ด้วยความร่วมือร่วมของเจ้าหน้าที่และชาวเมืองทำให้ในช่วงเวลาก่อนเริ่มงานพิธีเปิดเมือง
พวกเขาทำการตกแต่งเมืองด้วยริบบิ้นจำนวนมากพร้อมทั้งโคมไฟหลากสีสันบนท้องถนน
ในช่วงนี้บรรยากาศภายในเมืองเต็มไปด้วยความคึกคัก ผู้คนออกมาเดินดูเมืองของตัวเองที่กำลังจัดเตรียมพื้นที่งานพิธีเปิดเมืองอยู่
สี่วันต่อมา
ประมาณแปดโมงเช้า เสียงพลุดังขึ้นทั่วเมืองรุ่งอรุณ
ชาวบ้านนับล้านออกมาจากบ้านเรือนและมุ่งหน้าไปยังลานกลางเมือง
ลานกลางเมืองตอนนี้ถูกย้ายไปยังเขตชั้นกลางแล้ว เนื่องจากประชากรที่มากขึ้นทำให้อะไรหลายๆอย่างต้องเปลื่ยนตามไปด้วย
ลานกลางเมืองมีขนาดใหญ่โตอย่างมาก ซึ่งมันสามารถจุคนได้มากกว่าห้าล้านคนอย่างไม่แออัดเลยทีเดียว
สาเหตุที่ทุกคนไปรวมตัวกันที่ลานกลางเมืองก็เพราะวันนี้คือวันพิเศษของเมือง หรือก็คือวันที่จัดงานพิธีเปิดเมืองรุ่งอรุณนั่นเอง
ตอนนี้ที่ลานกลางเมือง ผู้คนนับล้านก็นั่งเก้าอี้อย่างเป็นระเบียบเพราะทุกอย่างถูกจัดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
คนที่อยู่ใกล้ถ้าหากมองพิธีบนเวทีไม่เห็นรอบๆก็จะมีจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่และจะฉายภาพภายในพิธีอยู่ตลอดเวลา
ไม่ใช่แค่ลานกลางเท่านั้นที่มีจอมอนิเตอร์ แต่เป็นทั้วเมืองรุ่งอรุณเลยมากกว่าที่สามารถรับชมงานพิธีการได้
เวลาที่เริ่มพิธีการก็คือช่วงสิบโมง แต่สาเหตุที่คนออกมาก่อนก็เพราะพวกเขาต้อลการที่จะจองที่นั่งดีๆ
ไลท์และคนอื่นๆกำลังนั่งอยู่ที่บ้านของไลท์
ตอนนี้พวกเขากำลังอ่านรายละเอียดของพิธีการเปิดเมือง
ซึ่งพิธีการเปิดเมืองนั้นง่ายมาก เพียงแค่ให้เจ้าเมืองทักทายกับชาวเมืองและจะต้องมีตัวแทนจากสภาจอมเวทย์มอบตำแหน่งเจ้าเมืองให้กับเจ้าเมืองอย่างเป็นทางการ
อย่างที่รู้กันว่าสภาจอมเวทย์ถูกยกว่าเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่มีการสร้างเมืองใหม่หรือสร้างอาณาจักรใหม่ สภาจอมเวทย์จะเป็นผู้มอบตราเจ้าเมืองให้กับเมืองหรืออาณาจักรเหล่านั้นเพื่อเป็นการยืนยันว่าเมืองแห่งนี้ได้รับการยอมรับจากสภาจอมเวทย์
แน่นอนว่าก็ยังมีเมืองเถื่อนที่ไม่ได้ขึ้นตรงต่อสภาจอมเวทย์ แต่เมืองเหล่านั้นจะถูกนับว่าเป็นสถานที่ที่โหดร้ายเพราะจะมีการต่อสู้กันไม่ว่าจะเดินตามท้องถนนก็ตาม
หลังที่ได้รับตราประจำเมืองจากสภาจอมเวทย์แล้วเจ้าเมืองก็จะทำการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตำแหน่งต่างๆให้ชาวเมืองรับรู้
หลังจากนั้นก็เป็นงานแสดงโชว์อีกเล็กน้อยให้กับชาวเมืองรับชม
ซึ่งเอาจริงๆแล้วพิธีเปิดเมืองไม่ค่อยเป็นที่นิยมสักเท่าไหร่ เพราะเวลามีงานพิธีเปิดเมืองทีไรก็ไม่ค่อยมีชาวบ้านมานั่งดู เนื่องจากมันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขา
แต่กับเมืองรุ่งอรุณที่ตอนนี้ชาวเมืองมากกว่าสองล้านคนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างเป็นระเบียบ พวกเขานั้งเล่นและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
ซึ่งตลอดเวลาจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยอำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้านทุกๆคน และตลอดเวลาก็จะมีพ่อค้าแม่ค้าที่ขายขนมหรืออาหารแผงลอยตั้งร้านพื้นที่ที่จัดเตรียมเอาไว้
พริบตาเดียวก็ผ่านไปสองชั่วโมงในที่สุดก็ใกล้ถึงเวลาเริ่มงานพิธีการอย่างเป็นทางการ
ไม่นานบนเวทีก็มีสาวสวยสองคนและหนุ่มหล่ออีกหนึ่งเดินขึ้นมาบนเวที
พวกเขาทั้งสามก็คือพิธีกรที่จะรายงานให้กับทุกๆคนทราบว่าช่วงนี้กำลังทำอะไร
หลังจากที่พิธีกรแนะนำตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วก็มาถึงงานแสดงเปิดพิธีเปิดเมือง
ซึ่งการแสดงเปิดเมืองก็คือการแสดงร้องเพลงของมาการีน่า
ในฐานะแฟนคลับของสมาชิกเดธปาร์ตี้ ไลท์ได้ส่งคำเชิญให้กับมาการีน่าให้มาร่วมงานพิธีเปิดเมืองด้วย และถ้าหากมาการีน่ามาได้เขาก็จะจ้างเธอให้ขึ้นแสดงร้องเพลงทั้งช่วงเปิดงานและปิดงาน
นอกจากการแสดงของมาการีน่าแล้วก็ยังมีการแสดงอื่นๆอีกเล็กน้อยด้วยเหมือนกัน
ภาพทุกอย่างที่อยู่บนเวทีได้ถูกฉายไปทั่วทั้งเมือง
ชาวเมืองทุกคนก็เพลิดเพลินไปกับการแสดงเปิดงานพิธี
หลังจากที่ผ่านไปราวๆหนึ่งชั่วโมงแล้ว ต่อมาก็คือพิธีการหลัก
เนื่องจากเมืองแห่งนี้คือเมืองของไลท์ ที่ไลท์เป็นคนสร้าง พิธีกรจึงได้เล่าประวัติหรือวีรกรรมส่วนตัวของไลท์ให้กับทุกๆคนฟัง เมื่อพวกเขาฟังจบก็พากันอึ้ง ไม่มีใครคิดว่าประวัติของไลท์จะมีมากมายขนาดนี้
ไม่ว่าจะเป็นการช่วยกำจัดสัตว์เวทย์บุกเมืองที่เมืองทะเลสาบ
ช่วยเหลือเมืองหลายเมืองที่ถูกพวกองค์กรมืดบุกโจมตีและยังกำจัดองคก์มืดมากมายนับไม่ถ้วนรวมไปถึงสี่ในห้าองค์กรมรณะ
นอกจากนี้ยังช่วยเหลือเมืองต่างๆในการกวาดล้างดันเจี้ยนไม่ให้บุกเมือง
และสุดท้ายคือวีรกรรมและความสำเร็จใจช่วงสงคราม ซึ่งมีตั้งแต่สงครามระหว่างเอลฟ์และปีศาจ สงครามในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาก็ด้วย
แน่นอนว่าประวัติและวีรกรรมของไลท์ได้รับการยอมรับว่าเป็นความจริงทั้งหมด เพราะในช่วงที่เล่าประวัติและวีรกรรมอยู่นั้นก็ได้มีการเชิญตัวแทนของเมืองเหล่านั้นมาบอกเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นให้กับทุกๆคนได้รับฟัง
ทุกคนสามารถบอกได้เป็นเสียงเดียวกันเลยว่า ในช่วงหลายปีที่กลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ถือกำเนิด พวกเขาก็กลายเป็นกลุ่มนักผจญภัยที่แข็งแกร่งและโด่งดัง แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่เคยรู้ว่าพวกเขาได้ทำอะไรไว้บ้างเพราะถ้าหาไม่ใช่เหตุการณ์สำคัญ ก็แทบจะไม่มีบันทึกลงในหนังสือพิมพ์ หรือถ้ามีก็มีเพียงแค่ไม่กี่บรรทัดเท่านั้น
