ตอนที่31
เผชิญหน้าโฉมสะคราญ
เมื่อสี่คนร้ายจากไปแล้วผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อจ่านจือกับซื่อเหมี่ยนพร้อมทั้งอี้เซินทั้งหมดต่างกล่าวคำขอบคุณต่อเ้าผาแห่งสายลมเกาทิเหว่ยเมื่อทุกคนกล่าวแนะนำตัวทำความรู้จักกันทั่วถึงแล้วจึงพากันรีบลงมาดูผู้เฒ่ารักษากฎทั้งสองซึ่งในตอนนี้ผู้เฒ่าทั้งสองยังไม่ฟื้นคืนสติดังนั้นเ้าผาแห่งสายลมเกาทิเหว่ยใช้นิ้วจี้สำรวจตรวจจุดชีพจรของสองผู้เฒ่ารักษากฎทั้งสองผ่านไปครู่ใหญ่สองผู้เฒ่ารักษากฎทั้งสองเริ่มรู้สึกตัวและค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
เมื่อผู้เฒ่าโอ่วกับผู้เฒ่าลู่ลืมตาขึ้นเห็นเบื้องหน้ายืนอยู่ด้วยผู้เฒ่าลำดับดับเก้าทิกว่ออีกทั้งยังมีคนที่ผู้เฒ่าทั้งสองมิรู้จักอีกหลายคนนอกจากนั้นเมื่อมองออกไปเห็นบรรดาขอทานนั่งหมดสิ้นเรี่ยวแรงอยู่กับพื้น บุคคลอื่นผู้รักษากฎทั้งสองยังมิยินดีเท่ากับได้เห็นหน้าผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อทั้งสองส่งเสียงเรียกเบา ๆ พร้อมกับสอดส่ายสายตาไปมาสุดท้ายสายตาหยุดนิ่งบนที่ว่างกลางเวทีเมื่อมองมิเห็นผู้ใดผู้เฒ่าโอ่วจึงกล่าวถามขึ้นว่า
"พวกมันทั้งสามเล่า?"
ผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อจึงตอบกลับไปว่า
"พวกมันมิใช่มีเพียงสามคนแต่มีถึงสี่คน ตอนนี้พวกมันทั้งหมดจากไปไกลแล้วท่านผู้เฒ่าทั้งสองรู้สึกเป็เช่นไรบ้าง? ข้าพเ้าเองต้องขอโทษท่านทั้งสองรวมทั้งพี่น้องทั้งหลายหากมิใช่เพราะข้าพเ้าประมาทมิได้ระแวงสงสัยว่าภัยจะมาถึงตัวพวกท่านรวมถึงพี่น้องทุกคนคงมิต้องมาประสบชะตากรรมเช่นนี้หากมิได้จอมยุทธ์น้อยทั้งสามรวมทั้งท่านเ้าผากับศิษย์ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเห็นทีค่ำคืนนี้เหตุการณ์คงมิจบง่ายดายถึงเพียงนี้"
เมื่อผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อกล่าวจบ สองผู้เฒ่ารักษากฎต่างสำรวจมองมายังทุกคนที่ผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อกล่าวถึงสายตาสองผู้เฒ่ารักษากฎแสดงถึงความขอบคุณแก่บุคคลทั้งหมดแล้วผู้เฒ่าลู่จึงกล่าวขึ้นว่า
"ความจริงแล้วข้าพเ้าผู้เฒ่าลู่คงมิอาจมีชีวิตรอด หากมิใช่คนผู้ที่ลงมือต่อข้าพเ้ารั้งดึงพลังบางส่วนเปลี่ยนทิศทางไปนึกแล้วไม่เข้าใจเช่นกันเพราะเหตุใด? ตอนซัดฝ่ามือใส่ข้าพเ้าจู่ๆ คนผู้นั้นพลันดึงพลังเปลี่ยนทิศทางไปส่วนหนึ่งมิเช่นนั้นแล้วข้าพเ้ากับผู้เฒ่าโอ่วคงตายั้แ่ร่างยังไม่ตกถึงพื้นด้วยซ้ำ"
"ถูกต้อง ข้าพเ้าผู้เฒ่าโอ่วรู้สึกเช่นนั้นเหมือนกันคล้ายกับว่าในตอนแรกคนผู้นั้นคิดจะฆ่าเราให้ตายภายในฝ่ามือนั้นแต่แล้วกลับเปลี่ยนใจรั้งดึงพลังกลับไปส่วนหนึ่งเหมือนกับว่าคนผู้นั้นมิได้้าจะทำร้ายเราสองผู้เฒ่าให้ถึงตายหมายชีวิต"
ผู้เฒ่าโอ่วกล่าวสนับสนุนคำพูดของผู้เฒ่าลู่เมื่อผู้เฒ่าโอ่วกล่าวจบผู้เฒ่าลู่จึงกล่าวต่อทันทีว่า
"หากมิเช่นนั้นแล้ว คิดว่าป่านนี้กระดูกและอวัยวะภายในของเราทั้งสองคงถูกพลังฝ่ามือทำร้ายจนยากที่จะมีลมหายใจมาถึงตอนนี้ แล้วพี่น้องของเราดูเหมือนหมดสิ้นเรี่ยวแรงเกิดสิ่งใดขึ้นกับพี่น้องเ่าั้?"
