ตอนที่ 19 ฟ้าหลังฝน
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ชายชราผู้นี้ก็คือศาสตราจารย์เวทมนตร์ผู้เกษียณอายุมาอาศัยอยู่อย่างสันโดษ
บ้านที่เขาอาศัยอยู่ที่นี่ก็ตั้งอยู่ในูเาสูงแห่งหนึ่ง มันไม่ใช่ที่ที่คนธรรมดาจะเดินทางไปมาได้
แน่นอนว่าศาสตราจารย์ออสตินผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา ต่อให้เป็ในหมู่นักเวทย์ด้วยกันก็ตาม
เด็กน้อยเมอร์ลินเมื่อได้ยินคำพูดของศาสตราจารย์ออสตินก็นิ่งไป เขาแหงนหน้าขึ้นมอง
“คุณหมายความว่ายังไง?”
ชายชรายิ้มและเอ่ย “ฉันจะรับดูแลเธอเอง ยังไงเธอก็กลับไปดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้อยู่แล้ว แถมที่นี่เธอก็ไม่มีที่ไปด้วย”
ศาสตราจารย์ออสตินหยุดไปครู่หนึ่งและเอ่ยต่อ
“หลังจากที่ฉันเกษียณจากมหาวิทยาลัยเวทมนตร์วินเซน ฉันก็มาอยู่ทำงานวิจัยอาศัยอยู่คนเดียวที่นี่ หากฉันจะรับเธอมาเลี้ยงเพิ่มอีกคนก็คงไม่ใช่เื่ที่หนักหนาเกินไปหรอก”
“เราพึ่งเจอกัน ทำไมคุณถึงทำดีกับผมขนาดนี้?” เมอร์ลินกล่าวอย่างระแวง
เหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมาทำให้เขาไม่ใช่คนที่มองโลกในแง่ดีนัก ยิ่งชายชรามาทำดีกับเขามากขนาดนี้ มันจึงไม่แปลกที่เขาจะมีความระแวง
ศาสตราจารย์ออสตินที่เห็นท่าทางแบบนั้น เขาก็พอจะเข้าใจ จึงเอ่ยว่า “บอกตามตรงที่ฉันอยากจะรับเธอมาเลี้ยงเพราะฉันสนใจในตัวเธอที่มาจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ มันไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถข้ามไปมาระหว่างดินแดนได้ แม้แต่ตัวฉันเองก็ไม่มีความสามารถที่จะทำเช่นนั้น”
“ฉันเคยศึกษาเื่ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เมื่อนานมาแล้ว และตอนนี้ฉันก็้าที่จะรู้เื่ราวเ่าั้จากเธอเช่นกัน”
“ยังไงพวกเราก็ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่ายอยู่แล้ว เธอไม่คิดว่านี่เป็เื่ที่ดีอย่างนั้นหรือ?”
เมอร์ลินที่ได้ยินดังนั้นก็เงียบไป ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า “ผมขอคิดดูก่อนได้ใช่ไหมครับ?”
“ได้สิ ทำตามที่เธอ้าเลย หรือเธอจะไม่อยากอยู่ที่นี่ฉันก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร ฉันจัดห้องนอนไว้ให้เธอแล้ว เธออยู่ที่นี่ได้ตามสบาย ทำตัวให้เหมือนกับบ้านตัวเอง ... อ๋อ ถ้าเธออยากไปไหนก็บอกฉันได้ เพราะเธอคงออกไปจากที่นี่คนเดียวไม่ได้แน่”
“ครับ”
ศาสตราจารย์ออสยิ้มให้กับเด็กน้อย ก่อนที่เขาจะหันกลับไปเขียนหนังสือต่อ
เมอร์ลินไม่รู้ว่าชายชรากำลังจะทำอะไร แต่เขาก็ไม่ได้เสียมารยาทไปรบกวน เขาจึงทำการเดินสำรวจบ้านหลังนี้
แน่นอนว่าที่นี่ดูเหมือนเป็บ้านคนรวยในสายตาของเขา แถมมันยังมีเฟอร์นิเจอร์หลายอย่างที่แปลกตา ซึ่งแต่ละชิ้นถูกผังด้วยผลึกหลากสี ซึ่งเขาไม่คิดที่จะแตะต้องมัน
เขาเดินสำรวจรอบๆ บ้านก็พบว่าที่นี่ไม่ได้มีห้องมากมายนัก แต่มันก็ยังใหญ่โตสำหรับเขาอยู่ดี
เมอร์ลินเดินไปที่ห้องนอนของเขาตามที่ชายชราบอก
มันเป็ห้องที่ไม่ได้กว้างมากนัก ภายในห้องมีหน้าต่างที่สามารถมองทิวทัศน์ด้านนอกได้
เด็กน้อยทำการเปิดหน้าต่างบานนั้น สายลมที่เย็นสดชื่นก็พัดปะทะกับใบหน้าของเขา
สายลมนี้ไม่ได้หนาวเหน็บเหมือนที่เขาคุ้นเคย แต่มันกลับเย็นสบายเสียอย่างนั้น
เมื่อเขามองทิวทัศน์นอกหน้าตา มันก็ทำให้ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้น
“ที่นี่มัน ...”
