ใกล้ถึงฤดูหนาว อากาศข้างนอกเย็นลงแล้ว ทางการแจ้งว่าหน้าหนาวปีนี้ จะหนาวกว่าทุกปี ให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ภัยหนาวและการขาดแคลนอาหาร
“ข้าอยากปลูกผักเพิ่มเ้าค่ะ แล้วก็ปลูกข้าวด้วย ปลูกผลไม้ด้วยเ้าค่ะ” จิ่นฮวาปรึกษาบิดา
“ถ้าจะปลูกพืชเพิ่ม เราต้องใช้แรงงานจำนวนมากนะ ถึงไม่ต้องใช้พลังธาตุหล่อเลี้ยง แต่ก็ต้องมีการเพาะปลูก รดน้ำพรวนดิน ถอนวัชพืช และเก็บเกี่ยว ทั้งหมดนี่เราคงทำกันเองไม่ไหว” บิดากล่าว
“ถ้าอย่างนั้นเราไปซื้อทาสมาทำงานให้เราดีหรือไม่เ้าคะ” จิ่นฮวาเสนอความคิด
นาง้าแรงงานที่ไว้ใจได้ หากจ้างชาวบ้านมาทำเป็ครั้งคราว เมื่อกลับออกไปความลับของครอบครัวนางอาจรั่วไหลได้ ดังนั้นต้องเป็การซื้อทาส ที่เป็การขายขาด ไม่สามารถไถ่ตัวได้ นางจะใช้วงแหวนอักขระประทับตราสัญญาทาสกับพวกเขา หากใครทรยศก็จะกลายเป็บุคคลเสียสติ ไม่อาจแพร่งพรายความลับได้
“ข้าจะยื่นข้อเสนอแก่พวกเขา ถ้าทำงานให้เรา จะมีอาหาร มีที่พัก และมีค่าจ้างให้ด้วย แลกกับการต้องทำพันธสัญญาทาส หากผู้ใดไม่ยินยอมเราก็จะไม่บังคับ เราจะจ้างเฉพาะผู้ที่ยินยอมทำพันธสัญญาเท่านั้น ดีหรือไม่เ้าคะท่านพ่อ” จิ่นฮวาอธิบายและขอความเห็นจากบิดา
“เช่นเ้าว่าก็ดี เช่นนั้นวันนี้พ่อไปกับเ้า เรานำผักไปขายในเมืองก่อน จากนั้นไปโรงค้าทาสกัน”
“เ้าค่ะ” จิ่นฮวารับคำ
“เยว่เอ๋อร์ จิ้นซื่อ เ้าสองคนช่วยข้าคัดเลือกคนด้วย” นางหันไปกล่าวกับภูติทั้งสอง
“เ้าค่ะ/ขอรับ” ภูติทั้งสองตอบรับพร้อมกัน
ทุกคนช่วยกันเก็บผักิญญาสิบปี จำนวนสองตะกร้า เพื่อเอาไปลองเสนอขายก่อน ถ้ามีคนสนใจค่อยนำไปเพิ่ม ผักสองตะกร้า มีน้ำหนักประมาณ 20 จิน นางจะลองนำไปเสนอขายที่ร้านขายสมุนไพรของเถ้าแก่หาน ที่เคยไปขายโสมิญญาคราวก่อน
จิ่นฮวาแต่งกายด้วยชุดบุรุษอีกครั้งเพื่อเข้าเมือง นางและบิดาแบกตะกร้าคนละใบ ที่บรรจุผักอยู่เต็ม โดยมีภูติน้อยสองตนบินตามมา เข้าไปเช่ารถม้าในหมู่บ้านแล้วมุ่งหน้าไปยังเมืองเชียง
รถม้าจอดส่งเมื่อผ่านประตูเมืองแล้ว จึงพากันเดินมุ่งหน้าไปยังร้านขายสมุนไพรทันที
“เสี่ยวเอ้อ ข้า้าพบท่านหานตงอี้ แจ้งว่าคุณชายหลินที่มาขายโสมคราวก่อน้าพบ” นางแจ้งกับเสี่ยวเอ้อที่มาต้อนรับ เขาจำนางได้จึงรีบเข้าไปตามหานตงอี้มาพบ
“คุณหนูเชิญด้านนี้ขอรับ แล้วผู้นี้คือ..” หานตงอี้เชิญทั้งสองไปที่โต๊ะ และเอ่ยถามถึงชายหนุ่มที่ทางองอาจด้านข้าง
“นี่บิดาข้าเ้าค่ะ ชื่อหลินซานหยาง ส่วนนี้ท่านหานตงอี้ผู้ประเมินสมุนไพรของร้านนี้เ้าค่ะท่านพ่อ” นางเอ่ยแนะนำบิดาและหานตงอี้ให้รู้จักกัน นางไม่ได้ปิดบังสถานะเพราะหานตงอี้และเถ้าแก่หานทราบแล้วว่านางเป็สตรี
ทั้งสองทักทายกันเล็กน้อยและเริ่มคุยธุระในครั้งนี้ จิ่นฮวานำผักิญญาสิบปีขึ้นมาจากตะกร้าให้หานตงอี้ดู
“ครอบครัวข้าทดลองปลูกผักิญญาดู ตอนนี้ได้ผลผลิตจำนวนหนึ่ง อยากจะฝากให้ทางร้านของท่านช่วยเป็ตัวแทนขายผักเหล่านี้ได้หรือไม่” หลินซานหยางกล่าว
“โอ้ พืชผักที่มีพลังิญญาหรือ ขอข้าดูหน่อย” หานตงอี้หยิบผักขึ้นมาพิจารณา ต้นและใบผักดูสมบูรณ์ ต้นใหญ่และอวบน่ากินกว่าผักทั่วไป และเมื่อเพ่งดูจะพบว่ามีพลังิญญาสีฟ้าแผ่ออกมาจากผักต้นนั้น
“ข้าลองนำไปปรุงอาหารแล้วเ้าค่ะ พลังิญญาจากผักเหล่านี้สามารถดูดซับได้โดยตรงเมื่อกินเข้าไป ไม่ต้องหลอมเป็โอสถเหมือนสมุนไพริญญา หากกินเป็ประจำจะช่วยเพิ่มพลังในการฝึกฝนได้มากทีเดียวเ้าค่ะ” จิ่นฮวากล่าว
“เช่นนั้นข้าจะลองดู และพวกเ้าตั้งราคาอย่างไร” หานตงอี้ถามอย่างสนใจ
“เนื่องจากสรรพคุณไม่ได้มากเท่าสมุนไพร แต่ก็มีพลังิญญาสิบปี สมุนไพริญญาสิบปีราคาประมาณ 5 ตำลึงทอง ข้าจะขายผักให้ท่านในราคาจินละ1 ตำลึงทอง ท่านสามารถขายต่อได้ในราคา จินละ 2 ตำลึงทอง ท่านว่าสมเหตุสมผลหรือไม่” หลินซานหยางเสนอราคา
“ตกลงข้าจะรับซื้อทั้งหมด ถึงจะขายต่อไม่ได้ ข้าก็ไม่ขาดทุนแน่นอน” หานตงอี้กล่าวอย่างอารมณ์ดี
เมื่อตกลงซื้อขายกันเรียบร้อยจิ่นฮวาและบิดาจึงขอตัวกลับ
หานตงอี้ได้ให้เสี่ยวเอ้อ นำผักจำนวนหนึ่งไปให้แม่ครัวทำอาหารมาหนึ่งจาน และขึ้นไปหาหานเหลียงที่ชั้นสองเพื่อเล่าเื่ราวให้ฟัง ไม่นานเสี่ยวเอ้อก็ยกอาหารขึ้นมาให้ทั้งสองทดลองกิน
เมื่อกลืนลงท้องทั้งสองสามารถรับรู้ได้ถึงพลังิญญาที่อยู่ในอาหารจานนี้ จึงโคจรพลังเปลี่ยนให้เป็พลังปราณเก็บไว้ในตันเถียน แม้จะน้อยนิด แต่ถ้าหากกินเป็ประจำต้องช่วยเพิ่มระดับการฝึกฝนพลังปราณได้แน่
“ยอดเยี่ยม ๆ ไปเ้าไปบอกให้เสี่ยวเอ้อตั้งแผงขายหน้าร้าน บอกเล่าสรรพคุณของมัน ต้องมีคนสนใจแน่นอน” หานเลียงบอกให้หานตงอี้รีบไปดำเนินการ
“ผักพลังิญญาขอรับ เพียงจินละ 2 ตำลึงเท่านั้น ลองเข้ามาดูก่อนได้ขอรับ” เสี่ยวเอ้อะโเรียกลูกค้า มีคนเข้ามาดูและสอบถามบ้าง เขาจึงเล่าสรรพคุณของผักพลังิญญาสิบปีอย่างฉะฉาน แต่ผู้คนก็ยังลังเลเพราะราคาแพง
“ร้านสมุนไพรเถ้าแก่หานเปิดมานานค้าขายซื่อสัตย์ ข้าจะลองซื้อดู เอาให้ข้าสักหนึ่งจินแล้วกัน” สาวใช้จากตระกูลใหญ่ ตัดสินใจลองซื้อดู เพราะอย่างน้อย ผักนี่ดูน่ากินกว่าผักทั่วไปในตลาด ราคาเท่านี้ถึงจะแพงแต่ก็ยังจ่ายไหว หากมีสรรพคุณอย่างที่เสี่ยวเอ้อกล่าวจริง นานท่านต้องตกรางวัลนางแน่นอน
เมื่อมีคนกล้าซื้อคนแรกก็เริ่มมีคนซื้อตามคนละจินสองจิน ส่วนใหญ่ล้วนเป็สาวใช้จากตระกูลใหญ่ในเมืองเชียง ที่ออกมาจับจ่ายวัถุดิบทำอาหารให้เ้านาย จะมีบ้างเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่สามารถััพลังิญญาสิบปีจากพืชผักจึงลองซื้อไป ไม่นานผัก 20 จินก็ขายหมดแผง
และหลังจากผู้คนได้ลองกินแล้วข่าวลือก็แพร่สะพัดไปทั่วเมือง แต่เมื่อมาซื้ออีกครั้งของก็ขายหมดแล้ว คนมากมายจึงมาสอบถามที่ร้านสมุนไพรจนวุ่นวายไปหมด
ทางด้านจิ่นฮวาและบิดา กำลังเดินทางไปโรงค้าทาส เพื่อเลือกแรงงานทาสกลับไปใช้งานไม่ได้รับรู้ถึงความวุ่นวายเ่าั้เลย
ในโรงค้าทาสมีบรรยากาศที่ไม่น่าพิสมัยอย่างมาก โชคดีที่นางแต่งเป็บุรุษ หากเข้ามาในรูปโฉมสตรีคงตกเป็เป้าสายตาของผู้คนแน่ เพราะั้แ่หายป่วยฟื้นขึ้นมา นางก็เริ่มเผยความงดงามที่ได้รับถ่ายทอดมาจากบิดาและมารดาอย่างเต็มที่ แม้ไม่งดงามล่มเมือง แต่ก็งดงามสดใสดั่งบุปผาแรกแย้ม
โรงค้าทาสเป็สถานที่ ที่เปิดให้พ่อค้าทาส นำทาสมาขายอย่างถูกกฎหมาย มีการทำสัญญาซื้อขายถูกต้อง แต่ก็ดูโหดร้ายทารุณอยู่ดี บางคนถูกขัง บางคนถูกล่าม คนที่คิดหนีก็ถูกทุบ เด็กอายุ3-5 ขวบก็มี
นางเลือกร้านที่พ่อค้าทาสพอมีมโนธรรมอยู่บ้าง ไม่ได้ถึงขนาดเฆี่ยนตีหรือล่ามโซ่ เพียงขังพวกเขาไว้ในกรงขนาดใหญ่แยกชายหญิง
“ยินดีต้อนรับขอรับ นายท่าน คุณชาย อยากได้ทาสแบบไหนเลือกได้เลยขอรับ” พ่อค้าทาสเข้ามาต้อนรับอย่างประจบประแจง
“ข้า้าทาสชายหญิงอย่างละห้าคน เ้านำทาสทั้งหมดมาให้ข้าเลือกได้หรือไม่” หลินซานหยางเอ่ยพร้อมแผ่พลังปราณออกมาจางๆ ให้ดูน่าเกรงขาม
“ได้ขอรับเชิญนายท่านที่ห้องรับรอง” พ่อค้าทาสรีบกล่าวแล้วพาทั้งสองเข้าไปข้างในห้องโถงรับรอง
แล้วเกณฑ์ทาสชายหญิงทั้งหมดมายืนเรียงแถวหน้ากระดานให้พวกเขาเลือก
“เลือกคนที่นิสัยซื่อสัตย์ไว้ใจได้ ให้ข้าชายหญิงอย่างละห้าคนนะ” จิ่นฮวากระซิบกับภูติทั้งสองที่ใช้มนต์พรางตัวอยู่
เยว่เอ๋อร์จึงไปบินวนๆ แล้วเลือกสตรีที่หน่วยก้านดีมาห้านาง จิ่นฮวาก็ชี้ตามที่เยว่เอ๋อร์บอก ส่วนจิ้นซื่อเลือกบุรุษที่ดูแข็งแรงกำยำมาห้าคนเช่นกัน
เมื่อได้ทาสทั้งสิบแล้ว นางหันไปเห็นเด็กชายหญิงสองคนที่อยู่หลังสุด นางจึงเอ่ยถาม “พ่อค้า เหตุใดเด็กสองคนนี้จึงมาขายตัวเป็ทาสหรือ” นางเอ่ยถามเพราะรู้สึกถูกชะตากับเด็กสองคนที่วัยใกล้เคียงกับน้องชายนาง
“สองคนนี้ถูกพ่อแม่นำมาขายขอรับ พวกชาวบ้านเชื่อว่าเด็กที่เกิดเป็แฝดชายหญิงจะนำหายนะมาสู่ครอบครัวพวกเขา จึงเอาเด็กมาขายให้ข้าขอรับคุณชาย” พ่อค้าทาสเล่าความเป็มาให้นางฟัง
‘นี่มันความเชื่อบ้าบออะไรกัน เด็กตัวแต่นี้ยังเอามาขายได้ลง’ จิ่นฮวานึกโกรธและสงสารเด็ก
“งั้นข้าซื้อเด็กสองคนนี้ด้วย รบกวนท่านออกไปก่อนให้ข้าได้คุยข้อตกลงกับพวกเขาสักครู่ได้หรือไม่” จิ่นฮวากล่าว
พ่อค่าทาสจึงให้คนนำทาสที่ไม่ถูกเลือกกลับไปแล้วออกไปยืนรอหน้าห้อง ในนี้เหลือเพียงนางกับบิดาและทาส 12 คน