จ่านจือเมื่อฟังวาจาของผู้เฒ่าทั้งสองกล่าวจบจึงได้กล่าวตอบผู้เฒ่ารักษากฎทั้งสองไปว่า
"พวกเขาทั้งหมดล้วนถูกพิษของผงหอมหวนสิบทิศ ตอนนี้ทุกคนหมดสิ้นเรี่ยวแรงสูญเสียวรยุทธ์ชั่วคราวภายในสิบสองชั่วยามหากมิได้ยาถอนพิษ ทุกคนที่ถูกพิษเ่าั้ล้วนต้องตาย"
พอจ่านจือกล่าวจบ ซื่อเหมี่ยนจึงกล่าวกับเขาว่า
"เซี่ยวจือ เ้าพอมีหนทางรักษาพวกเขาเ่าั้หรือไม่?"
"พี่สาวใหญ่ขอข้าพเ้าหาหนทางดูก่อนว่าพอจะช่วยเหลือได้หรือไม่? เท่าที่ข้าพเ้าเคยได้ยินมาผงหอมหวนสิบทิศเป็ยาพิษที่มีความพิเศษเฉพาะตัวการถอนพิษมิได้แน่นอนตายตัวหรือใช้ตัวยาทั่วไปได้ตามบันทึกที่ข้าพเ้าเคยอ่านผ่านตามา มีเพียงผู้ใช้พิษเท่านั่นจึงจะรู้วิธีถอนพิษชนิดนี้ได้ถูกต้องและตรงจุดหากใช้ยาหรือรักษาผิดวิธีนอกจากถอนพิษมิได้แล้วจะยิ่งทำให้พิษทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น"
เมื่อจ่านจือกล่าวจบอี้เซินจึงกล่าวถามขึ้นบ้างว่า
"หากเป็เช่นนั้นผู้ที่รู้วิธีถอนพิษคงมีแต่เหยาจิ้งเฟยผู้นั้น หรือว่าจะต้องให้เซี่ยวจือเดินทางไปรับยาถอนพิษจากเหยาจิ้งเฟยตามความ้าของมันแต่ทว่าทำไมคนผู้นั้นจึงเจาะจงเซี่ยวจือด้วยอีกทั้งยังกำชับว่าห้ามส่งผู้อื่นไปรับยาถอนพิษนอกจากเซี่ยวจือคิดแล้วเื่นี้น่าสงสัยพิกลมิทราบว่าเหยาจิ้งเฟยผู้นี้มีจุดประสงค์ใดกันแน่?"
จ่านจือครุ่นคิดในใจนึกถึงคำพูดของผู้เฒ่ารักษากฎทั้งสองหากเหยาจิ้งเฟยหรืออีกชื่อหนึ่งคืออาผิงผู้นั้นมิได้ยั้งมือและคิดจะทำร้ายผู้เฒ่าทั้งสองถึงแก่ชีวิตป่านนี้ผู้เฒ่าทั้งสองคงจบชีวิตั้แ่ตอนนั้นแล้วอีกประการหนึ่งฟังจากอาผิงผู้นั้นกล่าววาจาตอนอยู่บนเวทีว่าผู้ที่ลงมือต่อผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อคือมารนภาหม่าจิ้งเถากับมารธุลีต้าเอ่อคาจากประเด็นนี้ทำให้เขามีความรู้สึกว่าอาผิงผู้นี้แท้จริงมิได้อำมหิตโเี้เท่าใดนักที่สำคัญอาผิงผู้นี้ยังเคยช่วยเหลือชีวิตเขาเอาไว้ครั้งหนึ่ง
ตอนนี้ล่วงเลยเวลายามสาม(ประมาณเที่ยงคืน)มาครึ่งชั่วยามแล้วจ่านจือยังคงคิดวิธีรักษาพิษช่วยเหลือเหล่าขอทานมิได้ หากว่าเป็พิษชนิดอื่นๆคงไม่เกินความสามารถของเขาไปได้แต่ทว่าพิษของผงหอมหวนสิบทิศมีเพียงผู้ใช้พิษเท่านั้นจึงจะรู้วิธีการถอนพิษที่ได้ผล
บรรดาขอทานทั้งหลายในเวลานี้ต่างนั่งหมดสิ้นเรี่ยวแรงเคลื่อนไหวมิได้อยู่กับพื้นฝ่ายผู้เฒ่ารักษากฎทั้งสองตอนนี้สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้บ้างแล้วอาการาเ็ภายในที่เหลืออาจต้องใช้เวลารักษาอีกหลายวันแต่นับว่าเหยาจิ้งเฟยผู้นี้ยังมิได้อำมหิตมากมายเท่าใดนัก มิเช่นนั้นคงไม่ยั้งมือไว้ไมตรีกับผู้เฒ่าทั้งสองอย่างแน่นอน
คนทั้งหมดซึ่งมิได้รับพิษต่างปรึกษากันแล้วว่าหากหาหนทางรักษาไม่ได้จริง ๆ คงต้องยอมทำตามที่เหยาจิ้งเฟยผู้นั้น้าคือให้จ่านจือเดินทางไปศาลาชมจันทร์เพื่อขอยาถอนพิษกลับมารักษาบรรดาขอทานทั้งหลายเมื่อได้ข้อสรุปเช่นนั้นจ่านจือจึงกล่าวต่อทุกคนขึ้นว่า
"ข้าพเ้าไตร่ตรองดูแล้วเห็นว่าผู้ที่สามารถถอนพิษของผงหอมหวนสิบทิศได้คงมีแต่เหยาจิ้งเฟยผู้นั้นเพียงผู้เดียว ดังนั้นข้าพเ้าจะเดินทางไปศาลาชมจันทร์เพื่อขอรับยาถอนพิษส่วนทางนี้รบกวนพี่สาวทั้งสองคอยดูแลพวกเขาด้วยมีท่านเ้าผาแห่งสายลมเกาทิเหว่ยกับศิษย์ของท่านอยู่ด้วยคงมิมีผู้ใดกล้ามาก่อกวนเมื่อได้ยาถอนพิษแล้วข้าพเ้าจะรีบรุดกลับมาโดยทันที"
เ้าผาแห่งสายลมเกาทิเหว่ยจึงกล่าวกับจ่านจือว่า
"รบกวนเ้าแล้วหากมิใช่คนผู้นั้น้าให้เ้าเดินทางไปผู้เดียวข้าพเ้าคงให้ศิษย์ของข้าพเ้าเดินทางไปเป็เพื่อนเ้าแต่ข้าพเ้าคิดว่าเหยาจิ้งเฟยผู้นั้นคงมิกล้าตระบัดสัตย์ชีวิตของขอทานเหล่านี้ฝากไว้ที่เ้าแต่เพียงผู้เดียว"
เ้าผาแห่งสายลมเกาทิเหว่ยท่านทราบแต่แรกแล้วว่าจ่านจือเป็ศิษย์ของเ้าโอสถสายรุ้งเส้าเยี๊ยะเทียนซึ่งศิษย์อีกสองคนของท่านคือมู่เหอกับไป่ชิงได้เล่าเื่ราวเกี่ยวกับเขาให้ท่านฟังหมดสิ้นแล้วซึ่งท่านเองทราบดีว่าจ่านจือยัง้าปกปิดฐานะอันแท้จริงของเขาไว้ ดังนั้นท่านจึงมิได้แพร่งพรายเื่ราวของเขาออกไป
พอเ้าผาแห่งสายลมเกาทิเหว่ยกล่าวต่อจ่านจือจบผู้เฒ่าลำดับเก้าทิกว่อรีบกล่าวกับเขาต่อว่า
"บุญคุณของท่านในคราวนี้ข้าพเ้าผู้เฒ่าจะจดจำมิลืมเลือนแม้แต่ขอทานทั้งแผ่นดินคงติดค้างในน้ำใจของท่านครั้งนี้หากว่าวันหน้ามีสิ่งใดให้ผู้เฒ่าและเหล่าขอทานช่วยเหลือขอท่านรีบกล่าวอย่าได้เกรงใจ"
จ่านจือกล่าวตอบไปว่า
"ท่านผู้เฒ่ากล่าวหนักไปแล้วอย่าได้เกรงใจข้าพเ้ายินดียิ่งนักที่ได้ช่วยเหลือทุกท่านในค่ำคืนนี้อีกอย่างหนึ่งท่านาุโขอทานพเนจรหวงเกาฉือท่านเป็ผู้มีพระคุณใหญ่หลวงต่อข้าพเ้าได้ช่วยเหลือพวกท่านเหมือนเป็การตอบแทนท่านาุโขอทานพเนจรหวงเกาฉือด้วยเช่นกัน"
ซื่อเหมี่ยนจึงกล่าวกับจ่านจือว่า
"เซี่ยวจือ เ้ามิต้องกังวลไม่ต้องเป็ห่วงทางนี้ พี่ใหญ่กับพี่รองของเ้าจะคอยดูแลพวกเขาแทนเ้าเองเช่นนั้นก่อนออกเดินทางเ้านอนพักผ่อนสักงีบหนึ่งหลังจากนั้นค่อยออกเดินทางวันนี้เ้าเหน็ดเหนื่อยมามากแล้ว"
จ่านจือกล่าวตอบพี่สาวทั้งสองกลับไปว่า
"ไม่เป็ไรข้าพเ้าคิดว่าจะออกเดินทางตอนนี้เลย หากชักช้าเกิดผิดพลาดประการใดจะได้มีเวลาหาทางแก้ไขได้ทันเช่นนั้นข้าพเ้าจ่านจือขออำลาทุกท่านเมื่อได้ยาถอนพิษแล้วข้าพเ้าจะรีบรุดกลับมาในทันที"
กล่าวจบจ่านจือประสานมือต่อทุกท่านในที่นั้นแล้วเร่งเร้าพลังลมปราณทะยานร่างด้วยวิชาตัวเบา ซึ่งในตอนนี้รุดหน้าไปอีกหลายเท่าตัวด้วยความช่วยเหลือของท่านขอทานพเนจรหวงเกาฉือหากมิได้ท่านช่วยกรุยจุดชีพจรและเปลี่ยนเส้นทางเดินลมปราณให้อีกทั้งยังถ่ายพลังวัตรของท่านให้กับเขาป่านนี้วิชาตัวเบาและกำลังภายในคงไม่รุดหน้าน่ากลัวถึงเพียงนี้แม้แต่เ้าผาแห่งสายลมเกาทิเหว่ยยังอดชื่นชมต่อความสามารถของจ่านจือออกมามิได้
จ่านจือพุ่งร่างฝ่าความมืดสลัวทุกก้าวย่างรวดเร็วและแ่เบาไร้น้ำหนักแทบไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของตนเองเลยนับว่าได้ จุดหมายปลายทางคือศาลาชมจันทร์ทางทิศตะวันตกอีกร้อยลี้จ่านจือพุ่งร่างห่างดอยตะวันมาไกลโขเพียงใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามเมื่อผ่านระยะทางมาราวห้าสิบลี้ยังคงเหลือเวลาอีกสองชั่วยามกว่าจะถึงเวลาที่นัดหมายไว้กับเหยาจิ้งเฟย
จ่านจือจึงชะลอฝีเท้าลงรู้สึกว่ามิมีอาการเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อยนิดขณะที่กำลังจะหยุดฝีเท้าฉับพลันทันใดนั้น ริมโสตของจ่านจือได้ยินเสียงเคลื่อนไหวของกลุ่มคนจำนวนหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปราวร้อยวาทางทิศใต้นี่เป็ความก้าวหน้าอีกขั้นของการรับรู้ทางโสตััของเขาจ่านจือคิดว่ายังเหลือเวลาอีกสองชั่วยามดังนั้นจึงเกิดความสงสัยขึ้นว่าเป็ผู้ใดไฉนในเวลาค่ำคืนกลับเคลื่อนไหวอย่างรีบร้อน คล้ายกับว่ากำลังจะไปก่อเื่ราวต่ำช้าบางประการ
มิรอช้าจ่านจือรีบพุ่งร่างติดตามเสียงคนเ่าั้ไปอย่างรวดเร็วด้านหน้าเมื่อผ่านดงป่าทึบแล้วเป็สุสานร้างแห่งหนึ่งแม้ยังไม่เห็นร่างของผู้คนกลุ่มนั้นแต่เขาสามารถรับรู้ได้ว่าคนกลุ่มนั้นหยุดฝีเท้าลงหน้าสุสานร้างแห่งนั้น
จ่านจือมิรีรอชักช้าแฝงกายภายใต้ความมืดคืบคลานแ่เบาเข้าใกล้สถานที่แห่งนั้นอย่างรวดเร็วเมื่อใกล้บรรลุถึงสุสานร้างข้างหน้าเขาอ้อมร่างมาทางด้านหลังของสุสานร้างแห่งนั้นเมื่อมองผ่านรอยแตกของผนังศิลาเข้าไปภายใน แม้ไม่สว่างเท่าใดแต่ทว่าจ่านจือพอมองเห็นเงาร่างคนเคลื่อนไหววูบวาบไปมาอยู่ด้านใน
จ่านจือจึงเคลื่อนกายเข้าไปใกล้ ๆ จนแน่ใจว่าสามารถมองเห็นกลุ่มคนภายในได้ชัดเจนแต่ก่อนที่เขาจะได้เห็นว่าผู้ใดกันที่อยู่ด้านใน? ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าแ่เบาจนแทบไม่สามารถรับรู้ได้เคลื่อนร่างรวดเร็วดุจสายฟ้าพุ่งมาทางด้านที่เขาซ่อนกายอยู่จ่านจือจึงรีบปิดกั้นลมหายใจรอคอยว่าผู้ที่เร่งรุดมาเป็ผู้ใด
