เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

    บทที่ 44

    ภามมองอามินที่นั่งทอดสายตามองไปบนพื้นน้ำ และม่านน้ำตกเบื้องหน้า ตัวสั่นอยู่น้อยๆ อย่างเข้าใจว่าเด็กชายคงยังไม่หายตกในจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงตัดสินใจเอ่ยว่า “เช่นนั้น เราพักกันก่อนก็แล้วกัน” ได้ฟังดังนั้น อามินก็รู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย ถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะพยักหน้ารับคำบอกของภาม ส่วนภามก็มองสำรวจบริเวณรอบๆ อีกครั้ง เผื่อจะพบทางออกทางอื่น ด้านหน้าของเขาเป็นผืนน้ำ ที่สุดปลายสายน้ำเป็นม่านน้ำตก ส่วนรอบด้านที่เหลือเป็นผนังหิน เหมือนถ้ำขนาดใหญ่ แสงภายในถ้ำนี้ไม่สว่างมากนัก มีเพียงแสงสลัวๆ ที่ลอดผ่านม่านน้ำตกเข้ามา ให้พอมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้อย่างเลือนรางเท่านั้น “เจ้านั่งรอที่นี่ก่อนได้หรือไม่ ข้าจะไปเดินสำรวจรอบๆ นี้สักหน่อย เผื่อมีทางออกอื่น” ภามเอ่ยถามอามิน“ขอรับ” อามินตอบพร้อมกับพยักหน้า เมื่อเห็นว่าอามินตอบรับแล้ว ภามก็หันหลังกลับ เดินลึกเข้าไปในตัวถ้ำ เดินไปจนพบผนังถ้ำก็ยังไม่พบอะไร เขาถึงเดินเลียบผนังไปเรื่อยๆ จนถึงมุมหนึ่งก็พบกับหินก้อนใหญ่ สูงกว่าสองเมตร ดูจากรูปร่างของมันแล้ว เหมือนหินก้อนนี้ถูกใช้ปิดปากทางที่ใช้เดินลึกเข้าไปในถ้ำได้อีก แต่ไม่รู้ว่าเพราะหินนี้ใหญ่เกินไป หรือเพราะแรงเขาไม่พอ ภามพยายามดันหินไปด้านข้าง เพื่อเปิดปากทาง แต่ทำอย่างไรหินก็ไม่ขยับ ภามจึงเลิกล้มความตั้งใจ หันกลับไปเดินสำรวจถ้ำต่อ ในถ้ำนี้ด้านหน้าเป็นน้ำ และม่านน้ำตก บนดินที่เหลือผนังหินล้อมรอบเป็นรูปครึ่งวงกลม นอกจากทางที่มีหินก้อนใหญ่ปิดอยู่ ก็ไม่มีทางอื่นใดให้เดินได้อีก ดังนั้นตอนนี้ หากอยากออกจากที่นี่ คาดว่าคงมีแต่ต้องว่ายน้ำฝ่าม่านน้ำตกออกไป หลังจากสำรวจจนรอบแล้ว ภามจึงเดินกลับไปหาอามิน ที่นั่งกอดเข่าอยู่ริมน้ำ “รอบนี้ไม่มีทางออกอื่น เราต้องว่ายน้ำกลับออกไปแล้วล่ะ” ภามบอกอามิน“ขะ.. ขอรับ” อามินฝืนตอบ“เจ้าพร้อมจะว่ายน้ำออกไปหรือยัง ป่านนี้พ่อแม่เจ้าด้านนอกคงเป็นห่วงจนร้อนใจแย่แล้ว” ภามเตือนอามินตามตรง ภามรู้ว่าอามินยังไม่หายกลัว แต่คาดว่าเวลานี้อลัน และเมมี่ก็น่าจะเป็นห่วงอามินจนร้อนใจแล้ว ไหนจะเป็นเขาที่ช่วยหาอามินอยู่ก็หายไปอีกคน ด้านนอกคงวุ่นวายน่าดู “เจ้าไม่ต้องกลัวไป เราต้องดำน้ำลงไปให้ลึกหน่อย