จิตกรซ่อนสวาท ภาพวาดลับนางแบบจำเป็น

    ตอนที่ 38: ภาพลวงแห่งอบอุ่นและหยาดน้ำตาแห่งคำลวง

    แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านบานหน้าต่างฉลุลายของหอศิลป์สกุลหลี่ กระทบลงบนใบหน้าคมสันของ หลี่เหว่ย ที่บัดนี้ดูมีสง่าราศีขึ้นตามตำแหน่งหน้าที่การงาน ตลอดสามวันที่เขาได้หยุดพักจากการตรากตรำงานราชการที่หัวเมือง หลี่เหว่ยเลือกที่จะใช้เวลาทุกวินาทีอยู่เคียงข้าง หลินฮวา ภรรยาตัวน้อยที่เขาแสนรักและเป็นห่วง เขาสวมชุดลำลองเนื้อดีเดินสำรวจไปทั่วร้านภาพวาด คอยช่วยหยิบจับม้วนภาพหรือจัดวางเครื่องเรือนให้เข้าที่เข้าทางด้วยความเต็มใจ

     

    ในสายตาของสามีผู้ซื่อตรงอย่างหลี่เหว่ย เขามองเห็นเพียงภาพลักษณ์ของภรรยาที่แสนขยันและตั้งใจทำงาน เขาเฝ้าสังเกตการณ์ทำงานของนางหลังเคาน์เตอร์ไม้พะยูงสูงตระหง่านนั้นด้วยความชื่นชม หลินฮวาในยามนี้ดูคล่องแคล่วและมีอำนาจในการตัดสินใจ นางสามารถเจรจากับเหล่าบัณฑิตเจ้าระเบียบได้อย่างนุ่มนวล และจัดการบัญชีรายรับรายจ่ายได้อย่างไร้ที่ติ หลี่เหว่ยรู้สึกภาคภูมิใจจนอกผายไหล่ผึ่งที่ภรรยาของเขาไม่ได้เป็นเพียงสตรีในห้องหอ แต่เป็นถึง "ผู้จัดการร้าน" ที่ทรงอิทธิพลในย่านการค้าแห่งนี้

     

    เขาแอบมอง ท่านลุงหมิง ที่เดินไปมาอยู่หลังร้าน คอยช่วยหลินฮวาต้อนรับแขกเหรื่อด้วยรอยยิ้มละไมและกิริยาที่ดูน่านับถือ หลี่เหว่ยรู้สึกขอบคุณโชคชะตาที่ส่งจิตรกรเอกผู้มีเมตตามาเป็นที่ปรึกษาให้นาง เขาเห็นลุงหมิงคอยกระซิบแนะนำหลินฮวาเรื่องการดูน้ำหนักของเส้นพู่กัน ซึ่งนางก็พยักหน้ารับด้วยความตั้งใจยิ่ง "ท่านลุงหมิงช่างเมตตาฮวาเอ๋อร์นัก ข้าติดค้างน้ำใจท่านจริงๆ" หลี่เหว่ยคิดในใจโดยหารู้ไม่ว่า คำแนะนำที่ลุงหมิงกระซิบข้างหูนางนั้น บางครั้งกลับเป็นเรื่องท่วงท่าอันน่าอัปยศที่นางต้องทำเป็นแบบในคืนถัดไป

     

    นอกจากนี้ ลุงหลี่ ก็ยังคงแวะเวียนมาที่ร้านเป็นประจำทุกวัน ในฐานะหุ้นส่วนใหญ่และญาติผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ หลี่เหว่ยเห็นลุงหลี่เดินเข้าไปคุยกับหลินฮวาหลังเคาน์เตอร์บ่อยครั้ง บางช่วงเวลาเขาแอบเห็นภรรยาตัวน้อยของเขาหน้าแดงก่ำจนถึงใบหู นางก้มหน้าหลบสายตาอาเฒ่าพลางบิดชายผ้าเช็ดหน้าไปมา หลี่เหว่ยที่ยืนมองอยู่ไกลๆ กลับยิ้มกริ่มด้วยความเอ็นดู เขาคิดไปเองตามประสาคนซื่อว่าลุงหลี่คงกำลังเย้าแหย่เรื่องที่เขากลับมาปรนนิบัตินางในคืนที่ผ่านมา หรือไม่ก็คงชมเชยความงามของนางที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นจนผิดหูผิดตา