ภาพที่เขาเห็นก็คือทิวเขาที่มีหน้าผาสูงและทะเลหมอกที่สะท้อนกับแสงของดวงอาทิตย์ที่ดูสวยงาม
ปรากฏว่าบ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนริมผาของูเาสูง
แต่ภาพที่ทำให้เขาตกตะลึงมากที่สุดก็คือภาพของูเาและแผ่นดินลอยฟ้า
มันลอยอยู่เหนือหมู่เมฆ!
ซึ่งอาจเป็ไปได้ว่าสถานที่ที่เขาอยู่ในตอนนี้ก็อาจจะเป็ูเาลอยฟ้าด้วยเช่นกัน
“มันเป็ไปอย่างที่ชายชราพูดไว้จริงๆ ด้วย ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เราเคยอยู่”
ขณะที่เมอร์ลินเอ่ยออกมา ภายในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
มันปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาทั้งรู้สึกดีใจและเสียใจไปในเวลาเดียวกัน
“หากว่าที่นี่คือดินแดนเวทมนตร์จริงๆ ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่สามารถกลับไปหาอีริกได้แล้ว”
เขาเริ่มเกลียดตัวเองที่รู้สึกดีใจก่อนหน้านี้ เพราะมันเหมือนกับว่าเขากำลังดีใจในขณะที่อีริกกำลังจะตาย
แต่ถึงอย่างนั้นด้วยสถานการณ์ของเขาในตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี แม้ว่าจะ้าช่วยเหลืออีริกยังไงก็ตาม
เมอร์ลินมองดูภาพทิวทัศน์ข้างหน้าอย่างเงียบๆ ภายในหัวของเขากำลังคิดอะไรอยู่มากมาย
จนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่
เสียงของศาสตราจารย์ออสตินดังขึ้น เรียกสติของเมอร์ลินให้ตื่นขึ้นมา
“ไปทานข้าวได้แล้ว”
บนใบหน้าของชายชรายังคงเต็มไปด้วยความใจดี
ท่าทางของเขาทำให้เด็กน้อยรู้สึกเริ่มไว้วางใจขึ้นมา
เมอร์ลินมองชายชราแล้วเผยรอยยิ้มออกมา
ครั้งหนึ่งเขาเคยผ่านเหตุการณ์ความสูญเสียมาแล้ว ครั้งนี้เขาก็ต้องผ่านมันไปให้ได้เช่นกัน
วินาทีนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะเริ่มต้นใหม่ที่นี่ หากชายชรายินดีต้อนรับเขาจริงๆ เขาก็จะตอบรับความเมตตาของอีกฝ่าย
บรรยากาศในการทานอาหารมื้อนั้นดูผ่อนคลายกว่าก่อนหน้านี้เป็อย่างมาก
เมอร์ลินเริ่มเปิดใจให้กับชายชรา
พวกเขาพูดคุยกันในเื่ชีวิตความเป็อยู่ของเมอร์ลิน
เมอร์ลินให้คำตอบกับชายชรา และเสนอตัวที่จะทำงานบ้านให้กับเขา
แต่ศาสตราจารย์ออสตินกลับเอ่ยออกมาว่า “ไม่จำเป็ต้องทำเช่นนั้นหรอก เพราะการใช้เวทมนตร์ทำให้เื่พวกนี้ง่ายกว่าเยอะ”
ชายชราโบกมือออกไปครั้งหนึ่ง ผลึกที่ฝังอยู่ในไม้กวาดก็ส่องแสงแล้วมันก็เริ่มเคลื่อนไหวด้วยตนเอง ไม่เท่านั้นถุงมือที่ฝังผลึกสีเขียวก็ยังเปล่งแสงแล้วขยับไปจับจานชามมาล้างเอง
ทั้งหมดดูราวกับว่ามีคนล่องหนมาจับพวกมันมาทำงานบ้าน
“เวทมนตร์?” เมอร์ลินกล่าวอย่างอึ้งๆ
“เธอไม่ต้องทำอะไรหรอก และฉันก็สามารถสอนเวทมนตร์ให้กับเธอได้ ฉันแค่้ารู้เื่ราวของดินแดนที่เธออยู่เท่านั้น อีกทั้งฉันเองก็ยังอยากรู้เื่ที่เกิดขึ้นตอนที่เธออยู่ตรงสะพานที่ว่านั่นอีกด้วย” ศาสตราจารย์ออสตินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
จู่ๆ เด็กน้อยก็นิ่งไป แล้วมีน้ำตาไหลออกมา
“ขอบคุณ ...” เขาเอ่ยพึมพำอยู่ตรงนั้น
เมอร์ลินไม่คิดเลยว่าเขาจะโชคดีได้เจอกับคนๆ นี้ ทั้งๆ ที่เขาได้ผ่านเื่ราวเลวร้ายมาขนาดนั้น
แล้วศีรษะของเขาก็ััได้ถึงความอบอุ่นที่ทาบเข้ามา
“ไม่เป็ไรหรอก” ชายชรายิ้มและใช้มือของเขาขยี้ไปที่เส้นผมสีเงินนั้นเบาๆ