แรงดันจากน้ำตกจะได้ลดลง หากเจ้าว่ายต้านกระแสน้ำไม่ไหว เดี๋ยวข้าจะช่วยดึงเจ้าไปเอง” ภามอธิบายวิธีการออกไปให้อามินฟัง เพื่อลดความกังวล“เอ่อ... เรากลับกันเลยก็ได้ขอรับ” อามินฝืนใจตอบ หลังจากนั้นทั้งสองก็กลับลงไปในน้ำอีกครั้ง ภามกับอามินมองหน้ากัน ภามจึงพยักหน้าให้สัญญาณ ทั้งสองก็ดำลงไปใต้น้ำ อามินทำตามที่ภามบอกไว้ คือดำลงไปให้ลึกที่สุด พยายามลืมตามมองหาภาม และว่ายน้ำตามภามไป เมื่อว่ายเข้าใกล้ใต้น้ำตก กระแสน้ำก็แรงขึ้นเรื่อยๆ ภามว่ายทวนกระแสน้ำเข้าไป หันมามองอามินที่ว่ายตามมาเป็นพักๆ จนเมื่อเห็นว่ากระแสน้ำน่าจะแรงเกินไปแล้ว ก็เอื้อมมือไปคว้าแขนอามินข้างหนึ่ง ดึงให้อามินว่ายตามมาได้ง่ายขึ้น ครั้งนี้ไม่ยากเท่าครั้งแรกที่ว่ายฝ่าาใต้น้ำตก เนื่องจากมีประสบการณ์แล้ว อีกทั้งอามินก็ยังมีสติ ทำให้ว่ายฝ่าออกมาได้ง่ายขึ้น ไม่นานก็ว่ายหลุดออกมาอีกฝั่งของม่านน้ำตกจนได้ ภามดันอามินไปด้านหน้า และดันร่างอามินอีกครั้งให้ลอยขึ้นเหนือน้ำ “อามิน!!” อลันเรียกชื่อลูกชายเสียงดังทันทีที่เห็นร่างอามินโผล่พ้นน้ำขึ้นมา“ท่านพ่อ” อามินตอบกลับเสียงอ่อยอย่างรู้สึกผิด อลันดึงลูกชายไปกอด ก่อนจะหันกลับมาค้อมศีรษะให้ภามเป็นการขอบคุณ และช่วยดึงอามินว่ายน้ำเข้าฝั่ง โดยมีภามว่ายตามไปเงียบๆ “ขอบคุณเจ้าค่ะท่านภาม ที่ช่วยชีวิตอามินไว้” เมมี่ก้มลงคำนับภามทันที่ที่ภามขึ้นมาจากน้ำ“ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เจ้ารีบลุกขึ้นเถอะ”“เจ้าเห็นหรือไม่ เล่นไม่ระวังแล้วเป็นอย่างไร! ทำให้ผู้อื่นต้องเดือดร้อนเพราะเจ้าแค่ไหน” อลันหันไปดุอามินด้วยน้ำเสียงเข้มงวดขึ้นกว่าปกติ“ขอโทษขอรับ” อามินตอบกลับมา พร้อมกับก้มหน้าสำนึกผิด“อย่าดุนักเลย อุบัติเหตุเช่นนี้ไม่มีใครตั้งใจให้เกิดขึ้น แค่นี้อามินเองก็น่าจะตกใจจะแย่แล้ว” ภามช่วยเอ่ยไกล่เกลี่ย ในเมื่อภามช่วยพูด และอามินเองก็ดูจะสำนึกผิดแล้ว อลันกับเมมี่จึงไม่ได้ดุอะไรอามินอีก เมมี่พาอามินไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนภามที่ไม่ได้ตั้งใจมาเล่นน้ำ จึงไม่ได้นำเสื้อผ้าติดมาด้วยเขาจึงตัดสินใจถอดเสื้อออก อลันเห็นดังนั้นจึงช่วยภามก่อกองไฟ ภามจึงหาหินก้อนใหญ่มาตั้งข้างกองไว้ และนั่งลงพยายามผึ่งเสื้อในมือให้แห้ง และหวังให้ไอร้อนจากกองไฟช่วยให้กางเกงแห้งเร็วขึ้น ตามแผนการในวันนี้ ทั้งหมดตั้งใจจะมาจับปลาแถวลำธารนำมาย่างเป็นมื้อเที่ยง แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกคนใช้แรงไปไม่น้อย ภามจึงตัดสินใจว่ากินแค่ผลไม้ที่นำติดมาก็น่าจะเพียงพอแล้ว ไม่ต้องวุ่นวายไปจับปลาเพิ่ม ทุกคนจึงนั่งกินผลไม้สดบ้าง นำมาย่างไฟบ้างจนอิ่ม จากนั้นก็นั่งพักใต้ร่มไม้กันอีกสักครู่ อามินกับแอนเน่เมื่อหายตกใจแล้วก็ดูจะกลับมาร่าเริงขึ้น ทั้งสองนั่งดูภาพวาดที่ภามวาดไว้อยู่บนผ้าที่ปูไว้ใต้ร่มไม้ โดยมีเมมี่นั่งคอยดูแลอยู่ข้างๆ “ขอบคุณท่านภามอีกรอบนะขอรับ” อลันที่นั่งอยู่หน้ากองไฟ ข้างๆ ภามกล่าวขึ้นอีกครั้ง“ไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อย พวกเจ้าไม่ต้องขอบคุณแล้ว” ภามกล่าวย้ำคำเดิมเช่นกัน“ขอรับ” อลันต้อง แต่ยังไม่วายค้อมศีรษะให้อีก หลังจากนั่งเล่นกันอีกสักพัก จนบ่ายแก่ๆ แสงแดดเริ่มอ่อนลงแล้ว ทั้งหมดจึงตัดสินใจเก็บของกลับบ้าน โดยที่เด็กๆ นั่งบนหลังม้า และมีอลัน และเมมี่จูงม้าให้เช่นเดิม เมื่อกลับมาถึงบ้าน เด็กๆ ที่เล่นมาทั้งวันก็ดูเหมือนว่าจะเพลียมากแล้ว ภามจึงบอกให้พาเด็กๆ ไปนอนพัก ส่วนตัวเขาเองก็เดินไปหยิบผลไม้ติดมือ ขึ้นไปนั่งเล่นบนดาดฟ้า อลันจึงพาเด็กๆ ไปนอน ส่วนเมมี่ก็แยกไปเตรียมอาหารเย็น อาหารมื้อเย็นวันนี้ เป็นปลาย่างกับแครอทต้ม ชดเชยที่เมื่อบ่ายไม่ได้กินปลาย่าง เด็กๆ ตื่นขึ้นมาตั้งแต่ก่อนเวลาอาหารเล็กน้อย แอนเน่ยังร่าเริงเหมือนเดิม ในขณะที่อามินยังดูไม่ร่าเริงนัก อาจจะเพราะยังรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องวุ่ยวายอยู่ ภามเห็นแล้วก็อดเห็นใจไม่ได้ แต่เขาเองก็ปลอบใจคนไม่เก่ง จึงทำเพียงลูบหัวอามินเบาๆ ไปสองสามครั้งเป็นการปลอบใจ โดยไม่พูดปลอบอะไร หลังจากทานอาหารเรียบร้อย ภามออกไปเดินสำรวจแปลงผักที่พรุ่งนี้จะเก็บเกี่ยวอีกครั้ง ผลผลิตทุกต้นขนาดใหญ่สมบูรณ์ดี ภามมองอย่างวางใจ ก่อนจะกลับเข้าบ้านมาอาบน้ำ จากนั้นทุกคนจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อน ภามเอนตัวลงนอน แต่ยังนอนไม่หลับ เขาคิดอะไรไปเรื่อยๆ จนมาถึงเรื่องถ้ำที่อยู่หลังม่านน้ำตก และหินก้อนใหญ่ที่ปิดปากทางในถ้ำนั้น เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าตนติดใจอะไรในเรื่องนี้ แต่ทางนั้นอาจจะไปต่อได้ มันกระตุ้นความอยากรู้ของเขา ให้อยากเข้าไปสำรวจจริงๆ ภามนอนคิดหาทางเปิดทางเส้นนั้นไปเรื่อยๆ จนเผลอหลับไปในที่สุด

    คล้ายกับเรื่องเกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน