สัญญารัก สัญญาณหลอน (มี e-book แล้ว)

    ตอนที่ 49 : ยื่นซองขาว

            เช้าวันรุ่งขึ้นแม้ว่าวันนี้เจนจิรา,พลอยและส้มจะมีเรียนช่วงเช้า แต่ทั้ง 3สาวกำลังเดินทางมาที่อาคารซีคอร์ปก่อนเนื่องจากเจนจิราเรียกประชุมนัดพิเศษกับทีมประชาสัมพันธ์ทุกคน

            “พี่เจน...มีข้อความเข้าค่ะ”ส้มนั่งอยู่เบาะหน้าหันไปเห็นสัญญาแจ้งเตือนจากมือถือของเจนที่กำลังชาร์ทแบต

            “ส้มกดดูได้เลย”

            “ค่ะพี่เจน”

            “เป็นข้อความจากพี่นุ่นค่ะ...บอกว่าเงินเดือนและผลตอบแทนพี่ออกแล้วนะคะ”

            “เฮ้ยจริงดิ!!!สรุปมึงได้เงินเดือนทั้งหมดเท่าไรกันแน่วะ!!!”เสียงของพลอยตะโกนแซวมาจากเบาะหลังแทบจะทันที ในขณะที่เจนก็ยิ้มไม่หุบ“วันนี้ไอ้เจนเพื่อนกู ได้เงินเดือนแล้วโว้ยยยๆๆๆ”

            “ทำงานมาตั้งนานเงินออกสักที...”

            “ค่ะพี่เจน...โห!!!!!!...ทำไมเยอะจังอ่ะพี่เจน!!!!...มี 2ยอดนะพี่”ส้มเห็นตัวเลขเงินเดือนถึงกับต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ “เยอะมากอ่ะพี่”

            “เท่าไรอ่ะ?”เจนหันมาถามย้ำอีกครั้ง

            “ยอดแรกเป็นเงินเดือนเขาคิดผลตอบแทนให้พี่เป็นปีนะคะไม่ใช่เป็นรายเดือน ยอดแรกก็ 64ล้านเหรียญแล้วก็มีวงเล็บกำกับว่า 2,240 ล้านบาทค่ะ...ส่วนยอดที่ 2เป็นเงินประจำตำแหน่งซีอีโอ 21.8 ล้านเหรียญมีวงเล็บต่อท้าย 763 ล้านบาทค่ะ ยอดรวมก็ 3,003 ล้านบาทค่ะ แล้วก็มีข้อความกำกับไว้ด้านล่างค่ะเงินประจำตำแหน่งจะเพิ่มขึ้นตามผลประกอบการของบริษัท”

            “โหหหหหมึงได้เงินปีแรก 3 พันล้านบาทเลยเหรอ!!!!!??!!! เยอะโครตๆ...แล้วเงินเข้าบัญชียังอ่ะส้ม”              

            “เดี๋ยวหนูเช็คนิดหนึ่ง...เข้าแล้วค่ะพี่พลอย”

            “เดี๋ยวนะ!!!กูยังไม่ได้จ่ายเงินเดือนให้มึง 2 คนเลยนี่หว่า นี่กูทำงานจนลืมสนิท!”

            “มาๆๆได้เวลารับเงินเดือนละ...วันนี้กูก็รวยเว้ยยๆๆ”พลอยแซวทันที

            “มึง 2คนก็ไม่เคยถามเรื่องเงินเดือนกับกูสักครั้ง กูดีใจนะที่พวกมึงเป็นแบบนี้...ส่วนเงินเดือนของกูกูจะเอาไปตั้งกองทุนให้พนักงานดีกว่า”

            “ค่ะพี่เจน...ตัวหนูก็มากินอยู่กับพี่อยู่แล้วแค่พี่รับหนูเป็นน้องสาว นี่ก็เยอะมากเกินกว่าที่หนูจะรับจากพี่แล้วค่ะ”

            “ทุกวันนี้มึงก็ให้กูมากกว่าเงินที่มึงจ้างกูอีกไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเงินก็ได้ว่ะ...มึงก็รู้ว่ากูเป็นคนยังงัย”

                          

            ในระหว่างที่รถติดไฟแดงเจนจิราขอมือถือจากส้มพร้อมกับกดโอนเงินให้กับพลอยและส้ม เธอหันไปยกมือไหว้น้องส้มด้วยความตั้งใจทำให้ส้มตกใจมากต้องยกมือไหว้ตอบรับแทบไม่ทัน “หนูขอขอบคุณคุณส้มมากนะคะที่มาช่วยงานหนู”

            เจนเอี้ยวตัวไปด้านหลังยกมือไหว้พลอยอีกคนหนึ่ง“หนูขอขอบคุณพลอยเช่นกันค่ะที่มาช่วยงานหนู...ถ้าไม่มีคุณส้มกับคุณพลอยมาช่วยป่านนี้ชีวิตหนูไม่รู้จะทำยังงัยเหมือนกันค่ะ”

            “พี่เจน...”

