เซนเมื่อได้ฟังที่อาจารย์โซเฟียกล่าวนั้นเขาก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ อย่างไรก็ตามท่าทางของเซนนั้นนิ่งอย่างมากทำให้อาจารย์โซเฟียนั้นได้แต่งุนงง
‘หรือว่าเขาจะรู้ตัวเองอยู่แล้วว่าจะถูกไล่ออก? แล้วเหตุใดเขาจึงมาที่นี่กัน’
อาจารย์โซเฟียคิดกับตัวเองในใจ ก่อนที่เธอจะหลุดออกจากกรอบความคิดของเธอเมื่อเซนเริ่มจะกล่าวบางอย่างออกมา
“ถึงแม้ว่าข้าจะไร้ความสามารถทางด้านเวทมนตร์ แต่ข้าก็ยังมีดีอย่างอื่น”
“หืม? ไหนลองบอกข้ามาสิ บางทีข้าอาจจะรับไว้พิจารณาก็ได้”
อาจารย์โซเฟียนั้นไม่ได้ใจร้ายเกินไป เธอพร้อมที่จะให้โอกาสนักเรียนของเธอได้แสดงความสามารถเสมอ ถึงแม้ว่าโรงเรียนวิลโลนั้นความแข็งแกร่งคือทุกสิ่ง แต่หากนักเรียนคนใดมีประโยชน์มากพอสำหรับสถานที่แห่งนี้ก็สามารถอยู่ต่อได้ อย่างพวกนักปรุงยา นักหลอมศาสตรา คนจำพวกนี้มักจะได้รับการต้อนรับอย่างดีเสมอ
“ความสามารถของข้าก็คือ การเอาชนะท่านได้!”
เซนกล่าวพร้อมกับแสยะยิ้มออกมา อย่างไรก็ตามสีหน้าของชายหนุ่มนั้นยังดูเรียบนิ่งอยู่ดี แต่รอยยิ้มของเซนตอนนี้นั้นสำหรับอาจารย์โซเฟียมันเหมือนรอยยิ้มที่กวนประสาท อย่างไรก็ตามด้วยประสบการณ์ที่เธอเป็นอาจารย์มากว่าหลายสิบปีทำให้เธอสงบอย่างรวดเร็ว แม้ว่าเธอจะดูเหมือนผู้ใหญ่วัยกลางคนแต่จริงๆ แล้วอายุของเธอไปไกลกว่าที่ตาเห็นมาก
“เอาชนะข้า? เจ้ากล่าวได้ตลกมาก…ดูเหมือนว่าเจ้าจะดูถูกอาจารย์ของที่นี่เกินไปนะ”
อาจารย์โซเฟียกล่าวจบก็ได้ถอดแว่นตาหนาๆ ของเธอออกไปก่อนที่เธอจะใช้สายตาของเธอจ้องมองมาที่เซน ดวงตาของเธอนั้นไร้อารมณ์เหมือนกับคนตาย ก่อนหน้านี้ที่เธอสวมแว่นนั้นทำให้เซนไม่สามารถสังเกตได้ชัดเจน แต่เมื่อเห็นมันในระยะใกล้เขาต้องชื่นชมเลยว่ามันทำให้เขารู้สึกขนลุกไม่น้อย
“ฟึบ!”
บรรยากาศรอบตัวของทั้งสองเปลี่ยนเป็นเงียบสนิทแม้แต่เสียงลมและเสียงน้ำจากทะเลสาบก็ราวกับเงียบไป เซนสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่อันตรายมันเลวร้ายยิ่งกว่าจิตสังหารของบราวน์ที่เขาปลดปล่อยออกมาที่หอประชุมเสียอีก
เบื้องหลังของอาจารย์โซเฟียราวกับว่ามีภาพของอสูรร้ายที่เหมือนกับอสรพิษปรากฏขึ้น เซนนั้นสัมผัสได้ว่ามันไม่ใช่ออร่าหรือพลังวิญญาณ แต่มันคือภาพลวงตาที่เกิดขึ้นจากแรงกดดันมหาศาลที่อีกฝ่ายสร้างขึ้น
“ตุบๆๆๆ”
มีบางอย่างร่วงลงมาจากฟ้า เซนเหลือบไปมองและพบว่ามันเป็นนกที่บินผ่านมาใกล้ๆ ในตอนนี้พวกมันล้วนแล้วแต่มีสภาพที่ดูไม่ได้ พวกมันชักเกร็งและกระตุกไปมา
‘เป็นแรงกดดันที่สุดยอดจริงๆ มันสามารถแม้แต่จะฆ่าสิ่งมีชีวิตได้’
เซนอดไม่ได้ที่จะกล่าวชมในใจ ในขณะเดียวกันอาจารย์โซเฟียก็ได้กล่าวถามบางอย่างขึ้น
“เจ้ายังคิดว่าตนเองสามารถเอาชนะข้าได้อีกหรือไม่?”
