บทที่ 25: ศึกกระดานทองคำ
ห้องโถงหลวงท้องพระโรงทองคำแห่งนครหลวงสวรรค์ในยามสายคลาคล่ำไปด้วยเหล่าเสนาบดีขุนนางนักปราชญ์อาวุโสและแม่ทัพขุนศึกระดับสูงจำนวนนับร้อยชีวิต ท้องพระโรงแห่งนี้โอ่อ่าตระการตาด้วยเสาทองคำขนาดใหญ่สี่คนโอบสลักลวดลายมังกรทะยานเมฆาปัดสีทองอร่าม พื้นทางเดินปูด้วยพรมสีแดงชาดเนื้อดีปูลาดจากประตูไปถึงแท่นพระที่นั่ง ฮ่องเต้ 'จีเฟิง' ผู้เริ่มชราภาพแต่ยังแผ่บารมีล้นเกล้าประทับเด่นเป็นสง่าอยู่บนบัลลังก์มังกรทองคำเบื้องบนคอยกวาดตามองเหตุการณ์อย่างเงียบงัน
ที่ใจกลางห้องโถงหินอ่อนคือ 'กระดานหมากรุกศิลาทองคำ' กระดานหมากรุกโบราณขนาดยักษ์กว้างเก้าศอกที่ทำจากทองคำแท้และศิลาหยกทมิฬ ตัวหมากแต่ละตัวทำจากหินหยกก้อนกลมมนขนาดเท่าศีรษะมนุษย์หนักร้อยชั่ง ซึ่งผู้เล่นต้องใช้ลมปราณยุทธ์ในกายสอยดีดหรือผลักเคลี่อนย้ายตัวหมากสะท้อนเสียงดังก้องกังวาน ทุกครั้งที่มีการวางเม็ดหมาก เส้นตารางกระดานหมากจะส่องแสงรังสีค่ายกลเรืองรองออกมาดั่งดวงดารารายล้อมบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
อัครเสนาบดีหลี่หลินฝู่ในชุดคลุมสีดำลายพยัคฆ์เหยียดยิ้มกว้างโบกมือควบคุมหมากดำด้วยสีหน้าเย่อหยิ่งทนงพราวเสน่ห์คนโกง มันเพิ่งเอาชนะเจ้าสำนักปราชญ์หลวงและขุนนางทุกคนอย่างราบคาบปัดเป่ากระดานหมากราบเป็นหน้ากองจนพวกนั้นหน้าซีดคอตก มันหันมาแค่นเสียงหัวเราะเยาะเหยียดหยามมองข้ามองค์หญิงใหญ่จีเสวี่ยและขบวนของพวกเรา
"ฝ่าพระบาท! การประลองกระดานทองคำปีนี้ช่างน่าเบื่อยิ่งนัก ทั่วทั้งราชสำนักหาไม่มีใครสามารถต้านทานวิชาหมากรุกของกระหม่อมได้แม้แต่ยี่สิบก้าวเดิน! มีใครกล้าก้าวออกมารับความพ่ายแพ้อีกหรือไม่พะยะค่ะ?!" หลี่หลินฝู่กล่าวเสียงดังกราวด้วยความยโสท้าทายไร้ความเกรงกลัวแผ่นดิน
หลี่เทียนที่ยืนประคองใบหน้าฟกช้ำและส่งกลิ่นเหม็นมูลม้าจาง ๆ อยู่ข้างบิดาจ้องมองมาที่ผมด้วยสายตาร้ายเดียงสาหวังพังหัวใจ
"ท่านพ่อ! ไอ้ขยะกะล่อนเซียวเฉิน เสนาธิการตัวปลอมขององค์หญิงจีเสวี่ยมันอวดดีว่าจะคว่ำกระดานของท่านพ่อพะยะค่ะ!" หลี่เทียนใส่ร้ายเสียงดังลั่นท้องพระโรงท้าทาย
ผมยืนสะบัดพัดกระดาษในมือโบกพัดฉุยๆ ยิ้มกะล่อนไม่สะท้อนสายตาดูแคลนของเหล่าขุนนาง ก้าวเท้าเดินเยื้องย่างออกมาข้างหน้าอย่างเกียจคร้านกวนประสาทสไตล์แมงดาสปอร์ต
"โธ่... ท่านเสนาบดีชราหลี่หลินฝู่เอ๋ย" ผมหัวเราะกิ๊กกั๊ก "แกบอกว่าเล่นหมากรุกมาห้าสิบปีงั้นรึ? เล่นเกมนิ้วก้อยเด็กเล่นมาห้าสิบปีแต่ยังไม่ยอมเกษียณตัวเองไปเลี้ยงเหลนเนี่ย ช่างน่าสงสารในชะตากรรมคนชราหลังค่อมจริง ๆ เลยจ้ะ! วันนี้ข้าจะช่วยสั่งสอนวิชาวางหมากที่แท้จริงให้แกเข้าใจเข้าสมองเอง!"