การเล่าประวัติของไลท์ใช้เวลาไปสองชั่วโมงกว่า
หลังจากนั้นก็การประกาศแต่งตั้งเจ้าเมืองคนแรกของเมืองรุ่งอรุณ ซึ่งคนที่จะมารับตำแหน่งนี้ก็คือเบเรียล
เกลกิรอสที่เป็นตัวแทนของสภาจอมเวทย์ก็เป็นคนมอบเหรียญตราเจ้าเมืองให้กับเบเรียล
เมื่อชาวเมืองได้รู้ว่าเกลกิรอสคือผู้บัญชาการสูงสุดของสภาจอมเวทย์ก็แสดงสีหน้าตื่นเต้น
เนื่องจากตัวตนระดับสูงไม่ค่อยจะออกมาสู่สาธารณชน ทำให้พวกเขาได้ยินเพียงแค่ชื่อหรือไม่ก็โปสเตอร์เท่านั้น นอกจากนี้พิธีเปิดเมืองอื่นๆดีที่สุดก็แค่ระดับผู้ตรวจการ แต่ไม่เคยมีเมืองไหนที่สามารถเชิญผู้พิทักษ์ไปเป็นคนมอบเหรียญตราให้กับเจ้าเมืองได้เลย และเมืองรุ่งอรุณก็คือเมืองแรกที่มีคนมอบเหรียญตราคือผู้บัญชาการสูงสุดของสภาจอมเวทย์
หลังจากนั้นก็เป็นพิธีการมอบตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเมือง
ซึ่งพิธีการนี้กินเวลาไปประมาณเกือบๆครึ่งชั่วโมง
เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เป็นงานแสดงพิธีปิด
ในขณะที่ทุกคนกำลังจะแยกย้ายกันกลับบ้าน ไลท์ก็มาปรากฏตัวบนเวที
เมื่อไลท์มาปรากฏตัวบนเวทีเขาก็กลายเป็นจุดสนใจของทุกๆคน
ไลท์ขอยืมไมโครโฟนขอวพิธีกรมา
“ สวัสดีตอนบ่ายนะทุกคน ตอนนี้พิธีเปิดเมืองก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันต้องขอขอบคุณทุกคนมากที่ไว้ใจและเชื่อใจที่ย้ายมาอาศัยอยู่ในเมืองแห่งนี้ ซึ่งฉันขอรับประกันเลยว่าเมืองแห่งนี้จะต้องกลายเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่และน่าอาศัยอยู่ที่สุด นอกจากนี้ในเมื่อวันนี้เป็นวันเปิดเมือง ฉันในฐานะหนึ่งในผู้ก่อตั้งเมืองรุ่งอรุณ ฉันขอประกาศตรงนี้เลยว่า ฉันจะมอบแต้มความดีให้กับทุกคนในเมืองคนละหนึ่งพันแต้มเพื่อเป็นของขวัญให้กับทุกๆคน ” ไลท์พูดขึ้น
เมื่อทุกคนได้ยินที่ไลท์พูด พวกเขาก็ส่งเสียงเฮดังลั่น
ทุกคนรู้ดีว่าแต้มความดีมีประโยชน์อย่างไรและการที่จะได้แต้มความดีสักหนึ่งร้อยแต้มนั้นยากมากๆ เพราะชาวบ้านบางคนต้องใช้เวลาอย่างครึ่งปีจนถึงหนึ่งปีในการเก็บแต้มความดีให้ถึงหนึ่งพันแต้ม
“ ตอนนี้พิธีเปิดงานก็เสร็จเรียบร้อยแล้วขอให้ทุกคนเดินทางกลับอย่างปลอดภัย ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับส่งไมโครโฟนให้กับพนักงาน
ไม่นานเสียงดนตรีก็ดังขึ้น ซึ่งมันเป็นเพลงของมาการีน่าและของนักร้องอีกหลายๆคน
ไม่นานชาวบ้านก็ค่อยๆทะยอยกลับบ้านของตัวเองด้วยความยินดีและตื่นเต้น โดยที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลความปลอดภัยอยู่ไม่ห่าง