     

    สิ่งที่หลี่เหว่ยไม่รู้คือ เบื้องหลังเคาน์เตอร์ไม้พะยูงสูงนั้น กำลังเกิดเกมแห่งการล่อลวงที่อันตรายและเร้าอารมณ์อย่างยิ่ง ลุงหลี่ใช้ประโยชน์จากความสูงของเคาน์เตอร์ที่บังสายตาของหลี่เหว่ยได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาเอนกายเข้าไปใกล้หลินฮวาจนลมหายใจอุ่นของเขาแตะต้องใบหูนาง

     

    "หลินฮวาเอ๋อร์... เจ้าดูมีน้ำมีนวลขึ้นทุกวันเลยนะ" ลุงหลี่กระซิบเสียงต่ำข้างหูนาง ขณะที่มือหนาของเขาแอบเลื่อนไปตามแนวเอวเล็กของนางใต้เคาน์เตอร์ "คงเป็นเพราะได้รับการ 'บำรุง' ที่ดีจากพวกข้าสินะ"

     

    หลินฮวาสะดุ้งเล็กน้อย แต่ไม่กล้าขยับตัวออกห่างเพราะกลัวสามีจะสังเกตเห็น นางพยายามทำหน้าเป็นธรรมดาขณะที่รู้สึกถึงมือของลุงหลี่ที่เริ่มลูบไล้ไปตามสะโพกของนางอย่างช้าๆ "ท่าน... ท่านลุง... สามีข้าอยู่ตรงนั้น..." นางกระซิบเสียงสั่นเครือ

     

    "ข้ารู้สิ" ลุงหลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ "แต่นั่นแหละที่ทำให้มันน่าตื่นเต้น ดูสิ... เขายืนอยู่ห่างแค่ไม่กี่ก้าว แต่ไม่รู้เลยว่าข้ากำลังสัมผัสภรรยาของเขา"

     

    มือของลุงหลี่เริ่มกล้าขึ้น เขาใช้นิ้วเขี่ยไปตามขอบกระโปรงของหลินฮวา แล้วค่อยๆ เลื่อนเข้าไปใต้ผ้า สัมผัสผิวเนื้อนวลลออที่อุ่นจัด หลินฮวาต้องกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครางที่อยากจะหลุดออกมา ความรู้สึกเสี่ยงที่สามีอาจจะมาเห็นเข้าทำให้ความตื่นเต้นเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

     

    "เจ้าเปียกแล้วนี่" ลุงหลี่กระซิบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ เมื่อนิ้วของเขาสัมผัsถึงความชุ่มชื้นระหว่างขาของนาง "เพียงแค่คิดว่าสามีอาจจะมาเจอ เจ้าก็ตื่นเต้นขนาดนี้แล้ว"

     

    หลินฮวาหน้าแดงก่ำ นางพยายามทำท่าจัดการเอกสารบนเคาน์เตอร์เพื่อปกปิดความผิดปกติ แต่มือของนางสั่นเทาเมื่อรู้สึกถึงนิ้วของลุงหลี่ที่เริ่มเขี่ยไปตามร่องแคบที่อ่อนไหว "อ๊า... ท่านลุง... อย่า... เขาจะเห็น..." นางกระซิบเสียงแผ่วเบา

     

    "ไม่หรอก... เขาไม่เห็นหรอก" ลุงหลี่ตอบพลางเพิ่มแรงกดในการสัมผัส "แต่ถ้าเจ้าส่งเสียงดังเกินไป เขาอาจจะสงสัยนะ"

     

    ในขณะเดียวกัน ลุงหมิงก็ไม่ได้นิ่งเฉย เขาเดินเข้ามาใกล้ด้านข้างของเคาน์เตอร์ ทำท่าเป็นกำลังดูภาพวาดที่แขวนอยู่บนผนัง แต่จริงๆ แล้วเขากำลังเฝ้าสังเกตปฏิกิริยาของหลินฮวา และคอยเตือนหากหลี่เหว่ยเดินเข้ามาใกล้

     

    "หลินฮวาเอ๋อร์" ลุงหมิงเอ่ยเสียงดังพอที่หลี่เหว่ยจะได้ยิน "ภาพนี้สีจางไปหน่อยแล้วนะ ข้าคิดว่าควรจะทาสีใหม่ เจ้าว่าอย่างไร?"