"ไอ้เศษขยะโอหังปากดี!" หลี่หลินฝู่โกรธจนเคราสั่นสะเทือน "เข้ามานั่งลง! หากเจ้าพ่ายแพ้ ข้าจะทูลขอให้ฝ่าพระบาทประหารเจ็ดชั่วโคตรฐานสบประมาทเสนาบดีแผ่นดิน!"
"ได้เลยจ้ะคุณพ่อตาตัวปลอม... เอ๊ย! ท่านเสนาบดีชรา!" ผมยิ้มหัวเราะก๊ากพลางทรุดกายนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามโบกพัดกระดาษพริ้วไหวสะกิดใจจีเสวี่ยที่แอบกังวลใจยืนโอบไหล่ภรรยาทั้งสามอยู่เบื้องหลัง
การประลองศึกหมากกระดานทองคำปะทุสะท้านห้องโถง! หลี่หลินฝู่เริ่มเปิดเกมรวดเร็วโดยใช้วิชา 'ค่ายกลพยัคฆ์ทมิฬสยบเหยื่อ' ส่งปราณแกนทองคำขั้น 8 ผลักหมากหยกดำลอยละลิ่วพุ่งกระแทกชนกระดานทองคำเสียงดัง *เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!* ดุดันแผ่รังสีพลังหนาแน่นสร้างลมพายุสะท้านห้องโถงหวังทำลายสมาธิและกวาดล้างในสามสิบก้าวแรก
หลี่หลินฝู่แสยะยิ้มเหน็บแนมข่มขู่: *"เจ้าหนุ่มน้อย... การเล่นหมากรุกคือการส่องสะท้อนการศึกแผ่นดินและประสานกฎเกณฑ์วิถีหยินหยาง เจ้าเป็นเพียงขยะบ้านนอกไม่มีครูบาอาจารย์คอยพร่ำสอนวิถีพลัง จะเอาอะไรมาสู้กับค่ายกลเสือของข้า?!"*
ผมวางหมากขาวอย่างเนิบสบายใจเฉิบ ใบหน้ายังคงยิ้มกะล่อนลามกพราวเสน่ห์ ตอบกลับน้ำเสียงยั่วเย้า: *"หืม... กฎเกณฑ์หยินหยางหยินหยางรึจ๊ะ?! เรื่องหยินหยางข้าเชี่ยวชาญสุด ๆ โดยเฉพาะการโคจรหยินหยางร่วมเตียงกับเมียรักแสนสวยของข้าทุกค่ำคืน มันเร้าใจและเพลิดเพลินอารมณ์กว่ากระดานศิลาฝุ่นจับของเจ้าเยอะเลยล่ะจ้ะ ฮ่า ๆ!"* คำพูดหยาบโลนทำเอาจีเสวี่ยและสามฮูหยินหน้าร้อนฉ่าพากันค้อนถลึงตาใส่ผมแก้เขินลั่นโถง
ผมแอบโคจรระบบคำนวณหมากระดับปราชญ์สากลและลูกคิดรูบิคมิติส่งคลื่นความถี่ดีดหมากหยกขาวเบา ๆ เคลื่อนไหวลื่นไหลไร้เสียงกระแทก ไปวางหมากขาวในพิกัดต่าง ๆ ที่ดูไม่มีความเชื่อมโยงกันอย่างสะเปะสะปะปานคนเล่นไม่เป็นไร้สมอง
หลี่เทียนเหน็บแนมสะใจ: "ฮ่า ๆๆ! ดูมันวางหมากสิโง่เง่าสิ้นดี วางหมากห่างไกลช่วยเหลือกันไม่ได้เลยสักเม็ด! ท่านพ่อล้อมกินมันให้ราบคาบเลยพะยะค่ะ!" เสนาบดีขุนนางอาวุธต่างพากันถอนหายใจมองผมด้วยสายตาเวทนาขยะสิ้นคิดกู่ไม่กลับ
ทว่ามีเพียงฮ่องเต้จีเฟิงและองค์หญิงจีเสวี่ยที่สายตาเริ่มสั่นระริกด้วยความตระหนกตื้นตันใจในแผนล้ำลึก!
