บทที่ 39 รอ
ทั้งสองสามารถสานต่อความสัมพันธ์และไปไกลมากกว่านี้ก็ได้ แต่พวกเขาก็เคารพทางเลือกของกันและกัน
เพียงแค่การจูบและสัมผัสที่ดุดันทว่าอ่อนโยนจากเขา มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เหยียนซีมีความสุข
เมื่อเห็นเธอพิงแขน เจียงโม่เฉินก็ค่อย ๆ ยกคางขึ้น
“ช่วงนี้คุณเหนื่อยไหม?”
ชายหนุ่มหมายถึง การที่เหยียนซีต้องใช้สติปัญญาต่อสู้งัดข้อกับฮุยหวงเอนเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งผู้หญิงคนนี้ก็นับว่ากล้าหาญมากที่จะยืนหยัดต่อสู้กับคนที่รังแกเธอที่นั่น
ในฐานะประธานบริษัทผู้กุมธุรกิจบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ของประเทศ เขาย่อมรู้ดีว่าวงการนี้มันสกปรกแค่ไหน?
เหยียนซีเอื้อมมือออกไปและกอดเขาแน่น "โชคดีที่...ฉันมีพี่เซี่ยกับเฉินอี้ค่ะ แล้วก็มีคุณที่คอยช่วยฉันด้วย ฉันไม่เหนื่อยเลย"
“คุณรู้ได้ยังไงว่าผมช่วย?”
เจียงโม่เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย ชายหนุ่มรู้ว่าเหยียนซีไม่อยากให้ตัวเองเข้าไปยุ่ง เขาเลยจะยังไม่ทำอะไรกับอีกฝั่งมาก เพราะเหยียนซีต้องการจะเอาชนะหญิงชั่วชายเลวที่ทำกับเธอไว้เจ็บแสบด้วยพลังของเธอเอง
หากเขาได้ลองเอาจริงขึ้นมา บริษัทเล็ก ๆ อย่างฮุยหวงเอนเตอร์เทนเมนต์คงไม่เหลือแม้แต่ซากไปแล้ว...
คนธรรมดา ๆ อย่างไป๋ลั่วฝานทำอะไรคนอย่างเจียงโม่เฉินไม่ได้หรอก มันคนละชั้นกัน!
"นอกจากคุณที่มีอำนาจล้นฟ้าในธุรกิจวงการบันเทิงแล้ว จะมีใครอีกเหรอคะที่ทำให้พวกเขายกเลิกทุกอย่างได้โดยแค่การโทรศัพท์เพียงครั้งเดียว"
เจียงโม่เฉินยกยิ้มริมฝีปากขึ้นด้วยความชื่นชม
ภรรยาของเขาฉลาดจริง ๆ!