     

    หลินฮวาพยายามตอบด้วยเสียงปกติ แต่ความจริงแล้วนางแทบจะหายใจไม่ออกเพราะนิ้วของลุงหลี่กำลังเล่นงานจุดอ่อนไหวของนางอย่างช่ำชอง "ค... ครับ ท่านลุง... ข้าคิดว่า... อ๊า... คิดว่าดีเจ้าค่ะ"

     

    ลุงหมิงยิ้มกริ่มเมื่อเห็นหลินฮวาพยายามควบคุมตัวเอง เขาเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น จนอยู่ในตำแหน่งที่สามารถใช้มือสัมผัสกับแขนของนางได้โดยที่หลี่เหว่ยมองไม่เห็น "เจ้าดูเหนื่อยนะ หน้าแดงด้วย อากาศร้อนหรือเปล่า?"

     

    "เ... เปล่าเจ้าค่ะ ข้าสบายดี" หลินฮวาตอบด้วยเสียงสั่นเครือ ขณะที่ลุงหมิงใช้นิ้วเขี่ยไปตามแขนเปล่าของนางอย่างแผ่วเบา ทำเป็นปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้า

     

    "อ๊า..." หลินฮวาครางเสียงแผ่วเบาเมื่อรู้สึกถึงการสัมผัสจากทั้งสองทาง ลุงหลี่ที่ด้านหลังเคาน์เตอร์กำลังใช้นิ้วเล่นงานจุดอ่อนไหวของนาง ขณะที่ลุงหมิงก็แอบลูบไล้ไปตามแขนและไหล่ของนาง

     

    หลี่เหว่ยที่ยืนอยู่ไม่ไกลสังเกตเห็นว่าภรรยาดูหน้าแดงและหายใจถี่ขึ้น เขาเดินเข้ามาใกล้ด้วยความเป็นห่วง "ฮวาเอ๋อร์ เจ้าไม่สบายหรือ? หน้าแดงมาก"

     

    "ไ... ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านพี่" หลินฮวาตอบด้วยเสียงสั่นเครือ ขณะที่ลุงหลี่ยังคงใช้นิ้วเขี่ยไปตามจุดอ่อนไหวของนางอย่างต่อเนื่อง "แค่... แค่อากาศร้อนหน่อยเจ้าค่ะ"

     

    ลุงหลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อเห็นหลี่เหว่ยเข้ามาใกล้ เขาเพิ่มความเร็วในการเล่นงานจุดอ่อนไหวของหลินฮวา ทำให้นางต้องกัดริมฝีปากแทบจนเลือดออกเพื่อกลั้นเสียงครางที่อยากจะหลุดออกมา

     

    "งั้นไปนั่งพักในร่มสักครู่สิ" หลี่เหว่ยเสนอด้วยความเป็นห่วง "ข้าจะมาดูแลร้านแทน"

     

    "ไม่... ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ" หลินฮวาปฏิเสธอย่างรีบร้อน เพราะรู้ว่าหากนางออกไปจากเคาน์เตอร์ตอนนี้ ร่องรอยของความตื่นเต้นที่เปียกชุ่มระหว่างขาจะเผยออกมาให้เห็น "ข้า... ข้าสบายดีแล้วเจ้าค่ะ"

     

    ลุงหมิงเห็นสถานการณ์จึงเข้ามาช่วย "หลี่เหว่ยเอ๋อร์ เจ้าไปดูภาพชุดใหม่ที่มุมโน้นสิ ข้าเพิ่งได้ผลงานดีๆ มา อยากให้เจ้าดู"

     

    หลี่เหว่ยพยักหน้า "ได้เจ้าค่ะ ท่านลุงหมิง" เขาเดินไปทางมุมที่ลุงหมิงชี้ให้ดู

     

    ทันทีที่หลี่เหว่ยหันหลังไป ลุงหลี่ก็เพิ่มความเข้มข้นในการสัมผัส เขาใช้นิ้วสองนิ้วแยกเข้าไปในร่องแคบที่ชุ่มโชกของหลินฮวา ขยับไปมาอย่างช้าๆ แต่ลึก