"เดี๋ยวก่อน... นี่มันไม่ใช่การสะเปะสะปะ!" ฮ่องเต้จีเฟิงเอนตัวลุกขึ้นยืนเพ่งมองกระดานทองคำอย่างตกตะลึงดวงตาเบิกกว้างไอคอกแคก
ผ่านไปห้าสิบห้าก้าว หลี่หลินฝู่เตรียมจับหมากหยกดำปิดประตูตีแมวปั๊มแต้มปิดเกมอย่างสะใจ: "จบสิ้นกันทีไอ้เด็กอมมือ! หมากขาวของเจ้าโดนข้าล้อมกินหมดสิ้นชีพจรแล้ว!"
ผมแสยะยิ้มกะล่อนพราวเสน่ห์หยิบหมากหยกขาวตัวสุดท้ายขึ้นมา หมุนโคจรลมปราณหยินหยางระดับแกนทองคำขั้น 1 สีม่วงทองสว่างไสวปะทุวับ ดีดเม็ดหมากขาวตกลงพิกัดช่องว่างเล็ก ๆ ตรงมุมล่างอย่างแผ่วเบาดัง *คลิก*
พริบตานั้น แผ่นศิลาทองคำขนาดยักษ์พลันส่งเสียงสั่นสะเทือนระเบิดเสียงคำรามปานมังกรสะท้านปฐพี! เม็ดหมากขาวที่เคยวางกระจัดกระจายอย่างไร้ค่านับร้อยตัวพลันส่องแสงสว่างโร่เชื่อมต่อพลังงานม่วงทองแผ่ซ่านประสานกันปรากฏภาพเงาลักษณ์มังกรม่วงทองคำรามก้องห้องโถงกลืนกินค่ายกลเสือของหลี่หลินฝู่จนพังพินาศกลายเป็นค่ายกลหมากรุกต้องห้ามในตำนาน: 'ค่ายกลตาข่ายสวรรค์กวาดล้างปฐพี'ล้อมกินกลืนกินหมากดำของหลี่หลินฝู่ทั้งหมดสิ้นซากราบคาบกระดานในพริบตาเดียวไร้ทางดิ้นรนหลบหนี!
*เปรี้ยงงงง!*
แรงลมปราณหมากขาวผลักสะท้อนหมากหยกดำของหลี่หลินฝู่แตกสลายละเอียดเป็นผง หมากรุกกระดานทองคำที่ไม่มีใครชนะได้ถูกผมพลิกกลับมาคว่ำเอาชนะอย่างสมบูรณ์เด็ดขาดสะท้านแผ่นดินราชสำนัก!
[ ติ๊ง! ]
[ ชนะการประลองหมากรุกหลวงค่ายกลตาข่ายสวรรค์สำเร็จ! ]
[ ได้รับคะแนนความเกลียดชังจากหลี่หลินฝู่: +50,000 แต้มระบบ! ]
หลี่หลินฝู่ตกตะลึงจนใบหน้าถอดสีซีดเผือดลุกขยับก้าวขาถอยหลังชนเก้าอี้ล้มคุกเข่าหมดรูปขุนนางเสนาบดีใหญ่ ร่างกายสั่นระริกตาค้างสั่นระรัว: "ค่ายกลตาข่ายสวรรค์... นี่มันวิชามังกรคว่ำกระดานของปฐมฮ่องเต้ที่สาบสูญไปห้าร้อนปี! เจ้า... ไอ้ขยะตระกูลลู่เช่นเจ้าแก้ปริศนานี้ได้อย่างไร?!"
