็นหรอก” ซินกล่าวด้วยน้ำเสียหงุดหงิดก่อนที่เขาจะเดินไปที่ปราสาทอย่างสนใจโดยที่มีเมดและพ่อบ้านของเขาเดินตามมาด้วย
[ยินดีสำหรับการก่อสร้างปราสาทระดับเล็ก]
รายละเอียด : ปราสาทขนาดเล็กนี้ถูกสร้างอย่างประณีตด้วยช่างฝีมือในตำนานโยฮานเป็ผู้ออกแบบ เป็หนึ่งในซีรีส์แบบแปลนของโยนฮานที่หลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้
[ท่านได้รับปราสาทระดับเล็ก]
รายละเอียด : ปราสาทระดับเล็กเป็ปราสาทสำหรับขุนนางตกยากชั้นต่ำ
ซินมองรายละเอียดต่าง ๆ ที่ระบบแสดงออกมาก็ทำให้เขาใและก็อยากต่อยหน้าคนไปพร้อม ๆ กัน
“ปราสาทขุนนางชั้นต่ำแล้วทำไมฟระอย่างน้อยก็อยู่ได้แล้วกัน!!” ซินกล่าวพร้อมสะบัดก้นงอน ๆ ของเขาเดินเข้าไปในปราสาท
โดยที่ตัวปราสาทนั้นถูกออกแบบมาอย่างเรียบง่ายมากไม่ต่างจากปราสาทขุนนางทั่วไปเลย ถ้าไม่นับเื่ความแข็งแกร่งเกิดระดับที่มหาเวทเท่านั้นที่จะทำลายได้ก็นะ
ส่วนภาคในก็ไม่มีสิ่งใดที่พิเศษมากก็มีสิ่งหลัก ๆ คือ ห้องบรรทมของาากับบัลลังก์และห้องทรงงาน
ส่วนของคนใช้หรือพวกเมดนั้นมีให้แต่ก็พอสำหรับอยู่ไม่ถึงสิบคนเท่านั้น
[ภารกิจ รับคนสมาชิกเข้าร่วมดินแดนของท่านให้ได้สิบคน รางวัลแบบแปลนแบบสุ่ม]
“แบบแปลนอย่างนั้นเหรอ” ซินไม่คิดถึงวิธีการนำคนเข้าดินแดนของเขามากนักเพราะมีตั้งหรากหลายวิธี
แต่ที่เขาสนใจจริง ๆ คือแบบแปลนต่างหากถ้าใครเป็คนเล่นวอร์ต้องยอมรับอย่างหนึ่งเลยว่าแบบแปลนนั้นเป็สิ่งที่จำเป็และหาอันที่ดี ๆ ยากมาก
การจะสร้างอะไรสักอยากคุณสามารถสร้างโดยที่ไม่พึ่งระบบได้ แต่ระบบก็จะไม่ให้ความช่วยเหลือในการอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับเื่ของพวกนี้เหมือนกัน ซึ่งซินทะเลาะกับระบบบ่อยมากเื่นี้แต่นั่นแหละเสียงนกเสียงการะบบมันก็ไม่สนใจซินที่บ่นมันหรอก
ซินเดินเข้าไปที่ห้องทำงานก่อนที่จะนั่งลงบนนั้นจ้องมองทั้งสองคนด้วยสายตากดดันไม่ใช่แบบขึ้นเล่นเหมือนแต่ก่อน
“แม้ว่าเราจะมีที่อยู่แล้ว ภารกิจจากระบบเราก็ได้รับมาแล้วแต่สิ่งหนึ่งที่เราน่าจะรู้ตัวกันก่อนแล้วนะว่าเราอ่อนแอเป็อย่างมาก”
“เื่เวลาเล่นผมเล่นกับพวกคุณได้ผมไม่ว่าอะไรผมว่าผมค่อนข้างเป็คนตลกด้วยซ้ำแต่เื่งานขอบอกไว้ก่อนเลย อย่าทำให้ผมผิดหวังก็พอ” ซินกล่าวออกไปเช่นนั้นเสร็จก็หมุนเก้าอีกไปด้วยหลังก่อนที่จะทำท่าทางสูบซีกก้า
“เป็ไงละเท่สุดเลยใช่ไหมล่ะ” ซินกล่าวกับทั้งสองด้วยน้ำเสียงขบขน
“ฮ่า ๆๆ ๆๆ ๆ ๆ ” โดยที่มีเซจังนั่งกุมท้องแบบไม่ไหวแล้ว
“เห้ แต่ที่ผมพูดผมจริงจังนะตอนนี้ผมบอกเลยว่าดินแดงของเราตอนนี้ เอ่อใช้คำว่าแม่งไม่มีอะไรเลยดีกว่าเพราะฉะนั้นเราจะออกจะดินแดนของเราเพื่อไปสำรวจสิ่งต่าง ๆ เกี่ยวกับโลกใบนี้แล้วดินแดนแห่งนี้เพิ่มด้วย”
“ดิฉันไม่ห้ามการตัดสินใจของนายท่านหรอกนะคะ ทว่าพวกเราไม่สามารถที่จะทั้งบัลลังก์เอาไว้แบบนี้ได้ ต้องมีหนึ่งคนคอยปกป้องบัลลังก์เอาไว้”
ทั้งทีที่สิ่งสุดคำกล่าวของเซมทุกคนในห้องก็มองไปยังหน้าของเธออย่างพร้อมเพรียง
“นั้นสินะคนที่มีความรับผิดชอบและพึ่งพาได้ สินะ” ซินกล่าวพร้อมมองด้วยหางตา
“ใช่แล้วคนที่สามารถจัดการทุกอย่างเกี่ยวกับปราสาทได้โดยไม่ขาดตกบกพร่องสินะ” เซจังกล่าวพร้อมมองด้วยหาตา
ได้เห็นปฏิกิริยาของทั้งสองแล้วเซมได้แต่ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
“ดิฉันจะทำตามคำสั่งของท่านก็ได้แต่ท่านต้องดูแลตัวเองด้วยนะคะ”
“ไม่ใช่นะครับเซม ไม่ใช่คำสั่งแต่เป็คำขอร้องต่างหาก” ซินกล่าวพร้อมเดินไปเชยค้างของเซมขึ้นมาโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว
จนทำให้เซมที่เยือกเย็นอยู่ตลอดทำตัวไม่ถูกกันเลยทีเดียว อาจเป็เพราะหน้าตาที่หล่อเหลาและดูเสน่ห์ทำให้เราตกอยู่ในมนต์สะกด
“ว้าวในที่สุดนายก็แสดงสัญชาตญาณสัตว์เพศผู้ออกมาแล้วสินะ”
ซินมองไปที่เซจังโดยที่ไม่กล่าวอะไรเพียงยิ้มอย่างอ่อนและเอานิ้วมือแตะริมฝีปากของเขาเอาไว้ราวกับอยากให้เก็บเอาไว้เป็ความลับ