     

    "อ๊า... ท่านลุง... อย่า... เขาจะกลับมา..." หลินฮวากระซิบเสียงสั่นเครือ

     

    "ข้าจะหยุดก็ต่อเมื่อเจ้าไปถึงจุดสูงสุด" ลุงหลี่กระซิบกลับ "ข้าอยากเห็นเจ้าปลดปล่อยออกมาต่อหน้าสามี"

     

    ลุงหมิงเดินเข้ามาใกล้อีกครั้ง ทำท่าเป็นกำลังอธิบายเรื่องภาพวาดให้หลินฮวาฟัง แต่จริงๆ แล้วเขากำลังใช้มือลูบไล้ไปตามทรวงอกของนางที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้า

     

    "ภาพนี้เป็นภาพที่ข้าวาดเมื่อคืน" เขาพูดเสียงดังพอที่หลี่เหว่ยจะได้ยิน ขณะที่มือแอบบีบคลึงทรวงอกอิ่มของหลินฮวา "เป็นภาพผู้หญิงที่กำลังถึงจุดสูงสุดของความสุข"

     

    หลินฮวาสะดุ้งเมื่อได้ยินคำพูดของลุงหมิง นางรู้ดีว่าเขากำลังพูดถึงภาพที่วาดนางเมื่อคืนนั้น "ท่าน... ท่านลุงหมิง..." นางกระซิบเสียงสั่นเครือ

     

    "เจ้าชอบมั้ย?" ลุงหมิงถามพลางเพิ่มแรงในการบีบคลึง "ข้าคิดว่าเจ้าเป็นแรงบันดาลใจที่ดีที่สุดสำหรับภาพแบบนี้"

     

    ในขณะเดียวกัน ลุงหลี่ก็เพิ่มจำนวนนิ้วเป็นสามนิ้ว เขาใช้นิ้วหัวแม่มือเขี่ยไปตามจุดเล็กๆ ที่อ่อนไหวที่สุด ทำให้หลินฮวาต้องโน้มตัวลงมาพิงเคาน์เตอร์เพื่อไม่ให้ขาอ่อนแรงจนล้มลง

     

    "อ๊า... อ๊า... ข้าจะ... จะทนไม่ไหวแล้ว..." นางกระซิบเสียงแผ่วเบา

     

    "ทนไว้สิ" ลุงหลี่สั่งเสียงต่ำ "ข้าอยากให้เจ้าปลดปล่อยออกมาตอนที่สามีกำลังมองอยู่"

     

    หลี่เหว่ยที่กำลังดูภาพวาดอยู่หันกลับมามอง "ฮวาเอ๋อร์ เจ้าแน่ใจว่าสบายดีหรือ? ดูเหมือนจะเหนื่อยมาก"

     

    "ข้า... ข้าสบายดีเจ้าค่ะ" หลินฮวาตอบด้วยเสียงที่แทบจะเป็นเสียงครางแล้ว "แค่... แค่ปวดหลังหน่อยจากยืนนานเจ้าค่ะ"

     

    ลุงหมิงฉวยโอกาสนี้ "งั้นให้ข้านวดให้หน่อยสิ" เขาเดินไปด้านหลังหลินฮวา วางมือบนไหล่ของนาง ทำท่าเป็นนวด แต่จริงๆ แล้วเขากำลังลูบไล้ไปตามแนวคอและไหล่ของนางอย่างเร้าอารมณ์

     

    "อ๊า... ท่านลุงหมิง... มือของท่านอุ่นมาก..." หลินฮวาครางเบาๆ

     

    "เพราะข้ากำลังคิดถึงสิ่งที่จะทำกับเจ้าคืนนี้" ลุงหมิงกระซิบข้างหูนาง เสียงต่ำจนหลี่เหว่ยไม่ได้ยิน

     

    ลุงหลี่เห็นว่าหลินฮวาเริ่มใกล้จุดสูงสุดแล้ว เขาจึงเพิ่มความเร็วและความแรงในการเล่นงานจุดอ่อนไหวของนาง นิ้วของเขาเขี่ยไปมาอย่างรวดเร็วจนหลินฮวาต้องกัดมือตัวเองเพื่อกลั้นเสียงครางที่อยากจะหลุดออกมา