“คุณไม่โทษผมเหรอ?” เขามองหญิงสาวในอ้อมแขนและถามเสียงทุ้ม
“ฉันไม่แปลกใจหรอกค่ะ ฉันรู้ว่าคุณเป็นห่วงฉัน ฉันเองก็คิดเรื่องนี้ง่ายเกินไป เพื่อปกป้องชื่อเสียงของฮุยหวงเอนเตอร์เทนเมนต์ และผลประโยชน์ของตัวเอง พวกเขาย่อมไม่สนวิธีการว่ามันจะต่ำทรามแค่ไหน ขอเพียงแค่สามารถทำลายฉันไม่ให้กลับเข้าวงการบันเทิงก็พอ และคราวนี้ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ ฉันอาจจะ...โม่เฉิน ขอบคุณนะคะ"
การปกป้องและความเคารพจากเจียงโม่เฉิน คือสิ่งที่เหยียนซีต้องการมากที่สุด
และสิ่งเหล่านี้ไม่ต้องให้เธอพูดเลย เจียงโม่เฉินจะพิจารณาเธอจากมุมมองของเธอ
นี่เป็นวิธีที่เหยียนซีต้องการจะเข้ากันกับเขาให้ได้มากที่สุด ระยะห่างระหว่างหัวใจทั้งสองของพวกเขาแคบลงอย่างต่อเนื่อง
“คราวหน้าคุณต้องบอกผมบ้างนะ”
“ตกลงค่ะ ฉันจะปกป้องตัวเองเพื่อคุณด้วย” เหยียนซีสัญญากับชายที่กอดเธออยู่อย่างจริงจัง
…
ทนายความที่พี่เซี่ยหาให้เหยียนซีนั้นเก่งที่สุดในวงการกฏหมาย และแน่นอนว่าหญิงสาวจ่ายเงินเอง แม้ว่าเธอจะออกจากวงการในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่เหยียนซีก็ยังคงไม่ขัดสนเรื่องเงินแต่อย่างใด
“ทนายความเฉิน คุณไป๋ไม่อยู่ที่นี่ครับ” เลขาของไป๋ลั่วฝานหยุดพวกเขาที่ประตู
พี่เซี่ยคิดไว้นานแล้วว่าไป๋ลั่วฝานจะใช้กลอุบายนี้เพื่อถ่วงเวลา จากนั้นเธอก็มองไปที่ทนายความเฉิน "ไม่เป็นไรค่ะเราไม่รีบ เราจะรอที่นี่"
เธอไม่เชื่อว่าไป๋ลั่วฝานจะไม่ยอมโผล่หัวออกมา
เลขาดูจะทำอะไรไม่ถูกและไม่มีเหตุผลที่จะต้องหลบเลี่ยง ดังนั้นเขาจึงต้องปล่อยให้ทั้งสองนั่งรอบนโซฟาด้านข้าง
พี่เซี่ยก็ส่งข้อความหาเหยียนซีพร้อมโทรหา "ไป๋ลั่วฝานไม่ยอมออกมาเจอเรา"
“ฉันยังมีเวลาอีกครึ่งชั่วโมงกว่าจะไปถึงบริษัท เพราะงั้นวันนี้ฉันจะต้องได้พูดคุยกับเขา!”
หลังจากที่เหยียนซีพูดจบ เธอก็วางสาย
เนื่องจากพวกเขามีหลักฐานว่า ไป๋ลั่วฝานนอกใจเธอไปหาเจียงอวี้เหมิง และพวกเขายังเล่นอุบายสกปรกลับหลังเพื่อโจมตีเหยียนซี อีกทั้งยังใช้เสียงบันทึกของเหยียนซีให้เป็นประโยชน์ รวมถึงมีช่องโหว่มากมายในสัญญาที่ลงนามในปีนั้น
ซึ่งตอนนี้เหยียนซีได้เปรียบอย่างมากในการเอาผิดผีเน่าโลงผุคู่นี้
พี่เซี่ยไม่คาดคิดว่าไป๋ลั่วฝานจะมาปรากฏตัวต่อหน้าเธอภายในยี่สิบนาที
พี่เซี่ยตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ และหลังจากส่งข้อความไปแจ้งเหยียนซี เธอก็เดินเข้าไปในสำนักงานของไป๋ลั่วฝานกับทนายความเฉิน
“นั่งลงสิ ฉันรู้ว่าเธอทำเพื่อเหยียนซีอย่างสุดใจนะ แต่ตอนนี้บริษัทยุ่งมาก ไว้ฉันจะหาเวลาไปเจอเธอ และเธอเองก็ควรรักษาเวลาของตัวเองไว้ด้วย”
ดวงตาของไป๋ลั่วฝานเป็นประกาย เขาได้ขอความช่วยเหลือจากพี่สาวคนที่สองไว้ล่วงหน้าแล้ว และพวกเขากำลังคิดหาวิธีการเพื่อรับมือ
ทันทีที่พี่เซี่ยพูดอะไรออกมา เขาสามารถทำให้ทั้งสองติดกับดักของเขาได้
“อย่าคิดว่าถ้าพูดอย่างนั้นแล้วเราจะยอมแพ้ สัญญาที่เหยียนซีเซ็นกับคุณในตอนนั้นมันไม่ยุติธรรม เธอได้รับความทุกข์ทรมานมากมายในบริษัทมาหลายปี ดังนั้นเราจึงต้องการให้คุณ..."
