เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 114 ตระกูลเฉา

              เสียงนี้ดังไปทั่วบริเวณ เมื่อทหารเหล่านั้นมองไปยังต้นเสียงก็พบว่ามันมาจากเมิ่งฝานที่กำลังเหนื่อยหอบเพราะสวมชุดเกราะไว้บนร่างเจ้าของพลังที่ทำให้ร่างของนายทหารเมื่อครู่ลอยกระเด็นออกไป!

              เมื่อได้เห็นรูปร่างแปลกประหลาดของเมิ่งฝานสีหน้าของทหารรับจ้างเหล่านั้นก็เปลี่ยนไปก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “เจ้าคิดว่าตนเองเป็นใครถึงมาสั่งให้ข้าไสหัวไปเช่นนี้?แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกข้าเป็นใคร?”

              แม้ว่าเมิ่งฝานนั้นจะดูคล้ายว่าแปลกประหลาดแต่เมื่อทหารรับจ้างเหล่านี้ได้พบกับแกะตัวอ้วนงดงามที่เบื้องหน้าย่อมไม่คิดที่จะปล่อยนางไปเป็นแน่

              เมื่อสิ้นเสียงของอีกฝ่ายเมิ่งฝานก็กระตุกยิ้มอย่างราบเรียบจากนั้นร่างกายใต้ชุดเกราะขนาดใหญ่ก็ขยับโดยการยกแขนข้างหนึ่งขึ้นมา พลันเกิดพลังลมจากกำลังภายในแผ่ซ่านออกไป

              ตู้ม!

              มันพุ่งเข้าใส่ร่างของทหารรับจ้างผู้หนึ่งโดยตรงพลังลมจากกำลังภายในอันน่าสะพรึงนั้นส่งผลให้กระดูกของพลทหารรับจ้างผู้นั้นแตกละเอียดและกระอักเลือดออกมา

              เพียงชั่วพริบตาทหารรับจ้างทั้งหลายก็ยืนอยู่กับที่อย่างชะงักงันพลางมองเมิ่งฝานด้วยความตกตะลึงเมิ่งฝานยังไม่ทันได้เอ่ยอันใดคนพวกนั้นพลันวิ่งหนีเตลิดไปอย่างรวดเร็วในทันใดเพียงไม่กี่อึดใจก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

              เมื่อได้เห็นภาพเบื้องหน้าเมิ่งฝานก็หัวเราะเสียงเบานี่คือกฎของเหล่าทหารรับจ้างทั้งหลาย หากผู้ใดมีพลังแข็งแกร่งผู้นั้นเป็นผู้นำ สถานที่แห่งนี้กับเมืองไท่หยางไม่เหมือนกันเพราะสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเหล่าผู้ทรงอิทธิพลมากมาย ฉะนั้นแล้วการดำรงชีวิตบนทุ่งหญ้าแห่งนี้จึงเต็มไปกลิ่นคาวเลือด

              ดรุณีน้อยผู้นั้นมองเมิ่งฝานที่ทำให้ทหารรับจ้างเหล่านั้นหนีเตลิดก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกทว่าน้ำตาก็ยังคงหลั่งรินลงอาบแก้ม ส่วนเมิ่งฝานก็ส่ายหน้าแล้วครุ่นคิดขึ้นในใจว่าความจริงแล้วตนเองหาได้ทำไปเพื่อเงินจำนวนสิบเหรียญทองคำไม่เพียงต้องการหาเหตุผลเข้ามาช่วยดรุณีน้อยผู้นี้เท่านั้น เพราะสุดท้ายแล้วเขาก็ไม่อาจทำใจตนเองให้เย็นชากว่าน้ำแข็งได้

              เมิ่งฝานเดินเข้าไปหาดรุณีน้อยตรงหน้าก่อนจะเอาเสื้อคลุมสีดำออกมาจากแหวนคลังวัตถุแล้วคลุมไว้บนร่างของนางจากนั้นจึงเอ่ยเสียงเบา “เอาล่ะ สวมมันไว้แล้วรีบกลับบ้านเจ้าเถอะ!”

