“ก่อนอื่นข้าจะสอนวิธีใช้ตำราอัญเชิญให้เจ้าก่อนเมื่อเจ้าสามารถทำสัญญากับสัตว์อสูรได้แล้วเจ้าก็สามารถอัญเชิญสัตว์อสูรออกมาร่วมต่อสู้กับเจ้าได้เมื่อเจ้าสามารถเปิดตำราอัญเชิญได้ข้าจึงจะพาเจ้าไปยังดินแดนสัตว์อสูรเพื่อให้เจ้าค้นหาสัตว์อสูรมาทำพันธสัญญาเองเมื่อเจ้าเข้าไปในดินแดนสัตว์อสูรแล้วเจ้ามีเวลาเพียงแค่สามวันที่จะหาสัตว์อสูรเพื่อมาทำพันธสัญญาด้วยจำเอาไว้ว่าเจ้ามีโอกาสเพียงแค่ครั้งเดียวในชีวิตของเจ้าที่จะเข้าไปยังดินแดนสัตว์อสูรแห่งนี้ได้”
เมื่อเฟยหลงฝึกฝนจนสามารถเปิดใช้ตำราอัญเชิญได้อาจารย์ซุนหวู่ได้พาเฟยหลงมายังดินแดนสัตว์อสูรผู้อาวุโสซุนหวู่ร่ายเวทมนตร์เพียงไม่นาน ดินแดนสัตว์อสูรที่อยู่ตรงหน้าเปิดออกเฟยหลงถูกส่งเข้าไปยังดินแดนของสัตว์อสูรในทันทีเพียงแต่ว่าการทำสัญญากับสัตว์อสูรให้ได้ในแต่ละครั้งต้องใช้ความสามารถในการสื่อสารกับสัตว์อสูรพวกนั้นให้ได้เฟยหลงไม่รู้ว่าสัตว์อสูรตัวไหนบ้างที่อยากจะทำพันธสัญญากับเขาเขาเดินตามหาสัตว์อสูรไปทั่ว
ทางด้านอาจารย์ของเฟยหลงหลังจากที่ส่งเฟยหลงเข้าไปยังดินแดนสัตว์อสูรเรียบร้อยแล้วเขาก็มานั่งบนโขดหินใหญ่ใกล้ๆ แม่น้ำ เขานำสุราออกมาจิบเพื่อรอการกลับมาของลูกศิษย์
“ฮ่าฮ่า ฮ่า เจอกันอีกแล้วนะซุนหวู่คราวนี้เจ้าพาลูกศิษย์ของเจ้ามาหาสัตว์อสูรทำพันธสัญญาด้วยอย่างนั้นหรือ?”
“อ้าวข้าคิดว่าใครที่ไหนเสียอีกคราก่อนเจ้าเสียเดิมพันแล้ว ได้ยินว่าไปมีเรื่องกับเด็กที่ร้านขายชาอย่างนั้นหรือ?”
“เจ้าเจ้านี่มัน.......”
“เจ้าอะไรวันนี้เจ้าเองก็พาศิษย์มาหาสัตว์อสูรมาทำพันธสัญญาด้วยไม่ใช่หรือเดิมพันกันอีกสักรอบเป็นยังไง เจ้ากล้าเดิมพันอีกรอบไหม?”