            “ต่อไปนี้ส้มไม่ต้องเรียกว่าพี่เจนแล้วนะเรียกว่าเจนกับพลอยเฉยๆ ก็พอ ส้มอายุน้อยกว่าแค่ 3-4 เดือนเองอยากให้ส้มเป็นเพื่อนกันในกลุ่มดีกว่า”

            “ไม่ได้ค่ะพี่เจนพี่พลอย...หนูไม่กล้าคิดเรื่องแบบนี้หรอกค่ะ หนูไม่ได้นับถือพี่เจนพี่พลอยแค่เรื่องอายุมากกว่านะคะแต่หนูนับถือพี่สองคนเทียบเท่าพ่อกับแม่หนูด้วยซ้ำ พี่ให้โอกาสดีๆ ในชีวิตกับหนูมากขนาดนี้จะให้หนูเรียกว่าเจนกับพลอยเฉยๆ ไม่ได้จริงๆ ค่ะหนูยินดีและเต็มใจที่จะกราบเท้าพี่เจน พี่พลอยด้วยซ้ำไป หนูเคารพพี่มากๆ นะคะ”ส้มพูดไปพลางยกมือไหว้ทั้งเจนจิราและพลอยด้วยความเคารพ

            “วันนี้มึงมามุกไหนเนียกูตั้งตัวไม่ทันจริงๆๆ” พลอยเอ่ยปากด้วยรอยยิ้ม “กูกับไอ้ส้มยังงัยก็รักมึงแหละพวกกูก็มีมึงคนเดียวเหมือนกัน เราก็มีกันอยู่แค่ 3 คนนี่แหละ”

            เจนโน้มตัวพร้อมๆกับก้มหัวยกมือไหว้อีกครั้งที่บริเวณหัวไหล่ขวาของส้ม “หนูขอบคุณคุณส้มอีกครั้งนะคะที่เข้ามาช่วยเติมเต็มชีวิตของหนูที่ขาดหายไป...”

            การแสดงออกของเจนทำให้ส้มปลาบปลื้มใจอย่างมากต้องเอามือกุมปากโผเข้ากอดพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “หนูต่างหากที่ต้องขอบคุณพี่เจน...พี่ให้ชีวิตใหม่ดีๆกับหนู ทำให้ชีวิตหนูมีโอกาสมากมายขนาดนี้”

            ส้มยกมือไหว้ก้มหัวไปที่บริเวณต้นขาของเจนพร้อมๆ กับนำมือของเจนมาลูบที่หัวตัวเองหลายครั้ง “หนูยินดีและเต็มใจฟังคำสั่งสอนของพี่เจนทุกอย่างค่ะ”

             

            สัญญาณแจ้งเตือนจากมือถือของพลอยกันส้มดังในเวลาไล่เลี่ยกันข้อความแจ้งเตือนว่ามียอดเงินเข้าบัญชีคนละ 10 ล้านบาท“โอเคนะมึง?”

            “Thank You เพื่อน...”

            “ขอบคุณค่ะพี่เจน...โห!!ตั้ง 10 ล้าน”ส้มจ้องมองยอดเงินในบัญชีแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง

             

            ในช่วงเวลาเดียวกันบุญเสริมหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ซีคอร์ปนั่งในห้องประชุมทีมด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเป็นอย่างมากกำลังวีดีโอคอลคุยกับเลขานุ่น โดยมีพนักงานทีมประชาสัมพันธ์ 14คนทะยอยเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจนแทบไม่มีใครคุยกันหลายคนเดินกอดกันร้องไห้จนตาบวมแดงกล่ำ บางคนก้มหน้าร้องไห้ฟุบที่โต๊ะประชุมอีกหลายคนนั่งอยู่หลังห้องเอามือปิดหน้าร้องไห้ไม่ต่างอะไรกับคนหมดอาลัยตายอยาก

                   “คุณนุ่นพอจะทราบไหมว่าคุณเจนเรียกประชุมด่วนทีมประชาสัมพันธ์เรื่องอะไรครับ?”