              เมื่อได้เห็นดังนั้นนางก็มองเมิ่งฝานด้วยสีหน้าประหลาดใจแล้วยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม เมิ่งฝานก็รู้สึกจนปัญญาในทันใด เพราะดรุณีน้อยที่อยู่เบื้องหน้านั้นดูคล้ายจะเป็นเพียงเด็กสาวผู้หนึ่งที่คงไม่เคยประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน

              หลังจากนั้นชั่วครู่นางจึงมองเมิ่งฝานแล้วเอ่ยขึ้นพร้อมกับร้องห่มร้องไห้“ข้ามีนามว่าเฉาจื่อ ขอบคุณท่านที่ช่วยชีวิตข้า แต่ข้ามีเงินให้ท่านเพียงสิบเหรียญทองคำเท่านั้นแม้มันจะน้อยไปเสียหน่อยแต่ข้าก็มีเพียงเท่านี้จริงๆ!”

              จากนั้นฝ่ามือสวยก็นำเงินจำนวนสิบเหรียญทองคำออกมานี่เป็นเงินจำนวนสุดท้ายที่มีอยู่ในถุงเงินของนางแล้ว นางมองเมิ่งฝานด้วยสีหน้าที่น่าเวทนายิ่ง

              เมิ่งฝานรับมาด้วยท่าทีที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกก่อนจะเอ่ยอย่างจนปัญญา “ไม่เป็นไร”

              ว่าแล้วเมิ่งฝานก็ลุกขึ้นเตรียมตัวที่จะจากไปทว่านัยน์ตาของเฉาจื่อกลับจ้องเมิ่งฝานอย่างไม่ละสายตา แววตาของนางเต็มไปด้วยความจริงจังดูคล้ายว่ากำลังจะอ้าปากเอ่ยอันใดออกไป แต่สุดท้ายก็เพียงเงียบไป

              เมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่ายเมิ่งฝานก็ย่นคิ้วแล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย“เจ้ายังมีเรื่องใดอีกหรือ?”

              “ใช่แล้วเจ้าค่ะ!”

              เฉาจื่อกัดเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนที่จะเงยหน้ากล่าวเสียงเบา“ท่าน...ไปส่งข้ากลับบ้านได้หรือไม่เจ้าคะข้าเป็นคนของตระกูลเฉาแห่งพื้นที่ราบจงยาง ตระกูลเฉานับว่าเป็นหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ของที่นี่ข้าเป็นบุตรสาวของประมุขตระกูลเฉาหงเฟย ครั้งนี้ข้าลักลอบออกมาจากบ้านโดยไม่ให้องครักษ์ติดตามและไม่มีเงินติดตัวมาด้วยและดูท่า...ข้าคงจะกลับบ้านไม่ได้แล้วด้วย ฮือ~”

              เมื่อเอ่ยเช่นนั้นน้ำตาของเฉาจื่อก็หลั่งรินลงมาอีกครั้งนางดูคล้ายว่าจะมีอายุเพียงสิบสี่สิบห้าปี และยามนี้นางก็กำลังหวาดกลัวอย่างที่สุดเลยก็ว่าได้

              ให้ตายเถอะ!

              เมิ่งฝานทำได้เพียงส่ายหน้าดูเหมือนว่าตนเองได้หาเรื่องใส่ตัวแล้วแต่มันก็จริงอย่างที่นางบอก พื้นที่ราบจงยางแห่งนี้มีทหารรับจ้างมากมายหากปล่อยให้นางเดินทางกลับเพียงลำพังก็คงจะกลายเป็นที่สนใจของคนพวกนั้นอย่างยิ่ง

              หลังจากที่เงียบงันไปชั่วครู่เมิ่งฝานจึงเอ่ยเสียงเรียบ“ถึงอย่างไรข้าก็ต้องเดินทางข้ามพื้นที่ราบนี้ไปอยู่แล้วเจ้าคอยติดตามข้าอยู่ด้านหลังก็แล้วกันแต่จำไว้ด้วยว่าข้าจะไม่ช่วยเหลือเจ้าอีกต่อไป!”