“ได้ เจ้าจะเดิมพันอะไรว่ามาข้ามั่นใจว่าคราวนี้ลูกศิษย์ของข้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังอย่างแน่นอน”โอหยางลี่กล่าว
“เช่นนั้นก็เอาเป็นสมุนไพรอายุหมื่นปีสักสองต้นเป็นยังไงพอดีข้ามีติดตัวมาด้วย”
“ได้ข้ารับคำถ้า กติกาหากลูกศิษย์ของใครสามารถทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรได้ สัตว์อสูรของใครระดับสูงกว่ากันถือว่าชนะหากระดับเท่าเทียมกันก็นำสัตว์อสูรนั้นมาประลองหากสัตว์อสูรของใครแพ้ถือว่าฝ่ายนั้นเป็นฝ่ายพ่ายแพ้”
“ได้เจ้าเตรียมสมุนไพรอายุหมื่นปีเจ้าเอาไว้ มันต้องเป็นของข้าอย่างแน่นอน”
โอหยางลี่ร่ายเวทมนตร์เพียงไม่นานเขาส่งลูกศิษย์ของเขาเข้าไปในดินแดนสัตว์อสูรพวกเขาทั้งสองต่างนั่งรออยู่ด้านนอก เวลาผ่านไปเพียงหนึ่งวัน โปหลัวก็ออกมาจากดินแดนสัตว์อสูรพร้อมกับตำราอัญเชิญสีเหลือง
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ไหนละศิษย์ของเจ้ายังไม่ออกมาอีกหรือ?”
“ศิษย์ของข้าเข้าไปเพียงแค่วันเดียวก็สามารถทำสัญญากับสัตว์อสูรระดับอัศวินได้แล้วงานนี้สงสัยเจ้าต้องเสียพนันให้ข้าอย่างแน่นอน”
“อย่างพึ่งหัวเราะไปคราก่อนเจ้าก็หัวเราะก่อน แต่ก็ยังเสียเดิมพันให้กับข้า เจ้ายังไม่เข็ดอีกหรือโอหยางลี่ ไม่แน่ศิษย์ข้าอาจจะกำลังทำสัญญากับสัตว์อสูรระดับสูงอยู่ก็เป็นได้ความยากของมันไม่ใช่เรื่องที่เราจะบังคับมันได้”
“ข้าว่าศิษย์ของเจ้าไม่สามารถหาสัตว์อสูรทำพันธสัญญาได้เสียมากกว่าฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เฟยหลงใช้เวลาไปกว่าสองวันในการตามหาสัตว์อสูรเพื่อมาทำพันธสัญญาด้วยแต่ก็ไม่มีสัตว์อสูรตัวไหนที่สนใจทำพันธสัญญากับเฟยหลงเลยแม้แต่ตัวเดียวในขณะที่เฟยหลงกำลังครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรต่อเขาเหลือเวลาอีกเพียงแค่หนึ่งวันในการหาสัตว์อสูรมาทำพันธสัญญาด้วยทันใดนั้นเสี่ยวเทียนก็ออกมาจากแหวนมิติสำหรับสัตว์อสูรเองทันทีที่มันออกมามันร้องคำรามเสียงดังไปทั่ว สัตว์อสูรที่อยู่รอบ ๆ ต่างพากันวิ่งหนีกระจัดกระจายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
“เสี่ยวเทียนเจ้าทำอะไรของเจ้าข้าต้องหาสัตว์อสูรเพื่อทำพันธสัญญาด้วย แต่เจ้ากลับไล่พวกมันไปเสียหมดแล้วข้าจะทำพันธสัญญากับพวกมันได้อย่างไร”
“ท่านพี่ไม่ต้องเป็นห่วงเดี๋ยวข้าจะจัดการให้ท่านพี่เอง”