                   “หนูไม่รู้จริงๆค่ะพี่บุญเสริม ครั้งนี้คุณเจนเรียกเองไม่ได้ผ่านหนูด้วยค่ะแล้วก็ไม่ได้แจ้งด้วยค่ะว่าประชุมเรื่องอะไร...เรียกตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืน หนูก็เพิ่งมาเห็นตอนเช้าเหมือนกันคุณเจนไม่ได้แจ้งเพิ่มเติมอะไรเลยค่ะ”

                   “น้องๆในทีมตอนนี้เครียดจัดจนร้องไห้กันหมดแล้ว น้องในทีมกลัวโดนคุณเจนตำหนิเรื่องที่เกิดขึ้นถ้าคุณเจนตำหนิพวกเราจริงๆ ผมจะยอมรับผิดคนเดียว น้องๆ ในทีมไม่เกี่ยว”น้ำเสียงของบุญเสริมไม่สู้ดีเท่าใดนักจนนุ่นจับความรู้สึกได้

                   “พี่บุญเสริมอย่าพูดแบบนั้นสิคะพี่เคยบอกว่าเราทำงานเป็นทีม ถ้าถูกคุณเจนตำหนิจริงๆพวกเราก็ต้องยอมรับด้วยกันทั้งทีมค่ะ” หลังจากพูดจบก็ร้องไห้ปล่อยโฮออกมา

                   “หนูคิดว่าไม่ใช่แค่ตำหนิแน่ๆค่ะ เรียกมาครบทุกคนด้วยตัวเองแบบนี้ สงสัยโดนไล่ออกทุกคนแน่เลยค่ะ”พนักงานคนหนึ่งเหลือบไปเห็นซองขาวจำนวนหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะด้านหน้าห้องประชุม

            “พวกเราเห็นซองขาวบนโต๊ะไหมล่ะ?”

                   คำพูดของพนักงานคนนี้ทำให้ทุกคนในห้องหันไปมองทิศทางเดียวกันหมด“จริงด้วย....”

                   “วันนี้คุณเจนไล่พวกเราออกหมดทั้งทีมแน่ๆเลย!!”

                   พนักงานคนหนึ่งรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินตรงไปหยิบซองขาวขึ้นมาส่องกับไฟห้องด้วยความร้อนใจอย่างมาก“ในซองมีเช็ค 1 ใบ เขียนว่า 1แสนบาท...แล้วก็มีชื่อพวกเรา...เนียยย...มีเช็คทุกซองเลย แบบนี้ชัดเจนแล้วล่ะ”จบคำพูดของพนักงานคนนี้ทำให้ทุกคนในห้องหน้าเสียกันอย่างมาก        

     

                   “พี่บุญเสริม...คิดว่าพวกเราจะโดนไล่ออกหมดทุกคนป่ะคะ?”

                   “พี่เองก็ไม่รู้เหมือนกันถ้าเป็นคุณวรวิทย์ พี่มั่นใจว่าคุณวรวิทย์ไม่ไล่พวกเราออกแน่ๆ คุณวรวิทย์รู้จักพวกเราทุกคนเป็นอย่างดีว่าเราตั้งใจทำงานกันขนาดไหน...แต่คุณเจนพี่ไม่รู้จริงๆ”

                   “พี่บุญเสริมเคยคุยกับคุณเจนไหมคะ?”

                   “พี่ไม่เคยคุยเลยพวกเรามีใครเคยคุยกับคุณเจนบ้างไหม?...ไม่มีเลยเหรอ?”

                   “ส่วนใหญ่พวกเราเห็นคุณเจนตอนเดินเข้า-ออกตึกแล้วก็ตอนทานอาหารค่ะ แต่ไม่เคยคุยค่ะ”

            “หนูตั้งใจทำงานมาหลายปีหนูรู้ว่าหนูไม่เก่ง หนูก็พยายามพัฒนาตัวเองหาความรู้ใส่ตัวจะได้ตอบคำถามได้มากๆ...หนูเสียใจที่หนูทำได้แค่นี้”คำพูดตัดพ้อยังคงออกมาอย่างต่อเนื่อง “หนูรู้ตัวเองดีว่าไม่เก่งไม่ดีพอ แต่ก็อยากให้ผู้ใหญ่เห็นความพยายาม ความตั้งใจของหนูบ้าง…ตอนนี้หนูทั้งหมดกำลังใจสิ้นหวัง ท้อแท้ในชีวิตเหลือเกิน”

            “พี่บุญเสริม...พวกเราเป็นทีมแรกใช่ไหมคะที่ถูกคุณเจนเรียกโดยตรงแบบนี้?”