แม้ว่าอาจารย์โซเฟียจะกล่าวเช่นนั้นแต่เธอก็ยังประหลาดใจเพราะเซนนั้นเหมือนกับไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากแรงกดดันของเธอเลย
‘หรือว่าเขาจะมีสมบัติป้องกัน?’
ความคิดของอาจารย์โซเฟียนั้นแน่นอนมันผิดอย่างมาก แรงกดดันขนาดนี้นั้นสำหรับมนุษย์คนอื่นสามารถบอกได้เลยว่ามันมีผลกระทบกับพวกเขาอย่างมาก ที่ทำให้เซนประหลาดใจก็คืออาจารย์โซเฟียที่อยู่เบื้องหน้าเขานั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่ารองผู้อำนวยการที่เขาเจอเมื่อวานเสียอีก แม้ว่าเขาจะยังไม่เคยสู้กับคนทั้งสองแต่เขาก็สามารถเดาได้
แรงกดดันของอาจารย์โซเฟียไม่ได้อยู่ที่บริเวณที่เซนยืนอยู่เท่านั้นแต่มันกระจายไปถึงอาคารเรียนทำให้นักเรียนในห้องเรียนนั้นต่างอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด บางคนถึงขนาดสลบไป นั่นแสดงให้เห็นว่าอานุภาพของมันนั้นยิ่งกว่าบราวน์เป็นเพราะแม้แต่อาคารเรียนที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรยังได้รับผลขนาดนี้
“แรงกดดันของท่านนับว่าแสดงให้ข้าเห็นความตายได้ดี แต่ข้าจะแสดงให้ท่านเห็นเองว่าความตายที่แท้จริงมันเป็นยังไง…”
เซนกล่าวพร้อมแสดงรอยยิ้มออกมา ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เดินเข้ามาหาอาจารย์โซเฟียซึ่งตอนนี้ปลดปล่อยแรงกดดันออกมา
ตัวของอาจารย์โซเฟียเมื่อเห็นว่าเซนนั้นกำลังเดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับกล่าวคำพูดแปลกๆ ก็ได้แต่คิดอย่างไรก็ตามความคิดของเธอกลับกลายเป็นว่างเปล่าเมื่อมองที่ที่สายตาของชายหนุ่มเบื้องหน้าซึ่งตอนนี้กำลังจ้องมองมายังเธอ สายตาของเซนนั้นเปลี่ยนแปลงไปราวกับกลายเป็นคนละคนกับก่อนหน้านี้ แววตาของเซนนั้นทำให้โซเฟียรู้สึกหนาวเหน็บ เซนหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ซึ่งตอนนี้ทั้งสองนั้นอยู่ห่างกันเพียงห้าเมตร
แรงกดดันของอาจารย์โซเฟียราวกับถูกบางอย่างดูดกลืนหายไปราวกับมันไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน ทำให้โซเฟียนั้นได้แต่งุนงง ในเวลานั้นเองร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมได้ เธอรู้สึกถึงความตาย มันคือความตายจริงๆ ที่เธอสัมผัสได้ เธอดีดตัวไปข้างหลังถอยห่างจากเซนด้วยความเร็วสูงสุด สีหน้าของเธอตอนนี้ดูตึงเครียดอย่างมาก
เมื่อเธอกระโดดถอยหลังออกห่างจากเซนไปแล้วกว่ายี่สิบเมตร อย่างไรก็ตามความรู้สึกอันตรายถึงชีวิตยังคงอยู่ราวกับว่าเธอไม่สามารถหนีมันพ้น เธอจ้องมองไปที่นักเรียนของเธอ ที่ก่อนหน้านี้เธอพูดคุยกับเขาอยู่ แต่จู่ๆ นักเรียนคนนั้นก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นร่างสถิตของปีศาจ
“ยังไม่ทันเริ่มต้นท่านก็หนีข้าเสียแล้ว…”
เซนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนที่เขาจะยกมือซ้ายขึ้นไปในทิศทางของอาจารย์โซเฟีย ซึ่งมันตรงกับตำแหน่งลำคอของเธอ
“ตาย!”