              “อื้ม!” เมื่อได้ยินในสิ่งที่เมิ่งฝานเอ่ยออกมาเฉาจื่อก็ยิ้มแล้วพยักหน้ารับในทันใด

              เห็นได้ชัดว่านางนั้นสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของเมิ่งฝานแล้วหากติดตามไปย่อมต้องปลอดภัยเป็นแน่ทางฝั่งของเมิ่งฝานก็ส่ายหน้าก่อนจะก้าวเดินต่อไปโดยไม่สนใจสิ่งใด

              เฉาจื่อจัดแจงเสื้อผ้าของตนเองแล้วตามอยู่ด้านหลังของเมิ่งฝานไปติดๆจากนั้นทั้งสองก็ก้าวเดินไปบนพื้นที่ราบจงยางแห่งนี้ไปเรื่อยๆ

              หากเมิ่งฝานเดินทางด้วยความเร็วปกติเฉาจื่อย่อมไม่อาจตามทันเป็นแน่แต่ยามนี้เขาสวมใส่ชุดเกราะอันหนักอึ้งเฉาจื่อจึงรู้สึกเหมือนว่ากำลังเดินเล่น เมื่อเมิ่งฝานหยุดพักนางก็คอยสนทนากับอีกฝ่ายเพื่อคลายเหงาด้วย

              แม้จะมีอายุราวสิบสี่สิบห้าปีแต่นางก็สดใส่ร่าเริงเป็นอย่างยิ่ง นางเอ่ยถึงวิถีชีวิตและน้ำใจของผู้คนบนพื้นที่ราบแห่งนี้ให้เมิ่งฝานฟังจนเมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่ชั่วยามทั้งสองก็สนิทสนมกันมากขึ้น มีอายุที่แตกต่างคนหนึ่งตื่นเต้นดีใจ อีกคนตื่นเต้นแต่เงียบงัน กลับกลายเป็นว่าเฉาจื่อพูดจาไม่หยุดพักส่วนเมิ่งฝานก็บำเพ็ญตนอย่างเงียบงัน

              “ท่านพี่เมิ่งฝานนี่มันคือสิ่งใดกันแน่เจ้าคะ!”

              เฉาจื่อมองชุดเกราะบนกายของเมิ่งฝานแล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มดวงตาขนาดใหญ่เปล่งประกาย ระหว่างที่เอ่ยถามก็ใช้นิ้วจิ้มลงไปบนเสื้อเกราะแล้วย่นคิ้วพูดขึ้น“มันหนักไม่น้อยเลยนะเจ้าคะหรือจะให้ข้าช่วยท่านพี่แบกมันดีเจ้าคะ!”

              เมื่อสิ้นเสียงนั้นเมิ่งฝานก็หัวเราะเสียงเบาพลางส่ายหน้าอย่างจนปัญญาเขามองครู่หนึ่งก็รู้ได้เลยว่าเฉาจื่อนั้นเป็นบุตรอันเป็นที่รักของทุกคนในตระกูลและคงพบเจอกับเรื่องที่เลวร้ายมาน้อยอย่างยิ่งแต่ก็นับว่าโชคดีไม่น้อยที่ได้มาพบกับตน ไม่อย่างนั้น...

              แล้วทั้งสองก็เดินทางบนพื้นที่ราบพร้อมกับการสนทนาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

              เมื่อเห็นผู้ที่แปลกประหลาดเช่นเมิ่งฝานก็ดูคล้ายว่าผู้คนโดยรอบจะค่อนข้างสงบเงียบไม่มีผู้ใดอยากหาเรื่องใส่ตัว รวมถึงเหล่าทหารรับจ้างผู้กระหายเลือดเหล่านั้นด้วยเมื่อเห็นว่ามีผู้ที่สวมเกราะขนาดใหญ่และหนักอึ้งเพียงนั้นแล้วยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้คนเหล่านั้นก็ล้วนแต่พากันหนีหายไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่ากระต่ายตื่นตูม

              ในที่สุดเมื่อถึงยามพลบค่ำ เมิ่งฝานและเฉาจื่อจึงเดินทางมาถึงเมืองแห่งหนึ่งแม้ว่าเทียบกับเมืองไท่หยางแล้วจะมีขนาดที่เล็กกว่าไม่น้อย แต่ก็ไม่นับว่าเป็นเมืองขนาดเล็กเสียทีเดียวทั้งยังมีการคุ้มกันที่แน่นหนาจนสามารถมองเห็นทหารลาดตระเวนได้แทบทุกหนแห่ง ภายในเมืองเต็มไปด้วยแสงไฟซึ่งบ่งบอกว่ามีคนอาศัยอยู่จำนวนไม่น้อย