ไม่นานนักเพียงชั่วพริบตาเงาร่างสีขาวเจิดจ้าเคลื่อนย้ายวูบวาบดั่งิญญาภูตผีในยามค่ำคืนแล้วทิ้งร่างลงห่างจากจุดที่จ่านจือซ่อนกายอยู่ราวสิบวาดูจากท่าร่างวิชาตัวเบานับว่าบรรลุถึงระดับขั้นสูงสุดยอดแล้วเมื่อทิ้งร่างลงรีบเคลื่อนย้ายเข้ามาใกล้อีกราวห้าวา ในความมืดสลัวมองเห็นเพียงจุดแต้มสีขาวเคลื่อนย้ายคล้ายหมอกควันสีขาวกลุ่มหนึ่ง
ร่างนั้นเมื่อเคลื่อนย้ายเข้ามาแนบร่างสงบนิ่งมิเคลื่อนไหวร่างแนบชิดติดกับผนังสุสานร้างที่มีรอยแตกมุมหนึ่งคาดเดาจากพฤติกรรมคล้ายติดตามกลุ่มคนซึ่งอยู่ในสุสานร้างมาปานฉะนั้น จ่านจือยืนสงบนิ่งมิเคลื่อนไหวเช่นเดียวกันนับว่าโชคดีที่มีเสาศิลาขนาดใหญ่ต้นหนึ่งซึ่งพังทลายลงมาพอที่จะยึดเป็ที่กำบังอำพรางร่างเขามิให้คนผู้นั้นพบเห็น
ทันใดนั้นภายในสุสานร้างมีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นจ่านจือสงบจิตใจรวบรวมสมาธิเพ่งมองเข้าไปในรอยแตกของผนังสุสานร้างภายในสุสานมองเห็นเงาร่างผู้คนสี่คนแต่มองไม่เห็นใบหน้าคนทั้งสี่แยกย้ายยืนอยู่ภายในห้องโถงของสุสานร้างจากนั้นมีเสียงสนทนาดังเล็ดลอดผ่านรอยแยกออกมาว่า
"พั้วเนี้ย(ยายแก่ หมายถึงภรรยาตัวเอง) ยาพิษที่ท่านกำลังคิดค้นขึ้นมาใหม่ไม่ทราบว่าสำเร็จไปถึงขั้นไหนแล้ว?"
ผู้ที่กล่าววาจาออกมาฟังจากน้ำเสียงแหบพร่าคาดว่าน่าจะอยู่ในวัยชราภาพมากแล้ว
"ตาเฒ่า ฟังจากที่ท่านเอ่ยถามข้าพเ้าหลายครั้งคงเป็เพราะท่านกระหาย้าที่จะแก้พิษของข้าพเ้ากระมัง? เอาไว้ให้ล่วงเลยงานชุมนุมชาวยุทธ์ที่เส้าหลินไปก่อนเถิดข้าพเ้าจะพิสูจน์ให้ท่านเห็นว่ายาพิษที่ข้าพเ้าคิดค้นขึ้นมาใหม่พิษสงร้ายกาจเพียงใดท่านเองเตรียมตัวหาทางแก้พิษตัวใหม่ของข้าพเ้าเอาไว้ล่วงหน้าอย่าได้ชะล่าใจ"
ผู้ที่กล่าววาจาตอบเป็เสียงสตรีวัยชราเฉกเช่นเดียวกันฟังจากน้ำเสียงที่กล่าวตอบออกมาคล้ายกับทั้งสองกำลังประลองแข่งขันหรือพนันขันต่อกระไรกันสักอย่างหนึ่งต่อจากนั้นเป็เสียงหัวร่อของชายอีกผู้หนึ่งดังขึ้นพร้อมกับส่งเสียงกล่าวว่า
"ฮาฮา ตาเฒ่าเข็มวิเศษฝ่านอี้เฉิน ยายเฒ่าหมื่นพิษเนี๊ยะซิ้วดูท่านทั้งสองสิป่านนี้แล้วั้แ่หนุ่มสาวจนกระทั่งบัดนี้วัยของพวกท่านทั้งสองล่วงเลยจนใกล้จะปาเข้าเก้าสิบปีแล้วจนกระทั่งบัดนี้แล้วยังมิยอมแพ้หรืออ่อนข้อต่อกันอีกรึ? ข้าพเ้าเห็นท่านทั้งสองประลองแข่งขันกันมายาวนานเหลือเกินยายเฒ่าหมื่นพิษเนี๊ยะซิ้วท่านคิดค้นพิษ ตาเฒ่าเข็มวิเศษฝ่านอี้เฉินท่านหาทางแก้พิษมิทราบว่าท่านทั้งสองไม่รู้สึกเบื่อหน่ายบ้างหรืออย่างไร?"