“ขอโทษเหยียนซีต่อหน้าสื่อ? ใช่ไหม?” ไป๋ลั่วฝานขัดจังหวะพี่เซี่ยและพูดก่อน
ประโยคนี้ เหยียนซีบังเอิญยืนอยู่ที่ประตูก็ได้ยินอย่างชัดเจน และการแสดงออกในดวงตาของไป๋ลั่วฝานนั้นเปล่งประกายเป็นพิเศษ มันดูราวกับมั่นใจว่าตนจะชนะพวกเธอ
ความรู้สึกนี้ทำให้เหยียนซีไม่สบายใจอย่างมาก ไอ้สารเลวนี่จะมาไม้ไหนอีกนะ?
“ยังไงก็เถอะ เรื่องเจียงอวี้เหมิงนั้นฉันจะไม่มีวันยอมอ่อนข้อให้เด็ดขาด ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเหยียนซีสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้ว ต่อจากนี้ไป มีเพียงความสัมพันธ์ในการทำงานระหว่างฉันกับเธอ ไม่ว่าสัญญาจะยุติธรรมหรือไม่ก็ตาม ตอนนี้สัญญายังไม่หมดอายุ และเธอยังคงเป็นศิลปินของฮุยหวงเอนเตอร์เทนเมนต์อยู่ เพราะงั้นเธอต้องปฏิบัติตามข้อตกลงของบริษัท แต่..."
ทันใดนั้นไป๋ลั่วฝานก็มองไปที่ประตูที่เหยียนซีอยู่ เขาลุกขึ้นและหยิบเอกสารชุดหนึ่งออกจากกระเป๋าเอกสาร
“ฉันต้องการให้เธอไปออกรายการเรียลลิตี้กับเจียงอวี้เหมิง และชี้แจงกับสาธารณะว่าความสัมพันธ์ของเธอกับหล่อนไม่ได้เลวร้าย นี่เป็นสิ่งที่ดีสำหรับทุกคนแม้ว่าเธอจะทำสัญญากับฉัน แต่เธอคิดว่าจะตั้งหลักอย่างมั่นคงในวงการนี้ได้ง่าย ๆ เหรอ? ทำไมเราไม่ช่วยกันล่ะ เจอกันด้วยดีก็ต้องจากกันด้วยดีซะสิ!”
ในคำช่วงท้าย ไป๋ลั่วฝานพูดอย่างหนักแน่นมาก
“ไม่อย่างนั้น แม้ว่าฉันจะต้องเสียทั้งบริษัท เธอก็ต้องหายหน้าไปจากวงการบันเทิงตลอดไป!”
อดีตคนรักได้กลายเป็นศัตรูแล้วในวันนี้
เหยียนซีไม่เคยคิดว่าเธอกับไป๋ลั่วฝานจะมาไกลถึงขนาดนี้เลย เธอเผชิญหน้ากับความก้าวร้าวของเขา เธอยอมแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่…
“คุณต้องการจะใช้งานเหยียนซีอีกสินะ!” พี่เซี่ยยืนขึ้นทันที “เราจะไม่เมตตาคุณอีกแล้ว ข้อเท็จจริงก็คือข้อเท็จจริง ทำไมพวกเราต้องชี้แจงด้วย? ฮุยหวงเอนเตอร์เทนเมนต์เป็นบริษัทที่ไร้จริยธรรม! ถ้าคุณต้องการยกย่องเจียงอวี้เหมิงก็ไม่มีใครคัดค้านหรอก แต่คุณใช้เหยียนซีเป็นบันไดให้หล่อนเหยียบแบบนี้ คุณยังมีจิตสำนึกอยู่บ้างไหม?!”