              โดยสิ่งที่ทำให้เมิ่งฝานสนใจมากที่สุดก็คงจะไม่พ้นการสัญจรของผู้คนมากมายที่นี่เป็นเขตพรมแดนของสองอาณาจักรจึงมีขบวนสินค้าสัญจรไปมามากมาย ต่อให้เป็นยามพลบค่ำย่ำราตรีเช่นนี้ก็ยังมีจำนวนขบวนสินค้าที่มากมายยิ่งกว่าช่วงกลางวันเสียด้วยซ้ำ

              “พี่เมิ่งฝานเจ้าคะพวกเรามาถึงแล้ว ที่นี่คือเมืองที่ตระกูลเฉาของข้าอาศัยอยู่มีนามว่าเมืองเทียนหลัน เป็นเมืองที่ตระกูลข้าควบคุมดูแลทั้งหมด ทั้งท่านพ่อและพี่สาวข้าต่างก็อยู่ในนั้นทั้งสิ้น!”

              เฉาจื่อที่อยู่ข้างกายของเด็กหนุ่มว่าพลางกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจใบหน้างามนั้นแฝงไปด้วยรอยยิ้ม

              เมื่อได้ยินเช่นนั้นเมิ่งฝานก็พยักหน้ารับนับว่าได้สลัดปัญหาเล็กน้อยนี้ไปจากตัวได้แล้ว แต่ถึงอย่างไรเมิ่งฝานก็รู้สึกดีต่อดรุณีน้อยที่มีจิตใจดีผู้นี้ไม่น้อยเขาเดินตามเฉาจื่อเข้าไปในเมืองและคิดจะพักผ่อนสักคืน เพราะยามนี้ความมืดของยามราตรีได้คืบคลานไปทั่วบริเวณแล้ว

              ทว่าเฉาจื่อกลับลากเขาไปยังใจกลางของเมืองกระทั่งมายืนอยู่เบื้องหน้าสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง เมื่อทหารองครักษ์โดยรอบมองเห็นเฉาจื่อก็พากันตะโกนขึ้นมาเสียงดัง

              “เสียวเจี่ยกลับมาแล้ว!”

              เสียงของทหารองครักษ์ดังไปทั่วสิ่งปลูกสร้างที่มีตัวอักษรสีทองเขียนว่า ‘ตระกูลเฉา’ ตัวใหญ่ติดเอาไว้การที่สามารถตั้งตนอยู่ใจกลางเมืองได้เช่นนี้บ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ของตระกูลแล้ว ไม่นานทั้งสองจึงเดินเข้าไปในตระกูลโดยมีทหารองครักษ์หลายคนเดินอยู่โดยรอบ

              สิ่งปลูกสร้างโดยรอบนั้นนับว่าไม่เลวเมิ่งฝานลอบครุ่นคิดขึ้นในใจว่าตระกูลเฉาแห่งนี้คงจะมีประวัติที่ยาวนานไม่น้อยโดยรอบเต็มไปด้วยวัตถุที่แสดงถึงประวัติศาสตร์อันยาวนาน แล้วไม่นานเมิ่งฝานก็เดินตามเฉาจื่อมาจนถึงวิหารใหญ่

              พวกเขานั่งอยู่ภายในได้เพียงไม่นานก็มีคนผู้หนึ่งเดินออกมานางสวมชุดกระโปรงสีม่วง มีรูปร่างสูงโปร่ง เส้นผมสวยยาวประบ่ามีความงามที่ไม่ด้อยไปกว่าเฉาจื่อแต่มีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่า นับว่าเป็นสตรีที่งดงามเพียบพร้อมไม่น้อย

              ที่มากไปกว่านั้นคือเมิ่งฝานสัมผัสได้ถึงระลอกคลื่นแห่งพลังปราณที่สั่นสะท้านมีเพียงผู้ที่อยู่ในขั้นหลอมปราณระดับเซียนขึ้นไปเท่านั้นจึงจะทำให้เขารู้สึกเช่นนี้ได้