เนื่องจากเมืองของไลท์นั้นเป็นเมืองที่ทุกคนรัก ทำให้หลังจากจบงานแล้วมีขยะอยูที่พื้นไม่มากแต่ก็นับว่าน้อยมากๆที่จะเห็นขยะอยู่บนพื้นสักชิ้นหนึ่ง
ตอนเย็นๆ
ภายในห้องโถงภายในตึกแห่งหนึ่ง
ซึ่งตอนนี้ไลท์และแขกรวมไปถึงตัวตนระดับสูงและมีอำนาจก็นำของขวัญมามอบให้กับไลท์เพื่อเป็นของขวัญในการเปิดเมืองรุ่งอรุณ
ซึ่งรายชื่อของแขกทั้งหมดได้ถูกจดบันทึกเอาไว้หมดแล้ว
หลังจากที่แขกทั้งหลายมอบของขวัญเสร็จแล้ว ไลท์ก็สั่งให้คนยกอาหารมาเสิร์ฟ
เมื่อกินอาหารกันเสร็จแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน
หลายวันผ่านไป แขกทั้งหลายก็ค่อยๆเดินทางกลับ
ไลท์นั่งเล่นอยู่ที่บ้านของตัวเอง ส่วนทางด้านเบเรียลก็เที่ยวเล่นกับยูเทียและคาริน ส่วนสมาชิกเดธปาร์ตี้ที่เหลือก็เที่ยวเล่นตามปกติ
ไลท์ที่กำลังคิดอยู่ว่าทำไมเฮลเฟลชและเมริซ่าถึงยังไม่กลับมาจากเผ่าของตัวเอง
หลังจากที่ไลท์คุยกับทั้งสองแล้ว ซึ่งทั้งสองก็กำลังอยู่ในช่วงที่กำลังเดินทางมาที่เมืองรุ่งอรุณ
ทางด้านของเมลิซ่า เนื่องจากสงครามขนาดใหญ่เพิ่งจบทำให้เผ่าเอลฟ์ต้องพูดคุยและปรึกษาหารือกันอย่างหนัก ในฐานะองค์หญิงของเผ่าเอลฟ์ เธอจึงต้องช่วยแม่ของเธอจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นภายในอาณาจักรเอลฟ์
ทางด้านของเฮลเฟลช เนื่องจากเฮลเฟลชได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับราชาปีศาจ ทำให้เธอต้องพักฟื้นสักระยะหนึ่ง หลังจากที่พักฟื้นนานกว่าสองเดือน เธอก็เดินทางกลับทันที
แต่น่าเสียดายที่ระยะทางจากเมืองมังกรไปมายังเมืองแสงจันทร์ต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆสี่ถึงห้าเดือน
หลังจากที่จบพิธีเปิดเมืองแล้ว ผู้คนภายในเมืองก็บางตาลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคึกคักอยู่เหมือนเดิม ถึงอย่างไรประชากรเมืองรุ่งอรุณก็มีมากถึงสิบล้านคนทำให้บนท้องถนนก็ยังเต็มไปด้วยผู้คนที่ออกมาซื้อของ
ที่สนามประลอง
เวลานี้ที่สนามประลองมีผู้คนจำนวนหนึ่งกำลังมองดูการต่อสู้ระหว่างเบเรียลและมาราน
ซึ่งพวกเขาส่วนมากจะเป็นหน่วยลับเทพยุทธ์ที่จะมาฝึกฝนที่นี้ประจำ แต่วันนี้สนามฝึกซ้อมของพวกเขาถูกยึดทำให้พวกเขายืนดูการต่อสู้ของตัวตนระดับสูงเพื่อทำการศึกษา แม้กระทั้งครูฝึกอย่างพวกแฮกก็ยังมายืนดูด้วยความสนใจ พวกเขาอยากเห็นฝีมือของสมาชิกเดธปาร์ตี้คนอื่นๆนอกจากท่านไลท์
ร่างหนึ่งเป็นแสงสีขาว อีกร่างหนึ่งเป็นแสงสีแดง ปะทะกันอย่างรวดเร็ว
ถ้าหากคนที่มีความแข็งแกร่งที่ต่ำกว่าระดับSก็จะมองเห็นเป็นเพียงเงาลางๆที่กระพริบๆแล้วก็หายไปอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากมารานต้องการแสดงฝีมือให้กับทุกๆคนเห็น ซึ่งเธอได้ขอประลองกับสมาชิกเดธปาร์ตี้ทุกๆคน ซึ่งคนแรกที่เธอขอประลองก็คือเบเรียล เนื่องจากพลังเวทย์ของทั้งสองนั้นอยู่ในธาตุตรงข้ามกันทำให้เธออยากที่จะลองว่าไฟของเธอหรือน้ำแข็งของเบเรียลจะเป็นผู้ชนะ
หลังจากที่ต่อสู้ไปได้สักสิบห้านาที ในที่สุดมารานก็เป็นฝ่ายขอยอมแพ้
แม้ว่ามารานจะเป็นฝ่ายขอยอมแพ้แต่เธอก็สามารถทำให้เบเรียลถึงกับได้รับบาดเจ็บสาหัสได้ เรียกได้ว่ากายาเพลิงเทวะนั้นแข็งแกร่งสมคำล่ำลือจริงๆ
เพลิงเทวะสีทองสามารถละลายน้ำแข็งของเบเรียลได้อย่างง่ายดายแม้ว่าเบเรียลจะทุ่มเทพลังทั้งหมดแล้วก็ตาม แต่สาเหตุที่มารานพ่ายแพ้ให้กับเบเรียลก็เพราะประสบการณ์ในการต่อสู้รวมไปถึงทักษะดาบที่เบเรียลเหนือกว่ามาก เนื่องจากมารานไม่ได้ฝึกฝนอาวุธมาก่อน เธอใช้แต่เพลิงเทวะของเธอในการเอาชนะคู่ต่อสู้มาโดยตลอด
‘ ดูเหมือนว่าฉันจะต้องฝึกฝนอาวุธอย่างจริงจังซะแล้ว กลับไปค่อยบอกให้สตีฟตีอาวุธให้ฉันชิ้นหนึ่งแล้วกัน ’ มารานครุ่นคิด
นอกจากนี้ถ้าหากมารานมีความแข็งแกร่งมากกว่านี้ทุกๆคนก็คิดว่าเธออาจจะเสมอหรือมีโอกาศชนะเบเรียลเลยด้วยซ้ำ เพราะเวทย์ไฟของเธอนั้นรุนแรงมากแม้แต่คนที่อยู่รอบๆก็ยังรู้สึกถึงความร้อนที่ส่งออกมาอย่างต่อเนื่อง
ตัวตนระดับSยังพอทนได้แต่พวกเขาก็ต้องถอยห่างจากสนามประลองไปไกลหลายสิบเมตร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตัวตนที่ต่ำกว่าตัวตนระดับSเลย พวกเขาต้องถอยไปไกลเกือบหนึ่งร้อยเมตร เพื่อไม่ให้ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ของสองคนนี้
เดซี่ทำการรักษาอาการบาดเจ็บของทั้งสองจนหายดี
“ เป็นไงมั้งมาราน? ” ไลท์ถามขึ้น
“ ฉันอยากฝึกฝนอาวุธ เธอคิดว่าฉันเหมาะกับอาวุธอะไรงั้นหรอ? ” มารานถามขึ้น ในฐานะปรมาจารย์ด้านอาวุธ เธอยกให้ไลท์เป็นหนึ่งคนที่มีความรู้กว้างขวาง เพราะเธอรู้มาว่าทักษะต่อสู้ด้านอาวุธของเดธปาร์ตี้ก็ได้มาจากไลท์ทั้งหมด เพราะฉะนั้นการถามไลท์จึงนับว่าเป็นเรื่องสมควร
ไลท์กุมคางพร้อมกับครุ่นคิดเล็กน้อย
“ จากที่ผมดู ผมคิดว่าคุณมารานเหมาะสมกับหอก เพราะเพลิงเทวะของคุณมารานสามารถผสานเข้ากับทักษะหอกได้อย่างยอดเยี่ยมและยังมีท่าโจมตีที่รุนแรง ”ไลท์พูดขึ้น
ทุกๆคนที่อยู่รอบๆพากันประหลาดใจ พวกเขาคิดว่ามารานจะเหมาะกับดาบมากกว่าหอก
“ หอกงั้นหรอ? ” มารานสงสัย
“ ใช่ครับ ” ไลท์พยักหน้าเบาๆก่อนที่จะหยิบหอกออกมาให้กับคุณมาราน
“ คุณมารานลองดูนะครับ ” ไลท์พูดขึ้นจากนั้นเขาก็เรียกไลก้ามาและให้ไลก้าสอนการจับหอกรวมไปถึงทักษะเบื้องต้นในการใช้หอกให้กับคุณมาราน
หลังจากผ่านไปราวๆสองชั่วโมง
มารานก็เริ่มใช้หอกได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ไม่ว่าจะเป็นท่าจับหอกที่มั่นคงและท่ายืนที่ดูทรงพลัง
( พรุ่งนี้ของดหนึ่งวันนะครับ เพราะนักเขียนติดธุระ ต้องขอโทษด้วยนะครับ )