จากนั้นเป็เสียงของชายอีกผู้หนึ่งกล่าวดังขึ้นว่า
"หัตถ์ะหลี่ปู้เหว่ยมิใช่ท่านเองดอกรึ? เป็ผู้ริเริ่มตั้งรางวัลขันต่อให้ตาเฒ่ากับยายเฒ่าทั้งสองแข่งขันกันไม่ว่าฝ่ายใดเป็ฝ่ายชนะท่านเองจะเชื้อเชิญเหล่ามารทั้งหลายมาร่วมดื่มสุราเป็เวลาเจ็ดวันเจ็ดคืนแต่น่าเสียดายจนป่านนี้แล้วยังหาผู้ชนะมิได้สักทีเห็นทีในชีวิตนี้กระเพาะอาหารของข้าพเ้าคงมิมีวาสนาที่จะได้รองรับน้ำสุราจากสำนักท่านกระมัง?" จากนั้นเสียงชายผู้ซึ่งถูกเรียกหาว่าหัตถ์ะหลี่ปู้เหว่ยกล่าววาจาตอบว่า
"ข้าพเ้าฉายาหัตถ์ะนามหลี่ปู้เหว่ยเป็ถึงเ้าสำนักฝ่ามือโลหิตกล่าววาจาออกมาย่อมจำได้มิลืมเลือนท่านเองสนับสนุนให้ตาเฒ่ากับยายเฒ่าทั้งสองประลองกันมิใช่หรอกรึ?"
"ถูกต้องที่ท่านกล่าวมานับว่ามิผิดข้าพเ้าฉายาอินทรีกลางฟ้านามหว่าเกาเฉิง เป็ถึงเ้าสำนักอินทรีขาวเช่นกันเมื่อกล่าววาจาสนับสนุนย่อมจดจำได้ไม่ลืมเลือน บัดนี้วัยของเราทั้งสี่ใกล้ครบร้อยปีไปทุกขณะยังมิอาจหาผู้ชนะได้หากเป็เช่นนี้ต่อไปคิดว่าสุราของท่านคงเน่าบูดเป็แน่แท้"
จากนั้นสตรีชราน้ำเสียงแหบพร่ากล่าวขึ้นต่อว่า
"ท่านทั้งสองล้างท้องเพาะเลี้ยงพยาธิในลำไส้ล่วงหน้าไว้รอคอยเถิดหากครั้งนี้ตาเฒ่าเข็มวิเศษยังสามารถแก้พิษของข้าพเ้ายายเฒ่าหมื่นพิษได้อีกข้าพเ้าจะขอยอมแพ้ด้วยตัวของข้าพเ้าเอง อีกเื่หนึ่งนี่ใกล้วันชุมนุมชาวยุทธ์เข้ามาทุกขณะข้าพเ้ากับตาเฒ่าคงเอาเวลาที่เหลือทุ่มเทให้กับงานสำคัญก่อนท่านทั้งสองเองมิทราบว่ามีข่าวใดคืบหน้ามาบ้างหรือไม่?"