            “อืมๆปกติคุณเจนเรียกผ่านคุณนุ่น...น้องๆ ไม่ต้องเสียใจ ไม่เป็นไรๆ พี่ยอมรับผิดเองพวกเรารับมือไม่ดีกันด้วยแหละ จนทำให้คุณเจนต้องถูกด่ามากขนาดนี้”

            “พี่นุ่น...หนูเสียใจมากค่ะพี่นุ่นก็เห็นนะคะว่าพวกหนูตั้งใจทำงานกันขนาดไหน พวกหนูโดนด่าหยาบคายถูกจิกหัวด่าพ่อด่าแม่ พี่นุ่นสอนให้หนูอดทน หนูไม่เคยบ่นไม่เคยท้อเลยนะคะ หนูตั้งใจทำงานก็อยากมีผลงานให้ผู้ใหญ่พิจารณาเหมือนกันตอนนี้หนูท้อแท้หมดกำลังใจกับชีวิตมากค่ะ”พนักงานอีกคนหนึ่งอัดอั้นตันใจเป็นอย่างมากจนต้องร้องไห้ปล่อยโฮออกมา “หนูอยากให้คุณเจนรับฟังพวกเราบ้างพวกเราก็ตั้งใจทำงานกันนะคะ”

            เสียงร้องไห้ระงมปนกับเสียงปลอบใจดังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง“แล้วพวกเราจะโดนไล่ออกไหมคะพี่บุญเสริม?...หนูทำงานมา5 ปีแล้ว หนูรักบริษัทนี้มาก หนูอยากทำงานที่นี่จริงๆ นะคะ”

            “คิดเหมือนกันค่ะหนูทำงานแค่ 2 ปีก็จริง แต่หนูก็รักที่นี่เหมือนกัน สงสัยหนูโดนไล่ออกเป็นคนแรกแน่ๆหนูเป็นคนอยู่เวรคืนวันที่คุณเจนโดนด่ามากๆ ด้วย หนูเสียใจมากนะคะ”

            “ไม่ใช่ไล่ออกคนเดียวสิแก!!เรียกประชุมทั้งทีมด้วยตัวเอง จะโดนไล่ออกทั้งทีมมากกว่า วันนี้พวกเราคงไม่รอดแล้วล่ะ…เห็นเช็คไหมอ่ะคนละแสน!!!...หนูอยากขอโอกาสจากคุณเจนให้พวกเราทำงานแก้ตัวบ้าง”

            “ใจเย็นๆกันก่อน พวกเรายังไม่รู้เลยว่าคุณเจนเรียกประชุมเรื่องอะไร?”นุ่นพยายามพูดปลอบใจ “อย่าเพิ่งคิดอะไรล่วงหน้ารอฟังคุณเจนกันก่อน คุณเจนไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นหรอกพวกเราตั้งใจทำงานทั้งวันทั้งคืนกันขนาดนี้”

            “หนูอายุ33 แล้วนะพี่นุ่น หนูทำงานที่นี่มา 7 ปี หนูต้องมาเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกเหรอคะ?...ตอนนี้หนูทั้งท้อแท้ หมดกำลังใจในชีวิตเหลือเกิน...หนูก็ทำจนถึงที่สุดแล้วนะคะอดหลับอดนอนเข้าเวรแทนคนอื่น โดนด่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน ถูกด่าเป็นไอ้กระหรี่ขายตัว ถูกด่าเป็นสารพัดสัตว์เป็นคนชั้นต่ำ หนูก็อดทนมาตลอด หนูเห็นคุณเจนตั้งใจทำงาน หนูต้องการปกป้องคุณเจนจนถึงที่สุดแต่ผลตอบแทนที่ได้คือหนูต้องตกงานเหรอคะ?มันยุติธรรมกับหนูไหมคะ? หนูก็อยากให้คุณเจนเห็นความตั้งใจพวกหนูบ้าง”พนักงานแต่ละคนทำได้เพียงแค่พูดตัดพ้อโชคชะตาของตัวเอง