เสี่ยวเทียนบินออกไปอย่างรวดเร็วเพียงแค่ชั่วโมงเดียวเสี่ยวเทียนก็กลับมากับสัตว์อสูรอีกสามตัวซึ่งอยู่ในระดับอัศวินซึ่งสัตว์อสูรทั้งสามตัวที่ถูกเสี่ยวเทียนพามา ยอมทำรีบส่งวงแหวนจิตวิญญาณของพวกมันมาพันธสัญญากับเฟยหลงอย่างรวดเร็วโดยไม่รอให้เฟยหลงมาทำพันธสัญญากับพวกมันเลยแม้แต่น้อยสร้างความแปลกใจให้เฟยหลงไม่น้อย
“เสี่ยวเทียนเจ้าทำยังไงถึงทำให้พวกมันยอมมาทำสัญญากับข้าได้”
“ท่านพี่ข้าเป็นถึงมังกรน้อย พวกมันย่อมอยากติดตามข้าเป็นธรรมดายิ่งพวกมันรู้ว่าข้าทำสัญญากับท่านพี่และท่านพี่ดูแลข้าเสมือนน้องชายพวกมันจึงรีบตามข้ามาในทันทีเพราะพวกมันเองก็มีโอกาสเพียงแค่ครั้งเดียวที่จะออกไปดูโลกภายนอกหากพวกมันไม่มั่นใจว่าเจ้านายของมันดีพอ พวกมันจะไม่ยอมติดตามใครออกไปอย่างแน่นอน”
“แล้วทำไมเจ้าถึงได้เลือกเจ้าสามตัวนี้มาทำพันธสัญญากับข้าในคราเดียวปกติคนทั่วไปเขาจะทำสัญญากันเพียงแค่ตัวเดียวไม่ใช่หรือ”
“ใครบอกท่านท่านพี่ พวกเขาสามารถทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรพวกนี้ได้ครั้งละหลาย ๆ ตัวแต่จะมีสัตว์อสูรตัวใดบ้างที่ยอมมีเจ้านายคนเดียวกันดังนั้นจึงเป็นไปได้น้อยมากที่พวกมันจะทำพันธสัญญากับเจ้านายคนเดียวกันเพราะสัตว์อสูรแต่ละตัวก็มีศักดิ์ศรีของมันเองเช่นกันแต่เจ้าสามตัวนี้ที่มันยินยอมเพราะพวกมันเป็นเพื่อนกันและพวกมันยังอยากจะคบข้าเป็นสหายพวกมันจึงยอมทำพันธสัญญากับท่านพี่”
“เจ้าว่าทั้งสามตัวเป็นเพื่อนกันเป็นไปได้ยังไง ตัวหนึ่งเป็นนก ตัวหนึ่งเป็นเต่า อีกตัวหนึ่งเป็นพยัคฆ์”
“ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ในดินแดนแห่งนี้หรอกท่านพี่ท่านพี่ยังสามารถยอมรับข้าเป็นน้องชายได้เลยแล้วเหตุใดสัตว์อสูรพวกนี้จะเป็นเพื่อนกันไม่ได้”
“ก็จริงของเจ้า อย่างนี้หากสัตว์อสูรตัวใดอยากเป็นสหายกับเจ้าข้าไม่ต้องทำพันธสัญญาทั้งหมดหรอกหรือ?”
“ไม่ดีหรือท่านพี่ท่านจะได้มีบริวารรับใช้เยอะ ๆ”
“เจ้าอย่าบอกนะว่าเจ้าจะเอาสัตว์อสูรทั้งหมดมาทำพันธสัญญากับข้าจริงๆ”
“ข้าล้อเล่นน่าท่านพี่เจ้าสามตัวนี้มีโอกาสเป็นสัตว์เทพในอนาคต ข้าจึงชักชวนพวกมันมา”
“สัตว์เทพเช่นนั้นหรือ? แล้วสัตว์อสูรพวกนี้จะสามารถกลายเป็นสัตว์เทพได้อย่างไร”
“อธิบายไปตอนนี้ท่านก็คงไม่เข้าใจเอาเป็นว่าพวกเขาทั้งสามจะแข็งแกร่งเป็นอย่างมากในอนาคต”
เฟยหลงมองดูตำราอัญเชิญที่อยู่ในมือของเขาที่ตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นสีเหลืองไปแล้วพร้อมกับลวดลายของสัตว์ทั้งสามประทับอยู่ที่ตำราและหัวไหล่ของเฟยหลงหลังจากสัตว์ทั้งสามทำพันธสัญญาเรียบร้อยแล้ว…..