              ทว่านางนั้นหาได้มีจิตใจดีและร่าเริงเช่นเฉาจื่อไม่ใบหน้าของผู้มาใหม่บ่งบอกถึงความเย็นชา ซึ่งเป็นท่าทีที่แสดงถึงความทะนงตนของนางและเอ่ยเตือนผู้อื่นว่าไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยว

              นี่เป็นสิ่งที่เมิ่งฝานเคยได้พบเจอเมื่อยามอยู่กับมู่อวี่อินโดยตรีเช่นนี้ล้วนแต่เป็นผู้ที่มีศักยภาพและทะนงตนเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้เห็นเฉาจื่อที่อยู่ข้างกายของเมิ่งฝานบุคคลที่สามนั้นจึงเลิกคิ้วสูงก่อนจะย่างก้าวเข้ามาอย่างฉับพลันแล้วบิดใบหูของเฉาจื่อในทันใด

              “โอ้ย ท่านพี่มีคนนอกอยู่ด้วยนะเจ้าคะ!”

              เฉาจื่อทำปากจู๋ด้วยความเจ็บก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มคล้ายดั่งพยายามผูกมิตรเป็นความน่ารักราวกับกระต่ายตัวน้อยก็ไม่ปาน

              “หึ เจ้ารู้หรือไม่ว่าการที่เจ้าหนีออกจากบ้านมีผู้คนมากมายเพียงใดออกตามหามีผู้ใดต้องกังวล ท่านพ่อถึงกับนอนไม่หลับ เจ้ารู้หรือไม่ว่าผลจากการกระทำของตนเองนั้นมีผลเสียมากมายเพียงใด?”สตรีผู้นั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและดูคล้ายว่าจะไม่ยอมรามือง่ายๆ

              เฉาจื่อแลบลิ้นแล้วเอ่ยว่า “ข้ารู้ความผิดแล้วเจ้าค่ะ เพราะข้าเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของท่านพ่อจึงอยากจะออกไปหาวิธีรักษาที่ด้านนอกเพียงแต่ไม่ได้มันมาก็เท่านั้น!”

              “หึ ท่านพ่อถูกสัตว์อสูรทำร้ายหากไม่ใช่วัตถุศักดิ์สิทธิ์ชั้นสูงก็ไม่อาจรักษาได้ เจ้าจะทำอันใดได้แค่นี้ยังวุ่ยวายไม่พอหรือ!” สตรีผู้นั้นเอ่ยด้วยใบหน้าที่แสดงถึงความไม่สบอารมณ์นางปรายตามองเมิ่งฝานก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ข้าน้อยเฉาหลันแห่งตระกูลเฉาเมื่อครู่ที่เสียมารยาทไปต้องขออภัยด้วย ไม่ทราบว่าท่านคือ?”

              “ผู้นี้คือท่านพี่เมิ่งฝานที่ช่วยชีวิตข้าหากไม่ได้พี่เมิ่งฝานป่านนี้ข้าคงจะตกอยู่ในมือของทหารรับจ้างพวกนั้นแล้ว!”เมิ่งฝานยังไม่ทันได้เอ่ยอันใดเฉาจื่อที่อยู่ข้างกายเขาก็บอกไปเสียก่อน

              เมื่อได้ยินเช่นนั้นเฉาหลันก็ถลึงตามองเฉาจื่อก่อนจะประสานมือให้แก่เมิ่งฝานแล้วเอ่ยว่า “ขอบคุณท่านมาก ในเมื่อท่านช่วยเหลือน้องสาวของข้า...เพื่อเป็นการแสดงน้ำใจตอบแทนในสิ่งที่ท่านทำประเดี๋ยวข้าจะให้ท่านเข้าไปในคลังสมบัติของตระกูลเฉาเพื่อเลือกสรรศัสตราวุธหนึ่งชิ้น”

              เมื่อได้ยินเฉาหลันเอ่ยเช่นนั้นเมิ่งฝานก็หัวเราะเสียงเบาดูท่าอีกฝ่ายจะมีการเตรียมพร้อมต่อการปรากฏตัวของตนไม่น้อย จานั้นเมิ่งฝานจึงเอ่ยเสียงเรียบ“ไม่จำเป็น นี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น”

              เมื่อได้ยินเช่นนั้นเฉาหลันก็ย่นคิ้วก่อนจะเอ่ยด้วยความสงสัย “เหตุใดเล่า ท่านคิดว่ามันน้อยไปอย่างนั้นหรือ?หรือท่านคิดสิ่งอื่นใดนอกเหนือไปจากนี้?”