            “พี่นุ่นลองคิดดูนะคะ ปกติถ้าคุณเจนมีเรียนคลาสเช้าจะไม่เข้าบริษัทมารอบบ่ายเลย แต่วันนี้คุณเจนมีเรียนเช้า แจ้งกำหนดการว่าช่วงเช้าเข้าบริษัทแค่ 30นาทีเท่านั้น แล้วเรียกประชุมทีมประชาสัมพันธ์ทีมเดียวและเป็นคนเรียกเองด้วยซองขาวก็วางอยู่บนโต๊ะชัดเจนอยู่แล้วค่ะว่าพวกเราทำงานไม่ดีจนทำให้คุณเจนโดนด่าขนาดนี้”

            พนักงานแต่ละคนยังคงอยู่ในภาวะเครียดจัดอย่างต่อเนื่องจนเสียงร้องไห้โฮดังมาจากทุกทิศทางอีกครั้ง“หนูก็เสียใจเหมือนกันนะคะที่คุณเจนโดนด่าหนูอยากให้ทุกคนมาด่าหนูแทนคุณเจนก็ได้ค่ะ”

            “พวกเราเช็ดหน้าเช็ดตากันก่อน...คุณเจน,คุณพลอยกับคุณส้มกำลังเดินมาที่นี่แล้ว น้องๆ ไม่ต้องพูดอะไรกันนะ เดี๋ยวพี่พูดเอง”

     

            เจนจิรา,พลอยและส้มเปิดประตูห้องประชุมเข้ามาหันไปเห็นพนักงานทีมประชาสัมพันธ์นั่งร้องไห้ตาแดงกล่ำกันทุกคนในขณะที่พี่บุญเสริมมีสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กันบรรยากาศในห้องประชุมไม่สู้ดีเท่าใดนักทำให้เธอแปลกใจอย่างมาก

            “สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะคุณเจน, คุณพลอย, คุณส้ม”

            “สวัสดีค่ะพี่บุญเสริม...สวัสดีค่ะพี่ๆทุกคน ทำไมทุกคนร้องไห้กันหมดเลยคะ เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?”

            “คือ...คือ..พวกเราตกใจกันมากครับที่คุณเจนเรียกประชุมทีมประชาสัมพันธ์ตั้งแต่เช้านะครับ”

            “แบบนี้หนูคิดว่าไม่ใช่แค่ตกใจแล้วล่ะค่ะพี่บุญเสริมพูดกับหนูตรงๆ ได้เลยค่ะ เกิดอะไรขึ้นในทีมประชาสัมพันธ์คะ?”

            “คือ...พวกเราคิดว่าคุณเจนเรียกประชุมวันนี้เพราะว่าการทำงานของทีมรับมือเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ดีจนทำให้คุณเจนต้องถูกต่อว่าถูกโจมตีได้รับผลกระทบมากมายขนาดนี้ครับ…น้องๆในทีมเสียใจเรื่องนี้กันมากครับผมในฐานะหัวหน้าทีมต้องขอโทษคุณเจนเป็นอย่างสูงครับ ผมเสียใจจริงๆครับที่การทำงานของทีมเราย่ำแย่ขนาดนี้ครับ”

            คำตอบของบุญเสริมทำให้เจนจิรา,พลอยและส้มต้องแปลกใจอีกครั้งหนึ่ง “ไม่ใช่ค่ะพี่บุญเสริมหนูเรียกประชุมทีมมาจากเรื่องเมื่อวานนี้จริงค่ะ แต่คนละเรื่องเลยค่ะ พี่ๆทุกคนเข้าใจหนูผิดแล้วค่ะ ซองขาวที่อยู่บนโต๊ะใช่ไหมคะที่ทำให้ทุกคนเข้าใจผิด?”

            สิ้นเสียงเจนจิราทำให้พนักงานทุกคนต้องหันมามองทันที“หนูขอให้พี่ๆทุกคนลุกขึ้นมายืนด้านหน้าหนูได้ไหมคะ...ทุกคนเลยค่ะ”คำพูดของเจนจิราทำให้พนักงานหลายคนต้องแปลกใจ ไม่เข้าใจว่าเธอต้องการทำอะไรแต่พนักงานทุกคนก็ทำตามที่เธอร้องขอหลายคนปาดน้ำตาแล้วก็มายืนเรียงกันที่บริเวณด้านหน้าของเธอจนครบทุกคน

     