ฮ่องเต้จีเฟิงปรบมือส่งเสียงหัวเราะชอบใจลั่นท้องพระโรงชอบใจยิ่งนัก: "ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมที่สุด! เสนาธิการเซียวเฉินสมควรได้รับรางวัลใหญ่จากราชสำนัก!"
ผมลุกขึ้นสะบัดพัดเยื้องย่างอย่างกะล่อนพราวเสน่ห์ หันหลังส่งสายตาวิ้ง ๆ ชวนหื่นใส่สี่สาวงามภรรยารักเบื้องหลังพลางก้มคำนับฮ่องเต้และทวงเงินเสนาบดีหน้าด้าน ๆ
"ขอบพระทัยฝ่าพระบาท! อ้อ... ท่านเสนาบดีชราหลี่หลินฝู่จ๋า ตามกติกาพนันหลวงก่อนเริ่มแข่ง แกติดค้างตั๋วเงินข้าหนึ่งแสนตำลึงทอง! ข้ารับชำระเป็นเงินสดตั๋วเงินหรือทองแท่งหนานุ่มอุ่นตักเท่านั้นไม่รับเครดิต!" ผมตะโกนหยอกเย้าหัวเราะก๊ากสะใจลั่นท้องพระโรงสร้างความละอายให้หลี่หลินฝู่จำใจสั่งทหารไปหยิบตั๋วเงินหนึ่งแสนตำลึงทองยัดใส่มือข้าด้วยสีหน้าโกรธแค้นจนหน้าสั่น
[ ติ๊ง! ]
[ เตือนภัยฉุกเฉิน: อัครเสนาบดีหลี่หลินฝู่มีเจตนาฆ่าโฮสต์ 100%! ]
[ ตรวจพบหน่วยลอบสังหารเงาทมิฬระดับแกนทองคำขั้นสูงเตรียมบุกถล่มจวนองค์หญิงจีเสวี่ยในคืนนี้! ]
ผมรับตั๋วเงินยัดใส่เสื้อคลุมเดินโอบเอวสี่สาวงามอย่างกะล่อนพราวน้าวเดินทางกลับจวนองค์หญิงใหญ่จีเสวี่ยอย่างเริงร่าในยามเย็นที่ถนนเมืองหลวงประดับประดาด้วยโคมไฟกระดาษหลากสีสันสวยงามสะกดหัวใจ ข้าหันไปยิ้มกะล่อนลามกพราวเสน่ห์ให้สี่สาวงามภรรยารักเตรียมวางกลศึกคืนนี้เตียงสวาทและศึกนอกหน้าต่าง: *'หึๆ... คืนนี้หรืองานนี้ ท่าทางข้าคงต้องเผชิญศึกเดือดทั้งศึกนักฆ่านอกห้องและศึกร่วมรักในห้องหอกับองค์หญิงจีเสวี่ยให้สะโพกแหลกสะเทือนเมืองหลวงสวรรค์!'*
ข้ากางตั๋วเงินแสนตำลึงทองดั่งกางพัด พลางกระซิบเย้าแหย่องค์หญิงใหญ่คนใหม่: "องค์หญิงจ๋า คืนนี้รางวัลใหญ่กู้แผ่นดินที่ข้าขอเคลมจากเจ้า คงไม่พ้นสงครามปั๊มแรงสะโพกในกระโจมหอขาวของจวนเจ้าแน่แท้เลยจ้ะ ข้าเตรียมตัวฟิตสะโพกต้อนรับเมียรักทั้งสี่คนร่วมเตียงนอนนอนกอดอุ่นหอมให้เตียงหักระเนระนาดกันไปข้างเลย! ขยับสะโพกต่อสู้เพื่อกอบกู้ความรัก ความสุข และขยายฮาเร็มสตรีแสนสวยของข้าต่อไปในยุทธภพแดนกว้างใหญ่ ทริปเมืองหลวงหลวงสวรรค์ในภาคต่อไปจะยิ่งเดือดพล่าน ร้อนรัก และพ่นไฟสะใจเสน่หายิ่งกว่านี้แน่นอนจ้ะพี่น้อง! คอยชมผลงานปราบสะโพกเมืองหลวงของข้าต่อเถอะจ้ะ!"
(จบภาคแรกนครหลวงสวรรค์อย่างสมบูรณ์แบบ: โปรดติดตามภาคต่อไป...)