“โลกนี้ก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว แบบที่เรียกว่าปลาใหญ่กินปลาเล็กน่ะ เคยได้ยินไหม? สิ่งที่ทำให้ฮุยหวงเอนเตอร์เทนเมนต์มาถึงวันนี้ได้เพราะโชคช่วยเหรอ? เหยียนซี...บอกฉันทีสิว่าเธอเห็นด้วยไหม?”
ไป๋ลั่วฝานเพียงต้องการบังคับให้เหยียนซีพยักหน้าและเห็นด้วย
พี่สาวคนที่สองของเขาบอกว่า เหยียนซีเป็นคนฉลาดที่จะชั่งน้ำหนักข้อดีและข้อเสีย ตราบใดที่เขามุ่งมั่นที่จะสนับสนุนเธอ เหยียนซีจะไม่ใจร้ายกับบริษัท
เมื่อเจียงอวี้เหมิงปรากฏตัวพร้อมกับเธอในสายตาของสาธารณชน มันจะช่วยฟื้นฟูภาพลักษณ์ของบริษัท นอกจากนี้ยังสามารถปูทางให้เจียงอวี้เหมิงได้เป็นราชินีแห่งภาพยนตร์ได้อีกด้วย
เมื่อดูจากสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่ไป๋ลั่วฝานจะปล่อยเธอไปง่าย ๆ
เหยียนซีมองเขาอย่างสงบ "อืม ฉันเห็นด้วย"
“เหยียนซี!” พี่เซี่ยกระทืบเท้าด้วยความโกรธ กังวลว่าเหยียนซีจะตกหลุมพรางของไป๋ลั่วฝาน
“ในเมื่อคุณขอให้ฉันออกรายการร่วมกันก็ได้ แต่หากมีอะไรผิดพลาดก็อย่าโทษฉัน และคำขอของคุณที่ขอกับฉัน คุณต้องพิจารณาให้ดี!”
นี่คือสิ่งที่ใหญ่ที่สุดที่เหยียนซีจะมอบให้ได้แล้ว เธอไม่ต้องการจบเกมเร็วนัก แม้ว่าเธอจะยอมรับรายการเรียลลิตี้นี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะกลายเป็นคนตัวตลกให้นังเจียงอวี้เหมิง
เพราะงั้นเธออาจปล่อยเจ้าตัวได้ร้องและเล่นบ้าง...เธอเองก็ชักอยากรู้ว่าหล่อนจะบีบน้ำตาแบบไหนมาอีก!
"ได้!"
ไป๋ลั่วฝานกัดฟันแน่น เมื่อเหยียนซีและคนอื่น ๆ ออกไป เขาก็เอนหลังพิงเก้าอี้สำนักงานและถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นก็รีบโทรหาไป๋หว่านหนิง
“พี่! เหยียนซีเห็นด้วย ผมควรทำยังไงต่อ?”
“ทำตามแผน ก้าวไปทีละก้าว อย่าให้นังเจียงอวี้เหมิงทำอะไรหุนหันพลันแล่น ที่ทุกอย่างกลายเป็นแบบนี้ก็เพราะหล่อนอิจฉาเหยียนซี จำไว้ว่าบริษัทต้องสนับสนุนเหยียนซีและให้โลกภายนอกเห็นความจริงใจของนาย ด้วยวิธีนี้มันจะช่วยลบล้างข่าวการโกงและการนอกใจของนายได้”
“ไม่ต้องห่วง ผมจะไม่ทำมันพังแน่ ส่วนเสี่ยวเสี่ยว ผมจะทำให้เธอดีขึ้นแน่นอน!”
อย่างน้อย เขาต้องการบังคับให้เหยียนซีบริจาคไขกระดูกก่อนจากไป