              ตระกูลเฉาเป็นตระกูลใหญ่ที่มีการค้าขายใหญ่โตมีธุรกิจการค้าทั่วเมืองเทียนหลันและมีผู้คนมากมายต้องการมัน เฉาหลันรู้ดีว่าเฉาจื่อมีจิตใจดีจึงกลัวว่านางจะถูกหลอกลวงและมีโอกาสเป็นไปได้สูงว่าบางทีทหารรับจ้างที่มาระรานเฉาจื่อนั้นอาจเป็นคนที่เมิ่งฝานจ้างวานมาก็เป็นได้

              เมื่อสิ้นเสียงนั้นนัยน์ตาของเมิ่งฝานก็วาวโรจน์หันไปมองเฉาหลันแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “คุณหนูเฉา ข้าเพียงแค่ถือโอกาสช่วยน้องสาวท่านเท่านั้นหาใช่ทุกคนที่จะคิดในสิ่งอื่นใดอย่างที่ท่านกำลังคิดอยู่ในตอนนี้อย่างน้อยก็ข้าคนหนึ่งอีกอย่างสิ่งของเหล่านั้นของท่านอาจไม่ได้อยู่ในสายตาข้าเลยแม้แต่น้อย!”

              “นี่ท่าน!”

              เฉาหลันกัดฟันแน่น นางนึกไม่ถึงว่าเมิ่งฝานจะมีท่าทีที่แข็งกระด้างเช่นนี้น้อยคนนักที่จะสนทนากับนางด้วยท่าทีที่หยิ่งทะนงตนเช่นนี้ หรือต้องบอกว่าผู้ที่พบเจอนางล้วนแต่มีท่าทีเคารพยำเกรงเลยก็ว่าได้จากนั้นเฉาจื่อที่อยู่ด้านข้างจึงรีบเอ่ยว่า “ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกเจ้าค่ะท่านพี่ท่านเข้าใจพี่เมิ่งฝานผิดแล้ว เป็นข้าต่างหากที่ร้องขอให้เขามาส่งที่นี่!”

              เมื่อได้ยินในสิ่งที่เฉาจื่อเอ่ยออกมาเฉาหลันก็มีสีหน้าที่ดีขึ้นเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจออกมาเสียงเบาแล้วเอ่ยว่า “ขออภัยด้วยช่วงนี้อารมณ์ของข้าค่อนข้างแปรปรวน ตระกูลเฉาของข้ามีเรื่องให้จัดการมากมายจริงๆ !”

              เมื่อเห็นสีหน้าของเฉาหลันที่มีความไม่สบอารมณ์ปรากฏเฉาจื่อจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “มีเรื่องใดหรือเจ้าคะหรือว่าคนพวกนั้นมาที่นี่แล้ว?”

              “ถูกต้อง!”

              เฉาหลันกัดฟันแน่นแล้วพยักหน้ารับจากนั้นเจ้าของนัยน์ตาที่หม่นหมองลงไปจึงเอ่ยเสียงเบา “ครานี้พวกนั้นมีวิธีการมากมายเพราะคิดที่จะฮุบเอาเมืองเทียนหลันไปให้จงได้ในบรรดาห้าตระกูลใหญ่ได้ตกไปอยู่ในมือของตระกูลเมิ่งแห่งเมืองซ่างจิงไปสามตระกูลแล้ววิธีการของพวกนั้น...มันช่างโหดร้ายเสียจริง!”

              เมื่อสิ้นเสียงนั้นเมิ่งฝานที่มีท่าทีเกียจคร้านกลับหยุดชะงักก่อนจะมีนัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยแสงแห่งความเยือกเย็น 

    คล้ายกับเรื่องเมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734