     

    "มาเถอะ... ปล่อยออกมาสิ" ลุงหลี่กระซิบ "ข้าอยากเห็นเจ้าสั่นเทิ้มต่อหน้าสามี"

     

    หลินฮวารู้สึกเหมือนกำลังจะระเบิด ความตื่นเต้นจากการถูกสัมผัสต่อหน้าสามีทำให้ความรู้สึกเข้มข้นขึ้นเป็นทวีคูณ นางมองไปที่หลี่เหว่ยที่กำลังศึกษาภาพวาดอย่างตั้งใจ โดยไม่รู้เลยว่าภรรยาของเขากำลังถูกรุมเร้าอยู่เพียงไม่กี่ก้าวจากตัวเขา

     

    "อ๊า... อ๊า... ข้าจะ... จะไปแล้ว..." นางกระซิบเสียงสั่นเครือ

     

    "ไปเถอะ... แต่อย่าส่งเสียงดัง" ลุงหลี่สั่ง

     

    หลินฮวากระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ร่างกายของนางสั่นสะเทือนด้วยความสุขสมที่ถึงขีดสุด นางต้องกัดมือตัวเองจนเลือดออกเพื่อกลั้นเสียงกรีดร้องที่อยากจะหลุดออกมา น้ำรักไหลออกมาจนเปียกชุ่มมือของลุงหลี่และซึมลงไปบนพื้น

     

    "เก่งมาก" ลุงหลี่ชมพลางค่อยๆ ถอนนิ้วออกมา "เจ้าควบคุมตัวเองได้ดีทีเดียว"

     

    ลุงหมิงที่เห็นหลินฮวาเพิ่งผ่านจุดสูงสุดมาก็ไม่อยากพลาดโอกาส เขาใช้มือที่กำลัง "นวด" ไหล่ของนางเลื่อนลงมาที่ทรวงอก บีบคลึงอย่างแผ่วเบาแต่เร้าอารมณ์

     

    "ท่านลุงหมิง... ข้าเพิ่งจะ... อย่าเลย..." หลินฮวาอ้อนวอนเสียงแผ่วเบา

     

    "ข้าแค่อยากให้เจ้าพร้อมสำหรับคืนนี้" ลุงหมิงกระซิบ "คืนนี้ข้าจะวาดภาพใหม่ของเจ้า"

     

    หลี่เหว่ยเดินกลับมาจากการดูภาพวาด "ภาพของท่านลุงหมิงสวยมากเลยครับ ฝีมือยังคงเยี่ยมเหมือนเดิม"

     

    "ขอบคุณมากเจ้าค่ะ หลี่เหว่ยเอ๋อร์" ลุงหมิงตอบพลางยังคงใช้มือลูบไล้ไปตามทรวงอกของหลินฮวาใต้ผ้า "ข้ามีแรงบันดาลใจที่ดีมาก"

     

    หลินฮวาพยายามทำหน้าเป็นธรรมดา แต่ร่างกายของนางยังคงสั่นเล็กน้อยจากความสุขที่เพิ่งผ่านไป และการสัมผัสอย่างต่อเนื่องจากลุงหมิงทำให้นางเริ่มรู้สึกตื่นเต้นอีกครั้ง

     

    "ท่านพี่เจ้าค่ะ" หลินฮวาเอ่ยด้วยเสียงที่ยังสั่นเครือเล็กน้อย "ข้าอยากไปเปลี่ยนชุดหน่อย ชุดนี้เปียกเหงื่อแล้ว"

     

    หลี่เหว่ยพยักหน้า "ได้เจ้าค่ะ ไปเถอะ ข้าจะดูแลร้านให้"

     

    หลินฮวาเดินออกไปจากเคาน์เตอร์ด้วยขาที่ยังอ่อนแรงจากการถึงจุดสูงสุดเมื่อครู่ นางรู้สึกถึงสายตาของลุงหลี่และลุงหมิงที่ตามมองนางไป และรู้ดีว่าคืนนี้จะต้องเผชิญกับบทเรียนใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม

     

    "อาหลี่นี่จริงๆ เลย ชอบแกล้วหยอกหลานสะใภ้จนหน้านวลๆ นั่นแดงเป็นลูกตำลึงสุก" หลี่เหว่ยรำพึงกับตัวเองด้วยหัวใจที่พองโต เขาช่างรู้สึกอบอุ่นในครอบครัวที่เขาสร้างขึ้นมา มีทั้งภรรยาที่แสนดี มีญาติผู้ใหญ่ที่คอยสนับสนุน และมีมิตรสหายรุ่นปู่อย่างลุงหมิงที่คอยพยุงกิจการ ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบจนไร้ที่ติ ราวกับภาพวาดทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดในหอศิลป์แห่งนี้

     

    จนกระทั่งมาถึงคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะต้องออกเดินทางกลับไปรับตำแหน่งที่หัวเมืองอีกครั้ง...

     

    หลี่เหว่ยตัดสินใจจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ขึ้นที่เรือนพักส่วนตัวเพื่อขอบคุณชายเฒ่าทั้งสองที่ช่วยดูแลภรรยาของเขามาตลอดหนึ่งเดือน สุราเลิศรสถูกรินใส่จอกครั้งแล้วครั้งเล่าท่ามกลางเสียงหัวเราะและการสนทนาที่ดูรื่นรมย์ ลุงหลี่ยังคงทำหน้าที่อาผู้แสนดี ตบไหล่หลานชายและกำชับให้ตั้งใจทำงานราชการเพื่อชื่อเสียงของตระกูล ส่วนลุงหมิงก็ร่ายบทกวีสรรเสริญความกตัญญูของหลี่เหว่ยจนบรรยากาศอบอวลไปด้วยมิตรภาพ

     

    "ขอบคุณท่านอาและท่านลุงหมิงมากที่เมตตาครอบครัวของข้า ข้าจะตั้งใจทำงานเพื่อกลับมาหาฮวาเอ๋อร์ให้เร็วที่สุด" หลี่เหว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เริ่มอ้อแอ้จากฤทธิ์สุรา

     

    เมื่อเวลาล่วงเลยเข้าสู่ยามดึก หลี่เหว่ยขอแยกย้ายเพื่อไปพาภรรยาเข้านอน เขาประคองหลินฮวาที่นั่งเงียบกริบอยู่ข้างกายเดินกลับเข้าสู่ห้องหอ ทิ้งให้สองเฒ่ามองตามหลังไปด้วยสายตาที่ลึกล้ำยากจะคาดเดา

     

    ในห้องนอนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานหอมอ่อนๆ หลี่เหว่ยเริ่มมอบบทรักครั้งสุดท้ายก่อนการจากลาด้วยความรักที่ลึกซึ้งและอาลัยอาวรณ์ เขากอดจูบหลินฮวาด้วยความทะนุถนอม สัมผัสของเขาช่างอ่อนโยนและนุ่มนวลราวมวลเมฆที่ลอยล่อง สำหรับหลินฮวาที่ต้องรองรับความดิบเถื่อนของมุกสามเม็ดจากลุงหลี่มานานนับเดือน บทรักของสามีในคืนนี้จึงเป็นเหมือนหยาดน้ำทิพย์ที่ช่วยชโลมใจและผ่อนคลายร่างกายที่เมื่อยล้า นางหลับตาพริ้มรับสัมผัสจากหลี่เหว่ยด้วยความรู้สึกที่ปลอดภัยและสงบสุข จนในที่สุดนางก็เผลอหลับไปในอ้อมกอดของสามีด้วยความอ่อนเพลียที่สั่งสมมานาน

     

    หลี่เหว่ยไม่ได้โกรธเคืองที่นางหลับไปก่อน เขาเพียงแต่กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น จูบหน้าผากของนางเบาๆ ด้วยความสงสารที่ภรรยาต้องเหนื่อยจากการดูแลร้านคนเดียวจนแทบไม่มีแรงตอบสนองเขา "พักผ่อนเถอะคนดีของข้า ข้าจะรีบกลับมาหาเจ้า" เขากระซิบแผ่วเบาก่อนจะหลับตาลงนอนกอดนางจนรุ่งเช้าด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง

     

    เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น แสงแดดรำไรเริ่มจับขอบฟ้า หลี่เหว่ยจัดแจงสวมชุดขุนนางเตรียมตัวออกเดินทาง ม้าศึกของเขาถูกเตรียมไว้ที่หน้าหอศิลป์ โดยมีหลินฮวายืนส่งสามีด้วยใบหน้าที่หม่นหมองและดวงตาที่แดงก่ำจากการนอนไม่เต็มอิ่ม (หรืออาจจะมาจากความกังวลลึกๆ ในใจ) ลุงหลี่และลุงหมิงยืนเคียงข้างนางในฐานะผู้ใหญ่ที่แสนดี

     

    "รักษาสุขภาพด้วยนะท่านพี่ อย่าหักโหมงานจนเกินไป" หลินฮวากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

     

    หลี่เหว่ยควบม้าขึ้นไปพลางโบกมือลาด้วยความอาลัยอาวรณ์ "ฮวาเอ๋อร์... ท่านอาหลี่... ท่านลุงหมิง... ข้าฝากทางนี้ด้วยนะ!" เขากะโกนบอกก่อนจะไสควบม้าจากไปจนฝุ่นฟุ้งกระจาย โดยมีภาพสุดท้ายในหัวใจคือภาพภรรยาที่ยืนอยู่ในอ้อมแขนที่แสร้งทำเป็นโอบปลอบใจของลุงหลี่

     

    ทันทีที่เงาร่างของหลี่เหว่ยลับหายไปจากหัวถนน บรรยากาศอบอุ่นเมื่อครู่ก็พลันสลายหายไปราวกับหมอกควัน รอยยิ้มอาลัยบนใบหน้าของหลินฮวาเลือนหายไป เปลี่ยนเป็นความประหวั่นพรั่นพรึงที่ปนเปไปด้วยความรัญจวนใจเมื่อสัมผัสได้ถึงมือหนาของลุงหลี่ที่เริ่มบีบเค้นหัวไหล่ของนางอย่างรุนแรง

     

    "เอาล่ะ... เจ้าบ้านไปแล้ว" ลุงหลี่กระซิบเสียงต่ำพลางก้มลงมองหน้าหลินฮวาด้วยสายตาที่เป็นประกาย "เจ้าเล่นบทฮูหยินผู้ซื่อสัตย์ได้แนบเนียนดีมาก แต่ตอนนี้... ถึงเวลาชดใช้ 'หนี้รัก' ที่เจ้าติดค้างพวกข้ามาตลอดสามวันที่เจ้าแอบไปมุดหัวอยู่กับสามีแล้วล่ะ"

     

    ท่านลุงหมิงขยับยิ้มกริ่มพลางลูบเครา "ข้าเตรียมสีหมึกชุดใหม่ไว้แล้วหลินฮวาเอ๋อร์ คราวนี้ข้าอยากจะวาดภาพ 'การลงทัณฑ์เจ้าสาวผู้ทรยศ' เสียหน่อย ไปกันเถอะ... ห้องลับชั้นบนกำลังรอเจ้าอยู่"

     

    หลินฮวาไม่ได้ขัดขืน นางเดินตามชายเฒ่าทั้งสองกลับเข้าสู่หอศิลป์ที่มืดสลัวด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรง ความสงบสุขของสามีคือภาพลวงตา แต่ความเร่าร้อนดิบเถื่อนที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปนี้ต่างหาก คือความจริงเพียงหนึ่งเดียวที่นางต้องยอมรับตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ในกรงทองแห่งนี้

     

    ขณะที่ประตูหอศิลป์ปิดสนิทลง เสียงกิ่งไผ่เอนอิงกันในสายลมเช้าดูเหมือนจะกระซิบเล่าเรื่องราวแห่งการหลอกลวงและความปรารถนาที่ไม่มีวันสิ้นสุด ภาพลวงแห่งความอบอุ่นได้จบลงแล้ว และบัดนี้เป็นเวลาแห่งความจริงที่โหดร้ายและหวานชื่นไปพร้อมๆ กัน

    คล้ายกับเรื่องจิตกรซ่อนสวาท ภาพวาดลับนางแบบจำเป็น ที่คุณอ่าน