            “ความผิดพลาดในการตัดสินใจของหนูเพียงคนเดียวทำให้พี่ๆ ทุกคนในที่นี้ต้องถูกด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายมากมายต่อไปนี้หนูจะตั้งใจทำงานและต้องมีความรอบคอบมากกว่านี้...หนูทราบดีค่ะว่า พี่ๆทุกคนทำงานอย่างหนักเพื่อปกป้องหนู หนูขอโทษพี่ๆ ทุกคนจากใจจริงค่ะ”

            เจนจิราเดินไปที่หัวแถวพร้อมกับยกมือไหว้แบบก้มหัวด้วยความตั้งใจจริงขอโทษพนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ทีละคนจนครบทั้ง14 คนปิดท้ายด้วยพี่บุญเสริม

            “หนูไม่รู้จะตอบแทนความตั้งใจของพี่ๆทุกคนยังงัยดี...เช็คที่หนูเตรียมมา เป็นเงินส่วนตัวของหนู หนูอยากให้พี่ๆทุกคนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ” เจนพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

            การแสดงออกของเจนจิราที่มีต่อพนักงานทีมประชาสัมพันธ์ทำให้พนักงานทุกคนต้องเอามือปิดปากพูดไม่ออกด้วยความตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแบบไม่คาดคิด

    “คุณเจนนน...”

            พนักงานหลายคนหันมากอดกันร้องไห้โฮด้วยความอัดอั้นใจอย่างถึงที่สุด“คุณเจน...คุณเจนไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้นะคะ...คุณเจนเป็นเจ้านายพวกเราไม่ต้องขอโทษพวกเราถึงขนาดนี้หรอกค่ะพวกเราไม่กล้ารับคำขอโทษแบบนี้จากเจ้านายตัวเองหรอกค่ะคุณเจนให้เกียรติพวกเรามากถึงขนาดนี้”

            “พวกหนูทำตัวกันไม่ถูกจริงๆนะคะ...คือหนูไม่รู้จะทำยังงัยดี พวกหนูพูดไม่ออกเลยค่ะ”

            “หนูไม่คิดว่าจะมีเจ้านายแบบนี้จริงๆนะคะ...หนูขออนุญาตกอดคุณเจนได้ไหมคะ?”พนักงานคนหนึ่งเอ่ยปากพูดออกมาพร้อมกับยกมือไหว้

            “ต่อไปพวกหนูขอสัญญาว่าจะตั้งใจทำงานให้สมกับที่คุณเจนให้เกียรติพวกหนูมากขนาดนี้ค่ะ”

            “ตัวหนูเองก็เช่นกันค่ะหนูเป็นพนักงานใหม่ทำหน้าที่แตกต่างจากพี่ๆ ทุกคนเท่านั้นเองค่ะหนูยังต้องการเรียนรู้และหาประสบการณ์ในการทำงานอีกมากมายจากพี่ๆ ค่ะ”เจนจิราต้องการแสดงให้พนักงานทุกคนรับรู้ถึงความจริงใจของเธอ

    พนักงานแต่ละยังคงทำตัวไม่ถูกได้แต่ร้องไห้ปล่อยโฮกันออกมาอีกครั้งหนึ่ง

            “พวกหนูดีใจมากนะคะที่มีเจ้านายอย่างคุณเจน...หนูดีใจจริงๆค่ะ”

            “อีกเรื่องหนึ่งนะคะหนูกำลังคิดจะปรับโครงสร้างบริษัทใหม่หนูต้องการให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์เป็นแผนกหนึ่งของบริษัทไปเลยอยากให้พี่บุญเสริมทำแผนงานมาให้หนูภายใน 7 วันพร้อมเมื่อไรแจ้งพี่นุ่นได้เลยค่ะ...หนูอยากให้พี่บุญเสริมเลือกพนักงานมา 3 คนหนูไม่รู้ว่าพี่คนไหนทำงานเป็นอย่างไรบ้างพี่บุญเสริมเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่าใครทำงานดีหลังจากที่เลือกได้แล้ว...บ่ายวันนี้มารอหนูที่นี่ ก่อนที่เราจะทำงานด้วยกันเราต้องรู้จักกันก่อนค่ะ”

            “อีก 4วันข้างหน้า...ทีมประชาสัมพันธ์เดิมของโฟร์อัสจะเข้ามาฝึกอบรมที่นี่ชั่วคราว 10 คนพี่บุญเสริมกับผู้ช่วยอีก 3 คนจะเป็นคนดูแลทีมประชาสัมพันธ์ใหม่ทั้งหมดค่ะ”

    คล้ายกับเรื่องสัญญารัก สัญญาณหลอน (มี e-book แล้ว) ที่คุณอ่าน