ผู้กล่าววาจาคือยายเฒ่าหมื่นพิษเนี๊ยะซิ้วส่วนอีกผู้หนึ่งคือตาเฒ่าเข็มวิเศษนามฝ่านอี้เฉินคนทั้งสองเป็เ้าสำนักอสรพิษดำและเป็สามีภรรยากันั้แ่วัยหนุ่มสาวคนทั้งสองต่างประลองแข่งขันพิษกันมาโดยตลอด
ยายเฒ่าหมื่นพิษเนี๊ยะซิ้วนางชำนาญในการแพร่พิษส่วนตาเฒ่าเข็มวิเศษฝ่านอี้เฉินมีความชำนาญในการถอนพิษแม้จะเป็สามีภรรยากันแต่ทั้งสองมิมีผู้ใดยอมแพ้ให้แก่กันด้านพลังฝีมือในอดีตสำนักอรพิษดำถือว่าสร้างความหวาดหวั่นพรั่นพรึงให้กับยุทธภพมาช้านาน
นอกจากนี้ยังมีอีกสองสำนักนั่นคือ สำนักฝ่ามือโลหิตเ้าสำนักฉายาหัตถ์ะนามหลี่ปู้เหว่ยกับสำนักอินทรีขาวเ้าสำนักฉายาอินทรีกลางฟ้านามหว่าเกาเฉิงเ้าสำนักทั้งสองมีความสนิทสนมกับเ้าสำนักอสรพิษดำทั้งสองและร่วมมือกันก่อกวนเื่ราวในบู๊ลิ้มด้วยกันมาตลอดมิเคยทอดทิ้งกัน
หลังจากสามสำนักมารหายเงียบไปเป็เวลาสิบห้าปีกว่าที่ผ่านมาบัดนี้รวมแล้วยี่สิบปีเมื่อใกล้วันชุมนุมชาวยุทธ์ที่เส้าหลินใกล้มาถึงเหลือเวลาอีกเพียงสิบวันจะถึงวันชุมนุมที่จะจัดขึ้นแล้วค่ำคืนนี้สามสำนักมารในอดีตปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งคิดว่าครานี้เหล่ามารอธรรมทั้งหลายคงกลับมารวมตัวกันก่อความวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง
เมื่อยายเฒ่าหมื่นพิษเนี๊ยะซิ้วกล่าวจบเ้าสำนักอินทรีขาวอินทรีกลางฟ้าหว่าเกาเฉิง จึงกล่าวตอบกลับออกมาว่า
"ตอนนี้มิมีสิ่งใดคืบหน้าคนของข้าพเ้าที่ออกไปสืบข่าวต่างส่งข่าวกลับมาเหมือนเช่นที่คนของท่านทั้งสามได้ข่าวมาเช่นกันสามสำนักที่น่าจับตามองที่คาดว่าจะเป็แนวร่วมของฝ่ายเรานั่นคือหนึ่งสำนักมาร์ สองอารามอเทวตาและอีกสำนักหนึ่งจนกระทั่งบัดนี้เราท่านยังมิทราบชื่อว่าเป็สำนักใด?"
จากนั้นเ้าสำนักฝ่ามือโลหิตหัตถ์ะหลี่ปู้เหว่ย กล่าววาจาต่อทันทีว่า
"ถูกต้องสำนักมาร์ผู้เป็เ้าสำนักมีฉายานางมารเยือกเย็นนามเหยาเยี่ยะเหยียนข้าพเ้าเองได้เดินทางไปพบกับนางเมื่อสามเดือนก่อนเมื่อพบหน้าคาดคิดไม่ถึงว่าแท้จริงแล้วนางคืออัคคี์เหยาเยี๊ยะเหยียนศิษย์คนที่ห้าของสำนักตำหนักหมื่นเทพในอดีตนั่นเอง"
จากนั้นตาเฒ่าเข็มวิเศษฝ่านอี้เฉิน กล่าวขึ้นบ้างว่า
"ส่วนอารามอเทวตาเราท่านย่อมทราบว่าเ้าสำนักเป็ผู้ใด? แต่ที่ผ่านมานางเก็บตัวไม่เคยออกมาปรากฏกายในยุทธจักรมาก่อน"
พอตาเฒ่าเข้มวิเศษฝ่านอี้เฉินกล่าวจบยายเฒ่าหมื่นพิษเนี๊ยะซิ้วกล่าวแย้งว่า
"แต่ข้าพเ้ายายเฒ่าได้ข่าวมาว่านางชีเทวราชชิ้วโส่วนางเคยออกมานอกอารามพร้อมกับแม่ชีอีกนางหนึ่งเมื่อราวห้าปีก่อนตอนนั้นนางลงมือทำร้ายคนผู้หนึ่งโดยมิทราบสาเหตุ ต่อมายังไปปรากฏตัวแถวกังหนำข่าวคราวล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่แล้วยังปรากฏตัวขึ้นละแวกหมู่บ้านเย้ยอรุณเชิงเขาอีกด้วย"
"ถูกต้อง ข้าพเ้าเองได้ข่าวเช่นนี้มาเหมือนกัน" อินทรีกลางฟ้าหว่าเกาเฉิงกล่าวเสริมขึ้น