ราวกับรู้สึกถึงความตาย อาจารย์โซเฟียรู้สึกเย็นเฉียบที่บริเวณลำคอของตนเอง เธอรู้สึกราวกับว่ามีดอันแหลมคมกำลังตัดคอของเธอ ก่อนที่เธอจะรู้ตัวว่าเธอนั้นไม่ได้รู้สึกไปเอง แต่มันคือของจริง
อาจารย์โซเฟียเบิกตากว้างในขณะที่มือทั้งสองกำลังกุมคอของตนเอง เธอรู้สึกเปียกๆ ที่มือของเธอ ก่อนที่เธอจะหันไปมองมันและพบว่ามันเป็นเลือดที่ออกมาจากบาดแผลรอยบาดที่ลำคอของเธอ ใบหน้าของเธอค่อยๆ เปลี่ยนเป็นซีดเผือดไม่รู้ว่าเพราะความหวาดกลัวหรือเพราะเสียเลือด อย่างไรก็ตามทุกสิ่งนั้นเกิดขึ้นไวมากแม้แต่เธอที่คิดว่าตนเองแข็งแกร่งยังไม่สามารถตอบสนองใดๆ ได้ทัน เมื่อเธอรู้ตัวอีกทีก็พบกับยมทูตในชุดสีดำที่ราวกับเกิดจากภาพลวงตาลอยอยู่เบื้องหน้าเธอ
ใบหน้าของยมทูตนั้นเละและดูน่าเกลียดน่ากลัว ในขณะที่มือของมันนั้นถือเคียวขนาดใหญ่เอาไว้ และปลายของเคียวนั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ซึ่งมันคือเลือดของเธอเอง
“ชีวิตของข้าจบแค่นี้เองเหรอ…”
โซเฟียกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงตบมือ ทันใดนั้นภาพเบื้องหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป ไม่มียมทูตในชุดดำที่ถือเคียว ไม่มีบาดแผลที่ลำคอของเธอ ไม่เลือดสีแดงที่เปรอะเปื้อนมือของเธอที่จับคอเมื่อสักครู่นั้นมีเพียงเหงื่อที่ไหลออกมาราวกับน้ำเปล่าไหลจากก๊อก
ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นเพียงภาพหลอนที่เธอคิดไปเอง เธอตระหนักถึงมันได้เมื่อเห็นเซนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเธอห่างออกไปหลายเมตร เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก แม้ว่าสภาพของเธอตอนนี้จะเหมือนกับคนบ้าก็ตาม เธอคิดจริงๆ ว่าตนเองได้ตายไปแล้วเมื่อสักครู่
“เจ้าสามารถใช้เวทมนตร์สายลวงตาได้ มันเป็นความสามารถที่น่ากลัวจริงๆ แม้แต่ข้ายังไม่สามารถรับมือกับมันได้ เพราะข้าไม่สังเกตเห็นถึงการกำเนิดของเวทมนตร์เลย เจ้าซ่อนมันได้ดีจริงๆ”
อาจารย์โซเฟียกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างดีใจ เหตุใดเธอจะไม่ดีใจกัน? เพราะนักเรียนของเธอคนนี้นั้นนับว่ามีพรสวรรค์และความแข็งแกร่งอย่างมาก เธอกล้าพนันเลยว่าด้วยความสามารถของภาพลวงตาเมื่อสักครู่นั้นไม่มีนักเรียนคนใดสามารถเอาชนะนักเรียนของเธอได้ ต่อให้เป็นนักเรียนหัวกะทิก็ตาม
“ใครบอกท่านกันว่ามันคือเวทมนตร์?”
เซนกล่าวออกมาทำให้ร่างกายของอาจารย์โซเฟียสั่นสะท้าน
“แล้วมันคือสิ่งใดหากไม่ใช่เวทมนตร์ลวงตา?”
อาจารย์โซเฟียกล่าวถาม ในขณะที่เธอนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เธอก็ยังหวาดกลัวมันอยู่ บางทีมันอาจจะทำให้เธอนอนไม่หลับอีกหลายคืนก็ได้
“ข้าไม่ได้บอกท่านไปแล้วเหรอ ว่าข้ายังไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้”
“เจ้าบอกข้าแล้ว”
อาจารย์โซเฟียพยักหน้าพร้อมกับกล่าวตอบ ในขณะเดียวกันเซนก็ได้กล่าวอีกว่า
“มันคือสิ่งเดียวกับที่ท่านแสดงให้ข้าดูนั่นแหละ มันเป็นเพียงแค่แรงกดดันเท่านั้น ซึ่งเกิดจากจิตสังหารของข้าเอง”