"ส่วนอีกหนึ่งสำนักที่เหลือกระทั่งบัดนี้เราท่านยังมิมีผู้ใดทราบชัดว่าเป็สำนักใดกันแน่? ที่ผ่านมามีเพียงมารน้อยนามขลุ่ยเงินคร่าิญญาเยิ่นหว่อถิงปรากฏตัวเพียงไม่กี่ครั้งส่วนสถานที่ตั้งกับชื่อเสียงสำนักมารน้อยผู้นี้กลับมิยอมเปิดเผยเมื่อสองวันก่อนได้ข่าวมาว่ามารน้อยผู้นี้บุกไปยังพรรคไผ่หลิวพร้อมกับสยบเ้าสำนักฝ่ายธัมมะเสียราบคาบรวมถึงสามสำนักหากมิใช่ขอทานพเนจรหวงเกาฉือเดินทางไปช่วยเหลือเอาไว้เสียก่อนเห็นทีสามสำนักฝ่ายธัมมะคงถูกลบชื่อไปจากยุทธภพแล้ว"
ผู้ที่กล่าววาจาคือยายเฒ่าหมื่นพิษเนี๊ยะซิ้ว พอนางกล่าวจบตาเฒ่าเข็มวิเศษฝ่านอี้เฉินจึงกล่าวต่อทันทีว่า
"เท่าที่ทราบมามารน้อยผู้นี้มีฝีมือกล้าแข็งนักนอกจากนั้นมันยังมีบทเพลงอสูรกล่อมิญญาอันน่าสะพรึงกลัวมิฉะนั้นคงมิคร่าชีวิตคนของพรรคไผ่หลิวไปถึงหนึ่งร้อยสิบชีวิตขนาดมารน้อยอายุเยาว์เช่นมันยังมีฝีมือร้ายกาจน่ากลัวลงมืออำมหิตโเี้ไร้ปรานีถึงเพียงนี้แล้วผู้ที่เป็เ้าสำนักและอาจารย์ของมันจะร้ายกาจถึงเพียงใด แต่ถึงเช่นไรขึ้นชื่อว่าสำนักมารย่อมเป็ฝ่ายเดียวกับพวกเรายิ่งคนมากยิ่งมีโอกาสยุทธภพมากขึ้นเท่านั้นคงอีกไม่ช้าเราท่านคงจะได้ทราบความเป็มาของสำนักมารแห่งนี้อย่างแน่นอน"
จ่านจือพอได้ยินคนเ่าั้ในสุสานร้างกล่าวถึงพรรคไผ่หลิวขึ้นมาถึงกับสะท้านขึ้นมาคราหนึ่งจนลืมปิดกลั้นลมหายใจไปชั่วขณะเื่ราวทั้งหมดที่คนทั้งสี่สนทนากันได้ยินทุกคำพูดขณะที่กำลังใช้ความคิดว่าจะกระทำเช่นไรต่อไป พลันข้างกายรับรู้ได้ถึงพลังสายหนึ่งถาโถมเข้ามาโดยไร้เสียงพลังเส้นสายนั้นโหมกระหน่ำคล้ายดั่งห้วงมหรรณพอันบ้าคลั่งจ่านจือรู้สึกหนาวเหน็บจนสยิวกายนับว่าเป็พลังอันร้ายกาจน่ากลัวถึงที่สุดมิรอช้าเตรียมเร่งเร้าพลังลมปราณขึ้นป้องกันตัวขณะกำลังจะเกร็งพลังลมปราณผ่านท้องน้อยจู่ ๆ พลังสายนั้นพลันสลายหายวับไปในพริบตา
จากนั้นริมโสตได้ยินน้ำเสียง ซึ่งถ่ายทอดผ่านลมปราณดังมากระทบว่า
"เ้าหนุ่ม ท่านอย่าได้เคลื่อนไหวใด ๆ ทั้งสิ้นมิเช่นนั้นข้าพเ้าจะปลิดชีวิตท่านด้วยฝ่ามือเดียวโดยที่ท่านยังมิทันได้ตั้งตัวตอนนี้จงยืนอยู่กับที่โดยสงบตั้งใจฟังว่าคนด้านในสนทนากระไรกัน? ข้าพเ้าขอเตือนย้ำอีกครั้งว่าอย่าได้คิดหลบหนีหรือกระทำการใด ให้ผู้คนด้านในรู้ตัวเป็เด็ดขาดมิเช่นนั้นแล้วอย่าได้กล่าวหาว่าข้าพเ้าาุโรังแกเด็กเป็เด็ดขาด"
พอเสียงที่ถ่ายทอดผ่านลมปราณด้วยวิชาถ่ายทอดคลื่นเสียงไกลหมื่นลี้กล่าวจบจ่านจือคิดจะถ่ายทอดคลื่นเสียงโต้ตอบกลับไป แต่แล้วกลับคิดได้ว่ายังไม่ทราบชัดว่าผู้กล่าววาจาเป็ผู้ใดเป็มิตรหรือศัตรูยังไม่อาจคาดเดาแน่ชัดฟังจากน้ำเสียงเป็สตรีนางหนึ่งแต่ที่น่าตื่นตระหนกคนผู้นี้ทราบได้เช่นไร ว่าเขาซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของเสาศิลาทั้งที่เขาปิดกลั้นลมหายใจซุกซ่อนพลังลมปราณมิดชิดแ่ามิหนำซ้ำยังมีเสาศิลาขนาดใหญ่บดบังกายอีกด้วยแถมน้ำเสียงเมื่อครู่ยังสามารถแยกแยะถูกต้องแม่นยำว่าเขาคือเด็กหนุ่มวัยเยาว์
หยกเหินลม/ชลชโลทร